ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2680 เขากระดูกดำ
“นี่ข้ากำลังสนับสนุนกิจการขององค์รัชทายาทอยู่ต่างหากล่ะ! มันสร้างความวุ่นวายตรงไหนกัน ข้าไปใช้กำลังกับคนอื่นหรืออย่างไร” มู่เฉียนซีเลิกคิ้วถาม
ผู้ดูแลเองก็รู้สึกสิ้นหวังเช่นกัน คนที่หยิ่งผยองผู้นี้ ไม่ใช่คนที่เขาจะสามารถโน้มน้าวได้เลย
ในตอนแรกที่แข่งขันชิงลำดับเจ้าเมืองทั้งสิบแปดเขตแดนแม้ว่าโยวเยี่ยจี๋จะทำให้อาเล็กของนางได้รับบาดเจ็บ แต่มันก็เป็นการแข่งขันที่ยุติธรรม ซึ่งมู่เฉียนซีก็ไม่ได้มีความแค้นใด ๆ กับเขา นอกจากนี้เรื่องที่เขาทำล้วนเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอีกด้วย
เพียงแต่นางต้องการจะให้อาเล็กเลื่อนขั้นไปถึงระดับราชันย์วิญญาณให้เร็วที่สุด ฉะนั้นจึงไม่อาจขาดมุกภูตวิญญาณพิเศษไปได้
ในเมื่อสถานที่แห่งนี้ของโยวเยี่ยจี๋มีมุกภูตวิญญาณพิเศษมากมาย แน่นอนว่านางย่อมต้องกอบโกยอย่างเต็มที่อยู่แล้ว
นอกจากนี้ตอนที่นางซื้อหินแร่นางเองก็จ่ายเงินเช่นกัน!
“ฝ่าบาทน้อยเฉียนซี นี่ท่านกำลังทำให้เราต้องเลิกกิจการไม่ใช่แค่ถล่มร้านของเราแล้วล่ะ”
“ถึงเจ้าจะไม่บอก ข้าก็สามารถค้นหาเอาเองได้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าคนที่เปิดกิจการอย่างพวกเจ้า จะสามารถปิดร้านไม่ต้อนรับลูกค้าได้” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
“รีบไปรายงานองค์รัชทายาทจี๋เร็วเข้า หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปต้องไม่ดีแน่! นางเด็กน้อยมู่เฉียนซีผู้นั้นจะทำเกินไปหน่อยแล้วจริง ๆ” ผู้ดูแลกล่าว
หากต้องการรู้ถึงตำแหน่งของตำหนักพั่วจูในเมืองรองอื่น ๆ ของเขตแดนจี๋นั้นง่ายดายมาก เพราะเพียงแค่เสียเงินเล็กน้อยก็สามารถหาข้อมูลมาได้แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “อาเล็ก คงไม่รู้สึกว่าสิ่งที่ข้าทำมันเกินไปใช่หรือไม่เจ้าคะ”
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “ไม่ว่าซีเอ๋อร์จะทำอะไร อาก็ไม่มีทางคิดเช่นนั้นได้หรอก อาจะคอยสนับสนุนซีเอ๋อร์อย่างเต็มที่เอง”
“องค์รัชทายาทจี๋เป็นองค์รัชทายาทที่สมบูรณ์แบบคนหนึ่ง เขาเป็นคนยุติธรรมและมีหลักการ ทั้งยังปฏิบัติต่อพี่น้องทุกคนเป็นอย่างดี ดูแล้วก็ไม่ได้เป็นคนที่มีจิตใจคับแคบอะไร แต่ทว่าคนแบบนี้ก็ไม่ง่ายเช่นกัน ข้าก็อยากจะดูว่าความอดทนของเขามีมากแค่ไหนกันแน่” มู่เฉียนซีกล่าว
คนผู้นี้คือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ฉะนั้นการค้นหารายละเอียดของเขาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดแล้ว
นอกจากนี้ยังทำไปเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงแผนร้ายของเจ้าหมอนี่ จนเกิดเรื่องที่ไม่อาจจะควบคุมได้อีกด้วย
วันรุ่งขึ้นในตอนที่มู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงกำลังจะออกไปจากเมือง ก็ได้มีคนไล่ตามมาพลางกล่าวว่า “ฝ่าบาทอวู่ซวง ฝ่าบาทน้อยเฉียนซี องค์รัชทายาทจี๋ของพวกเราเชิญให้ไปพบขอรับ”
“เช่นนั้นก็นำทางเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
นางเองก็อยากจะรู้ว่า แท้จริงแล้วโยวเยี่ยจี๋มีแผนการอะไรอยู่กันแน่
ที่จวนของเมืองเทียนจี๋มีขนาดใหญ่โตและกว้างโล่งเป็นอย่างมาก องค์รัชทายาทโยวเยี่ยจี๋ของแดนวิญญาณในตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ของเขา จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นมาว่า “น้องอวู่ซวง!”
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “มิทราบว่าองค์รัชทายาทจี๋มีเหตุอันใดถึงได้เชิญพวกเรามาหรือพ่ะย่ะค่ะ”
โยวเยี่ยจี๋กล่าวว่า “ข้ารู้มาว่าพวกเจ้าอยากจะไปเดิมพันหินแร่ที่ตำหนักพั่วจู เพื่อหามุกภูตวิญญาณพิเศษมาช่วยให้เจ้าฝึกฝนได้ใช่หรือไม่ ถึงบางทีที่ตำหนักพั่วจูจะมีอยู่มากก็จริง แต่น้องอวู่ซวงก็รู้ดี ว่าสถานที่ที่มีมุกภูตวิญญาณพิเศษมากที่สุดไม่ได้อยู่ในตำหนักพั่วจูของข้า แต่เป็นในเหมืองแร่ต่างหาก”
มู่เฉียนซีเลิกคิ้วถามว่า “คำพูดนี้ขององค์รัชทายาทจี๋มีความหมายว่าอะไรหรือเจ้าคะ ท่านอยากจะขายเหมืองแร่อย่างนั้นหรือ หากท่านต้องการขาย ข้าคิดว่าหอหมอปีศาจของข้าสามารถซื้อมันได้! แม้ว่าหอหมอปีศาจในแดนวิญญาณจะยังไม่มีจำนวนเงินเท่าที่ท่านต้องการ แต่หากเป็นหอหมอปีศาจในดินแดนต่าง ๆ จะต้องรวบรวมเงินเท่าที่ท่านต้องการได้แน่”
โยวเยี่ยจี๋กล่าวว่า “เกรงว่าข้าจะทำให้เฉียนซีต้องผิดหวังเสียแล้ว ข้าไม่สามารถขายเหมืองแร่ของข้าได้หรอก”
“เช่นนั้นหากข้าต้องการมุกภูตวิญญาณพิเศษส่วนหนึ่ง ก็มีแต่ต้องเดิมพันที่ตำหนักพั่วจูของท่านแล้วล่ะ อย่างไรเสียในแดนวิญญาณแห่งนี้ ท่านก็ได้ผูกขาดหินแร่ชนิดนี้ไปแล้ว หากอยากจะไปสถานที่อื่นก็คงไม่สามารถซื้อหาได้อยู่ดี” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
“นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าเชิญพวกเจ้ามาอย่างไรล่ะ ความจริงแล้วข้ามีเรื่องที่อยากจะไหว้วานพวกเจ้าสักหน่อย”
“ไหว้วานพวกข้าอย่างนั้นหรือ ด้วยความสามารถขององค์รัชทายาทจี๋ ข้ากับอาเล็กของข้าสามารถช่วยอะไรท่านได้อย่างนั้นหรือเจ้าคะ” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
“ข้ารู้มาว่าเฉียนซีเจ้ามีวิธีการที่พิเศษบางอย่างในการตรวจสอบหามุกภูตวิญญาณพิเศษ พอดีว่าข้ามีเหมืองอยู่แห่งหนึ่ง ที่ประสบปัญหาบางอย่างระหว่างการขุดค้น และไม่รู้ว่าควรจะขุดไปทางไหนถึงจะถูกกันแน่ ฉะนั้นข้าจึงต้องการให้เฉียนซีช่วยไปดูสักหน่อย! หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยาม ข้าจะให้หนึ่งในสิบของหินแร่ที่ขุดออกมาได้เป็นรางวัลแก่เจ้า ซึ่งแน่นอนว่าข้าไม่คิดเงินเจ้า เช่นนี้มันจะต้องเร็วกว่าการที่เจ้าไปหาทีละร้านอย่างแน่นอน! นอกจากนี้ภายในเหมืองแร่ อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ บางทีเจ้าอาจจะสามารถหาหัวใจแห่งภูตวิญญาณเม็ดที่สองเจอ และทำให้น้องอวู่ซวงบรรลุไปถึงระดับราชันย์วิญญาณได้สำเร็จก็เป็นได้!” โยวเยี่ยจี๋กล่าว
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “องค์รัชทายาท นี่ถือว่าเป็นธุรกิจที่ไม่เลวเลยจริง ๆ ข้าตกลงว่าจะไปเหมืองแร่ของท่าน และช่วยท่านค้นหาทิศทางในการขุดเหมืองที่ถูกต้องแม่นยำ เพื่อไม่ให้ท่านต้องเปลืองแรงและเสียเวลาอีก”
“เช่นนั้นตอนนี้พวกเจ้าก็พักผ่อนอยู่ที่เมืองเทียนจี๋ก่อนก็แล้วกัน หลังจากนี้สามวันพวกเราค่อยออกเดินทาง”
“ไม่มีปัญหา!”
หลังจากที่กลับมาจากจวนของโยวเยี่ยจี๋ มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาว่า “อาเล็ก เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าเหมือนมีขนมตกลงมาจากฟากฟ้าเช่นนี้ นอกจากนี้ยังเป็นขนมชิ้นใหญ่อีกด้วย ผลประโยชน์ที่โยวเยี่ยจี๋มอบให้นั้นดูจะใจกว้างมากเกินไปหน่อยนะเจ้าคะ”
ในขณะที่พี่น้องคนอื่น ๆ อดไม่ได้ที่จะหวังให้อาเล็กเลื่อนขั้นช้ากว่านี้อีกหน่อย แต่องค์รัชทายาทผู้นี้กลับเตรียมทรัพยากรในการฝึกฝนให้อาเล็กอย่างไม่ตระหนี่เลยแม้แต่น้อย
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่กลัวอาเล็กที่เลื่อนขั้นขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกันกับเขาอย่างรวดเร็ว จนสามารถเอาชนะเขาได้เลยแม้แต่น้อย
มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ซีเอ๋อร์อย่าปล่อยให้ตนเองตกอยู่ในอันตรายเป็นอันขาด”
“เจ้าค่ะ!”
ทุกคนต่างเข้าใจผิดไปว่ามู่เฉียนซีนั้นมีวิธีการที่พิเศษบางอย่าง ถึงสามารถรู้ได้ว่ามีสิ่งใดอยู่ในแร่หินบ้าง แต่ความจริงแล้วความสามารถนี้เป็นของเจ้าผลไม้น้อยต่างหาก
อย่างไรก็ตามมู่เฉียนซีนั้นเห็นด้วยกับความเข้าใจผิดเช่นนี้ เพราะหากปล่อยให้พวกเขารู้ว่าเป็นความสามารถของกั๋วเอ๋อร์น้อย คาดว่านางที่ไร้เดียงสาอาจจะถูกคนอื่นลักพาตัวไปได้อย่างง่ายดาย แม้ว่านางจะมีความสามารถที่แข็งแกร่งมากก็ตาม
ในวันที่สาม พวกของมู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงก็ติดตามโยวเยี่ยจี๋ไปยังเหมืองแร่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นเหมืองแร่เพียงแห่งเดียวของเขากระดูกดำ
โยวเยี่ยจี๋กล่าวว่า “ความจริงแล้วที่เขากระดูกดำแห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีหินแร่คุณภาพสูงมากที่สุด และมันก็ยังเป็นสถานที่ที่อันตรายมากที่สุดอีกด้วย ซึ่งความสามารถของคนที่มาขุดแร่ที่นี่ต่างจะต้องมีระดับไม่ต่ำกว่าจักรพรรดิวิญญาณระดับห้าทั้งนั้น”
แม้ว่าคนระดับจักรพรรดิวิญญาณจะเป็นพลังสำคัญของแดนวิญญาณ แต่ทว่าคนกลุ่มนี้กลับเป็นเพียงแค่นักขุดแร่เท่านั้น
การที่มาเป็นนักขุดแร่ในสถานที่ที่อันตรายเช่นนี้ด้วยความเต็มใจ คาดว่าเงินเดือนน่าจะดึงดูดใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเงินเดือนนั้นไม่ใช่มุกภูตวิญญาณธรรมดา แต่เป็นถึงมุกภูตวิญญาณพิเศษที่ผู้คนต่างแย่งชิงกันนั่นเอง
ภูเขาที่อยู่ด้านหน้านั้น เป็นเหมือนโครงกระดูกยักษ์ที่คว่ำหน้าอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ก็มิปาน
ดูเหมือนว่ามันจะหลับใหลมาเป็นเวลาเนิ่นนานมากแล้ว แต่ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว
โยวเยี่ยจี๋กล่าวว่า “น้องอวู่ซวงมาอยู่ที่แดนวิญญาณได้ไม่นาน เฉียนซีเองก็เพิ่มตามมาได้ไม่นานนัก คาดว่าพวกเจ้าคงไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับตำนานลึกลับของแดนวิญญาณมากเท่าไรสินะ ที่เขากระดูกดำแห่งนี้ ก็เกี่ยวข้องกับตำนานหนึ่งด้วยเช่นกัน”
“โอ้! ท่านเล่าให้ฟังได้หรือไม่” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย
นอกจากภูเขานี้จะทำให้คนรู้สึกถึงอันตรายแล้ว พลังของที่นี่ยังไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วย
“ราชากระดูกดำเคยเป็นเจ้าเมืองคนหนึ่งของแดนวิญญาณเช่นกัน และเพื่อความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าเจ้าเมืองทั้งหมดหรือแม้กระทั่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณแห่งแดนวิญญาณ เขาจึงได้กลายเป็นผู้ศรัทธาของเทพมรณะ และได้ครอบครองพลังอันยิ่งใหญ่ แต่เป็นเพราะร่างกายของเขาไม่อาจทนรับได้เขาจึงกลายเป็นโครงกระดูกสีดำ! แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้ แต่เขาก็ยังแข็งแกร่งมากอยู่ดี และพิชิตแดนวิญญาณได้ด้วยนามของเทพมรณะ ซึ่งสามารถควบคุมแดนวิญญาณไว้มากกว่าครึ่งได้สำเร็จ แต่เขาก็ยังคงพ่ายแพ้ไปในสงครามใหญ่ครั้งสุดท้าย จนในที่สุดก็ตายอยู่ที่นี่ และกระดูกดำขนาดใหญ่ก็ได้กลายเป็นภูเขาลูกนี้นั่นเอง”
เมื่อเล่าถึงที่มาของเขากระดูกดำลูกนี้จบ พวกของมู่เฉียนซีก็เข้าไปในเทือกเขากระดูกดำทันที
มีพลังแห่งความตายแผ่กระจายอยู่ในอากาศ และบริเวณโดยรอบก็มีป่ารกทึบอยู่ไม่มากเท่าไรนัก
และสิ่งที่น่าตื่นตกใจก็คือ ภายในป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยโครงกระดูกสีดำที่ซ้อนไว้จนกลายเป็นกองมากมาย
โยวเยี่ยจี๋กล่าวเตือนว่า “ในขณะที่เดินอยู่บนเส้นทางสายนี้ จำเป็นต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะหากไม่ทันได้ระวังอาจจะมีอันตรายถึงชีวิตเลยก็เป็นได้”