ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2712 เก็บไปทั้งหมด
กำแพงเมืองทั้งหมดเปลี่ยนกลายเป็นเพียงแค่ซากปรักหักพัง บนถนนเต็มไปด้วยแผ่นกระเบื้องและอิฐที่แตกหัก
แต่กลับมีคนสองคนนี้ ที่หยุดสัตว์ร้ายที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นเอาไว้
สัตว์ร้ายเหล่านั้นมีความหนาแน่นมากเกินไปแล้วจริง ๆ เนื่องจากพลังในการต่อสู้ทางกายภาพต่ำเกินไป มู่เฉียนซีจึงใช้วิธีการย้อนกาลเวลาของพลังแห่งกาลเวลา เพื่อเอาหอคอยนิรันดร์ออกมา และให้หอคอยฝึกอสูรแห่งความมืดฝึกมัน!
ในตอนที่ทุกคนได้เห็นหอคอยลึกลับสีดำเจ็ดชั้นปรากฏออกมา สัตว์ร้ายกลุ่มนั้นก็ดูเหมือนว่ากำลังถูกข่มขู่อยู่ก็มิปาน ซึ่งพวกมันก็ได้แต่ร้องครางออกมาเบา ๆ เท่านั้น
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “กั๋วเอ๋อร์น้อย เจ้าไปร่วมมือกับมังกรร้าย เพื่อหยุดสัตว์ร้ายทางด้านนั้นก่อนเถอะ ทางด้านนี้ไว้เป็นหน้าที่ข้าจัดการเอง”
“เจ้าค่ะ!” ร่างของกั๋วเอ๋อร์น้อยที่กลายเป็นลำแสงสีทองสว่างวาบแล้วหายไปทันที จากนั้นก็ไปรวมกับมังกรร้ายที่อยู่อีกด้านหนึ่ง
เมื่อลำแสงสีดำนั้นขยายใหญ่ขึ้น สัตว์ภูตวิญญาณเหล่านั้นก็รู้สึกราวกับว่ากำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจก็มิปาน
หลังจากนั้นพลังจิตวิญญาณอันมหาศาลของนางก็ระเบิดออกมา มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จะถูกพลังแห่งความมืดนั่นกระตุ้นจนก่อความวุ่นวายเช่นนี้ไม่ได้สิ! พวกเจ้าทั้งหมดเข้าไปสงบสติอารมณ์ในหอคอยกันก่อนเถอะ!”
ภายใต้หอคอยแห่งนั้น มีพลังแห่งความมืดอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งก่อตัวเป็นหลุมดำขนาดใหญ่หลุมหนึ่ง
หลุมดำขนาดใหญ่นี้ก็เต็มไปด้วยพลังดึงดูดอันมหาศาล และรวบรวมกลุ่มสัตว์ภูตวิญญาณที่แข็งแกร่งทั้งหมดนี้เข้าไปทันที
คนที่กำลังแอบสังเกตการณ์อยู่ขยี้ตาพลางกล่าวว่า “ข้าไม่ได้มองผิดไปใช่หรือไม่! คิดไม่ถึง…คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะถูกดูดเข้าไปทั้งหมดเช่นนี้”
“ใช่แล้ว! เจ้าไม่ได้มองผิดไปหรอก หอคอยนั่นจะยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว! สัตว์ภูตวิญญาณจำนวนมากมายขนาดนั้น กลับสามารถเก็บทั้งหมดไปได้ภายในพริบตาเดียว”
แน่นอนว่า ไม่สามารถเก็บสัตว์ภูตวิญญาณทั้งหมดไปได้ เพราะในบรรดาพวกมันก็ยังมีตัวที่แข็งขืนอยู่บ้างเช่นกัน
“โฮกกกก!” หลังจากนั้นสัตว์ภูตวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะยานมาทางมู่เฉียนซี และมีแม้กระทั้งสัตว์ภูตวิญญาณที่ซุ่มโจมตีอยู่กลางอากาศ
ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาอดที่จะเหงื่อตกแทนมู่เฉียนซีไม่ได้เลยจริง ๆ
“ระวัง!”
นายพลของคนพวกนั้นกล่าวว่า “พวกเราก็เข้าไปบ้างเถอะ จะปล่อยให้แม่นางน้อยผู้นั้นถูกฆ่าไปต่อหน้าต่อตา โดยที่พวกเราไม่ทำอะไรเลยได้อย่างไร!”
“ใช่แล้ว! ฆ่ามัน!”
เมื่อพวกเขามองดูท่าทางการต่อสู้ของสาวน้อยผู้นั้น เลือดของพวกเขาทั้งหมดก็เดือดพล่านขึ้นมาทันที
พวกเขาเหวี่ยงอาวุธ และพุ่งทะยานเข้าไปเข่นฆ่าสัตว์ภูตวิญญาณเหล่านั้น
เพราะมีหอคอยนิรันดร์อยู่ จึงทำให้จำนวนของสัตว์ภูตวิญญาณลดลงเป็นอย่างมาก ซึ่งมันก็ทำให้แรงกดดันของพวกเขาลดลงถึงสองเท่าเลยทีเดียว
มู่เฉียนซีทะลวงผ่านการโจมตีอันบ้าคลั่งของสัตว์ภูตวิญญาณเหล่านั้น และพุ่งทะยานไปทางมังกรร้ายและเจ้าผลไม้น้อย
นางกล่าวว่า “เปลี่ยนกัน! ทางนั้นมีเจ้าพวกที่ไม่เชื่อฟังอยู่ ไปล้มพวกมันซะ!”
“ขอรับ! ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้!” มังกรร้ายและเจ้าผลไม้น้อยพุ่งทะยานไปทางนั้นทันที
และสัตว์ภูตวิญญาณที่เคยล้อมโจมตีมู่เฉียนซีก่อนหน้านี้ ก็กำลังตกอยู่ในโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าเป็นอย่างยิ่ง
“โฮกกกกก โฮกก!”
พลังจิตวิญญาณแพร่กระจายออกไป เก็บต่อ! เก็บ!
หลังจากที่เก็บมาจนถึงท้ายที่สุดแล้ว จำนวนที่ไม่มีสิ้นสุดของคลื่นอสูรนี้ ก็เหลือเพียงสัตว์ภูตวิญญาณที่มีความสามารถระดับราชันย์วิญญาณอีกสองสามตัวที่กำลังต่อสู้อยู่เท่านั้น
มังกรร้ายร่วมมือกับเจ้าผลไม้น้อยต่อสู้กับสัตว์ภูตวิญญาณเกือบครึ่งโหลแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีแรงกดดันเลยแม้แต่น้อย
ในตอนที่มังกรร้ายและกั๋วเอ๋อร์น้อยประมาทไปเล็กน้อย จึงทำให้สัตว์ภูตวิญญาณตัวหนึ่งพุ่งทะยานไปทางมู่เฉียนซี นอกจากนี้ยังเป็นสัตว์ภูตวิญญาณที่มีความสามารถระดับราชันย์วิญญาณอีกด้วย
“แม่นาง ระวัง!”
ถึงพวกเขาจะค้นพบว่าแม่นางผู้นี้จะมีวิธีการที่เหนือเมฆ แต่ความสามารถของนางกลับไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก ฉะนั้นสำหรับสัตว์ภูตวิญญาณระดับราชันย์วิญญาณสำหรับนางแล้วถือว่าอันตรายมากเกินไป
สัตว์ภูตวิญญาณสีดำสนิทยังไม่ทันได้ทำร้ายมู่เฉียนซี ร่างเงาสีฟ้าก็สว่างวาบออกมา และเมื่อเขาโบกมือเพียงแผ่วเบา ก็ทำให้สัตว์ภูตวิญญาณที่รนหาที่ตายตัวนั้นถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ โดยตรง
ทุกคนมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยความตื่นตะลึง พลางกล่าวอย่างเหลือเชื่อว่า “ช่างแข็งแกร่งจริง ๆ! นายท่านผู้นี้จะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
การต่อสู้กับสัตว์ภูตวิญญาณยังคงดำเนินต่อไป การก่อจลาจลในคราวนี้รุนแรงเป็นอย่างมาก ซึ่งมันก็ไม่สามารถจัดการได้ภายในหนึ่งหรือสองชั่วยามเท่านั้นอีกด้วย
ในตอนที่ผู้คนภายในเมืองหนีไปเกือบหมด มู่เฉียนซีกลับเห็นว่ามีปลาตัวหนึ่งหลุดออกไปและพุ่งทะยานเข้าไปในเมือง ซึ่งในขณะนั้นก็มีเด็กน้อยอายุเจ็ดถึงแปดขวบคนหนึ่งกำลังวิ่งหนีออกจากบ้าน และภายในอ้อมแขนของหนุ่มน้อยก็ยังมีอีกคนหนึ่งด้วย
เด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งมีรูปร่างหน้าตาเหมือนเขาทุกประการ แต่กลับให้ความรู้สึกที่อ่อนแอเป็นอย่างมาก และดูเหมือนว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย
เมื่อเห็นว่ามีสัตว์ภูตวิญญาณกำลังวิ่งเข้ามา เขาก็กล่าวอย่างตื่นตกใจว่า “จะ…เจ้าอย่าเข้ามานะ”
“โฮกกกก!” แต่ทว่าสัตว์ภูตวิญญาณตัวนี้ไม่มีทางฟังเด็กน้อยผู้นี้อยู่แล้ว จากนั้นเขี้ยวขนาดใหญ่ของมันก็กางออก และพุ่งทะยานเข้าไปทันที
มู่เฉียนซีใช้การเคลื่อนย้ายภายในชั่วพริบตาทะยานเข้าไป และเข็มยาของนางก็ฝังลงไปบนจุดตายของสัตว์ภูตวิญญาณตัวนั้น
พรวดดด!
“เพลิงนภาพิฆาต!” หลังจากนั้น มู่เฉียนซีก็เหวี่ยงกระบี่ลงไป และเปลวเพลิงก็ได้ปกคลุมสัตว์ภูตวิญญาณตัวนั้นเอาไว้
ปลาที่หลุดออกไปตัวนี้ ไม่ได้แข็งแกร่งมากเท่าไรนัก
“ช่วยพี่ชายของข้าด้วย พี่สาวรีบช่วยเขาเร็วเข้า” และหนุ่มน้อยที่ดูเหมือนว่าจะอายุราวห้าหกปีก็คุกเข่าลงบนพื้นทันที
พลังชีวิตของหนุ่มน้อยผู้นี้อ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีแผลมากมายอยู่บนร่างกายของเขา
บาดแผลเหล่านั้นเกิดจากทั้งอาวุธที่มีความคมและทื่อ ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะผ่านประสบการณ์การต่อสู้ที่เอาเป็นเอาตายมาจนต้องอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชเช่นนี้
แม้ว่าเขาจะอายุยังน้อย แต่ความปรารถนาที่จะเอาชีวิตรอดนั้นแข็งแกร่งมาก นอกจากนี้ความสามารถในการต้านความเสียหายของร่างกายยังยอดเยี่ยมกว่าคนทั่วไปอีกด้วย
มู่เฉียนซีหยิบเข็มยาออกมาและแทงเข้าไปตรงหน้าอกของเขา นางกล่าวว่า “ข้าทำได้แค่รักษาสภาพของเขาให้มั่นคงก่อน ข้าจำเป็นต้องไปจัดการสัตว์ภูตวิญญาณที่อยู่ทางด้านนั้น เจ้าดูแลพี่ชายของเจ้าให้ดี ๆ ล่ะ”
“ขอรับ ข้าทำได้แน่!” เด็กน้อยกล่าวพลางกำหมัดแน่น
“พลังวายุทำลาย ดาวกระจาย!”
พวกเขาสังหารสัตว์ภูตวิญญาณไปไม่น้อย หลังจากนั้นก็มีกำลังเสริมมาสมทบอีกมากมาย และเมื่อมีกำลังเสริมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เมืองรองเล็ก ๆ แห่งนี้ก็สงบลงอย่างสมบูรณ์
“ขออภัย ขอสอบถามหน่อยว่าท่านใช่ฝ่าบาทน้อยเฉียนซีหรือไม่” ผู้แข็งแกร่งระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณขั้นสูงที่ถูกส่งมาเป็นคนสุดท้าย เป็นคนที่ถูกส่งมาโดยเจ้าเมืองของเมืองหลัก ซึ่งเขาก็มองมาทางมู่เฉียนซีอย่างประหลาดใจเล็กน้อย
แม้ว่าคนอื่นจะไม่รู้ หรือเขาจะไม่เคยเห็นฝ่าบาทน้อยเฉียนซีกับตาตนเองมาก่อน แต่ก็เคยได้ยินข่าวลือของนางมาบ้าง
ได้ยินมาว่าพลังในการต่อสู้ของนางน่าทึ่งมาก แม้ว่าจะไม่มีพลังวิญญาณ แต่ก็สามารถใช้ทักษะลับทำให้ตนเองมีความสามารถระดับผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับเก้าขั้นสูงสุดได้เช่นกัน
นางมีความแข็งแกร่งมาก จนทำให้คนรุ่นเยาว์ทั่วทั้งเมืองจำเป็นต้องฟังนาง
นางใช้กระบี่ยาวสีแดงฉานเล่มนั้น ควบคุมพลังวิญญาณธาตุต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้นางยังเพิ่งอายุสิบกว่าปีเท่านั้นอีกด้วย
คนที่ตรงตามเงื่อนไขเช่นนี้ คิดว่านอกจากฝ่าบาทน้อยเฉียนซีผู้เป็นหลานสาวที่องค์รัชทายาทอวู่ซวงทะนุถนอม คาดว่าคงจะไม่มีใครอีกแล้ว
ผู้ที่สูงส่งเช่นนาง คิดไม่ถึงว่าจะมายังเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ นอกจากนี้ยังช่วยขับไล่การก่อจลาจลของสัตว์ภูตวิญญาณให้พวกเขาอีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เจ้าว่าอย่างไรล่ะ เรื่องหลังจากนั้นมอบให้เป็นหน้าที่พวกเจ้าจัดการกันเอาเองก็แล้วกัน”
นางเหลือบมองไปที่มุมหนึ่ง เด็กน้อยคนนั้นกำลังรอนางอยู่
มู่เฉียนซีเดินเข้าไปแล้วกล่าวว่า “มังกรร้าย หาสถานที่สะอาด ๆ ไว้รักษาอาการบาดเจ็บให้สักแห่งหนึ่งสิ”
“ขอรับ!”
ถึงอาการบาดเจ็บนี้จะดูสาหัสมาก แต่สำหรับหมอปีศาจแล้วถือว่าไม่ใช่เรื่องยากเลย
เมื่อเด็กน้อยคนนั้นตื่นขึ้นมา ก็ทำให้เห็นว่าพวกเขาทั้งสองหน้าตาเหมือนกันเป็นอย่างมาก และเมื่อยืนด้วยกันก็เหมือนกับว่ากำลังส่องกระจกอยู่ก็มิปาน
“ขอบคุณนายท่านที่ออกโรงช่วยเหลือขอรับ” หลังจากที่ถูกดึงกลับมาจากความตาย ดูเหมือนว่าหนุ่มน้อยผู้นี้จะไม่ได้ดีใจเป็นพิเศษ
น้องชายของเขาจ้องมองไปที่เขาพลางกล่าวว่า “ข้าไม่ยอม ข้าไม่ยอมให้เจ้าตัดสินใจโดยพลการเด็ดขาด เจ้าต้องการทิ้งให้ข้าต้องอยู่คนเดียว โดยที่ไม่ถามความยินยอมจากข้าเลยสักคำอย่างนั้นหรือ”
เด็กน้อยผู้นี้กล่าวอย่างดื้อรั้นและอ่อนแอ ด้วยน้ำตาที่กำลังคลอเบ้าอยู่ของเขา
พี่ชายกล่าวว่า “เจ้าเด็กโง่ เช่นนี้มันจะเป็นผลดีกับทั้งข้าและเจ้า เหตุใดเจ้าถึงไม่เข้าใจเสียที!”
“ข้าไม่เข้าใจ อย่างไรเสียพวกเราทั้งสองคนพี่น้องจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป และจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเป็นอย่างดีด้วย” ความดื้อรั้นนั้นก็ปรากฏอยู่บนใบหน้าที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของน้องชาย
.