ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2679 อาวุธสังหารทั้งสอง
เจ้าผลไม้น้อยกล่าวว่า “ข้าไม่บอกเจ้าหรอก! อย่างไรเสียข้าก็เอาชนะเจ้าได้อยู่แล้ว”
นางเริ่มต้นโจมตีอีกครั้ง และทันใดนั้นซูเฮ่อก็รู้สึกประหนึ่งเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่าเกรงขามอย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียว
“พระเจ้า! นี่คือยอดฝีมือที่แท้จริงของเมืองอวู่ซวงสินะ! แข็งแกร่ง ช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน! เป็นพลังที่แข็งแกร่งมากจริง ๆ แรงกดดันนี้ก็ทรงพลังมากเช่นกัน นี่…”
“สาวน้อยหน้าตาน่ารักขนาดนี้ แต่กลับโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ ช่างเป็นคนที่ดูแต่รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้จริง ๆ!””
“เมืองอวู่ซวงเป็นพวกที่ชอบทำเหมือนว่าไม่มีพิษภัยอะไร แต่สุดท้ายคนอื่นก็ถูกหลอกจนต้องเอาชีวิตไปทิ้ง!”
ตอนที่เจ้าผลไม้น้อยกำลังต่อสู้อย่างกล้าหาญ มังกรร้ายก็กำลังต่อสู้อยู่อย่างดุเดือดเช่นกัน
เดิมทีมันจะต้องเป็นคนปกป้องเจ้าต้นไม้โง่นั่น แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นเจ้าต้นไม้โง่นั่นที่แข็งแกร่งมากกว่ามันแล้ว ซึ่งนี่ก็ทำให้มันไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเลยจริง ๆ
มันอยากจะแข็งแกร่งขึ้น และอยากจะกลายเป็นร่างเดิมเพื่อฉีกทึ้งศัตรูนี่ออกเป็นชิ้น ๆ ไปเลย
แต่เจ้านายเคยบอกมันเอาไว้ว่า จะกลายร่างไม่ได้เด็ดขาด
พวกเขาจำเป็นต้องรักษาไม้ตายเอาไว้บ้าง และไม่สามารถปล่อยให้อีกฝ่ายรู้ความสามารถทั้งหมดของพวกเขาได้
ดังนั้นจึงทำได้เพียงต่อสู้กับเจ้าหมอนี่อย่างน่าเบื่อต่อไปเท่านั้น!
ปัง ปัง ปัง!
การต่อสู้ของเจ้าผลไม้น้อย ทำให้ซูเฮ่อยากที่จะต้านทานมากขึ้นเรื่อย ๆ
ร่างกายของเขาเริ่มไม่มั่นคง และเริ่มสั่นคลอนเล็กน้อย
ร่างเงาสีม่วงพุ่งทะยานผ่านไป แค่นางเด็กน้อยวิปริตเพียงคนเดียวยังไม่พอ คิดไม่ถึงเลยว่านางจะเข้ามาร่วมวงด้วย และทันใดนั้นเข็มยาจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งจู่โจมเข้ามา
เขาอยากที่จะหลบ แต่ทว่านางสาวน้อยผู้นั้นกลับปิดกั้นทางหนีของเขาเอาไว้ และใช้พลังที่รุนแรงจำกัดการเคลื่อนไหวของเขาอีกด้วย
ฉึก ฉึก!
หลังจากนั้นเข็มหลายเล่มก็ปักลงไปบนแขนของเขา
มู่เฉียนซีมองไปที่เขาพลางหัวเราะเบา ๆ “ดูเหมือนว่าความเร็วของเจ้าจะช้าเกินไปแล้วนะ ถึงหลบไม่พ้นอย่างนี้!”
“บัดซบเอ้ย!” เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที
ทันใดนั้นเลือดลมในร่างกายก็ย้อนกลับ พรวด! และเขาก็กระอักเลือดออกมาด้วยความโกรธ
ฟุ่บ!
คนที่แข็งแกร่งที่สุดของเมืองจี้พ่ายแพ้ไปแล้ว ตอนนี้เขาได้แต่นอนแผ่อยู่บนเวทีอย่างอ่อนแรง และไม่มีพลังในการต่อสู้ใด ๆ เหลืออยู่เลย นอกจากนี้ร่างกายยังถูกพิษจนทำให้ทรมานอีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เจ้าผลไม้น้อย เจ้าไปช่วยมังกรร้ายจัดการเจ้าหมอนั่นเถิด!”
“เจ้าค่ะ! ข้าชอบต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับมังกรร้ายมากเลย!” เจ้าผลไม้น้อยรีบพุ่งทะยานไปอย่างมีความสุข
สาวน้อยผู้นี้ยังคงไร้เดียงสา ดูไร้พิษภัยและยังน่ารักน่าเอ็นดูเช่นเคย แต่หลังจากที่ได้เห็นการต่อสู้ของสาวน้อยผู้นี้ด้วยตนเอง คนที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ก็ไม่มีผู้ใดกล้าดูถูกนางอีกแล้ว
ใครกันแน่ที่บอกว่าแม่นางน้อยผู้นี้เป็นเพียงแค่แจกันไม้ประดับ เป็นเพียงสัตว์นำโชคและเป็นคนที่พาเข้ามาเติมเต็มช่องว่างเท่านั้น นอกจากนี้ยังเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในการป้องกันของมู่เฉียนซีอีกด้วย
พวกเขาผิดพลาดไปแล้ว ผิดพลาดครั้งใหญ่เลยจริง ๆ!
นี่คืออาวุธลึกลับของเมืองอวู่ซวงของพวกเขาอย่างสมบูรณ์! ซึ่งความสามารถนั้นก็ค่อนข้างแข็งแกร่งมากเกินไปหน่อยด้วยซ้ำ
การต่อสู้ของมังกรร้ายนั้นน่ารำคาญมาก เจ้านี่เป็นมนุษย์ที่มีความอดทน และซ่อนตัวได้เก่งเป็นอย่างมาก
เพราะเขาไม่ได้ใช้ร่างเดิมในการต่อสู้ จึงทำให้พลังของเขาไม่แข็งแกร่งเท่าไรนัก ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่รับมือผู้ชายคนนี้ และไม่สามารถตัดสินแพ้ชนะได้เสียที!
โชคดีที่มู่เฉียนซีให้เจ้าผลไม้น้อยมาได้ทันเวลา เมื่อมังกรร้ายที่กำลังจะคลั่งกลับมาเป็นปกติ ก็โผกอดเจ้าผลไม้น้อยไว้ทันที
มังกรร้ายกล่าวถามว่า “กั๋วเอ๋อร์ เจ้าเหนื่อยหรือไม่! หากเหนื่อยก็ไปพักเถิด ข้าสามารถจัดการคนผู้นี้เองได้”
เจ้าผลไม้น้อยกล่าวว่า “ข้าไม่เหนื่อย! ข้าอยากจะจัดการศัตรูด้วยกันกับเจ้า! ข้าอยากทำมันด้วยกัน!”
“อื้ม เอาแบบนั้นก็ได้ พวกเราไปสู้ด้วยกัน!” พูดไปพูดมา มังกรร้ายก็จูบลงไปบนแก้มชมพูนั้นของเจ้าผลไม้น้อยอย่างกะทันหัน
เจ้าผลไม้น้อยที่คุ้นเคยกับพฤติกรรมนี้แล้วกล่าวขึ้นมาว่า “เจ้าเป็นแบบนี้ทุกครั้งเลย ข้าก็อยากทำบ้างเหมือนกันนะ!”
ด้วยเหตุนี้เจ้าผลไม้น้อยจึงกัดกลับไปแทน!
สีหน้าศัตรูของพวกเขาเต็มไปด้วยความเอือมระอา พวกเขากล่าวว่า “พวกเจ้าทั้งสองคนพอได้แล้ว! ไม่สนใจคู่ต่อสู้อย่างข้าคนนี้แล้วหรืออย่างไรกัน! พวกเรากำลังสู้กันอยู่นะ! คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเจ้าจะมาพลอดรักกันที่นี่ต่อหน้าข้า และยังอยู่ในโลกของตนเองโดนไม่สนใจข้าอีก ช่างดีจริง ๆ เลย!”
มุมปากของคนอื่น ๆ ต่างก็กระตุกอย่างรุนแรงเมื่อเห็นสิ่งนี้เช่นกัน นี่กำลังอยู่ในระหว่างการต่อสู้อันดุเดือดนะ!
เจ้าเด็กน้อยสองคนที่ดูภายนอกแล้วยังเยาว์วัยเช่นนี้ ไม่คิดเลยว่าจะกล้าแสดงความรักอย่างเปิดเผยถึงเพียงนี้ได้ มันช่างเป็นการดูหมิ่นคู่ต่อสู้อย่างที่สุดจริง ๆ
เจ้าผลไม้น้อยกล่าวว่า “ขอโทษด้วย! พวกเราไม่ควรเมินเฉยต่อศัตรู เช่นนั้นข้าจะเริ่มลงมือตอนนี้เลยก็แล้วกัน!”
เจ้าผลไม้น้อยลงมือ มังกรร้ายก็ลงมือด้วยเช่นกัน ซึ่งพวกเขาก็ได้ล้อมโจมตีทั้งซ้ายและขวาพร้อมกันทันที
และคนที่โดนทุบตีอย่างน่าสังเวชอย่างเขาในตอนนี้ ก็รอที่จะให้พวกเขาทั้งสองแสดงความรักต่อกันต่อไปไม่ไหวแล้ว
ปัง ปัง ปัง!
คนของเมืองจี้แต่ละคนถูกเตะลงไปจากเวทีการประลองแล้ว และการท้าทายเมืองอวู่ซวงของทั้งสิบหกเขตแดนก็จบลงด้วยความล้มเหลว!
แข็งแกร่งจริง ๆ! ผู้คนต่างจ้องมองขึ้นไปยังคนที่อยู่บนเวทีประลองด้วยแววตาที่ลุกเป็นไฟ
ในตอนที่ฝ่าบาทอวู่ซวงได้รับชัยชนะ พวกเขาก็รู้สึกว่าพรสวรรค์ที่ดีของฝ่าบาทอวู่ซวงนั้นไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไรนัก
เดิมทีคิดว่ารากฐานของฝ่าบาทอวู่ซวงนั้นตื้นเขิน ไม่มีแม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับราชันย์วิญญาณคอยติดตาม แต่ใครจะไปคิดเล่าว่าจะเลี้ยงอาวุธสังหารถึงสองคนเช่นนี้ไว้
มู่เฉียนซีจ้องมองไปยังโยวเยี่ยจี๋ ทั้งสองฝ่ายต่างเป็นที่หนึ่ง ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องต่อสู้กัน
โยวเยี่ยจี๋ผู้นี้เป็นคนที่จัดการได้ยากคนหนึ่ง แม้ว่าจะต่อสู้ได้ไม่ดีแต่ก็ไม่สามารถเปิดเผยไพ่ตายทั้งหมดได้ และถึงจะให้เจ้าผลไม้น้อยลงมือก็ไม่แน่ว่าจะสามารถเอาชนะพวกเขาได้อยู่ดี
ดังนั้น มู่เฉียนซีจึงไม่จำเป็นต้องท้าทายต่อไปอีก
การประชุมทั้งสิบแปดเขตแดนได้สิ้นสุดลงแล้ว และพวกเขาก็ได้เจ้าเมืองที่เลื่อนขั้นขึ้นมาใหม่ ก็คือโยวเยี่ยฉีนั่นเอง
อันดับความสามารถของเจ้าเมือง อันดับหนึ่งคือโยวเยี่ยจี๋ อันดับหนึ่งร่วมคือโยวเยี่ยอวู่ซวง อันดับสองคือโยวเยี่ยจี้ อันดับสาม..
ส่วนอันดับความสามารถของลูกน้องเจ้าเมืองคือ อันดับหนึ่งเมืองเทียนจี๋ อันดับหนึ่งร่วมคือเมืองอวู่ซวง …
เมื่องานประชุมทั้งสิบแปดเขตแดนสิ้นสุดลง มู่อวู่ซวงก็ได้กลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงในแดนวิญญาณขึ้นมาทันที
และหลังจากที่งานประชุมในครั้งนี้สิ้นสุดลงแล้ว คนอื่น ๆ ต่างก็กลับไปยังอาณาเขตของตนเอง ส่วนมู่เฉียนซีก็ได้พาอาเล็กของตนเองไปเดินเล่นที่ตำหนักพั่วจูก่อน
ในตอนที่ผู้ดูแลของตำหนักพั่วจูเห็นว่ามู่เฉียนซีมา สีหน้าของเขานั้นก็แข็งทื่อไปทันที “ฝ่าบาทน้อยเฉียนซี ท่านมาแล้วหรือ”
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “พวกเจ้ามีของใหม่ ๆ มาบ้างหรือยัง”
ผู้ดูแลตำหนักพั่วจูกล่าวว่า “ไม่ ไม่มีจริง ๆ ขอรับ!”
“การพูดโกหกมันไม่ดีหรอกนะ! เจ้าคิดว่าข้าจะไม่ไปดูอย่างนั้นหรือ”
มีสินค้าใหม่เข้ามาในตำหนักพั่วจูแล้ว ทั้งชั้นที่หนึ่ง ชั้นที่สอง และชั้นที่สามล้วนมีสินค้าใหม่ทั้งสิ้น และทันใดนั้นหัวใจของผู้ดูแลก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาทันที
เขากล่าวว่า “ฝ่าบาทน้อยเฉียนซี ได้โปรดออมมือด้วยเถิดขอรับ! พวกข้าทำแค่กิจการเล็ก ๆ เท่านั้นเอง”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างหยอกล้อว่า “เจ้าทำเงินมากมายมหาศาลทุกวัน ทั้งยังทำเงินได้มากกว่าหอหมอปีศาจของข้าอีกด้วย นี่เจ้าเรียกว่ากิจการเล็ก ๆ อย่างนั้นหรือ ท่านผู้ดูแล นี่เจ้ากำลังล้อเล่นอยู่หรืออย่างไร คราวที่แล้วข้าเพียงแค่โชคดีเท่านั้น ไม่แน่ว่าจะโชคดีทุกครั้งไปเสียหน่อย!”
มุมปากของผู้ดูแลกระตุกอย่างบ้าคลั่ง นั่นเรียกว่าโชคดีหรือ ตีเขาให้ตายก็ไม่เชื่อหรอก ฝ่าบาทน้อยผู้นี้จะต้องมีวิธีพิเศษอะไรบางอย่างแน่นอน
แต่อย่างไรเสีย พวกเขาก็มองไม่ออกอยู่ดี ว่านั่นคือวิธีการใดกันแน่
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็เริ่มเลือกหินจากชั้นที่หนึ่ง และชั้นที่สองมากองหนึ่ง
ก่อนหน้านี้มู่เฉียนซียังเลือกหินที่ไม่มีประโยชน์มาเพื่อปิดหูปิดตาคนอื่นบ้าง แต่ทว่าตอนนี้ไม่จำเป็นอีกแล้ว อย่างไรเสียพวกเขาทั้งหมดก็สงสัยนางอยู่แล้ว
เมืองอวู่ซวงสร้างชื่อเสียงในงานประชุมทั้งสิบแปดเขตแดนนี้ได้ดีเป็นอย่างมาก ฉะนั้นจึงไม่ค่อยมีคนกล้ารนหาที่ตายมาสร้างปัญหาให้พวกเขามากมายเท่าไรนัก
ผ่าออกมาชิ้นหนึ่ง ก็ได้ชิ้นหนึ่ง นอกจากนี้มู่เฉียนซียังเลือกมาแต่ของที่มีคุณภาพสูงสุดเท่านั้นอีกด้วย
ผู้ดูแลในเวลานี้เจ็บปวดใจจนอยากจะกระอักออกมาเป็นสายเลือดอยู่แล้ว หัวใจของเขาราวกับมีเลือดไหลซึมออกมาเลยทีเดียว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ตามที่ข้ารู้มา ในเมืองเทียนจี๋แห่งนี้ไม่ได้มีตำหนักพั่วจูเพียงแห่งเดียวใช่หรือไม่! แม้ว่าพวกเจ้าจะเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าร้านเล็กกว่าจะมีแต่งานหยาบเสียหน่อย! ตำแหน่งของมันอยู่ที่ไหนหรือ เจ้าบอกข้อมูลโดยละเอียดให้ข้าหน่อยสิ!”
“ฝ่าบาทน้อยเฉียนซี องค์รัชทายาทต่างก็ปฏิบัติต่อพี่น้องทุกคนเป็นอย่างดี ทั้งยังไม่ได้ปฏิบัติต่อฝ่าบาทอวู่ซวงไม่ดีอีกด้วย แล้วท่านจะมาทำลายกิจการขององค์รัชทายาทได้อย่างไรกัน” ผู้ดูแลกล่าว
.
.