ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2720 สัตว์ร้ายแห่งความตาย
ตูมมม โครมมม!
มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น หลังจากนั้นเศษหินก็ปลิวว่อนออกไปโดยรอบ และโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นที่ถูกทำให้ตื่นตระหนักก็กระอักเลือดออกมา
นางมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าทั้งหมด ซึ่งตอนนี้มังกรร้ายร่างใหญ่ยักษ์และสาวน้อยสวมกระโปรงฟูฟ่องสีทองคนหนึ่ง กำลังต่อสู้อยู่กับสัตว์ร้ายขนาดใหญ่สีดำตัวหนึ่ง
ตูม ตูม ตูม!
หลังจากนั้นก็มีเสียงระเบิดที่ทำให้สั่นสะเทือนดังออกมาอีกครั้ง
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเบิกตากว้างด้วยความตื่นตกใจ สองคนนั้นไม่ใช่…ไม่ใช่สองคนที่มักจะอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซีอยู่เสมออย่างนั้นหรือ
คิดไม่ถึงเลยว่าพวกมันจะมาถึงที่นี่แล้ว!
มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย นางค้นพบว่ามังกรร้ายและกั๋วเอ๋อร์น้อยในตอนนี้ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังถูกสัตว์ร้ายแห่งความตายตัวนั้นควบคุมเอาไว้ได้อีกด้วย
ดูเหมือนว่ามันในตอนนี้จะต้องการเพียงเล่นสนุกกับมังกรร้ายและกั๋วเอ๋อร์น้อย เพราะตราบใดที่มันมีความคิดที่จะฆ่าทั้งสอง ก็สามารถฆ่าได้เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น
เดิมทีนางแค่ต้องการให้พวกเขามาตรวจสอบสถานการณ์ แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะถูกลากเข้ามาในอาณาเขตของสัตว์ร้ายแห่งความตายเช่นนี้ได้
“มาเร็วกว่าที่ข้าจินตนาการเอาไว้เสียอีก! เจ้าเด็กน้อยทั้งสองคนนี้เองหรือ! ผ่านมานานถึงขนาดนี้แล้ว ยังไม่ถูกอีกฝ่ายฆ่าตายอีก ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะมีความแข็งแกร่งที่ทัดเทียมกันอย่างนั้นสินะ!”
มู่เฉียนซีสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมายังเยว่เจี้ยนและเหลียงเยว่ได้อย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อมันมองไปที่ร่างของทั้งสองพี่น้อง พวกเขาก็รู้สึกว่าขนบนร่างกายของตนเองตั้งชันขึ้นมาทันที
อย่างไรเสียพวกเขาก็ยังคงเด็กมากนัก เมื่อถูกสัตว์ร้ายตัวหนึ่งจ้องมอง แน่นอนว่าต้องอดที่จะหวาดกลัวไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งมันก็ทำให้ใบหน้าน้อย ๆ นั่นซีดเผือดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวว่า “ใช่แล้วขอรับนายท่าน! ข้าทำภารกิจสำเร็จลุล่วงแล้ว ท่านสามารถมอบพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ให้ข้าได้หรือไม่!”
“รอให้ข้าสามารถคลายผนึกนี่ได้เมื่อไร เจ้าต้องการพลังที่แข็งแกร่งมากเพียงใดข้าก็สามารถตอบสนองเจ้าได้ทั้งนั้น” เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเขากำลังต่อสู้กับมังกรร้ายและกั๋วเอ๋อร์น้อย แต่กลับสามารถแบ่งสมาธิมาพูดคุยกับโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นได้อีกด้วย
เดิมทีมังกรร้ายและเจ้าผลไม้น้อยก็รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากอยู่แล้ว เจ้าหมอนี่แข็งแกร่งมากเกินไป และพวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันเลยแม้แต่น้อย
จะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าอาย พวกเขาถูกอีกฝ่ายหยอกล้อราวกับสัตว์เลี้ยง ดังนั้นพวกเขาถึงยังไม่ถูกฆ่าตาย และรอจนเจ้านายมาถึงได้นั่นเอง
เดิมทีมังกรร้ายคิดจะเสี่ยงชีวิตของตนเองเพื่อคุ้มกันให้กั๋วเอ๋อร์ของเขาหนีไป แต่ในตอนนี้เจ้านายของพวกเขามาถึงแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที
ในเมื่อเจ้านายอยู่ที่นี่ เช่นนั้นพวกเขาจะต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน
“คนที่ข้าต้องการมาถึงแล้ว เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงเล่นกับพวกเจ้าทั้งสองคนอีก ความสามารถของพวกมันไม่เลวเลย ทั้งยังแข็งแกร่งกว่าสัตว์ภูตวิญญาณเหล่านั้นมากนัก และคงไม่มีทางถูกมนุษย์ฆ่าได้ตามอำเภอใจอีกด้วย ดังนั้น…”
พลังแห่งความตายสีดำแผ่กระจายออกมา และอันที่จริงแล้วมันไม่ได้ต้องการเอาชีวิตของพวกกั๋วเอ๋อร์น้อยเลยแม้แต่น้อย
แต่มันต้องการที่จะใช้พลังแห่งความตายควบคุมพวกเขาทั้งสอง และทำให้พวกเขาทั้งสองเป็นเหมือนกับสัตว์ภูตวิญญาณเหล่านั้น ที่ทำงานหนักเพื่อเขา
ซี่งหน้าที่ก็คือโจมตีเมือง เข่นฆ่า และทำให้มีคนตายมากที่สุด เพื่อที่มันจะได้รับพลังที่อยู่ในความตายเหล่านั้น
ปัง ปัง ปัง!
มังกรร้ายและกั๋วเอ๋อร์น้อยต่อต้านอย่างสิ้นหวัง และไม่มีทางยอมรับความพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
มันไปจัดการเหยื่อ และปล่อยให้โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกลายเป็นอากาศธาตุอยู่อีกด้านหนึ่ง
สัตว์ร้ายแห่งความตายถือว่ามู่เฉียนซีเป็นคนติดตามของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋น ซึ่งมันก็ไม่ได้สังเกตเห็นความสำคัญของคนผู้นี้เลย
เมื่อเห็นว่ากั๋วเอ๋อร์น้อยกำลังตกอยู่ในอันตราย และพลังแห่งความตายนั้นกำลังจะกัดกร่อนร่างพืชศักดิ์สิทธิ์ของนาง มู่เฉียนซีก็อดไม่ได้ที่จะลงมือทันที
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว!
ทันใดนั้นก็มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้นมานับไม่ถ้วน และเข็มยาที่เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตก็บินออกไปเล่มแล้วเล่มเล่า
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นกล่าวขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อว่า “มู่เฉียนซี นี่เจ้าบ้าไปแล้วหรืออย่างไร คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้าโจมตีนายท่าน เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้าอาจจะทำให้ข้าเดือดร้อนไปด้วยก็ได้น่ะ! หากนายท่านโกรธ…”
“ที่ข้ามาที่นี่ เดิมทีก็มาเพื่อกำจัดมันอยู่แล้ว มิเช่นนั้นเจ้าคิดว่าข้ามาทำอะไรที่นี่กันล่ะ” มู่เฉียนซีจ้องมองไปยังโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นผู้ขี้ขลาดคนนั้น
ตูมมม โครมม!
สัตว์ร้ายแห่งความตายตัวนั้นกำลังต่อสู้อยู่กับมังกรร้ายและกั๋วเอ๋อร์น้อย ซึ่งการโจมตีอย่างกะทันหันของมู่เฉียนซีนั้นก็เป็นเพียงแค่การโจมตีเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่อยู่ในสายตาของมันอย่างสิ้นเชิงเท่านั้น
ปัง ปัง ปัง!
มังกรร้ายและกั๋วเอ๋อร์น้อยในเวลานี้ถูกพลังแห่งความตายผูกมัดเอาไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว และพวกเขาก็ถูกพลังแห่งความตายกัดกร่อนอย่างน่าสะพรึงกลัว
ฉึกก!
ในที่สุดเข็มยาของมู่เฉียนซี ก็โดนเป้าหมาย
ด้วยลูกธนูนี้ ทำให้พลังแห่งความตายนั้นดูเหมือนว่าจะถูกอะไรบางอย่างฉีกขาดก็มิปาน
“โฮกกกก!” และสัตว์ร้ายแห่งความตายนั้นก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“บัดซบเอ้ย! ให้ตายเถอะ! นี่มันพลังแห่งชีวิตนี่ คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนที่มีพลังแห่งชีวิตลอบโจมตีข้า” สัตว์ร้ายแห่งความตายกล่าวอย่างโกรธเคือง
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเองก็ยากที่จะเชื่อเช่นกัน เดิมทีคิดว่าเข็มยาของมู่เฉียนซีเพียงไม่กี่เล่มนั้นคงไม่พอทำให้สัตว์ร้ายแห่งความตายคันได้เลยด้วยซ้ำ คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะสามารถทำร้ายสัตว์ร้ายแห่งความตายได้จริง ๆ
“ข้า…ข้า…นายท่าน ผู้หญิงคนนี้ต้องการจะจัดการท่าน ท่านรีบมาจัดการนางเร็วเข้าเถิดขอรับ! ท่านจะต้องเชื่อข้านะขอรับ ข้าไม่มีความกล้ามากพอที่จะทรยศ หรือมีแผนร้ายต่อต้านท่านแน่นอน!” โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นเพื่อที่จะรักษาชีวิตของตนเอง ได้กล่าวพลางชี้นิ้วไปที่มู่เฉียนซี และเปิดเผยมู่เฉียนซีต่อหน้าสัตว์ร้ายแห่งความตายทันที
สัตว์ร้ายแห่งความตายตัวนี้เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่สีดำ ลักษณะท่าทางของมันดุร้าย ดวงตาทั้งสองข้างของมันเป็นสีแดงก่ำ และมันก็มีเขาแหลมสามอันอยู่บนหัวอีกด้วย
ปากที่เปื้อนเลือดของมันอ้างกว้างพลางเหลือบมองไปทางมู่เฉียนซีแล้วกล่าวว่า “เจ้ามนุษย์ เป็นเพียงแค่มนุษย์ที่ไม่มีพลังเลยแม้แต่น้อยเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าทำร้ายข้า นอกจากนี้ยังใช้พลังแห่งชีวิตทำร้ายข้าอีกด้วย ดี! ดีมาก เจ้าไปตายเสียเถอะ!”
ทันทีที่ส่งเสียงร้องคำราม พลังที่น่าสะพรึงกลัวก็เข้ามาใกล้ และมู่เฉียนซีก็รู้สึกราวกับว่าภูเขาที่สูงตระหง่านกดลงไปบนร่างของนาง
แต่การป้องกันของโล่ปีกทมิฬ ทำให้สัตว์ร้ายแห่งความตายตัวนั้นประหลาดใจเป็นอย่างมาก มันกล่าวว่า “เจ้ามนุษย์ บนมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนี้มีพลังแห่งความมืดที่แข็งแกร่งมากจริง ๆ แต่ถึงกระนั้น มันก็ไม่สามารถหยุดข้าได้หรอก”
“โฮกกก!” มันคำรามอย่างโกรธเคือง และในที่สุดโล่ปีกทมิฬก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป
มังกรวารีกล่าวว่า “นายท่าน โปรดออกคำสั่งให้มังกรวารีด้วยเถิดขอรับ มังกรวารีจะไปจัดการเจ้าสัตว์ร้ายแห่งความตายนั่นเอง!”
“ตกลง! ลงมือได้ ทำลายเจ้าสิ่งนั้นซะ” มู่เฉียนซีกล่าว
ร่างสีฟ้าพุ่งทะยานออกไปทันที และพลังธาตุวารีที่อยู่รอบกายของเขาก็กระเพื่อมอย่างต่อเนื่อง
ด้วยพลังธาตุวารีที่บริสุทธิ์ยิ่ง ทำให้บรรยากาศที่ขุ่นมัวด้วยพลังแห่งความตายแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
ความสามารถของชายผู้นี้ทำให้มันรู้สึกยากที่จะเข้าใจ และสัตว์ร้ายแห่งความตายตัวนั้นก็กล่าวว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่”
ลมพายุเย็นยะเยือกจำนวนนับไม่ถ้วนได้พัดจู่โจมมังกรวารี หลังจากนั้นร่างเงาของมังกรวารีก็สว่างวาบขึ้น และปะทะกับมันทันที
สัตว์ร้ายแห่งความตายตัวนั้นไม่สนใจมังกรร้ายและเจ้าผลไม้น้อยอีกแล้ว และในที่สุดพวกเจ้าผลไม้น้อยก็หลุดพ้นได้เสียที
พวกเขารีบวิ่งมาอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “เจ้านาย!”
“เหตุใดพวกเจ้าถึงสู้กับมันได้เล่า ข้าแค่ให้พวกเจ้ามาตรวจสอบสถานการณ์เท่านั้นมิใช่หรือ หากว่าข้าไล่ตามมาไม่ทันเวลา พวกเจ้าได้จบเห่จริง ๆ แน่” มู่เฉียนซีกล่าว
“เป็นเพราะข้ามั่นใจในตนเองมากเกินไป ข้ารู้สึกว่าพลังแห่งความตายของที่นี่แข็งแกร่งมาก จึงอยากเข้ามาดูใกล้ ๆ ผลปรากฏว่าถูกเจ้าสัตว์ร้ายแห่งความตายนั่นลากเข้ามาในอาณาเขตของมันเสียได้ ความสามารถของมันก็แข็งแกร่งมาก ถึงข้ากับกั๋วเอ๋อร์น้อยจะร่วมมือกันก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันอยู่ดี” มังกรร้ายก้มหน้ากล่าว มันรู้ว่าตนเองนั้นทำผิดไปแล้ว และทำให้กั๋วเอ๋อร์น้อยต้องตกอยู่ในอันตรายอีกด้วย
“นายท่าน เป็นเพราะข้าไม่หยุดหลงหลงเอาไว้ มันไม่ใช่ความผิดของหลงหลงเพียงคนเดียวนะเจ้าคะ” กั๋วเอ๋อร์น้อยกล่าว
มู่เฉียนซีกล่าว “เอาล่ะ! พวกเจ้าต้องชดเชยความผิดด้วยการทำความดี พวกเจ้าจงคุ้มครองเด็กทั้งสองคนนั้นให้ดี อย่าปล่อยให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บ”
เมื่อการต่อสู้ยิ่งดุเดือดมากขึ้นเรื่อย ๆ พลังแห่งความตายของที่นี่ก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้สีหน้าของโยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นและพรรคพวกเริ่มเปลี่ยนเป็นซีดเผือดขึ้นมาทันที
.