ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2716 พ่อเลว ๆ คนหนึ่ง
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นรู้สึกโกรธเด็กเหลือขอทั้งสองคนนี้เป็นอย่างมาก เขากล่าวว่า “เพราะพวกเจ้าอาศัยอยู่ข้างนอกมานานเกินไป ถึงได้หันไปพึ่งพาคนนอกเช่นนี้ แม้ว่าพ่อของพวกเจ้าจะไม่ได้เป็นเจ้าเมืองที่สามารถเรียกลมเรียกฝนได้เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว แต่อย่างน้อยข้าก็ยังเป็นถึงองค์ชาย แต่มู่เฉียนซีเป็นอะไรกัน ก็แค่หลานสาวคนโปรดของโยวเยี่ยอวู่ซวงเท่านั้น…”
แต่ถึงอย่างไรพวกเขาทั้งสองก็ยังคงเด็กมากนัก ดังนั้นพวกเขาจึงแสดงท่าทางงุนงงต่อคำพูดของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น
พวกเขาเพียงแค่อาศัยประสบการณ์ของสายตาที่เย็นชาและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวกับสัญชาตญาณที่อยู่ข้างนอกมานานหลายปี ตัดสินว่ามู่เฉียนซีเป็นคนที่ดีมากที่สุดคนหนึ่ง
แต่สำหรับคนที่อ้างว่าตนเองเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดของพวกเขา ทำให้พวกเขารู้สึกรังเกียจเป็นอย่างมาก และดูเหมือนว่าจะไม่ใช่คนดีอีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เรื่องเป็นเจ้าเมืองอย่างนั้นหรือ ตราบใดที่ข้าต้องการ คาดว่าอาเล็กจะต้องยกเมืองใดสักเมืองหนึ่งให้ข้าไปเป็นเจ้าเมืองได้แน่นอนอยู่แล้ว ถึงอาเล็กของข้าจะมีอย่างอื่นไม่มากนัก แต่เขามีสถานที่ที่ต้องจัดการมากเลยทีเดียว”
“เจ้ากำลังพูดจาไร้สาระอะไรกัน เจ้าไม่ใช่ราชวงศ์ของแดนวิญญาณด้วยซ้ำ เสด็จพ่อจะยอมให้เจ้าเป็นเจ้าเมืองได้อย่างไร!” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณตรัสแล้วว่า เขตแดนทั้งสี่เป็นของอาเล็กของข้า และมันก็ถูกจัดการโดยอาเล็กของข้า ฉะนั้นหากเขาต้องการตั้งให้ใครเป็นเจ้าเมืองก็ย่อมได้ทั้งนั้น!”
ดวงตาสีแดงฉานของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเต็มไปด้วยความเกลียดชังและอิจฉาริษยา นี่คือสิ่งที่เขาต้องการเป็นอย่างมาก แต่สำหรับผู้หญิงอย่างมู่เฉียนซีแล้ว กลับได้มาอย่างง่ายดาย ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก!
เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วเตรียมจะจากไป “อย่างไรเสียเด็กทั้งสองคนนี้ก็คือลูกชายของข้า ข้าไม่มีทางยอมแพ้แน่นอน! ข้าจะพยายามอย่างหนักเพื่อให้พวกเขายอมรับข้าในฐานะพ่อให้ได้ เจ้ารอข้าก่อนเถอะ”
“เอาสิ! ข้าจะรอเจ้า! ขนาดเป็นคนเจ้ายังเป็นคนดีไม่ได้เลย แต่ยังอยากจะเป็นพ่อที่ทำให้เด็กยอมรับอย่างนั้นหรือ ข้ารู้สึกว่าเจ้ายอมแพ้เสียเถอะ! อย่าเสียแรงเปล่าเลย” มู่เฉียนซีกล่าวเย้ยหยันอย่างไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย
“ให้ตายเถอะ!” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเต้นแร้งแต้นกาด้วยความโกรธ
หลังจากที่เขาไปแล้ว เด็กแฝดทั้งสองก็กล่าวขึ้นมาอย่างพร้อมเพียงว่า “พวกเราไม่ชอบเขา ฝ่าบาทน้อยได้โปรดอย่าเกลียดพวกเราเพียงเพราะว่าพวกเราอาจจะเป็นลูกชายของเขาเลยได้หรือไม่ขอรับ”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “วางใจเถอะ! ข้าไม่มีทางทำเช่นนั้นอยู่แล้ว หากในอนาคตโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นพยายามเอาใจพวกเจ้า พวกเจ้าก็แค่รับมาก็พอ ไม่ต้องเกรงใจไปหรอก! อย่างไรเสียนั่นก็คือสิ่งที่เขาต้องชดเชยให้พวกเจ้าทั้งสองพี่น้องอยู่แล้ว”
“ขอรับ! พวกเราจะเชื่อฟังฝ่าบาทน้อย” พวกเขากล่าวอย่างเชื่อฟัง
มันเป็นไปตามที่คาดไว้ โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นพยายามอย่างหนักเพื่อเอาใจลูกชายที่พลัดพรากทั้งสองคนของเขา คนหยิ่งผยองที่ชอบฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งคนหนึ่ง ได้กลายเป็นพ่อที่แสนดีราวกับทำตามตำรายี่สิบสี่ความกตัญญูก็มิปาน ซึ่งเขาก็ได้มอบสมบัติมากมายให้กับเยว่เจี้ยนและเหลียงเยว่
แน่นอนว่าพี่น้องทั้งสองยอมรับของขวัญทั้งหมดเอาไว้ แต่กลับไม่แสดงท่าทีที่ดีต่อเขามากเท่าไรนัก ทั้งยังไม่ยอมตามเขากลับไป และมุ่งมั่นที่จะติดตามนางเด็กแก่นแก้วอย่างมู่เฉียนซีอีกด้วย
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นหดหู่ขึ้นมากะทันหัน เขากล่าวอย่างเดือดดาลมากว่า “นางเด็กสาวมู่เฉียนซีคนนั้นใช้กลอุบายอะไรทำให้เด็กสองคนนั้นลุ่มหลงกันแน่ ให้ตายเถอะ!”
มู่เฉียนซีกล่าวกับพี่น้องทั้งสองคนว่า “คืนนี้ ข้าจะไม่ให้ยาที่ทำให้พวกเจ้านอนหลับ ฉะนั้นพวกเจ้าอาจจะต้องเหนื่อยสักหน่อย! สถานการณ์เช่นนี้ของพวกเจ้าเป็นเพราะสัญชาตญาณทางสายเลือด หากโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเป็นพ่อที่แท้จริงของพวกเจ้าแล้วละก็ บางทีทั้งหมดนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับเขาด้วยก็ได้ พวกเรามาคอยดูกันว่าคืนนี้เขาจะทำอะไรได้หรือไม่?”
“ขอรับ!” พวกเขาพยักหน้ารับ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ในยามกลางดึก ขณะที่มู่เฉียนซีกำลังพักผ่อนอยู่นั้น โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นก็ได้พาคนแอบเข้ามายังที่พักของมู่เฉียนซีอย่างเงียบ ๆ
เขากล่าวว่า “เหมือนขนาดนั้นน่าจะไม่ผิดพลาดนะ! ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว รออีกเดี๋ยวก็จะได้รู้แล้วว่าเจ้าเด็กเหลือขอทั้งสองคนนั่นใช่ลูกของข้าหรือไม่”
ในตอนที่โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นมาถึง มู่เฉียนซีก็สามารถสัมผัสได้แล้ว
ดวงตาทั้งสองของนางลืมขึ้นพลางกล่าวว่า “มังกรวารี พวกเราไปดูกันเถอะว่าโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเตรียมจะทำอะไรกันแน่”
“ขอรับ นายท่าน!”
มังกรวารีได้พามู่เฉียนซีไปยังสถานที่ที่อยู่ห่างจากโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นไม่ไกลมากนัก ซึ่งพวกเขาก็ถูกกั้นออกจากกันด้วยม่านวารี แม้ว่าจะใกล้กันมาก แต่โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นก็ไม่มีทางค้นพบมังกรวารีและมู่เฉียนซีได้
แต่อย่างไรก็ตาม มู่เฉียนซีกลับสามารถเห็นทุกการเคลื่อนไหวของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น หรือแม้กระทั่งการแสดงของเขาได้อย่างชัดเจน
นางรู้สึกว่า เจ้าโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นผู้นี้คือคนเลวคนหนึ่ง
เพราะแม้ว่าจะเห็นเด็กทั้งสองเริ่มเข่นฆ่ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สีหน้าของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกลับไม่มีความกังวลเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังมีเพียงแค่ความตื่นเต้นเท่านั้นอีกด้วย
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นบ่นพึมพำว่า “ไม่ผิดจริง ๆ ด้วย เป็นพวกเขา! ข้ารู้ว่ามันจะต้องสำเร็จ ตอนนั้นไม่น่าปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นหนีไปได้เลย ข้าน่าจะพลิกแผ่นดินของแดนวิญญาณเพื่อตามหานางให้เจอ หากว่ามีพวกเขา บางที…บางทีอาจจะพลิกสถานการณ์ได้ก็เป็นได้! ทั้งโยวเยี่ยอวู่ซวงหรือโยวเยี่ยจี๋อะไรนั่น จะต้องกลายเป็นเพียงคนที่พ่ายแพ้ให้ข้าเท่านั้น!”
นัยน์ตาของมู่เฉียนซีฉายแววเย็นยะเยือกออกมา โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นต้องรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับบเด็กทั้งสองคนนี้อย่างแน่นอน
รอหลังจากที่โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นสังเกตการณ์เด็กทั้งสองคนนั้นเพียงพอแล้ว เขาก็โบกมือพลางกล่าวว่า “เด็ก ๆ! นำตัวเด็กทั้งสองคนนั้นไปเสีย!”
“ฝ่าบาทฉื้ออวิ๋น แต่ฝ่าบาทน้อยเฉียนซีผู้นั้น…” ลูกน้องของเขากล่าวอย่างลังเลเล็กน้อย
“นางก็แค่สนใจเด็กทั้งสองคนนี้ชั่วคราวเท่านั้น หากพวกเขาหายไปก็บอกไปว่าหนีไปด้วยตนเองก็พอแล้ว คิดว่ามู่เฉียนซีจะมีความพยายามในการตามหาเด็กทั้งสองคนนี้ขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรือ” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวถาม
“น้อมรับคำสั่งขอรับ!”
มีร่างเงาสองสามร่างพุ่งทะยานออกมา และต้องการที่จะจับเยว่เจี้ยนกับเหลียงเยว่เอาไว้ แต่ทว่านับตั้งแต่ที่โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นไม่ได้เป็นเจ้าเมือง ความสามารถของลูกน้องของเขาก็ไม่ได้แข็งแกร่งเช่นกัน
พวกเขาไม่สามารถจับพี่น้องที่กำลังเข่นฆ่ากันไว้ไม่ได้ยังไม่เท่าไร แต่ยังถูกพี่น้องทั้งสองทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
คนเหล่านั้นตื่นตกใจเป็นอย่างมาก พวกเขาที่อายุเพียงห้าหกปียังแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ เจ้าเด็กสองคนนี้กินอะไรจนโตมาได้ขนาดนี้กันแน่
เมื่อคิดได้ว่าตอนนี้พวกเขาอายุเพียงห้าหกปีเท่านั้น นี่พวกเขามีความสามารถอยู่ในระดับไหนกันแน่
“เจ้าพวกคนไร้ประโยชน์!” เมื่อเห็นว่าคนเหล่านี้ทำงานได้ไม่ราบรื่นนักก็ทำให้สีหน้าของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นบูดบึ้งเป็นอย่างมาก ดังนั้นโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นจึงตัดสินใจที่จะลงมือด้วยตนเอง
ตูมมม!
เมื่อเขาลงมือและเตรียมทำให้เด็กทั้งสองหมดสติไป
มู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “มังกรวารี!”
ม่านวารีนั้นได้หายไปอย่างกะทันหัน และมู่เฉียนซีที่ไม่ซ่อนกลิ่นอายอีกต่อไป ก็กล่าวอย่างเย็นชาว่า “โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น นี่เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?”
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นจ้องมองไปยังมู่เฉียนซีที่อยู่ด้านข้างด้วยใบหน้าที่แข็งทื่อ เขากล่าวว่า “ข้าเห็นว่าพี่น้องทั้งสองคนนี้กำลังทะเลาะกัน ดังนั้นจึงคิดจะมาแยกพวกเขาออกจากกันเท่านั้น พี่น้องฝาแฝดควรมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมิใช่หรือ คิดไม่ถึงเลยว่าในเวลาดึกดื่นค่อนคืนเช่นนี้จะมาต่อสู้กันอยู่ที่นี่ นี่มันไร้เหตุผลมากจริง ๆ”
“โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น ข้าคิดว่าหลังจากที่เจ้าไม่ได้เป็นเจ้าเมืองแล้ว ดูเหมือนทักษะการแสดงของเจ้าจะพัฒนาขึ้นมากเลย!” มู่เฉียนซีจ้องมองไปที่โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นพลางกล่าวอย่างหยอกล้อ
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเดือดดาลขึ้นมาทันที “มู่เฉียนซี เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
ฟิ้ว ฟิ้ว!
เข็มยาทั้งสองเล่มบินออกไป และทำให้เด็กทั้งสองคนนั้นหลับทันที อย่างไรเสียเมื่อครู่นี้พวกเขาก็ต่อสู้กันจนเหนื่อยล้ามากแล้ว
“เจ้าเป็นคนเช่นไรข้าย่อมรู้ดีอยู่แล้ว โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น เจ้าบอกมาตามตรงเถอะ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กทั้งสองคนนี้กันแน่! ข้าคิดว่าเจ้าต้องรู้อะไรบางอย่างแน่นอน” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร ข้าคิดว่าเจ้าไม่ยอมปล่อยลูกชายทั้งสองคนของข้ามากกว่า ข้ายอมรับว่าคืนนี้ข้าอยากจะพาพวกเขาออกไปโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ข้างกายของพวกเขามีคนที่เป็นพ่ออย่างข้าอยู่ด้วย มันก็ดีกว่าการอยู่ข้างกายคนนอกอย่างเจ้ามิใช่หรือ!” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นพูดคำนี้ออกมาอย่างไม่มียางอายเลยแม้แต่น้อย!
.
.
**แอดจะอัพให้ล่วงหน้านะครับ วันเสาร์ จะไม่ได้อัพนิยายครับผม