ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2724 ราชาบุปผาคู่
สัตว์ร้ายแห่งความตายที่ถูกโจมตีอย่างสาหัสมองไปยังมู่เฉียนซีที่กำลังยุ่งอยู่กับบางสิ่ง ซึ่งนี่ก็ทำให้ภายในใจของมันมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีบางอย่าง
ตูมมม โครมม!
สัตว์ร้ายแห่งความตายในตอนนี้ถูกโจมตีจนไม่สามารถขยับไปไหนได้ ราวกับว่ากำลังอยู่ในโคลนตมก็มิปาน
หลังจากนั้น มู่เฉียนซีที่ถือเข็มยาสองสามเล่มก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของมัน
มันกรีดร้องขึ้นมาว่า “จะ…เจ้าอยากจะทำอะไรกันแน่ จะ…เจ้าอย่าเข้ามานะ!”
ถึงอย่างไรมันก็รู้สึกว่าจะต้องไม่ใช่เรื่องดีอะไรอย่างแน่นอน
หลังจากนั้นรอยยิ้มจาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาบนมุมปากของมู่เฉียนซี นางกล่าวว่า “มันเป็นพิษที่ทำให้เจ้าตายและไปผุดไปเกิดโดยเร็วอย่างไรล่ะ เรามาลองกันเถอะ!”
มันไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะกล่าวปฏิเสธเลยด้วยซ้ำ และหลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ฝังเข็มยาสองสามเล่มนั้นลงไปทันที!
“โฮกกกก!” เสียงกรีดร้องที่เจ็บปวดรวดร้าวดังออกมาจากภายในป่า ซึ่งมันก็ทำให้ชาวเมืองที่อยู่ในเมืองรองที่ใกล้ป่าแห่งนี้ได้ยินอย่างชัดเจน
“นี่มันเป็นสัตว์ภูตวิญญาณชนิดไหนกันแน่! คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะร้องเสียงดังขนาดนี้!”
“เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าเป็นเสียงร้องที่น่าสังเวชและสิ้นหวังมากถึงเพียงนี้!”
“ใช่แล้ว! ข้าเองก็ฟังออกเช่นกัน มันกำลังประสบอยู่กับอะไรกันแน่”
ผู้คนต่างก็พูดคุยกันขึ้นมาอย่างอยากรู้อยากเห็น!
เดิมทีสัตว์ร้ายมีขนาดใหญ่ราวกับเทือกเขาก็มิปาน แต่เนื่องจากว่าพลังแห่งความตายอยู่ภายใต้การชำระล้างของพลังแห่งชีวิตอย่างต่อเนื่อง ทำให้มันเปลี่ยนกลายเป็นมีขนาดเล็กราวกับลูกแตงโมเท่านั้น
“ฮือออออ ข้า…ข้า…” มันเปลี่ยนกลายเป็นมดปลวกที่ไม่มีความแข็งแกร่งเลยแม้แต่น้อย ซึ่งมันก็ทำได้เพียงร้องไห้จนตาเกือบบอดได้อยู่แล้ว
“ข้ายอมแพ้! ข้าแพ้แล้ว หากเจ้าต้องการทำให้ข้าหายไปก็ลงมือเลยเถอะ! อย่างไรเสียนายท่านเทพมรณะของพวกเราก็กำลังจะมาจุติยังโลกนี้ และหลังจากที่เขาปรากฏตัวขึ้นมา พวกเจ้าจะต้องตาย จะต้องตายแน่นอน!” สัตว์ร้ายแห่งความตายกล่าว
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “พูดตามตรง ทุกครั้งก่อนที่สุนัขรับใช้ของเทพมรณะอย่างพวกเจ้าจะตาย ล้วนกล่าวเช่นนี้กันทั้งนั้น พวกเจ้าบอกว่าเทพมรณะกำลังจะมาจุติที่โลกนี้ แต่นี่ก็ผ่านไปนานแล้ว ข้าก็ยังคงมองไม่เห็นเขาอยู่ดี”
“เจ้า…เจ้าจัดการคนที่ครอบครองพลังแห่งความตายคนอื่นๆอย่างนั้นหรือ เจ้า…ท่านเทพมรณะไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่นอน”
“ถึงเขาจะไม่ปล่อยข้า แต่ก็ไม่มีทางเป็นเพราะตัวละครเล็ก ๆ ที่ไม่เคยเห็นอย่างพวกเจ้าแน่นอน” นางคือจิตวิญญาณแห่งโชคชะตา เจ้านายของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ทั้งยังเป็นสหายของไม้เทพแห่งชีวิตอีกด้วย
หากเทพมรณะโผล่ออกมาจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเรื่องไหน มันก็ไม่มีทางปล่อยนางไปอยู่แล้ว
และหลังจากที่มันกลายเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก มังกรร้ายและเจ้าผลไม้น้อยต่างก็เข้าร่วมเพื่อล้างแค้นด้วยทันที
ปัง ปัง ปัง!
ความรู้สึกเจ็บปวดของมันอยู่ในระดับที่ต่ำมากเนื่องจากพิษของมู่เฉียนซี อีกทั้งยังมีความอ่อนไหวเป็นอย่างยิ่ง และหากสัมผัสเพียงแค่เล็กน้อยก็สามารถทำให้มันร้องโอดโอยออกมาได้แล้ว
ช่างเจ็บปวดเหลือเกิน นี่จะปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่ต่อหรืออย่างไร! ไม่ ตอนนี้มันแค่อยากตายเท่านั้น
มันแค่ต้องการทำลายผนึกเท่านั้นเอง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าแดนวิญญาณจะมีคนที่วิปลาสเช่นนี้อยู่ด้วย!
ผู้คนต่างบอกว่ามันเป็นสัตว์ร้ายแห่งความตายที่โหดร้าย ไร้ความปรานี น่าสะพรึงกลัว แต่ตอนนี้มันกลับรู้สึกว่าหากเทียบกับสตรีนางนี้แล้ว พวกมันไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึงเลยด้วยซ้ำ!
นางคือสิ่งที่น่าสะพรึงกว่าอย่างแท้จริง!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อยากจะหลุดพ้นอย่างสมบูรณ์อย่างนั้นหรือ ได้! เจ้าปลดการควบคุมของเหลียงเยว่ก่อนสิ”
“พลังของข้าหายไปมากเกินไป สถานการณ์เช่นนี้…”
“เขาตายต่อหน้าต่อตาเจ้า เรื่องที่เจ้าทำด้วยตนเอง เจ้าก็ต้องแก้ไขด้วยตนเองสิ”
“ตกลง!” สัตว์ร้ายแห่งความตายพยักหน้ากล่าว
พรวด!
เมื่อการควบคุมของเหลียงเยว่ถูกคลายออก เขาก็เริ่มกระอักเลือดขึ้นมาทันที
“เจ้ายังเหลืออีกปัญหาหนึ่ง เจ้าจำเป็นต้องตอบคำถามข้า! และต้องทำให้ได้ด้วย” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“อะไรนะ” สัตว์ร้ายแห่งความตายมองไปทางมู่เฉียนซี ที่นางสาวน้อยผู้นี้พูดอย่างจริงจังขนาดนี้ มันจะต้องเป็นเรื่องใหญ่ขนาดไหนกัน
“ที่เจ้ายังมีบุปผาคู่แห่งแดนวิญญาณอยู่อีกหรือไม่ เอาที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือจะเป็นเมล็ดก็ได้”
สัตว์ร้ายแห่งความตายกล่าวว่า “บุปผาคู่แห่งแดนวิญญาณอย่างนั้นหรือ ข้าจะไปมีบุปผาคู่ได้อย่างไร! ดอกไม้ทั้งหมดเหล่านั้นถูกข้าทำลายไปตั้งนานแล้ว”
“เจ้าไม่รู้หรือว่ามันอยู่ที่ใด” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“เรื่องนี้ เจ้าสามารถถามเขาได้ เขาได้สืบทอดความทรงจำของราชาบุปผาคู่มาแล้ว คาดว่ามีเพียงคนของบุปผาคู่เท่านั้นที่จะรู้ได้ว่ามันอยู่ที่ใด” สัตว์ร้ายแห่งความตายกล่าวพลางมองไปที่เหลียงเยว่
เหลียงเยว่พยักหน้าเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้น เพียงแต่ว่ามันมีความทรงจำของเทพปีศาจมากเหลือเกิน ข้าเลยรู้สึกปวดหัวมากเลยขอรับ!”
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็หยิบขวดยาออกมาสองสามขวดพลางกล่าวว่า “นี่เป็นยาน้ำที่มีประโยชน์ต่อพลังจิตวิญญาณ เจ้ากินก่อนเถอะ กั๋วเอ๋อร์น้อย เจ้าดูแลเหลียงเยว่ให้ดี”
“ข้าตอบในสิ่งที่เจ้าถามหมดแล้ว เจ้าจะมอบความสงบสุขให้ข้าได้หรือยัง!” สัตว์ร้ายแห่งความตายกล่าว
“ข้ายังมีคำถามอีก การเข่นฆ่ากันของสองพี่น้องคู่นี้ มีหนทางแก้ไขหรือไม่ นี่คือเรื่องที่เจ้าทำออกมาเอง เจ้าน่าจะรู้เรื่องนี้ใช่หรือไม่!”
“เจ้าเด็กน้อยนั่น ตายไปแล้วมิใช่หรือ” สัตว์ร้ายแห่งความตายกล่าว
ฟิ้ววว!
เข็มยาเข็มหนึ่งบินออกไป และข่วนลงไปบนมือของเยว่เจี้ยน
เมื่อเลือดหยดออกมาหยดหนึ่ง เหลียงเยว่ก็ลืมตาขึ้นมาทันที
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจมาก และเขาก็ได้เห็นคนที่คุ้นเคย
เขากล่าวอย่างตื่นตะลึงว่า “ข้ายังไม่ตาย!”
“เขายังไม่ตาย!” สัตว์ร้ายกล่าวอย่างประหลาดใจเช่นกัน
“แค่แกล้งตายเท่านั้นแหละ ที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกเขาต้องเข่นฆ่ากันเอง นอกจากนี้ยังบรรลุเป้าหมายที่พวกเขาต้องการได้อีกด้วย” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
“สามารถทำเช่นนี้ได้ด้วยหรือ นี่มันจะทำผิดกฎมากเกินไปแล้ว!” สัตว์ร้ายแห่งความตายกล่าวด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
“เจ้ารู้วิธีหรือไม่ พูดมา!” มู่เฉียนซีกล่าว
“นี่คือรากฐานดั้งเดิมของบุปผาคู่ มันไม่มีหนทางอื่น นอกจากจะเปลี่ยนสายเลือดของพวกเขาเท่านั้น แต่ทว่าสายเลือดมันได้ผสานเข้าไปตั้งแต่ตอนที่มารดาของพวกเขาตั้งครรภ์แล้ว หากต้องการที่จะให้เปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์ละก็ ก็ทำได้เพียงให้เขาตายแล้วไปเกิดใหม่ มิเช่นนั้นก็ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก!” สัตว์ร้ายแห่งความตายกล่าว
มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากความตายเท่านั้น
เยว่เจี้ยนกล่าวว่า “ฝ่าบาทน้อย ไม่เป็นอะไรขอรับ! เมื่อถึงเวลาข้าสามารถทำเหมือนตายได้ หรือว่าจะให้ข้ากับพี่ชายผลัดกันแสร้งตายสิบวันครึ่งเดือนโดยไม่ขัดกัน เท่านี้ก็ไม่ต้องสู้กันแล้ว!”
กลิ่นหอมของดอกไม้ลอยกลับมาอีกครั้ง และป่าแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยบุปผาคู่ที่บานสะพรั่ง
ทว่านี่ก็ไม่ใช่การมีอยู่ของดอกไม้ที่แท้จริง แต่เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น
ร่างเงาสีขาวร่างหนึ่งปรากฏตัวออกมาโดยเหยียบอยู่บนดอกไม้ อีกทั้งดวงตาคู่นั้นของเขาก็เป็นสีแดงโลหิตอีกด้วย
สัตว์ร้ายแห่งความตายกล่าวว่า “เจ้า…เจ้าคือราชาบุปผาคู่ เจ้ายังไม่หายไปอย่างสมบูรณ์อีกหรือ!”
ราชาบุปผาคู่เอ่ยปากว่า “เจ้าเกือบที่จะทำลายจิตวิญญาณของข้าได้แล้ว แต่ด้วยพลังแห่งความตายของเจ้าในตอนนี้อ่อนแอมาก ฉะนั้นจึงทำให้ชิ้นส่วนของจิตวิญญาณยังพอเหลืออยู่บ้างเล็กน้อย”
ดวงตาของเขาเหลือบมองไปยังเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าพลางกล่าวว่า “แม้ว่าพวกเจ้าจะเป็นมนุษย์ แต่พวกเจ้าที่เด็กขนาดนี้กลับสามารถสืบทอดสายเลือดเผ่าบุปผาคู่ของพวกเราได้ เช่นนั้นพวกเจ้าจะต้องมีชีวิตต่อไป และใช้ชีวิตที่เหลืออย่างดีเสียเถอะ! บางทีพวกเจ้าอาจจะเป็นเงาสุดท้ายของเผ่าบุปผาคู่ที่หลงเหลืออยู่ในแดนวิญญาณแห่งนี้แล้วก็เป็นได้”
ครั้งหนึ่งตอนที่อยู่ในฐานะหนึ่งในสี่ของดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ บุปผาคู่นั้นถือได้ว่ามีชื่อเสียงโด่งดังมากในแดนวิญญาณ
และด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาจึงทำให้ได้รับความเคารพจากผู้คน แต่สุดท้ายกลับต้องมาพบกับชะตากรรมที่ต้องถูกทำลายล้าง
การดำรงอยู่ของพวกมัน เป็นตัวแทนแห่งความแข็งแกร่งของแดนวิญญาณมาเป็นเวลานานมากแล้ว
แดนเทพต้องการที่จะพิชิตแดนวิญญาณ ดังนั้นจึงไม่ยอมให้พวกมันดำรงอยู่ และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้พวกมันถูกทำลายจนพังพินาศ
ราชาบุปผาคู่ได้มอบคำอวยพรให้กับพวกเขา ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาสามารถอยู่ร่วมกันได้
แน่นอนว่ายากที่จะควบคุมไม่ให้ทั้งสองต่อสู้กันได้ แต่พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องสู้กันถึงตาย จนสุดท้ายเหลือผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว
แต่การมีจุดสิ้นสุดเช่นนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว หลังจากที่ทำเรื่องเหล่านี้เสร็จแล้วร่างของราชาบุปผาคู่ก็ค่อย ๆ เลือนรางมากขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากนี้บุปผาคู่ที่เบ่งบานอยู่รอบบริเวณก็เริ่มเหี่ยวเฉา และหายไป!
“รอเดี๋ยว!” เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะหายไป มู่เฉียนซีก็รีบกล่าวขึ้นมาทันที