ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2701 กล้าหยุดเขา
หลังจากที่จัดการเจ้าสามคนนี้แล้ว มู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงก็ปล่อยให้พวกเขาอยู่ที่นี่ตามยถากรรม ส่วนพวกเขาก็จากไป
มู่อวู่ซวงได้มอบพืชศักดิ์สิทธิ์ให้กับมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “เรื่องมรดกสืบทอดขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินทั้งหมดขึ้นอยู่กับโอกาส ตอนนี้คู่แข่งของพวกเรามีเพียงโยวเยี่ยจี๋คนเดียวเท่านั้น เจ้าไม่ต้องกังวลไป! สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการที่ซีเอ๋อร์ใช้ประโยชน์จากพืชศักดิ์สิทธิ์เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้ตนเอง”
“ใครว่ามีโยวเยี่ยจี๋เป็นคู่แข่งเพียงคนเดียวแล้วไม่ต้องกังวลได้ล่ะเจ้าคะ เพราะเป็นเขาถึงต้องกังวลต่างหาก! เจ้าหมอนั่นคือคู่แข่งที่อันตรายมากที่สุดเลยนะเจ้าคะ” สีหน้าของมู่เฉียนซีเผยท่าทางที่จริงจังออกมา
“อย่างไรเสียก็ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าซีเอ๋อร์ได้หรอก ซีเอ๋อร์เชื่ออาเถอะ” มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างดื้อดึง
มังกรวารีก็กล่าวขึ้นมาเช่นกันว่า “ข้าเองก็รู้สึกว่าคำพูดของคุณชายอวู่ซวงถูกต้องแล้วขอรับ!”
“เอาล่ะ! ข้าจะพยายามจัดการให้เสร็จโดยเร็วที่สุดก็แล้วกัน!” การเผชิญหน้าแบบสองต่อหนึ่ง ทำให้มู่เฉียนซีไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเชื่อฟังพวกเขาเท่านั้น
พวกเขาค้นพบสถานที่ที่ค่อนข้างปลอดภัย จากนั้นนางก็กลั่นพืชศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่งจะได้มา และเปลี่ยนให้กลายเป็นยาน้ำเพื่อซ่อมแซมร่างกายของนาง
มู่เฉียนซีดื่มมันในรวดเดียว และมังกรวารีก็กล่าวขึ้นมาอย่างเคยชินว่า “นายท่านนอนพักผ่อนสักตื่นเถิดขอรับ มังกรวารีจะเฝ้านายท่านเอง”
มังกรวารีกลายร่างเป็นร่างเดิม จากนั้นก็ให้มู่เฉียนซีนอนอยู่บนเกล็ดอันเย็นสบายของมัน เมื่อมู่อวู่ซวงเห็นว่ามู่เฉียนซีนอนหลับอย่างสงบ รอยยิ้มอันอบอุ่นก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเขา
ทั้งความปลอดภัยและความสุขของซีเอ๋อร์ เขาจะต้องพยายามปกป้องทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
ในตอนที่ดวงตาคู่นั้นของมู่เฉียนซีลืมขึ้น นางก็ได้ตรวจสอบร่างกายและกล้ามเนื้อของตนเองทันที ก่อนจะค้นพบว่าร่างกายของนางนั้นแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งนับจากสภาพสมบูรณ์ตอนนี้ก็กลับมาถึงแปดส่วนแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวกับมู่อวู่ซวงด้วยรอยยิ้มว่า “อาเล็ก การฟื้นตัวของข้าเป็นไปได้ดีมาก หากโชคดีได้พืชศักดิ์สิทธิ์มาอีกสักต้นสองต้นละก็ ข้าจะต้องฟื้นฟูกลับมาได้อย่างสมบูรณ์แน่นอน! หรือว่าจะเผชิญหน้ากับอสนีบาตที่แข็งแกร่งก็ได้เช่นเดียวกัน”
ร่างกายของนางเริ่มฟื้นตัวแล้ว อย่างน้อย ๆ นางก็มีร่างกายที่แข็งแรงยิ่ง แม้ว่าจะไม่สามารถฝึกฝนได้ก็ตาม นอกจากนี้ยังทำให้อาเล็กของนางสบายใจขึ้นอีกด้วย
“อาหวังว่าซีเอ๋อร์จะใช้วิธีการที่ปลอดภัยหน่อย การใช้อสนีบาตเพื่อขัดเกลาร่างกาย ควรรอให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์หรือหายดีก่อนค่อยเลือกใช้วิธีการฝึกฝนเช่นนี้ ทำแบบนี้อาจะสบายใจมากกว่า” มู่อวู่ซวงกล่าว
“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะเชื่อฟังอาเล็กเจ้าค่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ไปกันเถอะ! ให้ข้าดูหน่อยว่าการทดสอบระดับสูงของอาณาจักรลับจะยากเพียงใด”
สถานที่แห่งนี้ไม่มีสัตว์ร้ายแห่งความตายอีกแล้ว แต่มีสัตว์ภูตวิญญาณที่แข็งแกร่งอยู่มากมายเลยทีเดียว
พวกมันเป็นผู้รับใช้ที่ภักดีที่สุดขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน และเป็นผู้พิทักษ์ของอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินมาโดยตลอด
“โฮกกกกก!” พวกมันเข้ามาขัดขวางเพื่อไม่ให้พวกของมู่เฉียนซีเดินหน้าต่อไปได้ แต่ทว่าพวกของมู่เฉียนซีก็ยังคงเดินหน้าเข้าไปใกล้สถานที่ที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนามากขึ้นเรื่อย ๆ ดูดี
“อ้าน! ออกมา!” การจัดการกับสัตว์ร้าย เป็นสิ่งที่หอคอยฝึกอสูรแห่งความมืดของหอคอยนิรันดร์เชี่ยวชาญมากที่สุด
นอกจากนี้พวกเขายังได้เจอกับกลุ่มอื่น ๆ ที่อยู่ภายในนี้อีกด้วย ซึ่งก็คือคนของเมืองอวู่ซวงคนอื่น ๆ นั่นเอง
เมื่อพวกเขาเห็นมู่เฉียนซีก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเรารู้ว่าฝ่าบาทน้อยจะต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน!”
พวกเขารู้สึกว่า ไม่ว่าฝ่าบาทน้อยจะทำเรื่องอะไรก็ตาม พวกเขาก็จะไม่ตกใจอีกแล้ว!
“มู่เฉียนซี คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะอยู่ที่นี่” ส่วนคนจากเมืองอื่นก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปมากอย่างเห็นได้ชัด
สิ่งเดียวที่สามารถอธิบายได้ว่าเพราะเหตุใดนางถึงมาอยู่ที่นี่ นั่นก็เป็นเพราะนางผ่านการทดสอบขั้นแรกของอาณาจักรลับแล้วนั่นเอง
โยวเยี่ยอวู่ซวงวิปลาสไม่เท่าไร แต่พวกเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าหลานสาวตัวน้อยของโยวเยี่ยอวู่ซวงผู้นี้จะมีพรสวรรค์ที่เหลือเชื่อเช่นนี้ด้วย
พวกเขาบุกทะลวงไปจนสุดทาง ซึ่งต่อไปก็คือพระราชวัง แต่ทว่าที่ทางเข้านั้น ก็มีสิ่งที่เฝ้าประตูอยู่เช่นกัน
ซึ่งพวกเขาก็คือคนของเมืองเทียนจี๋นั่นเอง!
“ทุกท่าน ตอนนี้องค์รัชทายาทของพวกเรากำลังเข้าไปรับมรดกสืบทอดขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินแล้ว ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจเข้าไปรบกวนได้ ฉะนั้นทุกท่านโปรดหยุดเพียงเท่านี้เถิด!”
คนที่โยวเยี่ยจี๋จัดให้เฝ้าที่นี่เอาไว้มีความสามารถที่แข็งแกร่ง ฉะนั้นเจ้าเมืองที่มีความสามารถธรรมดาจึงมีความตั้งใจที่จะล่าถอย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มีสิทธิ์อะไรมิทราบ จะสามารถรับมรดกสืบทอดขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่ที่ความสามารถของตนเอง แค่โยวเยี่ยจี๋หาที่นี่เจอก่อน ก็ไม่ได้หมายความว่าเขามีโอกาสเพียงผู้เดียวเสียหน่อย ดังนั้นพวกเราจะลงไป…”
“ผู้ใดก็ตามที่ไม่ฟังคำสั่งขององค์รัชทายาท พวกเราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจัดการและหยุดคนผู้นั้นให้ได้ หากต้องการลงไปละก็ เช่นนั้นก็ต้องเอาชนะพวกเราให้ได้เสียก่อน” ผู้แข็งแกร่งราชันย์วิญญาณเหล่านั้นกล่าว
“จะสู้ก็สู้ เจ้าคิดว่าพวกข้าจะกลัวเจ้าอย่างหรือ”
ยอดฝีมือราชันย์วิญญาณของเมืองเทียนจี๋หลั่งไหลมามากมายเหมือนกับว่าไม่ต้องใช้เงินซื้อเลย ซึ่งสีหน้าของเจ้าเมืองอื่น ๆ ก็เปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก พวกเขาในตอนนี้ตระหนักได้อย่างชัดเจนแล้วว่าระหว่างพวกเขากับเสด็จพี่องค์รัชทายาทแตกต่างกันมากเพียงใด
พวกเขาไม่กล้าลงมือ และทำได้เพียงแค่รออยู่ข้างนอกอย่างเชื่อฟัง
หากเมื่อถึงเวลานั้นเสด็จพี่จี๋ไม่สามารถรับมรดกสืบทอดขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินได้ ก็ไม่น่าจะขวางพวกเราไม่ให้เข้าไป เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็สามารถเข้าไปหาช่องโหว่ได้
แม้ความหวังจะหริบหรี่ แต่พวกเขาก็ไม่อยากยอมละทิ้งโอกาสที่พันปียากที่จะพบแบบนี้เช่นกัน
ถึงผู้คนจากเมืองอื่น ๆ ต่างหวาดกลัว แต่ทว่าคนของเมืองอวู่ซวงนั้นไม่มีความหวาดกลัวเลย
“ฝ่าบาทอวู่ซวงของพวกเราก็มีโอกาสได้รับมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินเช่นกัน วันนี้พวกเราจะเข้าไปให้ได้”
“ใช่! ไปสู้กับพวกเขากัน!”
ศัตรูมีเยอะกว่าพวกเรา อีกทั้งศัตรูยังแข็งแกร่งกว่าพวกเรา แม้ว่ามู่อวู่ซวงจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่สถานการณ์ของพวกเขาก็ยังไม่ดีอยู่ดี
คนของเมืองเทียนจี๋เหล่านั้นกล่าวอย่างดูถูกว่า “ฝ่าบาทอวู่ซวง ข้าแนะนำให้ท่านยอมแพ้เสียเถอะ! อย่าคิดว่าสู้เสมอกับองค์รัชทายาทของพวกเราในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบแปดเขตแดนได้ แล้วคิดว่าจะสามารถแย่งมรดกสืบทอดขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินกับองค์รัชทายาทของพวกเราได้! ความจริงแล้วท่านกับองค์รัชทายาทของพวกเรายังห่างชั้นกันอีกไกลนัก!”
“นายท่าน!” ในเวลานี้ ท้องฟ้าก็เริ่มมืดลง
มังกรร้ายที่น่าสะพรึงกลัวตัวหนึ่งกางปีกทั้งสองข้างออก และกำลังบินอยู่เหนือศรีษะของพวกเขาพอดี ในตอนนี้ได้มีสาวน้อยที่น่ารักคนหนึ่งนั่งอยู่บนหลังของมังกรร้ายตัวนั้น
“เจ้านาย พวกข้ามาแล้ว!”
ตูมม โครมมม!
แน่นอนว่ามังกรร้ายและเจ้าผลไม้น้อยย่อมรู้ว่าพวกเขากำลังต่อสู้กับศัตรูอยู่
ทันทีที่พวกเขามาถึงที่นี่ พวกเขาก็เริ่มลงมือโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ
ทันใดนั้น เมืองอวู่ซวงที่เสียเปรียบก็พลิกสถานการณ์ได้
“คิดว่ามีเจ้าสองคนนี้เพิ่มขึ้นมา แล้วจะสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของพวกเราได้อย่างนั้นหรือ ฝ่าบาทอวู่ซวง นี่มันเป็นไปไม่ได้หรอก!” คนของเมืองเทียนจี๋เหล่านั้นกล่าวอย่างเคร่งขรึม
ปัง ปัง ปัง!
ในระหว่างที่พวกเขากำลังต่อสู้กัน ก็เริ่มมีคนมารวมตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และคนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะเป็นผู้ชมเท่านั้น
ในเวลานี้ มีสองคนที่พุ่งทะยานมาในอากาศ
และคนผู้นี้ก็คือแขกผู้มีเกียรติทั้งสองคนจากแดนนรกที่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
มู่เฉียนซีเองก็ผงะไปเล็กน้อยเช่นกัน จิ่วเยี่ยกับจื่อโยวมาแล้วสินะ
จื่อโยวกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ยังไม่หลีกทางให้ข้าอีก!”
“นี่คือมรดกสืบทอดของพวกเราแดนวิญญาณ ท่านทั้งสองเป็นคนของแดนนรกไม่ใช่คนของแดนวิญญาณ แม้ว่าจะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่สามารถสืบทอดมรดกได้ เหตุใดต้องทำเรื่องที่เกินความจำเป็นด้วย!”
“ข้าบอกว่าให้ถอยไป พวกเจ้าไม่ได้ยินหรืออย่างไร” แววตาของจื่อโยวฉายแววเย็นยะเยือกออกมา
คนเหล่านี้ไม่คิดที่จะฟังเลยจริง ๆ และยังคงเฝ้าอยู่ที่นี่ไม่ไปไหนเช่นเดิม
จิ่วเยี่ยไม่ได้เป็นคนที่มีความอดทนนัก ฉับพลันก็มีเสียง แกร่ก! ดังออกมา
ทันใดนั้นทุกคนต่างก็ค้นพบว่าเกราะของคนประหลาดที่สวมชุดเกราะผู้นั้นในเวลานี้ได้เปลี่ยนรูปร่างไปแล้ว ซึ่งมันก็เปลี่ยนเป็นใหญ่ขึ้น ทั้งยังแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ตูมมม!
ทันทีที่เขาโจมตี คนของเมืองเทียนจี๋ที่อยู่ข้างหน้าเขาทั้งหมดก็ลอยกระเด็นออกไปราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ก็มิปาน ซึ่งมันเป็นการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!
พรวด พรวด พรวด!
ใครก็ตามที่ขวางทาง ไม่มีข้อยกเว้นทั้งสิ้น!
คนผู้นี้แข็งแกร่งเกินไปแล้ว เพียงแค่หมัดเดียว โดยที่ไม่ได้อาศัยพลังใด ๆ เพิ่มเลย แต่กลับสามารถทำให้ผู้แข็งแกร่งระดับราชันย์วิญญาณทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
“นายท่าน พวกท่านเป็นแขกผู้มีเกียรติ พวกเราไม่กล้าเสียมารยาท องค์รัชทายาทของพวกเรามีตำแหน่งเช่นไรในแดนวิญญาณไม่ใช่สิ่งที่พวกท่านไม่รู้ แน่นอนว่าแข็งแกร่งกว่าฝ่าบาทอวู่ซวงมากมายนัก! หากนายท่านเลือกทำข้อตกลงกับองค์รัชทายาทของพวกเรา ถึงจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง!” ในเมื่อไม่สามารถเผชิญหน้าได้ ก็ต้องทำการพูดโน้มน้าวผู้ยิ่งใหญ่แทน
.