ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2723 คลายผนึก
มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเยว่เจี้ยน เขากล่าวว่า “ทุกครั้งพี่ชายมักจะยอมถอยให้ข้าเสมอ และทุกครั้งที่สู้กัน พี่ชายก็มักจะต้องเจ็บหนักกว่าข้าอยู่ตลอด ในที่สุดข้าก็สามารถยอมถอยให้เขาได้บ้างแล้ว ข้ามีความสุขมากจริง ๆ! ฝ่าบาทน้อย ขอบคุณท่านมากขอรับ”
ปึก!
เยว่เจี้ยนล้มอยู่บนพื้น และหลังจากนั้นการเต้นของหัวใจและลมหายใจของเขาก็ได้หยุดลง
เหลียงเยว่ปวดใจจนยากที่จะหายใจได้ แต่กลับไม่สามารถควบคุมไม่ให้ตนเองโจมตีซ้ำเข้าไปได้อีกเช่นกัน
แต่โชคดีที่มังกรร้ายนั้นลงมือได้รวดเร็วกว่า จึงสามารถสกัดกั้นเขาเอาไว้ได้
และเมื่อเยว่เจี้ยนตายไป เหลียงเยว่ก็เปลี่ยนเป็นสงบลงเช่นกัน และเขาก็กล่าวขึ้นมาว่า “ข้า…ข้า…”
“น้องชายของข้า!” เขากล่าวอย่างเจ็บปวดใจยิ่ง
“อย่าร้องไห้ไปเลย ถึงเขาจะตายไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ตายไปอย่างสมบูรณ์หรอก มันเป็นแค่ยาของข้าที่ทำให้เขาตกอยู่ในสภาวะที่เสมือนตายไปแล้วเท่านั้น เพียงเท่านี้พวกเจ้าก็ไม่ต้องฆ่ากันเองอีกแล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวกับเขา
“จริงหรือขอรับ” แววตาของเหลียงเยว่เปล่งประกายขึ้นมาทันที
“แน่นอนสิ! ข้าไม่จำเป็นต้องโกหกเจ้านี่” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
เมื่อเขาคิดขึ้นมาได้ว่ามู่เฉียนซีปฏิบัติต่อพวกเขาสองพี่น้องเป็นอย่างดี แต่เมื่อครู่เขากลับรู้สึกเกลียดชังฝ่าบาทน้อยขึ้นมากะทันหัน เพราะน้องชายของเขาต้องตาย ทำให้ตอนนี้เขารู้สึกว่าตนเองนั้นช่างเนรคุณเหลือเกิน
เขากล่าวว่า “ขออภัยขอรับฝ่าบาทน้อย ยังไม่ทันที่ข้าจะได้เข้าใจสถานการณ์อย่างชัดเจนข้าก็ดันโกรธท่านไปเสียแล้ว”
“มันเป็นสามัญสำนึกของมนุษย์อยู่แล้ว!” มู่เฉียนซีกล่าว
เมื่อสถานการณ์ทางด้านนี้สงบลงแล้ว มู่เฉียนซีก็ได้ปล่อยสัตว์ร้ายแห่งความตายตัวนั้นออกมาจากหอคอยนิรันดร์
เดิมทีมันก็ถูกผนึกเอาไว้อยู่แล้ว และยังต้องเข้าไปถูกทรมานในหอคอยนิรันดร์อีก ซึ่งนี่ก็ทำให้กลิ่นอายของมันในตอนนี้อ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง
แต่ทว่าตอนที่มันออกมา กลับค้นพบว่ามีเรื่องดีอยู่เรื่องหนึ่ง
มันกล่าวว่า “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ดีเหลือเกิน ตายไปคนหนึ่งแล้วสินะ ตายไปคนหนึ่งจริง ๆ สินะ! เด็กดี! เจ้านี่ช่างเป็นเด็กดีจริง ๆ”
สัตว์ร้ายแห่งความตายพึงพอใจในตัวเหลียงเยว่เป็นอย่างมาก ทันใดนั้น มันก็รวบรวมพลังที่เหลือทันที
ก้อนพลังของพลังแห่งความตายร่วงหล่นไปรอบบริเวณ และแล้วบุปผาคู่ก็บานสะพรั่งออกมาท่ามกลางพลังแห่งความตายอย่างลึกลับ
ดอกไม้บานสะพรั่งดอกแล้วดอกเล่า ทันใดนั้นบริเวณโดยรอบก็ได้กลายเป็นทะเลดอกไม้ บุปผาคู่บานสะพรั่งในก้านเดียวกัน ซึ่งบุปผาคู่ที่บานสะพรั่งนั้นช่างงดงามเป็นอย่างยิ่ง
เหลียงเยว่มองไปยังดอกไม้เหล่านั้นอย่างตกตะลึงเล็กน้อย เขารู้สึกมีความใกล้ชิดกับดอกไม้เหล่านี้เป็นอย่างมาก ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่มาจากส่วนลึกที่อยู่ในสายเลือดของเขา
“นี่คือบุปผาคู่!”
ทันใดนั้นมันก็เปลี่ยนเป็นลำแสงสีขาว และผสานเข้าไปในร่างกายของเหลียงเยว่
นี่คือบุปผาคู่แห่งแดนวิญญาณที่นางกำลังตามหา แต่ว่าพวกมันไม่ใช่ร่างจริง และเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้น
บุปผาคู่เช่นนี้ไม่สามารถดึงดูดให้ต้นกำเนิดของแดนวิญญาณออกมาได้ หรือทำให้ต้นกำเนิดของแดนวิญญาณหวั่นไหวได้
หลังจากนั้นมรดกของราชาบุปผาคู่ ก็ถูกดูดซับเข้าไปในความทรงจำของเหลียงเยว่ โดยทั้งหมดนี้ราบรื่นเหมือนอย่างที่สัตว์ร้ายแห่งความตายคาดการณ์เอาไว้
นี่เป็นแผนการของมัน ที่มันคำนวณผลลัพธ์มานานหลายหมื่นปี แน่นอนว่าไม่มีทางผิดพลาดอยู่แล้ว
ตัวแปรเดียวก็คือแม่สาวน้อยผู้นี้และยังมีเทพมังกรวารีตัวนั้นด้วย พวกเขาช่างเป็นตัวละครที่ยากจะจัดการได้จริง ๆ
แต่เดี๋ยวอีกสักครู่ คนที่จะต้องตายก็คือพวกเขาอย่างแน่นอน!
สัตว์ร้ายแห่งความตายกล่าวว่า “ช่วยข้าคลายผนึก รีบคลายผนึกให้ข้าเร็วเข้า!”
ดวงตาของเหลียงเยว่เปลี่ยนกลายเป็นไร้ประกายใด ๆ ซึ่งมันก็ถูกปกคลุมไปด้วยพลังแห่งความตาย
สัตว์ร้ายตัวนี้พยายามคิดวางแผนอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะสามารถคลายผนึกให้ได้
มันสามารถควบคุมเยว่เจี้ยนและเหลียงเยว่ได้ตั้งแต่แรก และไม่ว่าสุดท้ายแล้วใครจะชนะในการต่อสู้ก็ตาม มันก็จะเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุดอยู่ดี
“ตกลง ข้าจะช่วยเจ้าคลายผนึกเอง” เหลียงเยว่กล่าว
เกี่ยวกับความทรงจำของราชาบุปผาคู่ ทำให้พลังจิตวิญญาณของเด็กน้อยอย่างเหลียงเยว่ยากที่จะรับได้จริง ๆ
แต่เขากลับจำเป็นต้องคลายผนึกนี้ให้ได้ และเขาเองก็มีหนทางที่จะสามารถคลายผนึกนี้ได้แล้วเช่นกัน
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้แผ่กระจายออกไป และพลังที่อยู่บนร่างของเหลียงเยว่ก็ได้ระเบิดออกมา
พื้นดินแตกร้าวไปทั่วทุกทิศทาง หลังจากนั้นก็มีหุบเหวที่ไร้ก้นบึ้งปรากฏขึ้นมาบนพื้น!
มันเดินออกมาจากพื้นดินนั้น เนื่องจากผนึกได้ถูกทำลายไปแล้ว ดังนั้นทันทีที่มันปรากฏตัวขึ้นมาในป่า จึงทำให้พลังแห่งความตายกระจายไปทั่วป่าแห่งนี้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ในที่สุดผนึกก็ถูกทำลายไปแล้ว พวกเจ้าต้องตาย ต้องตายอย่างแน่นอน” สัตว์ร้ายแห่งความตายกล่าวอย่างตื่นเต้น
แต่ทว่ามังกรวารีกลับยืนอยู่กลางอากาศด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย และเขาก็กล่าวขึ้นมาว่า “ในเมื่อเจ้าถูกปลดปล่อยออกมาจากผนึกนั้นแล้ว เช่นนั้นข้าก็สามารถฆ่าเจ้าได้อย่างสมบูรณ์แล้วสินะ”
“ฆ่าข้าหรือ พวกเจ้าไปเอาความมั่นใจเช่นนี้มาจากไหนกัน” สัตว์ร้ายแห่งความตายกล่าวอย่างดุร้าย
“เพราะเจ้าอ่อนแอมากถึงขนาดนั้นเลยน่ะสิ ดังนั้นพวกข้าถึงได้มีความมั่นใจมากขนาดนี้ มีปัญหาหรืออย่างไร” มู่เฉียนซีเลิกคิ้วกล่าว
“คิดจริง ๆ หรือว่าที่ผลาญพลังเจ้าก่อนหน้านี้มันเปล่าประโยชน์ เจ้ารู้สึกว่าหลังจากที่ทำลายผนึกไปแล้วเจ้าแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้มากนักหรือ?” มู่เฉียนซีกล่าวต่อ
มันรู้สึกแข็งแกร่งกว่าตอนที่ทำลายผนึกเมื่อครู่นี้ แต่เพราะได้รับบาดเจ็บสาหัสเกินไป แน่นอนว่ามันไม่สามารถเทียบกับตอนปกติได้อยู่แล้ว
“แค่กำจัดพวกเจ้า พลังเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว!” สัตว์ร้ายแห่งความตายเต็มไปด้วยความมั่นใจ และพลังแห่งความตายอันน่าสะพรึงกลัวนั้นก็แผ่กระจายออกไปทันที
เมื่อมีพลังแห่งความตายจำนวนมากโผล่ออกมาจากป่าแห่งนั้นอย่างกะทันหัน มันก็ทำให้ผู้คนต่างรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
คนในเมืองที่อยู่ไม่ไกลเหล่านั้นกล่าวอย่างตกใจว่า “นี่มันพลังแห่งความตาย หรือว่ามีสัตว์ประหลาดแห่งความตายปรากฏตัวขึ้นอย่างนั้นหรือ พระเจ้า! นี่มันจะอันตรายเกินไปแล้ว”
ทันใดนั้นก็มีหอคอยขนาดใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้นมากลางอากาศ ซึ่งหลังจากนั้นพลังจิตวิญญาณอันมหาศาลก็ได้ระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์
และพลังแห่งความมืดที่ไหลทะลักออกมาจากกลางอากาศ ก็เริ่มต่อสู้กับพลังแห่งความตายทันที
“อ้าน! จงปราบมันซะ!” มู่เฉียนซีร้องตะโกนออกมา
“ให้ตายเถอะ! หอคอยนิรันดร์นี่ และไหนจะพลังแห่งจิตวิญญาณ…” สัตว์ร้ายแห่งความตายกล่าวออกมาอย่างยากที่จะเชื่อได้
มันคิดไม่ถึงเลยว่า สาวน้อยที่เป็นเพียงมดปลวกคนหนึ่ง จะครอบครองจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งจนวิปลาสอย่างหาที่เปรียบมิได้เช่นนี้ มันคิดผิดไปแล้วจริง ๆ
ในเมื่อมีพลังปราบปรามเช่นนี้แล้ว แม้ว่าผนึกของสัตว์ร้ายแห่งความตายจะถูกคลายออก แต่ความแข็งแกร่งก็ถือว่าค่อนข้างแย่เช่นกัน ซึ่งนี่ก็ทำให้มันโกรธจนแทบจะกระอักเลือดออกมาเลยทีเดียว
หลังจากนั้น พลังธาตุวารีที่น่าสะพรึงกลัวจำนวนนับไม่ถ้วนก็ตกลงมาจากฟากฟ้า และสัตว์ร้ายแห่งความตายนั้นก็ถูกทุบตีอย่างบ้าคลั่ง
เศษหินดินทรายปลิวว่อน ต้นไม้หักโค่นกระจัดกระจาย ส่วนสัตว์ร้ายแห่งความตายนี้ก็น่าสังเวชมากเช่นกัน และทั่วทั้งร่างของมันก็เต็มไปด้วยรูพรุน
ซึ่งนี้ก็ทำให้มันเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง!
ตูมมม โครมมม!
หลังจากนั้นมังกรวารีก็ยังคงโจมตีอย่างต่อเนื่อง
“โฮกกกก!” เสียงกรีดร้องที่น่าสังเวชของมันก็ยังคงดังกึกก้องไม่รู้จบ
มู่เฉียนซีเฝ้าดูเจ้าหมอนั่นคร่ำครวญอยู่ด้านข้าง และพยายามสะสมพลังแห่งชีวิตเหล่านั้นอย่างเต็มที่
ถึงมังกรวารีจะสามารถสร้างบาดแผลจนทำให้มันเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสได้ แต่ก็ไม่สามารถทำให้มันหายไปอย่างสมบูรณ์ได้อยู่ดี
หากต้องการจะทำให้มันหายไปอย่างสมบูรณ์ มีแต่ต้องใช้พลังแห่งชีวิตที่เป็นศัตรูของพลังแห่งความตายเท่านั้นถึงจะสำเร็จ
“โฮกกกกก!”
มันร้องคร่ำครวญอย่างน่าสังเวช อีกทั้งกระดูกที่อยู่ในร่างกายก็แตกสลายไปจนหมด และมันก็รู้สึกราวกับกำลังตายทั้งเป็นอย่างไรอย่างนั้น!
โยวเยี่ยฉื้ออวิ๋นในตอนนี้ตกใจจนมึนงงไปหมดแล้ว เขายอมรับว่าสัตว์ร้ายแห่งความตายนั้นแข็งแกร่งมาก และบางทีแม้แต่เสด็จพ่อก็อาจยากที่จะรับมือได้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกผู้ติดตามของมู่เฉียนซีทุบตีจนมีสภาพเช่นนี้
“หยุด! หยุดได้แล้ว!” สัตว์ร้ายแห่งความตายร้องคำรามอย่างโกรธเคือง
มังกรวารีฟังคำสั่งของคนเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งคนผู้นั้นก็คือมู่เฉียนซีนั่นเอง
ดังนั้นคำพูดของสัตว์ร้ายแห่งความตายที่ไม่อยากถูกทุบตี จึงไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง อีกทั้งมังกรวารีไม่มีทางไว้หน้ามันอยู่แล้วอย่างไม่ต้องสงสัย
มู่เฉียนซีในเวลานี้หยิบหม้อหยินหยางต้านสวรรค์ออกมากลั่นยา ซึ่งนางก็พยายามลองกลั่นยาที่ใช้ฆ่าสัตว์ร้ายแห่งความตายตัวนี้
แต่เนื่องจากพลังแห่งชีวิตไม่เพียงพอ มู่เฉียนซีจึงนำเอาหญ้าแห่งชีวิตออกมาสองสามต้นอย่างไม่เต็มใจเท่าไรนัก
ส่วนใบของไม้เทพแห่งชีวิต นางยังพอมีเก็บเอาไว้บ้าง และเมื่อมีสิ่งเหล่านี้ สัตว์ร้ายแห่งความตายก็ทำได้เพียงรอความโชคร้ายเท่านั้น!
.