ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2745 การทดสอบที่อันตราย
เมื่อถึงเวลานั้นหมอปีศาจจะมาประจำการอยู่ที่หอหมอปีศาจของเมืองอวู่ซวงด้วยตนเอง และทำการรักษา เพื่อทำให้คนเหล่านั้นฟื้นตัวได้อย่างราบรื่น
ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมด องค์รัชทายาทอวู่ซวงจะเป็นผู้จัดการให้เอง
ทันใดนั้นทุกคนต่างก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง สถานะของพวกเขาในแดนวิญญาณไม่ได้ถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำต้อยเลย มิเช่นนั้นคงไม่ตกเป็นเป้าหมายของตระกูลเฟิ่งแน่นอน
แต่ทว่าหมอปีศาจนั้นเป็นคนที่ลึกลับ เช่นนั้นจึงเชิญมาได้ยาก
และการที่ฝ่าบาทอวู่ซวงสามารถเชิญมาได้ มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกว่าได้ติดหนี้บุญคุณฝ่าบาทอวู่ซวงครั้งใหญ่เลยทีเดียว
ซึ่งเรื่องนี้สำหรับมู่เฉียนซีแล้ว เป็นเพียงแค่งานที่ง่ายดายเท่านั้น และจากนั้นก็มีคนมุ่งหน้ามายังหอหมอปีศาจของเมืองอวู่ซวงมากขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากที่ได้รับยารักษาโรคก็หายป่วยทันที และเมื่อคนเหล่านี้ฟื้นขึ้นมา พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกหลงใหลหญิงสาวของตระกูลเฟิ่งเหล่านั้นอีกแล้ว
ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าตนเองได้เจอหญิงสาวที่งดงามมากที่สุด แต่ตอนนี้พวกนางก็ดูธรรมดา ๆ ทั่วไป!
จิตวิญญาณถูกทำให้หลงใหล จนไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้จริง ๆ!
ผู้หญิงเหล่านี้ใช้คนทำเรื่องที่เกินไปมากมาย ส่วนผู้ชายหลังจากที่มีสติกลับมาแล้ว ต้องการจะจัดการพวกนางเช่นไร นั่นก็เป็นเรื่องภายในตระกูลของพวกเขา
การให้การรักษาของมู่เฉียนซีในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวนั่นเอง
มันไม่เพียงแต่ทำให้ผู้คนมากมายต้องติดหนี้บุญคุณอาเล็กของนางเท่านั้น แต่นอกจากนี้ยังทำให้หมอปีศาจของหอหมอปีศาจในแดนวิญญาณมีชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย
ซึ่งสถานการณ์ในรอบนี้ ก็ทำให้โยวเยี่ยจี๋ไม่ได้เปรียบมากเท่าไรนัก
ในตอนที่โยวเยี่ยจี๋ได้รับรู้ข่าวนี้ แววตาของเขาก็มืดมนลงทันที สมแล้วที่โยวเยี่ยอวู่ซวงเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งสำหรับเขา
เมื่อวันที่โยวเยี่ยอวู่ซวงจะได้สืบทอดตำแหน่งขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ บนเขากระดูกดำก็เกิดเรื่องใหญ่ขึ้น
“เสด็จพ่อ ดูเหมือนว่าผนึกบนเขากระดูกดำจะคลายออกแล้ว เสด็จพ่อได้โปรดเตรียมคนไปจัดการเรื่องนี้ด้วยเถิด อย่าได้ปล่อยให้ผู้ทรยศของแดนวิญญาณออกมากระทำความชั่ว และทำลายแดนวิญญาณของพวกเราได้นะพ่ะย่ะค่ะ!” อย่างไรเสียเขากระดูกดำแห่งนั้นก็เป็นอาณาเขตของโยวเยี่ยจี๋ ดังนั้นทันทีที่เกิดสถานการณ์บางอย่างขึ้น โยวเยี่ยจี๋จึงเป็นคนแรกที่มารายงาน
โยวเยี่ยจุนกล่าวว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าสิ่งที่ชั่วร้ายนั่นจะมีความสามารถมากพอที่จะทำลายผนึกได้ ข้าจะส่งคนของหน่วยจุนถังไปจัดการมัน”
“เสด็จพ่อ เรื่องนี้เกรงว่าจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนัก! ถึงแม้ว่าคนของหน่วยจุนถังจะแข็งแกร่ง แต่ราชาโครงกระดูกดำที่เพิ่งจะทำลายผนึกออกมาต้องไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาอย่างแน่นอน! อีกอย่างน้องอวู่ซวงที่กำลังจะได้รับตำแหน่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ ให้เขาออกโรงดีหรือไม่ ให้เขาจัดการราชาโครงกระดูกดำ เพื่อเพิ่มชื่อเสียงความสำเร็จ เช่นนี้เขาก็จะสามารถได้รับการยอมรับจากฝูงชนของแดนวิญญาณได้มากยิ่งขึ้นไปอีก” โยวเยี่ยจี๋เอ่ยปาก
“แม้ว่าที่ประตูภูตวิญญาณสวรรค์ครั้งที่แล้วน้องอวู่ซวงจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แต่ทว่าคนที่มีบทบาทสำคัญที่สุดก็คือเสด็จพ่ออยู่ดี! ฉะนั้นการทำลายผนึกของราชาโครงกระดูกดำในคราวนี้ แน่นอนว่าเป็นโอกาสให้น้องอวู่ซวงได้แก้ไขวิกฤตของแดนวิญญาณเพียงลำพัง หากคราวนี้สามารถทำภารกิจให้สำเร็จไปได้อย่างงดงาม หลังจากที่รอเข้าพิธีรับสืบทอดราชบัลลังก์ในอีกไม่กี่วัน น้องก็จะกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ และผู้แข็งแกร่งของแดนวิญญาณจะต้องชื่นชมยินดีกับน้องอวู่ซวงด้วยใจจริงเป็นแน่”
แต่ละประโยคของโยวเยี่ยจี๋ล้วนสมเหตุสมผล และโยวเยี่ยจุนก็ถูกเขาโน้มน้าวได้สำเร็จ
เขากล่าวว่า “ตกลง! ในตอนแรกราชาโครงกระดูกดำได้ถูกผนึกโดยองค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน ในเมื่อตอนนี้มันกำลังเคลื่อนไหวเพื่อสร้างปัญหาอีกครั้ง เช่นนั้นก็ให้อวู่ซวงลงมือทำลายมันด้วยตนเองก็แล้วกัน! ให้คนทั่วทั้งแดนวิญญาณได้รู้ถึงพรสวรรค์ของอวู่ซวง เขาจะต้องไม่ทำให้องค์จักรพรรดิกุ่ยจวินต้องอับอายขายหน้า และมีความสามารถเพียงพอที่จะกลายเป็นองค์จักรพรรดิของแดนวิญญาณของข้าได้แน่นอน”
เรื่องที่ราชาโครงกระดูกดำสามารถทำลายผนึกได้นั้น เป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายของมู่เฉียนซีเช่นกัน
หลังจากที่เมืองหลวงกระจายข่าวนี้ออกมา เมืองอวู่ซวงของพวกเขาก็เริ่มทำการเตรียมตัวบางอย่างทันที
เดิมทีคิดว่าจะรออีกสักหน่อย แต่ราชาโครงกระดูกดำกลับไม่ยอมให้เขาได้รอ เช่นนั้นจึงทำให้ต้องดำเนินการก่อนล่วงหน้า
ข้อเสนอ ซึ่งเป็นข้อเสนอให้เขาเป็นคนออกโรง คิดไม่ถึงเลยว่าโยวเยี่ยจี๋จะเป็นคนเสนอความคิดนี้ออกมาเอง!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เช่นนั้นโยวเยี่ยจี๋จะต้องมีเจตนาที่ไม่ดีอย่างแน่นอน อาเล็กท่านจะไปจริง ๆ หรือเจ้าคะ”
“โยวเยี่ยจุนกำหนดให้อาต้องไปทำภารกิจในคราวนี้ คาดว่ามันน่าจะเป็นการทดสอบก่อนจะได้เป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณของอา! ในเมื่อให้ไปก็ไป และถือโอกาสนี้ไปเอาเมล็ดดอกพลับพลึงแดงมาให้ซีเอ๋อร์ด้วย!” มู่อวู่ซวงกล่าวตอบ
“เหตุใดผนึกที่ท่านเคยใช้ผนึกราชาโครงกระดูกดำถึงเกิดปัญหาได้ล่ะ อะไรทำให้มันเกือบจะคลายผนึกออกมาได้กัน” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
มู่อวู่ซวงกล่าวตอบว่า “มันน่าจะมีเหตุผลอยู่สองประการ เหตุผลประการแรกน่าจะเป็นเพราะเทพมรณะฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้ว พลังของมันแข็งแกร่งมาก และกำลังเรียกขานหาลูกน้องของตนเอง ประการที่สองคือมีเผ่าเทพยื่นมือเข้ามาแทรกแซง เพื่อทำลายผนึก! เพราะในแดนวิญญาณแห่งนี้ไม่มีผู้ใดมีความสามารถพอที่จะทำลายผนึกนั้นได้ แม้ว่าจะเป็นโยวเยี่ยจุนเองก็ไม่ได้เช่นกัน! แต่ทว่าหากเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าเทพก็สามารถทำลายผนึกนั้นได้อย่างง่ายดายเลยล่ะ!”
“ประการแรกพอมีความเป็นไปได้ มันมีความเป็นไปได้ที่เทพมรณะจะฟื้นคืนชีพแล้ว อย่างไรเสียในตอนที่ข้าเคยอยู่แดนซวนเทียนก็เคยเจอกับลูกน้องของเทพมรณะมาแล้วมากมาย! ซึ่งมันก็คือลูกน้องที่สำคัญที่สุดอย่างต้นไม้ปีศาจแห่งความตายนั่น!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“แต่ทว่า ทางด้านของเผ่าเทพก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน อาเล็ก ดูเหมือนว่าพวกเราจะต้องระวังกันมากหน่อยแล้วละเจ้าค่ะ” ความสุขุมเปล่งประกายขึ้นมาในแววตาของมู่เฉียนซี
“อื้ม!” ระวังหรือ แน่นอนว่ามู่อวู่ซวงย่อมเห็นด้วยกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากอยู่แล้ว
มู่เฉียนซีได้นำกำลังพลของเมืองอวู่ซวง มุ่งหน้าไปยังเขากระดูกดำ และนี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่พวกเขามาที่แห่งนี้ นอกจากนี้เวลาระหว่างทั้งสามครั้งนี้ยังไม่ห่างกันมากอีกด้วย
ครั้งแรกที่มาถึงเขากระดูกดำ ก็เพื่อค้นหาแร่ของที่นี่ และหลังจากนั้นก็ได้ค้นพบมิติที่มีผนึกพิเศษนั่น
พอมาครั้งที่สองก็ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตี แต่ก็ได้รับสิ่งของที่ยอดเยี่ยมด้วยเช่นกัน ทั้งยังได้ค้นพบเมล็ดของดอกพลับพลึงแดงอีกด้วย
และครั้งนี้ ก็ได้เดินทางไปพร้อมกับกำลังพลอันเกรียงไกรของเมืองอวู่ซวง เพื่อที่จะทำสงครามพิชิตความชั่วร้ายของโครงกระดูกดำแห่งความตายบนเขากระดูกดำ
แน่นอนว่าไม่สามารถปล่อยให้มันคลายผนึกออกมาอย่างสมบูรณ์ได้ เพราะมันคือหายนะของแดนวิญญาณ ที่จะทำให้พลังแห่งความตายแพร่กระจายไปทั่วทั้งแดนวิญญาณแห่งนี้
พวกเขามาถึงที่หมายได้สำเร็จ และตอนนี้ทั่วทั้งเทือกเขากระดูกดำก็ไม่มีคนอื่นอยู่อีกแล้ว ซึ่งหลังจากที่พวกของมู่อวู่ซวงมาถึง มู่อวู่ซวงก็สัมผัสได้ว่าผนึกของที่นี่ได้ถูกคลายออกแล้ว
“ให้ตายเถอะ! มันจะต้องเป็นเหตุผลประการที่สองแน่นอน! มีคนสมรู้ร่วมคิดกับเผ่าเทพ เพื่อคลายผนึกของราชาโครงกระดูกดำ!” สีหน้าของมู่อวู่ซวงเผยท่าทางที่เคร่งขรึมออกมาทันที
ส่วนที่ว่าใครคือผู้สมรู้ร่วมคิดกับเผ่าเทพนั้น ทั้งมู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงก็สามารถคาดเดาออกมาได้อย่างง่ายดาย ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องเป็นโยวเยี่ยจี๋อยู่แล้ว
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณรู้สึกเกลียดชังเผ่าเทพเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นเขาไม่มีทางคบหาสมาคมกับเผ่าเทพแน่นอน
ด้วยเหตุนี้คนที่ผลักดันให้มู่อวู่ซวงมาถึงที่นี่อย่างโยวเยี่ยจี๋ จึงเป็นผู้ต้องสงสัยที่สำคัญที่สุด
“ซีเอ๋อร์ เจ้ารีบไปที่เหมืองเถิด ผนึกถูกคลายออกแล้ว! มิติแห่งนั้นน่าจะพังทลายลงไปด้วย ซึ่งเมล็ดของดอกพลับพลึงแดงก็จะต้องได้รับผลกระทบ หรือแม้กระทั่งอาจจะถูกทำลายได้!” และสีหน้าของมู่อวู่ซวงก็ย้ำแย่มากขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนนี้ขาดดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ชนิดสุดท้ายเท่านั้น หากเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับดอกพลับพลึงแดงที่อยู่ที่นี่ เช่นนั้นการรวบรวมถนนแห่งดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ก็จะเปลี่ยนเป็นยากลำบากยิ่งขึ้นมาทันที
เขาคิดไว้แล้วว่าโยวเยี่ยจี๋อาจจะใช้วิธีนี้ และให้การสมรู้ร่วมคิดกับเผ่าเทพเพื่อคลายผนึกของราชาโครงกระดูกดำ!
ตอนนั้นเขากลับรู้สึกว่าก่อนหน้านี้ไม่ควรที่จะระมัดระวังถึงขนาดนั้น เขาน่าจะตัดสินใจคลายผนึกเพื่อเอาเมล็ดของดอกพลับพลึงแดงมาก่อนน่าจะดีที่สุด
เขาจะไม่ให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นเกิดปัญหาอะไรขึ้นเป็นอันขาด!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “แต่อาเล็ก ท่าน...”
ครืนนนน!
เทือกเขาแห่งนี้คืนชีพขึ้นมาแล้ว ร่างของราชาโครงกระดูกดำก็คือเขาลูกนี้ ซึ่งมันก็ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเลยทีเดียว
อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel Lucky
“ไม่ต้องเป็นห่วงอา องค์จักรพรรดิกุ่ยจวินเคยเอาชนะมันได้ และมันที่ก็เพิ่งจะคลายผนึกออกมา ฉะนั้นมันไม่มีทางมีความสามารถพอเอาชนะอาได้แน่! ซีเอ๋อร์เจ้ารีบไปเถอะ!” มู่อวู่ซวงกล่าวเร่ง
“เจ้าค่ะ!” มู่เฉียนซีเองก็รู้ดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้นั้นร้ายแรงมากเพียงใด
หากเมล็ดพันธุ์ชนิดสุดท้ายอย่างดอกพลับพลึงแดงถูกทำลายไป เช่นนั้นนางจะต้องถูกทำให้โมโหจนกระอักเลือดออกมาแน่นอน ถ้าพลาดโอกาสในครั้งนี้ ก็ไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไรถึงจะสามารถทำให้ต้นกำเนิดของแดนวิญญาณปรากฏตัวขึ้นมาได้
“นายท่าน พวกเราไปกันเถอะขอรับ!” มังกรวารีกล่าว