ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2734 ประกาศสละราชสมบัติ
“เอาล่ะ! ครั้งนี้อวู่ซวงประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ เฉียนซีเจ้าเองก็เช่น หลังจากที่ออกไปจากที่นี่ พวกเจ้าจงติดตามข้าไปที่พระราชวัง ข้าจะจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองให้กับพวกเจ้า นี่คือเรื่องที่สมควรแล้ว! ฉะนั้นพวกเจ้าทั้งสองห้ามปฏิเสธเป็นอันขาด!” องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ในเมื่อองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวเช่นนี้ หากพวกเขาปฏิเสธขึ้นมาจริง ๆ เช่นนั้นก็จะถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ ฉะนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงยอมตกลงเท่านั้น
หลังจากที่พวกเขาออกไปจากประตูภูตวิญญาณสวรรค์ พวกเขาก็มุ่งหน้าตรงไปยังพระราชวังของแดนวิญญาณทันที
หลังจากนั้นเพียงไม่นาน คุณูปการอันยิ่งใหญ่ขององค์รัชทายาทอวู่ซวงและฝ่าบาทน้อยเฉียนซี ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งแดนวิญญาณ
พวกเขาได้ช่วยองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกำจัดพิษร้ายของแดนวิญญาณ นอกจากนี้ยังช่วยเหลือผู้คนของแดนวิญญาณนับล้านได้อีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ตำแหน่งของหอหมอปีศาจในแดนวิญญาณยิ่งศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นไปอีก
เนื่องจากว่าสิ่งที่สามารถเปลี่ยนซากศพเหล่านี้ได้ ก็คือยาที่หมอปีศาจกลั่นออกมานั่นเอง
ซึ่งผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือเหล่านั้นต่างยกย่องหอหมอปีศาจเป็นอย่างมาก
แม้มู่อวู่ซวงและองค์รัชทายาทจี๋จะมีชื่อเสียงมากเหมือนกัน และถึงองค์รัชทายาทจี๋ในอดีตจะแข็งแกร่งมากที่สุดก็ตาม แต่ก็ไม่เคยทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่แบบนี้มาก่อน
ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงเห็นพ้องต้องกันว่า การที่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณให้ฝ่าบาทอวู่ซวงเป็นองค์รัชทายาท เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดมากที่สุดแล้ว
งานเลี้ยงเฉลิมฉลองนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ และคนของแดนวิญญาณมากมายต่างก็มุ่งหน้ามาที่นี่
นอกจากนี้ยังมีองค์ชายบางคน ที่รู้สึกมึนงงเล็กน้อย
พวกเขาเคยดูถูกน้องชายคนเล็กที่กลับมาจากดินแดนระดับต่ำคนนี้มากมายเสียขนาดนั้น
แต่ตอนนี้เขากลับอยู่สูงเกินเอื้อมไปแล้ว!
จนพวกเขาในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันอีกต่อไป!
โยวเยี่ยจี๋เองก็เป็นหนึ่งคนที่ได้รับเชิญเช่นกัน สำหรับมู่อวู่ซวงที่ประสบความสำเร็จเช่นนี้
ดูเหมือนว่าเขาจะมีความยินดีต่อมู่อวู่ซวงอย่างจริงใจ ทั้งยังไม่มีความอิจฉาเลยแม้แต่น้อย ซึ่งดูมีทัศนคติที่ดีเป็นอย่างมาก
และการที่เขาประพฤติตนเช่นนี้ มู่เฉียนซีกลับยิ่งรู้สึกว่าเขาเป็นปัญหามากยิ่งขึ้นไปอีก
มีคนมากมายเข้ามาเพื่อร่วมยินดีกับมู่อวู่ซวง นอกจากนี้คนในงานเลี้ยงส่วนหนึ่งยังต้องการที่จะเข้ามาจีบมู่เฉียนซี แต่ทว่าพวกเขากลับถูกนิรันดร์และมังกรวารีขวางเอาไว้ทั้งหมด
พวกเขาไม่อยากให้ใครก็ไม่รู้เหล่านี้ มารบกวนความสงบของเจ้านายของตนเอง
“ฝ่าบาทอวู่ซวงประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ในฐานะที่ข้าเป็นเสด็จแม่ไม่สามารถปฎิบัติต่อฝ่าบาทอวู่ซวงอย่างยุติธรรมเท่าที่ควร ฉะนั้นจึงได้เตรียมของขวัญมาให้ฝ่าบาทอวู่ซวงเป็นพิเศษ หวังว่าฝ่าบาทอวู่ซวงจะชื่นชอบมัน” ในเวลานี้ มีสตรีที่สวมชุดกระโปรงยาวลากพื้นคนหนึ่งเดินเข้ามาในสถานที่จัดงาน ซึ่งคนผู้นี้ก็คือองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณนั่นเอง
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณใช้ระบบชายเป็นใหญ่อย่างเห็นได้ชัด โดยปกติแล้วงานฉลองเช่นนี้มีเพียงบุรุษเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมได้ ส่วนสตรีนั้นควรที่จะอยู่ในวังหลังอย่างสงบเรียบร้อย
ดังนั้นก่อนหน้านี้ทั้งมู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวง ต่างก็ไม่เคยเจอกับองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณผู้นี้มาก่อน
แต่ด้วยงานเฉลิมฉลองครั้งนี้ ในฐานะที่นางคือสตรีขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ และยังเป็นถึงองค์จักรพรรดินีของแดนวิญญาณ แน่นอนว่านางจะต้องมาอยู่ที่นี่อยู่แล้ว
องค์จักรพรรดินีนั้นมีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง และของขวัญที่นางมอบให้ก็คือหีบขนาดใหญ่หีบหนึ่ง
ผู้คนต่างประหลาดใจเล็กน้อย นี่องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณต้องการที่จะมอบของขวัญอะไรให้แก่ฝ่าบาทอวู่ซวงกันแน่ คิดไม่ออกเลยว่าจะมีสิ่งใดถูกเก็บไว้ในหีบใบใหญ่ขนาดนี้ได้
ผู้คนที่อยากรู้อยากเห็น ต่างมองไปยังหีบนั้นด้วยความพร้อมเพียงกัน
องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณโบกมือเล็กน้อย พลางกล่าวว่า “เปิด!”
ตึงง!
และหีบใบนั้นก็ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นก็มีกลีบดอกกุหลาบสีแดงฉานโปรยปรายลงมา และท่ามกลางพิรุณแห่งบุปผา ก็มีหญิงสาวผู้งดงามที่ถูกพันด้วยผ้าบางโปร่งแสงคนหนึ่ง ค่อย ๆ ลุกยืนขึ้นมาอย่างเชื่องช้า
หญิงสาวผู้นี้มีรูปร่างหน้าตาที่งดงาม ซึ่งหาได้ยากมากในแดนวิญญาณแห่งนี้
โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นของนาง ช่างมีเสน่ห์และเย้ายวนใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งสามารถทำให้คนที่ได้เห็นรู้สึกกระสับกระส่ายทันที
ท่ามกลางกลิ่นหอมที่คละคลุ้ง ดูเหมือนว่ามู่เฉียนซีจะได้กลิ่นหอมที่แตกต่างออกไปเป็นพิเศษ ซึ่งก็ทำให้นางต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ฝ่าบาทอวู่ซวง!” ทันใดนั้นเสียงอันละเอียดอ่อนก็ดังขึ้น หลังจากนั้นนางก็พุ่งทะยานเข้ามากอดมู่อวู่ซวงเอาไว้ทันที
มู่อวู่ซวงหลบหลีก จนทำให้นางต้องคว้าน้ำเหลว
เขาเหลือบมองไปทางองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณอย่างเรียบเฉยพลางกล่าวว่า “ของขวัญชิ้นนี้ องค์จักรพรรดินีโปรดนำกลับไปเถิดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่ค่อยชอบมันเท่าไรนัก”
แววตาของผู้คนเหล่านั้นในตอนนี้ร้อนระอุเป็นอย่างยิ่ง แต่มู่อวู่ซวงกลับไม่มีการตอบสนองใด ๆ เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังเย็นชามากอีกด้วย
องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณกล่าวว่า “เกิดอะไรขึ้น อวู่ซวงไม่ชอบหญิงสาวที่แม่เตรียมไว้ให้อย่างนั้นหรือ นางทำให้เจ้าไม่พอใจใช่หรือไม่ นางคือคนที่เลือกออกมาจากคนนับพันนับหมื่นคน ในฐานะที่เจ้าเป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งแดนวิญญาณ จะปล่อยให้เรือนรองไม่มีหญิงสาวที่ถูกใจได้อย่างไร ในตอนที่จี๋เอ๋อร์ของข้าอายุเท่ากับเจ้า แม้ว่าจะยังไม่แต่งพระชายา แต่เรือนรองของเขาก็มีชายารองที่งดงามอยู่มากมายแล้ว”
ในฐานะองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ นางไม่สามารถยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องสำคัญของแดนวิญญาณได้ แต่ทว่าหากเป็นเรื่องของวังหลังเรือนรองแล้วละก็ ล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของนางทั้งสิ้น
“อวู่ซวงไม่มีแม่มาตั้งแต่อายุยังน้อย ฉะนั้นจึงไม่มีผู้ใดคอยกังวลเรื่องเช่นนี้แทนเจ้า มู่เฉียนซีเองก็เป็นเพียงแค่เด็กน้อยที่ไม่เข้าใจอะไรเลย รู้แต่คิดที่จะผูกขาดความโปรดปรานไว้กับตนเองเท่านั้น แม่ไม่อยากให้เจ้าต้องอยู่เพียงลำพังเช่นนี้ต่อไปหรอกนะ” น้ำเสียงขององค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณอ่อนโยน ซึ่งดูเหมือนว่านางจะอยากเป็นแม่ที่ใส่ใจลูกชายอย่างจริงใจ
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกเล็กน้อย ภูมิหลังครอบครัวขององค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณผู้นี้ลึกล้ำมาก นอกจากนี้นางยังเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดอดีตองค์รัชทายาทจี๋อีกด้วย
เมื่อเห็นทักษะการแสดงเช่นนี้ของนาง มู่เฉียนซีก็เชื่อขึ้นมาทันทีว่า คนผู้นี้เป็นมารดาแท้ ๆ ของโยวเยี่ยจี๋จริง ๆ เพราะพวกเขามีทักษะการแสดงที่ยอดเยี่ยมเหมือนกันนั่นเอง
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวว่า “เสด็จแม่ของเจ้าตั้งใจถึงขนาดนี้แล้ว อวู่ซวงเจ้ารับไปเสียเถอะ!”
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเป็นคนตัดสินใจ จากนั้นก็โบกมือให้คนพาหญิงสาวผู้นี้เข้าไปในตำหนักของมู่อวู่ซวง
ผู้คนต่างหัวเราะออกมา ดูเหมือนว่าคราวนี้องค์รัชทายาทอวู่ซวงได้รับพรแล้ว ซึ่งนี่ก็ทำให้คนรู้สึกอิจฉามากจริง ๆ!
ภายใต้สถานการณ์ทั่วไปแล้วองค์ชายคนอื่น ๆ ล้วนมีชายารองมากมาย แต่หลังจากที่องค์รัชทายาทอวู่ซวงผู้นี้กลับมายังแดนวิญญาณแล้ว ภายในเรือนรองของเขากลับไม่มีหญิงสาวเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งความเฉยเมยของเขานั้นเหมือนกับนักบวชก็มิปาน
มู่อวู่ซวงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเองก็ไม่อยากให้เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ทำให้องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณต้องเสียหน้าต่อหน้าผู้คนมากมาย ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเงียบเอาไว้
องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณกล่าวว่า “ข้าคิดไว้แล้วว่าอวู่ซวงจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน เจ้าเองก็รีบให้กำเนิดทายาทโดยเร็วเข้าเถิด”
โยวเยี่ยจี๋มองดูสิ่งที่มารดาผู้ให้กำเนิดของตนเองทำโดยไม่ขมวดคิ้วเลยแม้แต่น้อย ดูเหมือนเขาจะคิดว่าสิ่งที่มารดาของตนเองทำลงไปทั้งหมด ค่อนข้างเกินความจำเป็นมากไปสักหน่อย
ในเมื่อภายในงานเลี้ยงมีฉากเล็ก ๆ เช่นนี้สอดแทรกเข้ามา มันจึงทำให้มู่อวู่ซวงกลายเป็นศูนย์กลางความสนใจในงานเลี้ยงครั้งนี้ไปทันที
ในช่วงสุดท้ายของงานเลี้ยง องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณได้แจ้งข่าวที่จริงจังออกมาเรื่องหนึ่ง
“ข้าได้เตรียมเลือกวันที่เหมาะสมที่จะมอบตำแหน่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณให้กับอวู่ซวงเอาไว้แล้ว นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปเจ้าจงเริ่มเตรียมพิธีสืบทอดตำแหน่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณได้แล้ว พวกเจ้าเองก็ต้องเตรียมความพร้อมให้ดี เพื่อให้การสืบทอดราชสมบัติขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณองค์ใหม่เป็นไปได้อย่างราบรื่น”
ผู้คนต่างพากันตกตะลึง และมองไปยังองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณอย่างไม่อยากจะเชื่อ องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณประกาศออกมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวว่าตนเองจะสละราชสมบัติ และให้ฝ่าบาทอวู่ซวงสืบทอดตำแหน่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณต่อไป
เรื่องนี้แม้แต่มู่อวู่ซวงเองก็ยากที่จะเชื่อเล็กน้อย คิดไม่ถึงเลยว่าองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณจะสละตำแหน่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณของตนเองได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
เขารู้ดีว่าองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเป็นคนที่หมกมุ่นอยู่กับอำนาจและตำแหน่งมากเพียงใด และเดิมทีก็คิดว่าเขาไม่ทางยอมสละตำแหน่งนี้ของตนเองไปจนกว่าจะตายอย่างแน่นอน
“เพล้ง!” องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณที่ถือถ้วยชาเอาไว้อย่างไม่มั่นคงนัก ได้ทำมันตกลงไปบนพื้นจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
ซึ่งนางก็ถุกข่าวนี้ทำให้ตกใจมากอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้สีหน้าของนางยังเปลี่ยนเป็นซีดเผือดเล็กน้อยอีกด้วย
องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณกล่าวอย่างตกใจว่า “ฝ่าบาท เหตุใดพระองค์ถึงได้ประกาศเรื่องนี้อย่างกะทันหันเช่นนี้เล่าเพคะ หม่อมฉันตกใจมากจริง ๆ นะเพคะ”
“ข้ามีความรู้สึกว่า หลังจากนี้ไปข้าจะต้องจำศีลอย่างแน่นอน และแดนวิญญาณก็ไม่สามารถไร้ผู้ปกครองที่ควบคุมดูแลแดนวิญญาญได้ นอกจากนี้อวู่ซวงยังได้รับสืบทอดมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินมาแล้วอีกด้วย ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นในประตูภูตวิญญาณสวรรค์เขาก็แสดงความสามารถที่ยอดเยี่ยมออกมา มันทำให้ข้ารู้สึกว่าเขาสามารถจัดการเรื่องทั้งหมดของแดนวิญญาณได้” องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
หลังจากนั้น สายตาของเขาก็มองไปที่มู่อวู่ซวง “ข้าเชื่อมั่นในตัวอวู่ซวง อวู่ซวงเจ้าคิดเห็นเช่นไร”