ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2726 ตามหาว่านจันทรกานต์
“ซีเอ๋อร์บอกว่าได้ ก็ต้องได้อยู่แล้ว!” พวกเขาทั้งสองคนเป็นเพียงแค่เด็กน้อยอายุห้าหกปีเท่านั้น หากอายุสิบห้าปีขึ้นไป เขาก็อาจจะต้องพิจารณาดูก่อน
อันตรายที่ซ่อนอยู่ในป่านั้นถูกขจัดไปหมดแล้ว ฉะนั้นในอนาคตอันใกล้นี้ก็ไม่น่าจะมีสัตว์ภูตวิญญาณเข้ามาสร้างความวุ่นวายอีกแล้ว
หลังจากที่มู่เฉียนซีได้รับผลประโยชน์มากมาย นางก็ได้ติดตามอาเล็กของนางกลับไปยังเมืองอวู่ซวง
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “อันที่จริงอาได้รับข่าวเกี่ยวกับว่านจันทรกานต์แห่งแดนวิญญาณมาแล้ว แต่อาได้ยินมาว่าสถานการณ์ของเจ้ามีบางอย่างที่ผิดปกติ อาเลยมาหาเจ้าก่อน ส่วนเรื่องว่านจันทรกานต์อาส่งคนอื่นไปแทนแล้วล่ะ”
“อาเล็ก เช่นนั้นพวกเราไปดูด้วยตนเองกันเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
เมื่อได้รับข่าวดีอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าของมู่เฉียนซีก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มขึ้นมาทันที
ด้วยประสิทธิภาพเช่นนี้แล้วละก็ บางทีอาจจะสามารถรวบรวมพวกมันได้ในไม่ช้านี้ก็เป็นได้
“จำเป็นต้องยืนยันอีกครั้ง อาไม่อาจปล่อยให้ซีเอ๋อร์เสียเวลาไปอย่างเสียเที่ยวได้หรอก พวกเรารอฟังข่าวคราวก่อนดีกว่า” มู่อวู่ซวงกล่าว
“เจ้าค่ะ! ข้าเข้าใจแล้ว รีบร้อนไปก็กินเต้าหู้ร้อนไม่ได้อยู่ดี”
หลังจากที่มู่เฉียนซีกลับมาถึงเมืองอวู่ซวง นางก็ได้จัดเตรียมาจารย์ที่รู้จักการฝึกฝนและเรียนรู้เรื่องอื่น ๆใ ห้กับพวกของเยว่เจี้ยนกับเหลียงเยว่เป็นพิเศษ
แม้ว่ากลางดึกพวกเขาจะเริ่มต่อสู้กัน แต่มันก็เป็นเพียงการประลองกันธรรมดาเท่านั้น
พี่น้องทั้งสองยังคงต่อสู้และประลองฝีมือกันตามสัญชาตญาณทางสายเลือดของพวกเขา และในเวลาเดียวกันก็เป็นการเสริมสร้างการเจริญเติบโตของกันและกันอีกด้วย
มู่เฉียนซีในช่วงนี้ กลายเป็นคนปลูกดอกไม้ที่กำลังปลูกดอกไม้อย่างระมัดระวัง
ตอนนี้นางกำลังปลูกบุปผาคู่ และแน่นอนว่าสถานที่ที่นางใช้ปลูกดอกไม้ก็คือมิติของอาถิงนั่นเอง
น้ำอมฤตนั้นเต็มไปด้วยพลังวิญญาณ ซึ่งไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าที่นี่อีกแล้ว
แต่มู่เฉียนซีก็กลัวว่าพวกมันจะชื่นชอบสภาพแวดล้อมของที่นี่ จนไม่ยอมไปเติบโตและเบ่งบานอยู่ที่ธารแห่งแดนวิญญาณเมื่อถึงเวลา เช่นนั้นคงจะเป็นปัญหาเลยทีเดียว
มู่เฉียนซีเริ่มจากการปลูกเมล็ดหนึ่งก่อน เมื่อแน่ใจวิธีการของตนเองแล้วถึงได้เริ่มปลูกส่วนอื่นต่อ
ต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะหากถูกนางทำลายในคราวเดียว นางคงไม่สามารถเจอกับราชาบุปผาคู่เพื่อมอบเมล็ดพันธุ์เป็นครั้งที่สองได้อีกแล้ว
มู่เฉียนซีทุ่มเทจิตวิญญาณเพื่อปลูกดอกไม้อย่างเต็มที่ แม้ว่าตอนนี้นางจะสามารถกลั่นยาขั้นเทวะระดับสูงสุดได้ แต่มู่เฉียนซีก็ไม่เคยที่จะไม่ระมัดระวังและไม่รอบครอบเลยแม้แต่น้อย
นอกจากนี้มู่เฉียนซียังปลูกหญ้าแห่งชีวิตเอาไว้รอบเมล็ดพันธ์ พร้อมกับเติมพลังแห่งชีวิต และเทยาน้ำชนิดพิเศษลงไปอีกสองสามขวด หลังจากนั้นก็เหลือแค่รอผลลัพธ์แล้ว
เมล็ดพันธุ์นี้ จะสามารถงอกและเติบโตขึ้นได้หรือไม่กันแน่
ในตอนที่มู่เฉียนซีปลูกเมล็ดพันธุ์เสร็จเรียบร้อย นางก็ได้รู้ข่าวว่าคนที่ไปหาข้อมูลเรื่องว่านจันทรกานต์ได้กลับมาแล้ว ดังนั้นมู่เฉียนซีกับมู่อวู่ซวงจึงรีบไปพบพวกเขาทันที
ทันทีที่เห็นพวกเขา ก็ค้นพบว่าสีหน้าของพวกเขามีความย่ำแย่เป็นอย่างมาก
ประสาทรับกลิ่นอันเฉียบคมของมู่เฉียนซี ทำให้นางได้กลิ่นของเนื้อเน่าเปื่อย
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับพวกเจ้า”
“ฝ่าบาท สถานที่บ้า ๆ แห่งนั้น สถานที่บ้า ๆ แห่งนั้นมันน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน ข้า…”
“โฮกกกก!” ทันใดนั้น พวกเขาก็ร้องคำรามออกมาราวกับสัตว์ร้ายก็มิปาน
ตาขาวของพวกเขาเปลี่ยนเป็นใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งพวกเขาก็พุ่งเข้ามาโจมตีมู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงทันที
กลิ่นเนื้อเน่าที่คละคลุ้งทำให้มู่เฉียนซีอยากที่จะอาเจียนออกมาจริง ๆ แต่เมื่อมองไปที่พวกเขา ก็รู้สึกราวกับว่ากำลังดูภาพยนตร์แนวซอมบี้ที่เคยดูมาเมื่อชาติที่แล้วอยู่อย่างไรอย่างนั้น
เพียงแต่ว่าพวกเขาสามารถรักษาสภาพก่อนตายเอาไว้ได้ ซึ่งดูไม่ดุร้ายและน่าสะพรึงกลัวถึงขนาดนั้น!
สีหน้าของมู่อวู่ซวงมืดมนไปทันที เขาดึงมู่เฉียนซีให้ไปอยู่ข้างหลังเขา พลางกล่าวว่า “รนหาที่ตายนัก!”
เขารู้ดีว่าคนเหล่านี้ได้ตายไปแล้ว และไม่สามารถสอบถามอะไรได้อีก เช่นนั้นเขาจึงทำได้เพียงทำลายพวกเขาทิ้งเท่านั้น
ปัง ปัง ปัง!
พวกเขาเหล่านี้จัดการได้ไม่ยาก และมู่อวู่ซวงก็สามารถจัดการคนเหล่านี้ได้ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงไม่กี่กระบวนท่าเท่านั้น
เขาสั่งให้คนของเขาเอาร่างของพวกเขาไปเผาทิ้งเสีย หลังจากนั้นก็จัดการฝังอย่างเหมาะสม
นอกจากคนที่ไม่ได้กลับมาแล้ว ก็เหลือเพียงคนที่กลายเป็นศพเน่าเปื่อยนี้เท่านั้น
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็ก สถานที่ที่ท่านตรวจสอบเจอว่านจันทรกานต์อยู่ที่ไหนหรือเจ้าคะ ผู้ใดคือคนที่แจ้งข้อมูลให้ท่านรู้กัน”
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “โยวเยี่ยจุนเป็นคนบอกอา ในฐานะที่เขาเป็นเจ้าแห่งแดนวิญญาณ แน่นอนว่าเขาจะต้องรู้ในบางเรื่องที่เราไม่รู้อยู่แล้ว ฉะนั้นการตรวจสอบเรื่องนี้ จึงง่ายกว่าพวกเรามากนัก”
“หรือนี่จะเป็นกับดักของโยวเยี่ยจุน แต่เขาไม่รู้ถึงตัวตนของอาเล็ก ฉะนั้นเขาน่าจะไม่วางกับดักเช่นนี้สิ!” มู่เฉียนซีบ่นพึมพำ
“ฝ่าบาท คนส่งข่าวขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณมาแล้วขอรับ”
คนส่งข่าวขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณมาแจ้งว่า ห้ามไม่ให้มู่อวู่ซวงไปประตูภูตวิญญาณสวรรค์เด็ดขาด
และประตูภูตวิญญาณสวรรค์ก็คือสถานที่ที่มู่อวู่ซวงส่งคนไปค้นหาว่านจันทรกานต์ก่อนหน้านี้นั่นเอง
มันมีความหมายว่าประตูภูตวิญญาณสวรรค์เกิดความผิดปกติขึ้นอย่างกะทันหัน ซึ่งมันก็อันตรายมาก
ตอนนี้สถานที่แห่งนั้นอันตรายต่อมู่อวู่ซวงมากเกินไป เขาคือองค์รัชทายาทแห่งแดนวิญญาณ เขาคือคนที่สำคัญมากที่สุด ฉะนั้นจึงไม่อยากให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขา
และด้วยความที่เขาสัญญากับอ๋องจิ่วเยี่ยไว้ว่า จะค้นหาดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ให้เจอ ในเมื่อมีข่าวแล้ว เขาย่อมต้องแจ้งเรื่องนี้ให้อ๋องจิ่วเยี่ยทราบ ฉะนั้นมู่อวู่ซวงจึงไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยตนเอง
นอกจากนี้องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณคิดว่าที่มู่อวู่ซวงยอมค้นหาดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่อย่างลำบากยากเย็นถึงเพียงนี้ ก็เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับอ๋องจิ่วเยี่ยแห่งแดนนรก
แต่ความจริงแล้ว มู่อวู่ซวงไม่ได้มีความคิดเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจิ่วเยี่ยนั้นย่ำแย่เป็นอย่างมาก ที่เขาหาสิ่งของเหล่านี้ก็เพื่อมู่เฉียนซีเท่านั้น ซึ่งอ๋องจิ่วเยี่ยก็เช่นกัน
มู่อวู่ซวงไม่สนใจคำพูดของโยวเยี่ยจุนอย่างสิ้นเชิง เขากล่าวว่า “ข้าจะไปสถานที่แห่งนั้นด้วยตนเอง ส่วนซีเอ๋อร์ เจ้าอยู่ปลูกบุปผาคู่อยู่ที่เมืองอวู่ซวงนี่แหละ รอข่าวดีจากอาก็พอแล้ว!”
ถึงจะรู้ข่าวของว่านจันทรกานต์แต่ก็ไม่ให้เคลื่อนไหว และให้เอาแต่รอเจ้าหนูหวงจิ่วเยี่ยเสียอย่างนั้น ซึ่งนี่ก็ทำให้มู่อวู่ซวงไม่พอใจเอาเสียเลย ฉะนั้นเขารีบไปหาว่านจันทรกานต์ให้ซีเอ๋อร์ก่อนดีกว่า!
“องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณบอกแล้วว่ามีอันตราย ที่นั่นผิดปกติ ท่านก็ยังอยากจะไปอีกหรือ?” มู่เฉียนซีกล่าว
“เรื่องของซีเอ๋อร์มีความสำคัญที่สุด นอกจากนี้อาก็แข็งแกร่งกว่าที่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณรู้ ฉะนั้นไม่มีปัญหาอะไรหรอก!”
“เช่นนั้นข้าก็จะไปด้วย ห้ามทิ้งข้าไว้ที่นี่เป็นอันขาดนะเจ้าคะ”
“ไม่ได้!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อ้อ! เช่นนั้นมังกรวารี พวกเราแอบตามหลังอาเล็กไปแทนก็แล้วกัน! อย่างไรเสียก็มีเจ้าอยู่ด้วย พวกเราจะต้องไล่ตามอาเล็กได้อย่างแน่นอน เจ้าว่าถูกต้องหรือไม่?”
“ขอรับ!” มังกรวารีกล่าวตอบ
ตัวเลือกมีแค่พวกเขาไปพร้อมกัน หรือไม่ก็รอดูความเปลี่ยนแปลงอยู่ที่นี่ก่อน หลังจากที่จิ่วเยี่ยมาถึงแล้วค่อยว่ากันอีกที
แน่นอนว่ามู่อวู่ซวงต้องเลือกอย่างแรกอยู่แล้ว และหลังจากที่พวกเขาเตรียมตัวเรียบร้อย ก็ออกเดินทางไปที่ประตูภูตวิญญาณสวรรค์ทันที
เมื่อรู้ข่าวว่ามู่อวู่ซวงไม่เชื่อคำแนะนำของเขา สีหน้าของโยวเยี่ยจุนก็มืดมนลงอย่างมาก “ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ พวกเจ้ารีบไปที่นั่นเร็วเข้า ไปขวางเขาเอาไว้ให้ได้ และห้ามไม่ให้เขาเข้าไปในประตูภูตวิญญาณสวรรค์เด็ดขาด”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!” คนที่รับคำสั่งในห้องโถงรีบออกไปอย่างรวดเร็ว
ความรู้สึกที่ก้าวเข้าไปในประตูภูตวิญญาณสวรรค์นั้นเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ประตูภูตวิญญาณสวรรค์นี่ให้ความรู้สึกเหมือนประตูนรกไม่มีผิด!”
ถึงระหว่างทางจะต้องเผชิญหน้ากับหน่วยจุนถังที่ขวางทางเอาไว้ แต่พวกเขาก็มาถึงที่นี่ได้สำเร็จ
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ปะทะกับหน่วยจุนถังขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ จำเป็นต้องบอกเลยว่าหน่วยจุนถังขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณนั้นมีความสามารถที่แข็งแกร่งมาก
ดูเหมือนว่าหากไม่รอให้องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณสละราชสมบัติไปก่อน และให้อาเล็กเป็นจักรพรรดิราชันย์วิญญาณด้วยตนเองแล้วละก็ คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผ่านการทดสอบของหน่วยจุนถังนี้ไปได้ แต่หากความสามารถของอาเล็กฟื้นฟูมาได้อย่างสมบูรณ์แล้วค่อยลงมือก็จะมั่นคงกว่า
แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีคนมากมาย แต่มู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงก็ยังสามารถสลัดพวกเขาทิ้งไปได้
เป็นครั้งแรกที่หน่วยจุนถังล้มเหลวในการทำภารกิจที่ง่ายดายเช่นนี้ สีหน้าพวกเขาแต่ละคนดูย่ำแย่ลงเล็กน้อย หลังจากนั้นพวกเขาก็ส่งข่าวกลับไป
โยวเยี่ยจุนกล่าวว่า “ในเมื่อไม่สามารถขวางเขาเอาไว้ได้ เช่นนั้นก็ตามพวกเขาเข้าไปด้วย หากโยวเยี่ยอวู่ซวงมีอันตรายถึงชีวิต แค่ช่วยเขาเอาไว้ให้ได้ก็พอ หากไม่มีเรื่องให้ต้องช่วยเหลือก็ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหว เขาจำเป็นต้องหาประสบการณ์ อย่างไรเสียเขาก็ยังเด็กนัก และนอกจากอวู่ซวงแล้ว ก็ไม่ต้องสนใจคนอื่น”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!” ลูกน้องของโยวเยี่ยจุนกล่าวตอบ