ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2735 ฝันกลางวัน
มู่อวู่ซวงในเวลานี้มีสติกลับมาอีกครั้ง เขากล่าวตอบว่า “สามารถถูกตั้งความหวังไว้สูงเช่นนี้ ถือว่าเป็นเกียรติต่ออวู่ซวงอย่างยิ่ง ข้าจะไม่ทำให้พระองค์ต้องผิดหวังอย่างแน่นอน”
เพราะการสืบทอดตำแหน่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ เป็นสิ่งที่เขาต้องการอยู่แล้ว
ในเมื่อโยวเยี่ยจุนสามารถสละตำแหน่งได้อย่างง่ายดาย แต่เขากลับมีเรื่องที่ยังขาดอยู่อีกมาก
หลังจากที่ได้ควบคุมแดนวิญญาณทั้งหมดแล้ว เขาถึงจะสามารถไปสืบข้อมูลที่เกี่ยวกับดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เหลืออย่างม่านถัวหลัวแห่งแดนวิญญาณได้
ด้วยสถานะที่อยู่สูงที่สุดในแดนวิญญาณเช่นนี้ ทำให้เขาสามารถปกป้องซีเอ๋อร์ได้ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก
พวกเขาตกใจมาก คิดไม่ถึงเลยว่ามู่อวู่ซวงจะยอมรับเรื่องเช่นนี้ได้อย่างใจเย็น ทั้งยังไม่ปฏิเสธหรือมีความกลัวใด ๆ อีกด้วย
ซึ่งเขาทำราวกับว่าการรับตำแหน่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ เป็นเพียงการรับของขวัญธรรมดาเท่านั้นก็มิปาน
ด้วยจิตใจเช่นนี้ จึงไม่แปลกใจเลยที่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณจะเชื่อมั่นในตัวเขาถึงขนาดนี้
คิดไม่ถึงเลยว่าองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณจะตัดสินใจสละราชสมบัติอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ แม้ว่าฝ่าบาทอวู่ซวงจะยังเด็กอยู่มาก แต่ความสามารถก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับอายุของเขาเลย
หลังจากที่ประกาศข่าวที่จริงจังเช่นนี้ออกมาแล้ว การเฉลิมฉลองครั้งนี้ก็ได้สิ้นสุดลง
พวกเขาคาดการณ์ว่าที่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้ ก็เพื่อที่จะสร้างอำนาจให้มู่อวู่ซวง และเพื่อที่จะประกาศข่าวใหญ่นี้ด้วย
หลังจากที่งานเฉลิมฉลองสิ้นสุดลง องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกับมู่อวู่ซวงก็พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว
ในการเข้ารับตำแหน่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ มู่อวู่ซวงยังมีเรื่องมากมายที่ต้องทำความเข้าใจ และมันก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอีกด้วย
เพราะสิ่งที่เขาต้องควบคุมดูแล คือพื้นที่ทั้งหมด
มู่เฉียนซีกลับไปที่ตำหนักเพียงลำพัง ความจริงแล้วนางรู้สึกสับสนเล็กน้อย “เดิมทีโยวเยี่ยจุนเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานคนหนึ่ง มันยากที่จะเชื่อว่าเขาจะปล่อยอำนาจไปอย่างง่ายดาย และให้อาเล็กเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้!”
“อย่างที่รู้ว่าโยวเยี่ยจี๋เป็นองค์รัชทายาทมากนานขนาดนั้น เขายังไม่คิดจะยกตำแหน่งให้เลย ทว่าอาเล็กของนางเพิ่งจะเป็นองค์รัชทายาทมาได้ไม่กี่เดือนเท่านั้น! เขากลับคิดที่จะสละราชบัลลังก์ให้เสียแล้ว มันเป็นเพราะว่าอาเล็กได้รับสืบทอดมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินอย่างนั้นหรือ”
นิรันดร์กล่าวตอบว่า “มันเป็นเพราะว่าองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณโยวเยี่ยจุนผู้นั้น มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว ดังนั้นเขาจึงสละราชสมบัติ และจำศีลเพื่อคิดหาทางบรรลุขั้นที่สูงขึ้นอย่างสุดความสามารถ ซึ่งมันก็สามารถเข้าใจได้! แต่ว่าที่นี่คือแดนวิญญาณ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสามารถบรรลุระดับที่สูงกว่านี้ได้! ดังนั้นการจำศีลของเขา นั่นคือการจำศีลจนกระทั่งตายไปอย่างแท้จริง”
แม้แต่เจ้าผู้ปกครองดินแดนอย่างองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ ถึงเขาจะมีชีวิตอยู่มานานกว่าผู้แข็งแกร่งคนอื่น ๆ ไม่รู้กี่หมื่นปี แต่ชีวิตของเขาก็ไม่ได้อยู่เป็นนิรันดร์เช่นกัน
หากไม่บรรลุขั้นเทวะขึ้นไป ชีวิตของเขาก็ถูกกำหนดให้มีขีดจำกัด และตอนนี้จุดจบของเขาก็ใกล้มาถึงแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างที่แปลกประหลาด รอดูสถานการณ์ไปก่อนก็แล้วกัน!”
“จุ๊ ๆ ๆ สาวงามที่องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณมอบให้ดูเหมือนว่ามีรูปร่างหน้าตาที่ไม่เลวเลย อาเล็กของเจ้าได้รับทั้งพลังที่แข็งแกร่งและสมบูรณ์ไปด้วยสาวงาม! ช่างทำให้คนอื่นรู้สึกอิจฉาจริง ๆ” ทันใดนั้นก็มีรอยยิ้มที่เจ้าชู้และแสนชั่วร้ายปรากฏขึ้นมาตรงมุมปากของนิรันดร์
มังกรวารีกล่าวว่า “หากเจ้าชอบ ก็สามารถไปสานสัมพันธ์กับหญิงสาวผู้นั้นได้ ถือว่าช่วยคุณชายอวู่ซวงจัดการปัญหาเหล่านี้ได้พอดี! อย่างไรเสียเรื่องการเอาอกเอาใจสตรี ก็ไม่มีผู้ใดเหมาะสมไปกว่านิรันดร์อีกแล้ว”
“มังกรวารี นี่เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไรกัน ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างของเข้าเป็นของเจ้านายที่รักแล้ว และต่อให้หญิงสาวคนอื่นจะงดงามมากเพียงใด ก็ไม่มีผู้ใดสามารถเทียบหนึ่งในหมื่นของที่รักได้หรอก” นิรันดร์กล่าวพลางคลี่ยิ้มอย่างเสน่หา
“นายท่านอย่าไปเชื่อคำพูดหวานหูของเขานะขอรับ ก่อนหน้านี้เขาก็พูดกับหญิงสาวคนอื่นเช่นนี้เหมือนกัน!” มังกรวารีกล่าวด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์
“มังกรวารีข้าว่าช่วงนี้ข้าไม่ได้ทำให้เจ้าขุ่นเคืองใจมิใช่หรือ!” นิรันดร์กล่าวอย่างโกรธเคือง
มังกรวารีเหลือบมองไปที่เขาอย่างเย็นชา มาหยอกล้อเจ้านายไม่เป็นเรื่องเช่นนี้ จะไม่เรียกว่าทำให้ขุ่นเคืองได้อย่างไร
สัญชาตญาณความเจ้าชู้เช่นนี้ของนิรันดร์ แม้ว่าจะมีเจ้านายแล้วก็ไม่รู้จักควบคุมเอาไว้อยู่ดี
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขายังไม่มีเจ้านาย เขาก็สามารถดึงดูดผีเสื้อที่คลั่งไคล้ในตัวเขาได้จำนวนไม่น้อย
หลังจากที่มีเจ้านายแล้ว ก็ยังปฏิบัติต่อเจ้านายแบบเดียวกับที่ยั่วยวนสาวงามเหล่านั้น
ซึ่งแน่นอนว่ามังกรวารีที่ถือได้ว่าเจ้านายเป็นทุกสิ่งทุกอย่างและไม่อยากให้เจ้านายมีความกังวลใจใด ๆ มาเสมอ ย่อมไม่ชอบที่นิรันดร์ทำตัวเช่นนี้กับเจ้านายอยู่แล้ว
ในเวลานี้โยวเยี่ยจี๋ก็สามารถตามหาเสด็จแม่ของตนเอง ที่อยู่ภายในสวนดอกไม้ของพระราชวังระดับสูงเจอเสียที
เขากล่าวว่า “เสด็จแม่ ท่านไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนี้”
“ข้าเห็นว่าเจ้าไม่ยอมสู้หรือแย่งชิงแม่ก็ร้อนใจน่ะสิ! ลูกชายของแม่ควรจะเป็นองค์รัชทายาทที่สูงส่งของแดนวิญญาณ โยวเยี่ยอวู่ซวงนั่นเป็นใครกัน มันเป็นเพียงแค่เจ้าสารเลวคนหนึ่งที่ไม่มีแม่คอยเลี้ยงดูเท่านั้น มีสิทธิ์อะไรมาแย่งตำแหน่งของเจ้า”
องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณมองไปที่ลูกชายของตนเองที่ไม่สนใจเรื่องการสูญเสียตำแหน่งองค์รัชทายาทเลย จนตัวเองต้องร้อนใจไปหมด
“เสด็จแม่ ถึงจะใจร้อนไปก็กินเต้าหู้ร้อนไม่ได้อยู่ดี สิ่งของที่เป็นของข้าแน่นอนว่าข้าไม่มีทางปล่อยให้ใครอยู่แล้ว ในใจของข้ามีแผนการอยู่แล้ว ดังนั้นเสด็จแม่ไม่ต้องทำอะไรเลยพ่ะย่ะค่ะ ท่านเพียงแค่รอข่าวดีจากลูกชายคนนี้ก็เพียงพอแล้ว” โยวเยี่ยจุนกล่าว
องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณประหลาดใจเล็กน้อย ที่ลูกชายของตนเองมีแผนการอยู่แล้ว
นางรู้จักนิสัยของลูกชายตนเองเป็นอย่างดี ซึ่งเขาก็รู้จักซ่อนอารมณ์ของตนเองอยู่เสมอ
เขาได้แอบวางแผนการทั้งหมดเอาไว้แล้ว และเพราะเขามีความสามารถที่ยอดเยี่ยมมาตั้งแต่เด็กจนโต ทำให้นางไม่เคยจำเป็นต้องกังวลใจเกี่ยวกับเขาเลย
“แต่แม่ได้ส่งหญิงสาวคนนั้นออกไปแล้ว เช่นนั้นก็ปล่อยให้นางไปยั่วยวนโยวเยี่ยอวู่ซวงก็แล้วกัน! แม้ว่าจี๋เอ๋อร์จะมีความคิดบางอย่าง และตั้งใจจะปล่อยโยวเยี่ยอวู่ซวงไปก่อน แต่การที่เขากล้ามาแย่งของของเจ้า ทำให้แม่อย่างข้าไม่อาจทนได้อยู่ดี” องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
โยวเยี่ยจี๋กล่าวว่า “พ่ะย่ะค่ะ! ขอเพียงเสด็จแม่มีความสุข แค่สร้างปัญหาให้โยวเยี่ยอวู่ซวงบ้าง ก็ไม่ถือว่าแหวกหญ้าให้งูตื่นหรอกพ่ะย่ะค่ะ”
“จี๋เอ๋อร์ แต่นั่นมันไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ หรอกนะ เพราะหญิงสาวที่แม่คัดเลือกออกมาเป็นอย่างดีนั้น แต่มีร่างกายที่พิเศษเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงจะไม่ใช่คนที่มีนิสัยเจ้าชู้ ทว่านางต้องสามารถทำให้โยวเยี่ยอวู่ซวงหลงใหลได้อย่างแน่นอน!” องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณกล่าวอย่างมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
โยวเยี่ยจี๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่เชื่อหรอกว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงจะยึดติดอยู่กับสตรีนางหนึ่งได้ อย่างไรเสียจนถึงตอนนี้ เขาก็เป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาแล้ว
องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณกล่าวว่า “เมื่อถึงเวลานั้น เจ้าแค่รอดูการแสดงดี ๆ ก็พอแล้ว”
หลังจากที่มู่เฉียนซีกลับไปถึงตำหนักที่พักชั่วคราวของอาเล็กของตนเอง ในเวลานี้ก็เห็นหญิงสาวนางหนึ่งก็กำลังสั่งให้คนเคลื่อนย้ายสิ่งของบางอย่าง
“นำสิ่งของทั้งหมดเหล่านี้ย้ายเข้าไปในห้องบรรทมของฝ่าบาทอวู่ซวง แล้วก็ของพวกนี้ด้วย…”
ซึ่งคนที่กำลังออกคำสั่ง ก็คือหญิงสาวในชุดสีแดงที่มู่เฉียนซีเห็นในห้องโถงใหญ่เมื่อครู่นี้ และนางก็คือหญิงสาวที่องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณมอบให้อาเล็กนั่นเอง
มู่เฉียนซีมั่นใจว่า อาเล็กไม่ต้องการรับหญิงสาวผู้นี้เอาไว้อย่างแน่นอน
แต่เป็นเพราะการสนับสนุนโดยพลการขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ จึงทำให้ตอนนี้นางถูกส่งมาที่นี่
นางกำลังควบคุมตำหนักแห่งนี้ด้วยท่าทางที่มีอำนาจ ราวกับว่านางได้กลายเป็นนายหญิงของที่นี่ไปแล้วก็มิปาน
เมื่อมู่เฉียนซีเดินเข้ามา หญิงสาวในชุดสีแดงผู้นั้นก็กล่าวขึ้นมาว่า “มู่เฉียนซี หยุดเดี๋ยวนี้!”
แววตาของมู่เฉียนซีฉายแววเย็นยะเยือกออกมา นางกล่าวว่า “เจ้าถือว่าตนเองเป็นใครกัน คิดไม่ถึงว่าจะกล้ามาเรียกชื่อของข้า”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร ข้ากำลังจะกลายเป็นพระชายาขององค์รัชทายาท เป็นคนขององค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ ข้าจะเรียกสาวน้อยอย่างเจ้าด้วยชื่อแล้วจะทำไม อย่าคิดว่าแค่ฝ่าบาทอวู่ซวงโปรดปรานเจ้า แล้วจะทำให้เจ้าคิดว่าเจ้ามีสายเลือดของราชวงศ์ที่สูงส่ง ข้าว่าเจ้ารีบยอมรับความจริงโดยเร็วจะดีกว่า” เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนกล่าว
“อาเล็กของข้าไม่แม้แต่จะชายตามองเจ้า เจ้าก็คิดว่าตนเองสำคัญแล้วหรือ คนอย่างเจ้าคิดอยากจะแต่งเข้าตระกูลมู่ของข้าอย่างนั้นหรือ! ท่านป้า ได้โปรดฝันกลางวันให้มันน้อย ๆ ลงหน่อยเถิด!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างดูถูกเหยียดหยาม
“ตระกูลมู่อะไรกัน ข้าแต่งเข้าราชวงศ์ของแดนวิญญาณต่างหาก ขอเพียงองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณและองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณพึงพอใจในตัวข้าก็เพียงพอแล้ว เจ้าทำตัวให้ฉลาดหน่อยจะดีกว่านะ!” เฟิ่งเสี่ยวเยี่ยนกล่าวอย่างเย็นชา
.