ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2690 จัดการในกระบวนท่าเดียว
เพื่อหลีกเลี่ยงการดวลแบบเป็นตาย โยวเยี่ยจี้จึงจำเป็นต้องพูดในสิ่งที่ขัดต่อเจตจำนงของตนเองอย่างมากออกมา
แต่ถึงอย่างนั้น ความรู้สึกที่น่าสะพรึงกลัวนั่นก็ยังไม่หายไปอยู่ดี
จื่อโยวกล่าวว่า “เยี่ย รอหลังจากที่ลงไปในอาณาจักรลับก่อนก็ยังไม่สาย! ลงมือตอนนี้อาจจะทำให้องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณโกรธเอาได้ และพาลทำให้เข้าไปในอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินไม่ราบรื่นเสียเปล่า ๆ”
แน่นอนว่าคำว่าพิการนั้นคือคำต้องห้ามอยู่แล้ว
เพราะพวกเขารู้ถึงสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไรถึงทำให้มู่เฉียนซีกลายเป็นเช่นนี้ ซึ่งแน่นอนว่านั่นเป็นสิ่งที่จิ่วเยี่ยตำหนิตนเองมากที่สุดแล้ว
แต่โยวเยี่ยจี้กลับรนหาที่ตายที่พูดเช่นนี้กับมู่เฉียนซี และดันโชคดีที่ถูกจิ่วเยี่ยได้ยินเข้าพอดี ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าโยวเยี่ยจี้ผู้นี้จะมีจุดจบเช่นไร
หลบได้ และหลบได้อีก! คิดไม่ถึงเลยว่าจะสามารถหลบได้อีกแล้ว!
สถานการณ์บนสนามการแข่งขันในตอนนี้แปลกประหลาดไปเล็กน้อย ดูเหมือนว่าความเร็วของมู่เฉียนซีจะรวดเร็วเกินไปแล้ว
ไม่ว่าเห้อเหลียนถิงจะระเบิดความเร็วออกมามากเพียงใดก็ตาม แต่มู่เฉียนซีก็สามารถหลบหลีกได้อย่างราบรื่นอยู่ดี
หากบอกว่าในร่างกายของมู่เฉียนซีมีพลังวิญญาณไหลเวียนอยู่ การที่หลบหลีกได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
แต่นี่ไม่มี นี่คือความรวดเร็วที่ร่างกายของนางระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์
ซึ่งมันก็ทำให้เห้อเหลียนถิงรู้สึกโมโหเป็นอย่างยิ่ง แต่คนผู้นี้คือคนไร้ค่าที่ไม่ได้ฝึกบำเพ็ญเท่านั้น! นางเป็นแค่คนไร้ประโยชน์! เหตุใดถึงสามารถหลบการโจมตีของเขาได้
พลังแห่งภูตวิญญาณของเขาทะลักออกมา ต่อจากนี้ไปเขาต้องการที่จะเริ่มใช้กระบวนท่าแล้ว
ก่อนหน้านี้เขากลัวว่าทันทีที่ใช้กระบวนท่ากับมู่เฉียนซี มันจะทำให้มู่เฉียนซีตายได้ และเขาก็อาจจะถูกมู่อวู่ซวงที่คอยถือหางให้นางผู้นั้นตามหาเรื่องก็เป็นได้
แต่เขาในเวลานี้ถูกทำให้โกรธจนไม่สนอะไรมากมายขนาดนั้นอีกแล้ว เขาจะต้องโจมตีนางให้ได้ และเอาชนะนางให้เร็วที่สุด!
ตูมม โครมมม!
เห้อเหลียนถิงดุร้ายราวกับสัตว์ร้ายก็มิปาน พลังของเขาแหวกไปในอากาศ และพุ่งเข้าจู่โจมมู่เฉียนซีจากทั่วทุกทิศทาง
มู่เฉียนซีหลบหลีกอย่างรวดเร็ว และเมื่อนางเร่งความเร็วขึ้นมาอีกครั้ง ก็ยังคงไม่สามารถโจมตีนางได้แม้แต่น้อยอยู่ดี
“อีกครั้ง ข้าไม่เชื่อเรื่องชั่วร้ายนี้หรอก!”
“อีกครั้ง!”
เขารวบรวมพลังแห่งภูตวิญญาณอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้นกระบวนท่าสังหารก็ถูกปลดปล่อยออกมา “วิญญาณไร้เงาพิฆาต!”
กระบวนท่านี้ไม่เพียงแต่มีพลังโจมตีที่รุนแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นกระบวนท่าที่มีความเร็วมากที่สุดอีกด้วย ซึ่งเขาก็ไม่เชื่อว่าครั้งนี้คนอย่างมู่เฉียนซีจะสามารถหลบหลีกได้
เมื่อพลังอันแข็งแกร่งโหมกระหน่ำเข้ามา มู่เฉียนซีก็กล่าวโดยที่ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วเลยด้วยซ้ำว่า “ที่แท้ความสามารถของเจ้าก็เป็นเช่นนี้นี่เอง แต่มันก็เท่านั้นแหละ”
ร่างเงาของมู่เฉียนซีเปลี่ยนไปเล็กน้อย และนางก็หลบหลีกการโจมตีที่รุนแรงถึงชีวิตนี้ราวกับว่ากำลังเดินเล่นอยู่อย่างสบายอารมณ์ก็มิปาน ซึ่งทุกคนต่างไม่กล้าที่จะเชื่อสายตาของตนเองเลยด้วยซ้ำ!
“มู่เฉียนซีทำเช่นนี้ได้อย่างไรกันแน่”
มู่เฉียนซีทำได้อย่างไรอย่างนั้นหรือ ในตอนที่นางมีสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ความสามารถทางกายภาพของนางสามารถสกัดกั้นการโจมตีของคนที่อยู่ในระดับใต้เท้าขั้นต่ำได้ ซึ่งมันก็เทียบเท่ากับการโจมตีของมหาจักรพรรดิวิญญาณขั้นต่ำนั่นเอง
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ความเร็วของนางเพียงพอโดยที่ไม่ต้องใช้การเคลื่อนย้ายภายในชั่วพริบตาเลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นถึงจะต่อสู้กับผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นภูตศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุดก็ไม่เป็นปัญหาเลย
ทว่าความสามารถของเห้อเหลียนถิงยังแตกต่างกับระดับจักรพรรดิวิญญาณขั้นสูงสุดระดับเก้ามากนัก แม้ว่าสภาพร่างกายของมู่เฉียนซีในตอนนี้จะฟื้นฟูขึ้นมาเพียงแค่เจ็ดส่วนเท่านั้น แต่ก็ไม่มีปัญหาในการหลบหลีกเลย
ปัง ปัง ปัง!
สุดท้ายการโจมตีก็ล้มเหลวอีกครั้ง
“ไปตายซะเถอะ! ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าหลบได้อีกแล้ว” ห้อเหลียนถิงลงมือโจมตีอีกครั้ง และครั้งนี้ในตอนที่มู่เฉียนซีหลบหลีก นางยังได้เข้าไปใกล้เห้อเหลียนถิงอีกด้วย
ทุกคนต่างผงะไปทันที นี่มู่เฉียนซีกำลังคิดที่จะลงมือแล้วใช่หรือไม่
แต่การเริ่มโจมตีของคนที่ไม่มีการฝึกฝนใด ๆ อยู่เลยอย่างนาง คงเป็นการโจมตีที่ทำให้คนที่โดนแค่รู้สึกจั๊กจี้เท่านั้นแหละ! อย่างไรเสียเห้อเหลียนถิงก็มีพลังแห่งภูตวิญญาณป้องกันเอาไว้อยู่ดี!
ตูมมม!
มู่เฉียนซีปล่อยหมัดออกไปทันที มันดูเหมือนว่าไม่มีการแสดงทักษะอะไรเลย และเป็นเพียงแค่หมัดตรงธรรมดาเท่านั้น
ปัง ปัง ปัง!
หลังจากที่เห้อเหลียนถิงถอยหลังออกไปหลายก้าว เขาก็เผยสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา
หมัดเช่นนั้นไม่ได้อ่อนแอเหมือนที่เขาได้จินตนาการเอาไว้เลย ซึ่งเขาก็สัมผัสได้ว่าร่างกายของเขาในตอนนี้สั่นเทาเล็กน้อย
ผู้หญิงคนนี้ เขาจ้องมองไปที่มู่เฉียนซีด้วยความตกตะลึง
หากว่านางมีพลังวิญญาณแล้วละก็ แม้ว่าจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าเขา แต่เกรงว่าเขาเองก็คงห่างไกลจากการเป็นคู่ต่อสู้ของนางเช่นกัน
ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง สามารถขัดเกลาร่างกายของตนเองจนมาถึงขนาดนี้ได้ นี่นางเป็นปีศาจร้ายอย่างนั้นหรือ เขาในเวลานี้รู้สึกขอบคุณที่หญิงสาวผู้นี้ไม่มีพลังบำเพ็ญใด ๆ เลยจริง ๆ
คราวนี้มู่เฉียนซีรู้สึกว่าไม่เหมาะกับการต่อสู้แบบดึงเวลา และอยากจะใช้พลังทางกายภาพของตนเองในการต่อสู้ อีกทั้งนางก็อยากจะลองดูว่าความแข็งแกร่งของพลังทางกายภาพของตนเองถึงระดับไหนแล้ว
ความเร็วถือว่าใช้ได้ เพียงแต่ถ้าเป็นพลังในการต่อสู้แล้วละก็ หากต้องการที่จะเอาชนะคนที่อยู่เบื้องหน้านี้ อาศัยเพียงเท่านี้ยังไม่พอ ซึ่งมันยังไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับศัตรูได้
ในเมื่อผ่านการทดสอบแล้ว เช่นนั้นการต่อสู้ในสนามนี้ควรสิ้นสุดลงได้เสียที
คราวนี้มู่เฉียนซีค่อย ๆ เดินไปทางเห้อเหลียนถิง และเห้อเหลียนถิงก็เริ่มทำการโจมตีอีกครั้ง!
ลำแสงสีเขียวอ่อนระเบิดออกมารอบกายของมู่เฉียนซี และคนที่ไม่มีพลังแห่งการบำเพ็ญแม้แต่น้อยผู้นั้น ในเวลานี้กลับมีกลิ่นอายที่ไม่อ่อนแอเลย
พลังที่เย็นยะเยือกก่อตัวขึ้นตรงหน้าของมู่เฉียนซี และได้ขวางการโจมตีของเห้อเหลียนถิงเอาไว้
แกร่ก!
ในตอนที่น้ำแข็งแตก มู่เฉียนซีก็หายไปต่อหน้าต่อตาเห้อเหลียนถิงราวกับภูตผีก็มิปาน และทันใดนั้นก็มีกลิ่นอายที่เย็นยะเยือกจู่โจมเข้ามา
“มังกรวารีจงบังเกิด!”
หลังจากนั้นมังกรยักษ์สีฟ้าตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมากลางอากาศ มันเงยหน้าพลางส่งเสียงคำรามต่ำ มันเต็มไปด้วยพลังธาตุวารีที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง และทันใดนั้นมันก็ได้จู่โจมเห้อเหลียนถิงอย่างไร้ความปรานี
เมื่อเห้อเหลียนถิงตระหนักได้ถึงอันตราย พลังแห่งภูตวิญญาณสีดำของเขาก็หมุนเวียนขึ้นมาทันที จากนั้นก็ปกคลุมราวกับเกราะป้องกันชั้นแล้วชั้นเล่า!
ตูมมม!
เสียงปะทะที่น่าสะพรึงกลัวดังลอยออกมา และแล้วเกราะป้องกันของเห้อเหลียนถิงก็ถูกทำลายลงอย่างอย่างน่าสมเพช มันแตกออก และกลายเป็นเพียงแค่ความว่างเปล่าไปภายในพริบตาเดียว!
“ไม่!” เห้อเหลียนถิงเปล่งเสียงกรีดร้องออกมา และการโจมตีด้วยพลังธาตุวารีที่แข็งแกร่งนั้นก็ปะทะเข้ากับร่างกายของเขา!
ตูมม โครมม!
ร่างของเขาลอยกระเด็นออกไป จากนั้นก็กระแทกลงไปบนพื้นดินจนเกิดหลุมขนาดใหญ่
พรวด พรวด พรวด!
สุดท้ายเห้อเหลียนถิงก็กระอักเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง
การโจมตีนั้นทำให้เขาได้รับบาดเจ็บภายใน ซึ่งอาการบาดเจ็บภายนอกนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า ซึ่งมันก็เกือบจะทำให้ร่างของเขาแตกสลายไปเลยทีเดียว
ในที่สุดเห้อเหลียนถิงก็ไม่สามารถปีนป่ายขึ้นมาได้ หลังจากนั้นเขาก็หมดสติไป และสุดท้ายมู่เฉียนซีก็ได้รับชัยชนะ
มู่เฉียนซีดึงพลังแห่งกาลเวลากลับคืน และพลังวิญญาณนั้นก็หายไปทันที ซึ่งนางก็กลับมาเป็นคนพิการที่ไม่มีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อยอีกครั้ง
สายตาของผู้คนจ้องมองไปที่นางด้วยความตกตะลึง เมื่อครู่นี้พวกเขาไม่ได้มองผิดไปใช่หรือไม่ มู่เฉียนซีมีความสามารถอย่างนั้นหรือ
ความสามารถของผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับเก้าขั้นสูงสุดของพลังบำเพ็ญเทียบเท่ากับระดับราชาวิญญาณระดับเก้าขั้นสูงสุดของผู้ฝึกฝนในแดนวิญญาณ ซึ่งพลังนี้ก็ไม่เพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับจักรพรรดิวิญญาณได้เลยด้วยซ้ำ แต่มู่เฉียนซีกลับใช้เพียงกระบวนท่าเดียว ก็สามารถเอาชนะเห้อเหลียนถิงที่เป็นถึงจักรพรรดิวิญญาณระดับเจ็ดได้แล้ว
ทักษะวิญญาณ ทักษะวิญญาณนั้นเต็มไปด้วยพลังที่รุนแรงเป็นอย่างมาก พลังธาตุวารีนั้นบริสุทธิ์ยิ่ง ซึ่งมันก็ทำให้เจ้านายของมันสามารถระเบิดพลังในการโจมตีที่รุนแรงอย่างก้าวกระโดดขึ้นไปหลายระดับได้
ผู้คนต่างตกตะลึง “ฝ่าบาทเฉียนซีไม่ใช่คนพิการ!”
“พระเจ้า! หากบอกว่านี่พิการ ใครจะไปเชื่อกัน!”
“……”
ระดับพลังในการบำเพ็ญของมู่เฉียนซีฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และก็หายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ไม่มีคนรู้อย่างแน่ชัด แต่หลังจากนี้ไปคงไม่มีผู้ใดกล้าทำกับนางเหมือนคนพิการอีกแล้ว หากใครคิดว่านางจัดการได้ง่าย เช่นนั้นสมองของคนผู้นั้นต้องมีอะไรผิดปกติเป็นแน่
โยวเยี่ยจี้กล่าวว่า “โยวเยี่ยอวู่ซวง เจ้าหลอกข้า! มู่เฉียนซีมีพลังบำเพ็ญ นี่พวกเจ้าหลอกพวกเราอย่างนั้นหรือ”
มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “ก็แค่เคล็ดวิชาลับเท่านั้นเอง!”
ถ้าซีเอ๋อร์มีพลังบำเพ็ญจริง ๆ ทุกครั้งพลังมันจะปรากฏออกมาจากร่างกายของนางเป็นเวลาสั้น ๆ แค่นี้ได้อย่างไรกัน
นี่เป็นเพียงแค่อาศัยการเปลี่ยนช่วงเวลาของตนเอง ซึ่งมันทำให้พลังการบำเพ็ญในอดีตของนางฟื้นฟูกลับมาเท่านั้น
หากไม่สามารถฟื้นฟูพลังของตนเองได้ พลังบำเพ็ญของนางก็จะหยุดอยู่ที่ผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับเก้าขั้นสูงสุดตลอดไป
ด้วยความสามารถของซีเอ๋อร์ สามารถมาถึงได้เพียงแค่ระดับนี้เท่านั้นหรือ หากนางสามารถฝึกฝนพลังบำเพ็ญต่อได้ละก็
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาจะต้องช่วยซีเอ๋อร์ตามหาต้นกำเนิดสามโลกาให้ได้ และทำให้ทัณฑ์สวรรค์นั้นทำอันตรายซีเอ๋อร์ไม่ได้อีกแม้แต่น้อย!
.