ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2700 พวกเจ้าใช้การไม่ได้แล้ว
มังกรวารีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “มังกรวารีน้อมรับคำสั่ง!”
หลังจากนั้นมังกรวารีก็หายไปจากเบื้องหน้าของมู่เฉียนซีในทันที และทางด้านนั้นก็มีเสียงระเบิดที่น่าสะพรึงกลัวดังกึกก้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “พวกเจ้าไปจัดการคนอื่น ๆ ส่วนโยวเยี่ยซางกับโยวเยี่ยจี้ข้าจะเป็นคนจัดการเอง”
หลังจากที่มู่อวู่ซวงมาอยู่ตรงหน้าของพวกเขาทั้งสองคน มู่อวู่ซวงก็กล่าวขึ้นมาว่า “ข้าคิดว่าระหว่างพวกเรา จำเป็นจะต้องตัดขาดกันอย่างสมบูรณ์แล้วล่ะ”
“เจ้าคิดจะทำอะไร” โยวเยี่ยซางกล่าว
“พวกเจ้าคิดจะทำอะไรกับพวกข้า แน่นอนว่าข้ามู่อวู่ซวงก็จะตอบแทนพวกเจ้ากลับไปเช่นนั้นเหมือนกัน” มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างเย็นชา
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณไม่แทรกแซงการต่อสู้ระหว่างลูกชายของเขา และขีดจำกัดคือต้องไม่ปลิดชีพของพวกเขา
ดังนั้นก่อนหน้านี้พวกเขาจึงต้องการที่จะทำให้มู่อวู่ซวงพิการ และทำให้มู่อวู่ซวงรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น
เป้าหมายของมู่อวู่ซวงก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่พวกเขาไม่อยากกลายเป็นเหมือนกับโยวเยี่ยเสีย
ดังนั้นการต่อสู้นี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจพ่ายแพ้ได้
เขาเพิ่งจะกลับมายังแดนวิญญาณได้เพียงแค่สามปีเท่านั้น แต่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ที่แดนวิญญาณแห่งนี้มามากกว่าพันปีแล้ว
และเวลานับพันปีนี้ก็ไม่ได้ผ่านไปอย่างสูญเปล่า เพราะพวกเขาเชี่ยวชาญเคล็ดวิชามากมายที่โยวเยี่ยอวู่ซวงไม่รู้จัก
การต่อสู้ในการประชุมศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบแปดเขตแดนนั้นไม่ใช่การต่อสู้แบบเอาเป็นเอาตาย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้แสดงไพ่ตายของตนเองออกมา
ในขณะนี้ พวกเขาเองก็ไม่คิดที่จะซ่อนตัวตนอีกต่อไปแล้วเช่นกัน
สู้ อย่างไรเสียก็จะต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเอาชนะโยวเยี่ยอวู่ซวงให้ได้
ภายในดวงตาของมู่อวู่ซวงก็ลุกโชนไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เช่นกัน หลังจากที่จัดการพวกเขาได้เรียบร้อยแล้ว เช่นนั้นคนที่เขาต้องเผชิญหน้าเป็นลำดับต่อไปก็คือโยวเยี่ยจี๋
มีเพียงแต่ต้องทำให้พวกเขาอยู่อย่างสงบลงโดยสมบูรณ์และไม่หาโอกาสก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอีกเท่านั้น เขาถึงจะสามารถมุ่งความสนใจ ไปจัดการกับคนที่อันตรายอย่างเจ้าโยวเยี่ยจี๋ผู้นั้นได้
ความสามารถของโยวเยี่ยซางและโยวเยี่ยจี้พุ่งสูงขึ้น ในขณะที่ลำแสงส่องประกายเจิดจ้า มู่อวู่ซวงก็ได้เผชิญหน้ากับพวกเขาและต่อสู้กันแบบสองต่อหนึ่ง
ดวงตาของมู่เฉียนซีหรี่ลงเล็กน้อย พลังทางจิตวิญญาณของนางสามารถสัมผัสได้ถึงการต่อสู้ของอาเล็กของนาง และนางก็เชื่อว่าอาเล็กของนางจะต้องเอาชนะได้อย่างแน่นอน
พลังบำเพ็ญของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องใช้การต่อสู้ที่เกินขีดจำกัดเพื่อรักษาเสถียรภาพความแข็งแกร่งของเขาเอาไว้
ดูเหมือนว่าการต่อสู้ทางนั้นจะไม่มีที่ว่างให้มู่เฉียนซีได้แทรกแซงเลยแม้แต่น้อย ในเวลานี้เองก็ได้มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้นมา และวิหคสี่ปีกที่ดุร้ายก็พุ่งเข้ามาจู่โจมมู่เฉียนซี
ความเร็วเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คนระดับผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตอย่างมู่เฉียนซีจะสามารถหลบหลีกได้
“ซีเอ๋อร์!” เมื่อมู่อวู่ซวงสังเกตเห็นว่ามู่เฉียนซีกำลังมีอันตราย จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่กระจายออกมาจากทั่วร่างกายของเขา
โยวเยี่ยซางกล่าวอย่างชั่วร้ายว่า “น้องอวู่ซวง เจ้าเผยข้อบกพร่องออกมามากเกินไปแล้ว”
โยวเยี่ยจี้กล่าวว่า “ใช่แล้ว! ผู้ที่มีพรสวรรค์สูง และความสามารถที่แข็งแกร่งอย่างเจ้า แต่กลับต้องมีจุดอ่อน! ทั้งที่หลานสาวแท้ ๆ ของเจ้าก็มีไม่น้อย ทว่าเจ้ากลับใส่ใจหลานสาวที่ไม่ใช่สายเลือดของตนเองมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
ขอเพียงมู่เฉียนซีได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นโยวเยี่ยอวู่ซวงหรือชายผู้นั้นก็จะต้องเกิดความสับสนวุ่นวายแน่นอน เท่านี้โอกาสในการเอาชนะของพวกเขาก็เพิ่มมากขึ้นแล้ว
เสียงร้องอันแหลมสูงของวิหคสี่ปีกทำให้นัยน์ตาของมู่เฉียนซีหดตัวลงอย่างกะทันหัน ดูเหมือนว่าใครบางคนจะผูกพันธสัญญากับสัตว์วิญญาณเอาไว้ตัวหนึ่ง เพื่อใช้ลอบโจมตีโดยเฉพาะอย่างนั้นสินะ
ทันใดนั้นก็มีลำแสงสีเขียวอ่อนก็ปกคลุมไปทั่วร่างของนาง และมู่เฉียนซีก็เอาหอคอยนิรันดร์ออกมา!
ปังง!
ไม่ว่าปลายจะงอยปากของวิหคประหลาดสี่ปีกนี้จะแหลมคมเพียงใด มันก็ไม่สามารถเอาชนะหอคอยนิรันดร์ได้อยู่ดี ดังนั้นนี่จึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมของมัน
“แควก แควก แควก!” และแล้วเสียงของมันก็เปลี่ยนเป็นแหลมสูงขึ้นมา
“อะไรน่ะ คิดไม่ถึงเลยว่าจะขวางเอาไว้ได้ มู่เฉียนซีทำเช่นนั้นได้อย่างไรกันแน่” โยวเยี่ยจี้รู้สึกน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง
โยวเยี่ยจี้กล่าวว่า “นั่นมันคือหอคอย อีกทั้งยังไม่ธรรมดาอีกด้วย!”
มู่อวู่ซวงจ้องไปยังโยวเยี่ยจี้ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันเย็นยะเยือก จากสายตาของเขา เขามั่นใจว่าคนที่เป็นเจ้านายของวิหคประหลาดสี่ปีกตัวนั้นจะต้องเป็นโยวเยี่ยจี้แน่นอน
“โยวเยี่ยจี้ เจ้านี่ช่างรนหาที่ตายนัก!”
ตูมม โครมมม!
ทันใดนั้น โยวเยี่ยจี้และโยวเยี่ยซางก็เผชิญหน้ากับการโจมตีที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นของมู่อวู่ซวง
ตอนนี้พวกเขาทำให้มู่อวู่ซวงโกรธเกรี้ยวอย่างสมบูรณ์แล้ว พวกเขาไม่ควรลงมือโจมตีมู่เฉียนซีเลยจริง ๆ
กระบวนท่าสังหารของมู่อวู่ซวง ทำให้ทั้งสองคนเหงื่อแตกพลั่กเลยทีเดียว
และอีกด้านหนึ่ง วิหคประหลาดสี่ปีกก็ไม่ได้มีประโยชน์เหมือนอย่างที่โยวเยี่ยจี้จินตนาการเอาไว้แต่อย่างใด
เขาใช้สัตว์ร้ายโจมตีมู่เฉียนซี แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าในมือของมู่เฉียนซีจะมีหอคอยนิรันดร์ ที่ใช้สำหรับควบคุมสัตว์ร้ายโดยเฉพาะเช่นนี้อยู่ด้วย
หลังจากที่มู่เฉียนซีใช้หอคอยนิรันดร์ปราบวิหคประหลาดสี่ปีกได้แล้ว นางก็ใช้พลังจิตวิญญาณในการควบคุมสัตว์ภูตวิญญาณตัวนี้อีกที
หากโยวเยี่ยจี้ส่งยอดฝีมือระดับเดียวกันออกมาลอบโจมตีนาง เกรงว่านางคงจำเป็นต้องใช้การป้องกันของสุ่ยจิงอิ๋งมาสกัดกั้นเอาไว้เป็นแน่
แต่เนื่องจากเขาใช้วิธีการโจมตีที่ผิดพลาดจึงทำให้ต้องพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวชถึงเพียงนี้
“แควก!” เมื่อวิหคประหลาดสี่ปีกตัวนั้นยอมแพ้ที่จะต่อต้าน มู่เฉียนซีจึงกล่าวขึ้นมาว่า “เก็บ!”
“ความสามารถไม่เลวเลย ส่งเจ้าไปในหอคอยเพื่อปรับเปลี่ยนนิสัยสักหน่อยก็แล้วกัน!”
วิหคประหลาดสี่ปีกขนาดมหึมาตัวนั้นหายไปต่อหน้าต่อตาพวกเขา ซึ่งมันก็ทำให้สีหน้าของโยวเยี่ยจี้ซีดเผือดไปทันที เพราะพลังที่แข็งแกร่งจึงทำให้การเชื่อมต่อทางพันธสัญญาระหว่างเขากับสัตว์พันธสัญญาถูกตัดขาดไป
สีหน้าของโยวเยี่ยซางในเวลานี้หมองคล้ำลงอย่างมาก มู่เฉียนซี นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับมู่เฉียนซีคนนั้นกันแน่
ผัวะ!
ในตอนที่โยวเยี่ยซางสูญเสียสมาธิ มันก็ทำให้มู่อวู่ซวงสามารถหาโอกาสโจมตีเขาได้สำเร็จ
ตูมม!
และตัวของเขาที่ถูกโจมตีก็ลอยกระเด็นออกไปทันที
ส่วนทางด้านมังกรวารีได้รับชัยชนะแล้ว และผู้อาวุโสทั้งสามคนนั้นก็ไม่มีพลังในการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย
หลังจากที่จัดการศัตรูแล้ว มังกรวารีก็กลับมาอยู่ตรงหน้ามู่เฉียนซีอีกครั้ง
“นายท่าน เป็นเพราะมังกรวารีละเลยหน้าที่ จึงทำให้นกน้อยตัวนั้นมารบกวนนายท่านได้” มังกรวารีกล่าว
มู่เฉียนซีกล่าวตอบว่า “ไหน ๆ มังกรวารีก็บอกแล้วว่าเป็นเพียงแค่นกน้อย เช่นนั้นข้าจึงเล่นเป็นเพื่อนมันสักหน่อย อย่างไรเสียมันก็เป็นเพียงแค่สัตว์ตัวเล็ก ๆ เท่านั้น ไม่ได้เป็นภัยคุกคามข้ามากนักหรอก”
ผัวะ ผัวะ ผัวะ!
โยวเยี่ยซางล้มลงไปแล้ว ฉะนั้นโยวเยี่ยจี้ที่อยู่เพียงลำพังคงทนได้อีกไม่นานเช่นกัน
แม้แต่ทักษะลับที่พวกเขาภาคภูมิใจเหล่านั้นก็ยังไม่สามารถทำอะไรมู่อวู่ซวงได้เลย สุดท้ายพวกเขาแต่ละคนก็หน้าซีดเผือด และพ่ายแพ้ไปในที่สุด!
แกร่ก!
และปลอกแขนของโยวเยี่ยจี้ก็ถูกถอดออกไปโดยตรง
พวกเขาพ่ายแพ้แล้ว และคราวนี้ก็ไม่ใช่การพ่ายแพ้บนเวทีการแข่งขันอีกด้วย
ซึ่งความพ่ายแพ้ในคราวนี้ ได้ตัดสินโชคชะตาในอนาคตทั้งหมดของพวกเขา
โยวเยี่ยจี้กล่าวว่า “บังอาจนัก โยวเยี่ยอวู่ซวง ในบรรดาลูกชายของเสด็จพ่อ พรสวรรค์ของข้าอยู่ในอันดับต้น ๆ เชียวนะ พระองค์มักจะมองข้าในแง่ดีเป็นพิเศษ หากพระองค์รู้ว่าเจ้าทำให้ข้าพิการแล้วละก็ พระองค์จะต้องพิโรธมากแน่นอน!”
“ใช่! หากเจ้ากล้าทำละก็ พวกข้าจะขอให้เสด็จพ่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับพวกข้าอย่างแน่นอน! แต่ถ้าเจ้าหยุดมือเดี๋ยวนี้ แม้ว่าจะทำโยวเยี่ยเสียพิการไปแล้ว พวกข้าก็จะยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับเจ้า ปกป้องไม่ให้เสด็จพ่อลงโทษเจ้าได้” โยวเยี่ยซางกล่าว
“พวกเจ้า! พวกเจ้า…” โยวเยี่ยเสียถูกคนที่ไร้ยางอายทั้งสองคนนี้ทำให้โกรธจนตัวสั่นเทาไปหมด
มู่เฉียนซียิ้มเยาะพลางกล่าวว่า “ข้าว่านะท่านทั้งสอง คนที่เป็นผู้ใหญ่อย่างพวกท่านคงไม่ได้คิดว่าตนเองเป็นเด็กน้อยหรอกใช่หรือไม่! มีชีวิตมาหลายพันปีแล้วมิใช่หรือ! แพ้เป็นเจ้าชนะเป็นโจร ในเมื่อคิดจะเดิมพันก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้สิ อายุก็มากขนาดนี้แล้ว ยังจะเอาแต่ฟ้องพ่อแม่อีกหรือ ข้าจะรอท่านไปฟ้อง ข้าจะคอยดูว่าองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณจะจัดการข้ากับอาเล็กอย่างไร”
ฉึก!
ทันทีที่มู่เฉียนซีโบกมือ เข็มทั้งสองเล่มก็แทงลงไปบนแขนของพวกเขาทั้งสองคนทันที
“ซีเอ๋อร์!” มู่อวู่ซวงกล่างพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เจ้าไม่ควรลงมือด้วยตนเองเลย นี่คือคู่ต่อสู้ของข้า ข้าต้องจัดการเองสิ!” มู่อวู่ซวงกล่าวกับมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าค่อนข้างมั่นใจในยาของข้ามาก ในแดนวิญญาณแห่งนี้นอกจากข้ากับนิรันดร์แล้ว ไม่มีผู้ใดช่วยเขาฟื้นฟูพลังบำเพ็ญได้แน่ แม้ว่าอาเล็กจะลงมืออย่างรุนแรง แต่พวกเขาก็จะหาวิธีการรักษาได้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การปล่อยให้ศัตรูมีโอกาสฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง มันเป็นเรื่องที่ไม่ดีมิใช่หรือเจ้าคะ เพราะศัตรูที่แข็งแกร่งที่พวกเราต้องเผชิญหน้าต่อจากนี้ไปคือโยวเยี่ยจี๋”
“เจ้าพูดอะไรนะ ไม่สามารถฟื้นฟูได้อย่างนั้นหรือ พวกข้าไม่เชื่อหรอก ข้าไม่เชื่อ!” เมื่อพวกเรารู้สึกว่าภายในร่างกายเจ็บปวดราวกับกำลังถูกฉีกทึ้งก็มิปาน โยวเยี่ยซางและโยวเยี่ยจี้ก็ร้องคำรามออกมาอย่างตื่นตระหนก
.
.