ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2715 ฉื้ออวิ๋นนับญาติ
ในคืนนั้น ก่อนที่เด็กน้อยเหลียงเยว่และเยว่เจี้ยนจะถึงเวลา พวกเขากินยาที่มู่เฉียนซีมอบให้คนละเม็ด
หลังจากนั้นพวกเขานอนหลับสนิทอย่างปลอดภัยจนถึงรุ่งเช้า โดยที่ไม่เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นเลย
พวกเขากล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “ความสามารถของฝ่าบาทน้อยช่างยอดเยี่ยมมากจริง ๆ”
“ในที่สุดเมื่อคืนนี้พวกเราก็ไม่ทำร้ายอีกฝ่ายแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ยานี้ทำให้พวกเจ้าหลับลึกเท่านั้น และเมื่อพวกเจ้าหลับ แน่นอนว่าย่อมไม่เข่นฆ่ากันอยู่แล้ว แต่ด้วยความพิเศษของสายเลือดในร่างกายของพวกเจ้า หากกินมากเกินไปพวกเจ้าก็อาจจะดื้อยาได้ เมื่อถึงเวลาวิธีการทำให้พวกเจ้าหลับใหลก็จะไม่มีประโยชน์อีกต่อไป”
“สามารถไม่ต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายได้สักคืนสองคืน พวกเราก็ดีใจมากแล้วขอรับ พวกเราต้องขอบคุณฝ่าบาทน้อยมากจริง ๆ”
แม้ว่าจะดีขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่มันก็ทำให้พวกเขามีความสุขอย่างบ้าคลั่งแล้ว
มู่เฉียนซีอาศัยอยู่ที่เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ แม้ว่าเจ้าเมืองคนใหม่ผู้นั้นจะให้นางไปยังเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเขตชายแดน ซึ่งเป็นเมืองที่เขาเฝ้าอยู่ด้วยตนเองก็ตาม แต่นางก็ไม่ไป เพราะต้องการที่จะรอข่าวคราวของมังกรร้ายก่อนนั่นเอง
ยังไม่ทันที่จะได้ข่าวคราวจากมังกรร้าย แต่มู่เฉียนซีดันต้องมาเจอกับคนที่ไม่คาดคิดเสียก่อน ซึ่งคนผู้นั้นก็คือโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นนั่นเอง!
ผมสีแดงของเขานั้นยุ่งเหยิงเล็กน้อย และดูไม่หยิ่งยโสเหมือนตอนที่อยู่ในงานประชุมทั้งสิบแปดเขตแดนอีกด้วย หลังจากที่เขาไม่ได้เป็นเจ้าเมือง ชีวิตของเขาก็ดูย่ำแย่มากจริง ๆ
“มู่เฉียนซี!” เมื่อเห็นมู่เฉียนซี เขาก็เกือบที่จะกัดฟันด้วยความเกลียดชังเลยทีเดียว
หากไม่ใช่เพราะนาง ด้วยความสามารถของเขาจะสูญเสียตำแหน่งเจ้าเมือง และถูกเจ้าพวกนั้นหัวเราะเยาะได้อย่างไร
“ข้าได้ยินข่าวมาว่าจะส่งคนมาคอยเฝ้าที่นี่ คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่ส่งมาจะเป็นเจ้า โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
“ที่นี่ไม่ใช่เมืองอวู่ซวง คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมายุ่งเรื่องของคนอื่นถึงที่นี่ หรือว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงยื่นมือออกมายุ่งวุ่นวายได้ไกลขนาดนี้เลยอย่างนั้นหรือ?” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวอย่างแหน็บแนม
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ขนาดเจ้าที่ไม่ได้เป็นเจ้าเมืองแล้ว ยังสนใจมากขนาดนี้เลย ส่วนอาเล็กของข้ากำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการดูแลเมืองหลักทั้งสี่จนปลีกตัวออกมาไม่ได้ ฉะนั้นเขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้หรอก ข้าเพียงแค่บังเอิญผ่านมาเท่านั้นแหละ”
“แค่บังเอิญผ่านมาก็ไม่จำเป็นต้องมาในที่ที่อันตรายเช่นนี้สิ โยวเยี่ยอวู่ซวงหวงแหนเจ้าถึงขนาดนั้น เจ้าเองก็ไม่อยากให้เขาเป็นกังวลมิใช่หรือ ยังไม่รีบกลับไปอีก ข้าว่าตอนนี้โยวเยี่ยอวู่ซวงคงส่งคนมารอรับเจ้าแล้วล่ะ” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าว
ในเมื่อมีการก่อจลาจลของสัตว์ภูตวิญญาณที่นี่ ก็ยากที่จะไม่ทำให้อาเล็กเป็นห่วงนาง แม้จะรู้ว่าในมือของนางมีหอคอยนิรันดร์ และข้างกายของนางมีมังกรวารีอยู่ด้วย แต่อาเล็กก็ไม่มีทางวางใจอยู่ดี
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเป็นคนที่กังวลเรื่องความปลอดภัยของนางตั้งแต่เมื่อไหร่กัน มู่เฉียนซีไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด อย่างไรเสียเจ้าหมอนี่ก็เกลียดจนอยากจะฉีกนางออกเป็นชิ้นๆอยู่แล้ว
ตอนนี้เขาต้องการจะไล่นางออกไปให้เร็วที่สุด นี่เป็นเพราะอะไรกัน หากนางอยู่ที่นี่จะเป็นการขัดขวางอะไรเขาอย่างนั้นหรือ
“ฝ่าบาทน้อย!” ในเวลานี้เอง เหลียงเยว่และเยว่เจี้ยนก็เดินออกมา ซึ่งพวกเขาก็ได้บังเอิญเจอกับโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเข้าพอดี
ทันทีที่เด็กน้อยทั้งสองเห็นหน้าของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น พวกเขาก็ตะลึงงันไปในทันที ช่างเป็นใบหน้าที่คุ้นเคยมากเหลือเกิน
จำเป็นต้องบอกว่าพวกเขามีความคล้ายคลึงกันถึงเจ็ดส่วนเลยทีเดียว และระดับความคล้ายคลึงกันนี้ก็ทำให้โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเองประหลาดใจมากเช่นกัน
“เดี๋ยวก่อนนะ! ฝาแฝด พวกเจ้า…”
“ที่แท้พวกเจ้าก็อยู่ที่นี่เอง ในที่สุดข้าก็หาเจ้าเจอแล้ว” แววตาของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นก็เปล่งประกายแวววาวขึ้นมาทันที
เขาสาวเท้าเดินไปตรงหน้าของพวกเขาสองพี่น้อง แต่ผลปรากฏว่าพวกเขาสองพี่น้องกลับไปซ่อนอยู่ข้างหลังของมู่เฉียนซี
คนผู้นี้หน้าตาคล้ายกับพวกเขามากเลยจริง ๆ แม้จะบอกว่าเป็นท่านพ่อของพวกเขาก็คาดว่าทุกคนต้องเชื่อเป็นแน่ แต่สัญชาตญาณของพวกเขากลับปฏิเสธคนผู้นี้
“พวกเจ้าเป็นอะไรไป หลังจากที่พวกเจ้ากับแม่ของพวกเจ้าหายไป ข้าก็ตามหาพวกเจ้ามาตลอด ข้าหามาทั่วเมืองฉื้ออวิ๋นแล้ว แต่ก็หาพวกเจ้าไม่เจอเสียที คิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้จะมาเจอพวกเจ้าโดยบังเอิญเช่นนี้ หลายปีที่ผ่านมานี้พวกเจ้าคงจะลำบากเป็นแน่ ท่านแม่ของพวกเจ้าอยู่ที่ใดกันล่ะ” ดูเหมือนว่าโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นจะกระตือรือร้นที่จำลูกชายได้
แต่ทว่าพี่น้องทั้งสองนี้กลับปฏิเสธเป็นอย่างมาก เขากล่าวอีกว่า “ข้ารู้ว่านี่เป็นการนับญาติที่กะทันหันเกินไป แม้ว่าพวกเราจะหน้าตาเหมือนกันมาก แต่พวกเจ้าก็น่าจะไม่เชื่ออยู่ดี ฉะนั้นข้ามีหลักฐาน…”
หลักฐานนั้นก็คือม้วนภาพม้วนหนึ่ง ซึ่งเมื่อคลี่ม้วนภาพออกมาแล้ว ก็พบว่ามีสาวน้อยในชุดสีชมพูที่น่ารักมากอยู่คนหนึ่ง
ดวงตาของสาวน้อยคู่นั้นราวกับบ่อน้ำบริสุทธิ์ก็มิปาน นางเป็นเด็กน้อยที่น่ารักมากจริง ๆ
นี่เป็นรูปแบบตามที่โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นผู้นี้ชื่นชอบ หญิงสาวที่เขาชอบส่วนใหญ่นั้นจะมีลักษณะเช่นนี้
เขามักจะครอบครองสาวน้อยอย่างเอาแต่ใจมาเสมอ แต่ก็ไม่เคยทำให้พวกนางตั้งครรภ์มาก่อนเช่นกัน
บางทีอาจจเป็นเพราะวิธีการขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ ทำให้เขามีความคิดที่กบฏเช่นนี้
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณต้องการจะมีทายาทเพิ่มมากขึ้น แต่กลับรู้สึกมีเพียงตนเองเท่านั้นที่ทำได้
ส่วนเขามักจะหมกมุ่นอยู่กับการฝึกฝน ฉะนั้นทายาทสำหรับเขาแล้วไม่มีความจำเป็นเลย
แต่ทว่าตอนนี้โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกลับให้ความสนใจลูกชายที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน นอกจากนี้ยังต้องการที่จะยอมรับ ซึ่งนี่ก็ทำให้มู่เฉียนซีเริ่มสงสัยในตัวเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
พวกเขาทั้งสองมองดูสาวน้อยที่อยู่ในภาพเหมือนนั้น แม้ว่าท่านแม่จะเสียชีวิตไปเพราะคลอดยาก แต่พวกเขาเคยเห็นภาพเหมือนที่เหมือนกับภาพตรงหน้านี้จากในบ้านของญาติมาก่อน ซึ่งรูปร่างหน้าตาก็เหมือนกับภาพเหมือนของผู้ชายคนนี้ทุกประการ
ชายผู้นี้คือท่านพ่อของพวกเขาจริง ๆ หรือ? ร่างของพวกเขาสั่นเทาเล็กน้อย แต่พวกเขากลับไม่รู้สึกยินดีที่พ่อแท้ ๆ หาพวกเขาเจอเอาเสียเลย
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ข้าว่านะโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น เด็กพวกนี้เติบโตมาโดยพึ่งพากันและกันเท่านั้น และการที่จู่ ๆ ก็ได้มาพบคนอย่างเจ้า และมาบอกว่าเป็นพ่อของพวกเขา แม้ว่าจะเอาภาพเหมือนของท่านแม่พวกเขาออกมา แต่ข้าก็รู้สึกว่ามันก็ไม่ค่อยน่าเชื่อถืออยู่ดี”
“ข้ามั่นใจว่าเจ้าพวกนี้เป็นลูกชายของข้า หากพวกเขาไม่เชื่อข้าจริง ๆ ละก็ ข้าสามารถใช้การตรวจสอบทางสายเลือดได้! ผลจากการตรวจสอบทางสายเลือด จะต้องยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างพ่อลูกได้แน่นอน!” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าว
“เด็กทั้งสองคนนี้เป็นคนที่ข้ารับมาดูแลชั่วคราว แม้จะตรวจสอบสายเลือดแล้วว่าพวกเขาเป็นลูกชายของเจ้าจริง ๆ แต่หากพวกเขาไม่ยอมรับว่าเจ้าเป็นพ่อ เจ้าก็อย่าหวังว่าจะเอาพวกเขาไปจากข้าได้” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
“นี่เจ้าจะไม่วุ่นวายมากเกินไปหน่อยหรือ เรื่องของครอบครัวข้าเจ้ามาวุ่นวายทำไม มู่เฉียนซี อย่าคิดว่าข้าจะไม่กล้าจัดการเจ้านะ” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวอย่างชั่วร้าย
“เช่นนั้นเจ้าก็ลองจัดการข้าดูสิ! บทเรียนจากเรื่องเมื่อคราวที่แล้ว มันน่าจะยังเป็นความทรงจำที่สดใหม่ของเจ้าอยู่มิใช่หรือ!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างหยอกล้อ และนางก็ไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
สีหน้าของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเปลี่ยนเป็นดำสนิทขึ้นมาทันที เขากล่าวอย่างเดือดดาลว่า “มู่เฉียนซี เจ้าหุบปากไปซะ!”
บทเรียนอันน่าสังเวชในคราวที่แล้วบอกเขาว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถรุกรานมู่เฉียนซีอย่างหุนหันพลันแล่นได้
เพราะนอกจากนางจะมีโยวเยี่ยอวู่ซวงคอยปกป้องอยู่แล้ว ข้างกายของนางก็ยังมียอดฝีมือลึกลับอยู่อีกด้วย!
ชายในชุดขาวผู้นั้น ถึงจะหน้าตาดีอย่างหาได้ยาก แต่กลับลงมือได้โหดเหี้ยมยิ่งนัก และทุกครั้งที่นึกถึงเขาผู้นั้น เขาก็จะต้องฝันร้ายเสมอ ซึ่งมันเป็นเงาร้ายที่ไม่อาจลบออกไปจากใจเขาได้ตลอดไป
เยว่เจี้ยนกล่าวว่า “พวกเราชอบฝ่าบาทน้อย ฝ่าบาทน้อยรับพวกเราเอาไว้ และยังมอบชื่อที่ไพเราะให้พวกเราด้วย พวกเราไม่ต้องการท่านพ่ออะไรนั่นหรอก!”
“ใช่แล้ว! พวกเราไม่ต้องการ!”
ทุกครั้งในยามที่สิ้นหวัง พวกเขาก็หวังอยู่เสมอว่าท่านพ่อที่พวกเขาไม่รู้จักจะปรากฏตัวขึ้นมาช่วยเหลือพวกเขา และดึงพวกเขาเอาไว้ แต่ความหวังนั้นกลับเปล่าประโยชน์ครั้งแล้วครั้งเล่า จนพวกเขาไม่ได้คาดหวังในคำว่าพ่ออีกแล้ว
ตอนนี้พวกเขาได้เจอคนที่ดีมาก ๆ คนหนึ่ง ซึ่งทำให้แม้แต่พ่อทางสายเลือด ก็ไม่อาจทำให้พวกเขาอยากที่จะจากไปได้
.
**แอดจะอัพให้ล่วงหน้านะครับ วันเสาร์ จะไม่ได้อัพนิยายครับผม