ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2685 ความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว
มังกรวารีกล่าวด้วยเสียงที่เคร่งขรึมว่า “นายท่าน ขออภัยที่มังกรวารีไม่สามารถปฎิบัติตามคำสั่งได้ขอรับ!”
“ข้าบอกให้เจ้าถอยไปไง!”
“ไม่ได้ขอรับ! ข้าไม่สามารถปล่อยให้นายท่านไปเสี่ยงได้ หลังจากนี้ไปมังกรวารีจะยอมรับการลงโทษจากนายท่านแต่โดยดี!” จากนั้นมังกรวารีก็คุกเข่าข้างเดียวอยู่บนพื้น เขามองไปยังมู่เฉียนซีด้วยดวงตาที่แน่วแน่ และไม่คิดที่จะถอยเลยแม้แต่น้อย!
“แต่ว่าอาเล็กคือครอบครัวที่สำคัญที่สุดของข้า ข้าเป็นห่วงเขามากจริง ๆ!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง
“เขาไม่เป็นอะไรขอรับ! ยังสบายดีอยู่! นายท่านเชื่อมังกรวารีได้หรือไม่” มังกรวารีกล่าวตอบ
เพราะสายฟ้าลงทัณฑ์นี้ยังไม่สิ้นสุด จึงทำให้ท้องฟ้ายามกลางคืนยิ่งมืดมิดมากขึ้นไปอีก
เนื่องจากค่ำคืนนี้ได้รับผลกระทบจากอสนีบาต จึงดูเหมือนว่าจะมีคนไม่มากนักที่สามารถนอนหลับได้
พวกเขาต่างก็อยากรู้มากว่าสายฟ้าลงทัณฑ์อันทรงพลังที่แดนวิญญาณแห่งนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนจะมีผลลัพธ์อย่างไรกันแน่
โยวเยี่ยเสียที่ตอนแรกทั้งโกรธเคือง และอิจฉา แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นขึ้นมาแล้ว
“โยวเยี่ยอวู่ซวงเอ๋ย! โยวเยี่ยอวู่ซวง! คิดว่าตนเองที่ฉวยโอกาสใช้หัวใจแห่งภูตวิญญาณบรรลุระดับราชันย์วิญญาณได้จะถือว่าตนเองเก่งกาจมากแล้วจริง ๆ อย่างนั้นหรือ เจ้าดูสิ ขนาดเทพพระเจ้ายังไม่ยอมให้เจ้าได้เลื่อนขั้นเลย ข้าว่าคราวนี้เจ้าได้ตายแน่นอน!”
โยวเยี่ยอวู่ซวงไม่มีทางเอาชีวิตรอดจากสายฟ้าลงทัณฑ์เช่นนี้ได้เป็นแน่ และทุกคนเองก็มีความคิดแบบนี้เช่นกัน
เมื่อถึงเวลากลางดึก ก็ได้มีพลังแห่งภูตวิญญาณที่แข็งแกร่งระเบิดออกมากลางอากาศ
พลังแห่งภูตวิญญาณนี้ทั้งทรงพลัง และยิ่งใหญ่อย่างหาที่เปรียบมิได้ มันโหมกระหน่ำไปทั่วทั้งแดนวิญญาณราวกับพายุโหมกระหน่ำก็มิปาน ซึ่งมันก็ทำให้ทุกคนที่สัมผัสได้ตื่นตะลึงไปตาม ๆ กัน!
มู่เฉียนซีตะลึงงันไปทันที “อาเล็ก นี่มัน…”
นัยน์ตาของโยวเยี่ยจุนหดลงอย่างกะทันหัน เขากล่าวว่า “โยวเยี่ยอวู่ซวงยังมีชีวิตอยู่ เขายังมีชีวิตอยู่! ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ไม่เพียงแต่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น แต่กลิ่นอายที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ทำให้อนาคตของเขาสามารถเดินไปได้ไกลยิ่งกว่าข้าเป็นแน่ เขาแข็งแกร่งกว่าข้าเสียอีก ช่างดีจริง ๆ! ในที่สุดข้าก็สามารถให้กำเนิดทายาทที่ทรงพลังได้แล้ว แดนเทพ! เผ่าเทพ รอให้แดนวิญญาณของข้าลืมตาอ้าปากได้ก่อนเถิด ข้าจะไปบดขยี้พวกเจ้าแน่นอน”
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณในตอนนี้ตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างยิ่ง!
เนื่องจากมีพลังแห่งภูตวิญญาณอันทรงพลังปรากฏออกมา มันจึงทำให้มังกรเงินอสนีบาตเหล่านั้นไม่สามารถเข้าใกล้มู่อวู่ซวงได้อีกแล้ว
หลังจากที่มันลองอยู่หลายครั้ง ในที่สุดมังกรเงินนั้นก็ถูกพลังแห่งความมืดของพลังแห่งภูตวิญญาณกลืนกินมันลงไป และทำให้กลางอากาศในเวลานี้ ไม่มีสายฟ้าลงทัณฑ์ผ่าลงมาอีกแล้ว
นี่คือการยอมแพ้ มันได้ยอมแพ้ให้กับพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้
นี่เป็นครั้งแรกที่มู่เฉียนซีได้เห็นสายฟ้าลงทัณฑ์ที่แปลกประหลาดถึงเพียงนี้ เจ้าสิ่งนี้ชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่าแต่เกรงกลัวผู้ที่แข็งแกร่งกว่าสินะ!
เมื่อสายฟ้าลงทัณฑ์สิ้นสุดลงแล้ว มู่เฉียนซีก็อยากจะเข้าไปดูมู่อวู่ซวงว่าเป็นอย่างไรบ้าง และได้รับบาดเจ็บบ้างหรือไม่
หากว่าอาการสาหัส ก็จำเป็นต้องทำการรักษาในทันที
มังกรวารีกล่าวว่า “นายท่าน รอเดี๋ยวก่อนขอรับ! พลังแห่งภูตวิญญาณนั้นแข็งแกร่งเกินไป มันแข็งแกร่งเกินกว่าที่คุณชายอวู่ซวงจะสามารถควบคุมได้ หากนายท่านเข้าไปตอนนี้อาจจะถูกพลังแห่งภูตวิญญาณทำให้ได้รับบาดเจ็บเอาก็เป็นได้”
รอหลังจากที่พลังแห่งภูตวิญญาณได้ต่อสู้กับสายฟ้าลงทัณฑ์เสร็จแล้ว มันก็จะค่อย ๆ อ่อนแอลงเรื่อย ๆ เช่นกัน
พลังแห่งภูตวิญญาณที่แข็งแกร่งมากผิดปกติได้หายไปแล้ว และท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นแจ่มชัดขึ้นมาทันที
แสงดวงดาราระยิบระยับกระจายอยู่ทั่วทั้งฟากฟ้า เดิมทีแล้วดวงดาวในเวลากลางคืนงดงามถึงเพียงนี้เชียวหรือ
ในที่สุดมู่อวู่ซวงก็ล้มฟุบลงไป เขาได้ประสบกับสายฟ้าลงทัณฑ์แล้ว ในเวลาเดียวกันก็ถือว่าเขาได้ประสบกับการชำระล้างเพื่อถือกำเนิดใหม่ด้วยเช่นกัน
ถึงร่างกายของเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่พลังแห่งภูตวิญญาณนั้นก็ฉวยโอกาสบีบคั้นพลังทั้งหมดของเขาไป
เมื่อเห็นว่าอาเล็กกำลังจะร่วงลงมาจากกลางอากาศ มู่เฉียนซีก็รีบพุ่งไปช่วยเขาด้วยความร้อนใจ
นางกล่าวว่า “มังกรร้าย ออกมา! รีบไปรับอาเล็กไว้ให้ได้!”
มังกรร้ายกางปีกทั้งสองข้างออกมาและพุ่งทะยานไปในอากาศ หลังจากนั้นมันก็เข้าไปรับมู่อวู่ซวงที่กำลังร่วงลงมาจากกลางอากาศเอาไว้ได้
มู่เฉียนซีกระโดดขึ้นไปบนหลังของมังกรร้ายเพื่อตรวจสอบร่างกายอาเล็กของตนเอง เพื่อดูว่าเขาได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่
นางได้รับผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าความแข็งแกร่งในร่างกายแข็งแกร่งยิ่งขึ้น หลอดเลือดและกล้ามเนื้อก็ขยายขึ้น นอกจากนี้…
การเปลี่ยนแปลงนี้เหนือธรรมชาติเป็นอย่างมาก แม้แต่ยาของนิรันดร์ในตอนนี้ก็ยังไม่สามารถทำเช่นนี้ได้เลย
แม้ว่าพลังของอสนีบาตที่ทรงพลังในคราวนี้จะไม่ได้ทำอันตรายต่ออาเล็ก แต่คิดไม่ถึงเลยว่า นอกจากจะไม่ได้รับบาดเจ็บแล้ว ทว่ายังมีความโชคดีในความโชคร้ายด้วยเช่นกัน!
ทันใดนั้นมู่เฉียนซีก็เห็นว่าดวงตาคู่นั้นของมู่อวู่ซวงลืมขึ้น แต่ดวงตาคู่นั้นกลับมองมาทางนางราวกับเป็นคนแปลกหน้าก็มิปาน
ดวงตาคู่นี้ทั้งขุ่นมัวและเปล่าเปลี่ยวราวกับความอ้างว้างที่ไร้ขอบเขตอย่างไรอย่างนั้น ริมฝีปากของเขาเปิดออกมาเล็กน้อย หลังจากนั้นก็พูดออกมาด้วยเสียงอันทุ้มต่ำ…
“ข้าคือใครกัน”
“อาเล็ก!” มู่เฉียนซีผงะไป และสีหน้าของนางก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกในทันที
ข้าคือใคร
คือใคร
ภายในสมองของเขาสับสนวุ่นวายไปหมด ดูเหมือนว่าบางความทรงจำเมื่อนานมาแล้วจะไม่ได้เป็นของเขา และความอ้างว้างที่ไร้ขอบเขตนี้ ก็ทำให้เขาลืมไปแล้วว่าตนเองนั้นเป็นใคร
เขารู้ว่าตนเองคือใคร แต่ความรู้สึกโดยสัญชาตญาณบอกว่ามันไม่ใช่ เขาไม่ใช่…
อาเล็ก! น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นกำลังเรียกเขา ดูเหมือนว่ามันดังออกมาจากมิติที่แสนไกล และภายในใจของเขาก็กระตุกวูบขึ้นมาทันที
ซีเอ๋อร์…
ซีเอ๋อร์!
“ข้าคือมู่อวู่ซวง! มู่อวู่ซวง! สกุลมู่แห่งราชวงศ์ตงหวง มู่อวู่ซวง!”
เขาไม่ได้มีสายเลือดของตระกูลมู่ แต่ทั้งท่านพ่อและพี่ใหญ่ต่างยอมรับเขา นั่นคือครอบครัวของพวกเขา ซึ่งก็คือคนของตระกูลมู่
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็เห็นว่าดวงตาคู่นั้นของอาเล็กของตนเองกลับมาเป็นปกติแล้ว ซึ่งมู่อวู่ซวงในเวลานี้ก็เหงื่อแตกพลั่กด้วยความตื่นตกใจเช่นกัน
เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ หากไม่ใช่เพราะเขารั้งบังเหียนม้าเมื่อถึงหน้าผาชัน หรือหากไม่ใช่เพราะซีเอ๋อร์คอยอยู่เคียงข้างเขา เขาก็อาจจะต้องสูญเสียทุกสิ่งที่มีค่าที่สุดของเขาไปแล้วก็เป็นได้
ทุกสิ่งที่ล้ำค่ามากที่สุดของเขา ไม่ใช่พลัง ไม่ใช่ร่างกาย แต่เป็นครอบครัวของเขาต่างหาก!
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะต้องตาย เขาก็จะไม่มีวันยอมสูญเสียความทรงจำ ความรู้สึกและความผูกพันระหว่างครอบครัวของเขาไปเด็ดขาด
“อาเล็ก ดีเหลือเกินที่ท่านไม่เป็นอะไร! เมื่อครู่…เมื่อครู่นี้อาเล็กทำให้ข้ารู้สึกเหมือนว่าตนเองอยู่ห่างไกลมาก ข้าคิดว่า…ข้าคิดว่าจะไม่ได้เห็นอาเล็กคนเดิมอีกแล้ว” ดวงตาของมู่เฉียนซีเปียกชื้นขึ้นมาทันที ซึ่งนางก็ได้สูญเสียการควบคุมไปแล้ว
เมื่อครู่นี้นางกลัวมากจริง ๆ! และในสถานการณ์นั้น ทำให้นางรู้สึกว่าแม้ว่าจะเป็นนาง ก็ไม่อาจหาทางแก้ไขมันได้อย่างแน่นอน
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ อาเล็กทำให้เจ้าเป็นกังวลแล้วสินะ! ขอเพียงซีเอ๋อร์ต้องการอา พี่ใหญ่ยังต้องการ อาจะไม่มีวันหายไป ไม่มีวันเด็ดขาด…”
“แน่นอนอยู่แล้ว ข้าเองก็ไม่ยอมเช่นกัน!”
อวู่ซวงเลื่อนขั้นได้สำเร็จแล้ว แต่ห้องนอนของเขาไม่สามารถอยู่ได้อีกแล้ว ดังนั้นมู่เฉียนซีจึงให้เขาไปพักผ่อนอยู่ที่หอหมอปีศาจ
เพราะหลังจากที่ประสบความสำเร็จ ก็ยังต้องเผชิญหน้ากับเรื่องที่ซับซ้อนมากขึ้นไปอีก ซึ่งนั่นก็คือการมาของนักลอบสังหารจากทั่วทุกทิศทางนั่นเอง
เขาสร้างความวุ่นวายใหญ่โตขนาดนั้น แต่ทุกคนไม่คิดว่าในตอนที่เขาถูกโจมตีจนเกือบตายกลับระเบิดพลังแห่งภูตวิญญาณที่แข็งแกร่งออกมา อีกทั้งยังรอดชีวิตได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย
สำหรับคู่แข่งคนอื่น ๆ แล้ว มู่อวู่ซวงถือว่าเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงเป็นอย่างมาก
หรืออาจจะกล่าวได้แม้กระทั่งว่า ตราบใดที่มู่อวู่ซวงยังมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นตำแหน่งของผู้ครองแดนวิญญาณจะต้องตกเป็นของเขาอย่างแน่นอน
แม้ว่าจะเป็นโยวเยี่ยจี๋เอง ก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นคู่แข่งกับคนที่เหนือธรรมชาติอย่างโยวเยี่ยอวู่ซวงได้
พวกเขาจึงฉวยโอกาสลงมือโจมตีโยวเยี่ยอวู่ซวงที่กำลังร่างกายอ่อนแอเพราะเพิ่งจะเผชิญหน้ากับสายฟ้าลงทัณฑ์ มิเช่นนั้นพวกเขาก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว
ทุกคนล้วนมีเจตนาที่จะสังหารมู่อวู่ซวง และดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งหมดถึงกับลงทุนเอาไพ่ตายออกมา ซึ่งพวกเขาต้องการเพียงแค่ชีวิตของมู่อวู่ซวงเท่านั้น
“ฝ่าบาท องค์ชายทุกพระองค์ส่งคนไปลอบสังหารฝ่าบาทอวู่ซวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ พระองค์ไม่สนพระทัยจริง ๆ หรือพ่ะย่ะค่ะ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันกับฝ่าบาทอวู่ซวง…”
โยวเยี่ยจุนกล่าวว่า “ข้างกายของเขามียอดฝีมืออยู่คนหนึ่ง! ปล่อยให้ลูกน้องของเจ้าพวกไร้ประโยชน์เหล่านั้นทดสอบความสามารถของท่านผู้นั้นไปก่อนเถอะ! หากว่าเขาขวางเอาไว้ไม่ได้จริง ๆ ถึงตอนนั้นค่อยลงมือก็ไม่สายหรอก!”
“พ่ะย่ะค่ะ! ฝ่าบาท”
ณ เมืองเทียนจี๋ ลูกน้องของโยวเยี่ยจี๋ทั้งหมดล้วนมาหาโยวเยี่ยจี๋แล้ว
พวกเขารู้สึกว่าตำแหน่งของคนที่พวกเขาไล่ตามได้ถูกแทนที่โดยคนอื่นไปแล้ว และความอันตรายของโยวเยี่ยอวู่ซวงผู้นั้นก็สูงมากอีกด้วย!
“ฝ่าบาท เหล่าฝ่าบาทคนอื่น ๆ เริ่มลงมือกันแล้ว พวกเรายินดีต่อสู้เพื่อฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!”
.