ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2753 ทำลายตนเองอย่างบ้าคลั่ง
มู่อวู่ซวงลุกยืนขึ้นอย่างกะทันหัน เขาอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงซีเอ๋อร์ของเขา
ในตอนที่เขาต้องการที่จะออกไปจากพระราชวังของแดนวิญญาณ กลับมีคนมาขวางเขาเอาไว้
“องค์รัชทายาทอวู่ซวง พรุ่งนี้เป็นวันที่ท่านต้องสืบทอดตำแหน่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ องค์จักรพรรดิมีรับสั่งว่า ท่านไม่สามารถออกไปจากพระราชวังได้ชั่วคราวพ่ะย่ะค่ะ!”
มู่อวู่ซวงจะไปยอมเชื่อฟังเขาได้อย่างไร เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “รีบถอยออกไปเดี๋ยวนี้! ถอยไป!”
เขากลัวว่าซีเอ๋อร์จะมีอันตรายอะไรเกิดขึ้น แล้วจะให้เขาทนนั่งอยู่นิ่ง ๆ ได้อย่างไรกัน!
ตูมมม โครมม!
และมู่อวู่ซวงก็เริ่มต่อสู้กับคนเหล่านี้ทันที
ซึ่งนี่ก็ทำให้องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณรู้สึกตื่นตระหนกเช่นกัน องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวว่า “อวู่ซวง นี่เจ้าจะวิตกกังวลเกินไปทำไม! ทางด้านของมู่เฉียนซีมียอดฝีมือระดับสุดยอดคอยปกป้องอยู่ ไม่มีทางเป็นอะไรแน่ เจ้าวางใจเถอะ!”
“แต่ข้าจำเป็นต้องไปที่นั่น!” มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะไปกับเจ้าด้วย! อาการบาดเจ็บของเจ้ายังไม่หายดี ข้าไม่อยากให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับผู้สืบทอดของข้าก่อนที่จะได้รับสืบทอด” องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณไม่โกรธเคืองในความต้องการที่มู่อวู่ซวงเสนอขึ้นมา และยังตอบรับทันทีอีกด้วย ซึ่งทำให้ทุกคนในพระราชวังล้วนไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณปฏิบัติต่อองค์รัชทายาทอวู่ซวงดีมากจริง ๆ!
และเรื่องที่เกิดขึ้นหลังเขาตระกูลเฟิ่งก็ทำให้โยวเยี่ยจี๋ตื่นตระหนกเช่นกัน โยวเยี่ยจี๋กล่าวว่า “ผู้หญิงนี่เรื่องเยอะจริง ๆ!”
แต่เขาก็ไม่ทันได้คิดว่า ผู้หญิงคนนั้นก็คือมารดาแท้ ๆ ของตัวเขาเอง
“คิดว่าจะสามารถจัดการมู่เฉียนซีด้วยวิธีนี้ได้อย่างนั้นหรือ นี่เป็นการไปให้มู่เฉียนซีจัดการถึงที่เลยต่างหาก ข้ายอมเสียชื่อเสียงที่ดีและเหลือคนของตระกูลเฟิ่งไว้มากมาย เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยในวันพรุ่งนี้ แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่ามันจะต้องจบเห่ลงในคืนนี้เช่นนี้!” โยวเยี่ยจี๋กล่าวอย่างหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
“มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอก แต่หากเจ้ายอมบอกแผนการของตนเองแก่พวกเขา มันก็คงไม่ทำให้พวกเขาหุนหันพลันแล่นเช่นนี้ สุดท้ายพวกเขาก็กลายเป็นสุนัขจนตรอกที่กล้าแม้แต่คิดจะจัดการเจ้านายของแหวนนิรันดร์!” ชายชุดขาวที่อยู่ข้างกายของเขากล่าวขึ้น
“ทั้งเสด็จพ่อของข้า โยวเยี่ยอวู่ซวงและยังมีมู่เฉียนซีอีก มีคนไหนที่ไม่ฉลาดหลักแหลมบ้างล่ะ หากให้คนรู้แผนการมากเท่าไร แผนการของข้าคงไม่มีทางสำเร็จโดยไร้ข้อผิดพลาดได้แน่! อีกอย่างเสด็จแม่ของข้าก็ไม่ใช่หญิงสาวที่ฉลาดนัก แม้ว่าจะมีความสามารถที่ไม่เลว แต่กลับมองความคิดของเสด็จพ่อไม่ออก และทำได้เพียงจัดการผู้หญิงไร้ประโยชน์กลุ่มหนึ่งเท่านั้น!” โยวเยี่ยจี๋กล่าวอย่างเย็นชา
“อย่างน้อยนางก็เป็นถึงราชันย์วิญญาณคนหนึ่ง ถึงจะมีพลังบำเพ็ญที่สูงเช่นนี้ แต่เพราะนางโง่เขลา จึงไม่สามารถช่วยเหลือข้าได้เลยแม้แต่น้อย! ค่ายกลใหญ่ของตระกูลเฟิ่งนั้น จะไปมีผลต่อมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ได้อย่างไรกัน นางประเมินค่ายกลของตระกูลเฟิ่งสูงเกินไปแล้ว! แต่…”
คนที่อยู่ข้างกายเขากล่าวว่า “ก็แค่ราชันย์วิญญาณระดับเก้าขั้นสูงสุดหายไปคนเดียวเท่านั้น ไม่เห็นมีอะไรต้องเสียดายเลย อย่างไรเสียก็ยังมีพวกข้าอยู่ด้วย! เท่านี้ก็พอแล้ว!”
แววตาของโยวเยี่ยจี๋ฉายแววมืดมิดออกมา “ก็ไม่ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียว ค่ายกลของตระกูลเฟิ่ง! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
ทันใดนั้นโยวเยี่ยจี๋ก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขากล่าวว่า “นายท่านทุกท่าน ตามข้ามาสิ!”
และโยวเยี่ยจี๋ก็พุ่งทะยานไปทางหลังเขาของตระกูลเฟิ่งด้วยความรวดเร็ว!
“เป็นไปได้อย่างไร” ในตอนนี้องค์จักรพรรดินีกำลังต่อสู้อยู่กับมังกรวารี คิดไม่ถึงเลยว่าภายใต้พลังในการปัดป้องเพียงเล็กน้อยของมังกรวารี จะทำให้นางได้รับบาดเจ็บได้ภายในสามกระบวนท่าเช่นนี้
“ค่ายกลของตระกูลเฟิ่งของพวกเราไม่ได้ผลอย่างนั้นหรือ ไม่สิ ข้าสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าความสามารถของข้าแข็งแกร่งขึ้น!” องค์จักรพรรดินีกล่าวอย่างตกใจ
ค่ายกลของตระกูลเฟิ่งสามารถทำให้ความแข็งแกร่งของคนอื่นลดลงได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะทำให้ความแข็งแกร่งของใครลดลง
หากลดได้แม้กระทั่งความแข็งแกร่งของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ เช่นนั้นค่ายกลของตระกูลเฟิ่งนี้เกรงว่าคงจะเหนือสวรรค์ไปแล้ว
ถึงค่ายกลนี้จะใช้ได้ผลกับพวกของมังกรร้าย แต่ทว่ามังกรวารีเพียงคนเดียวก็สามารถกวาดล้างคนทั้งหมดเหล่านี้ได้แล้วเช่นกัน ดังนั้นการที่ค่ายกลนี้จะมีประสิทธิภาพหรือไม่นั้นมันไม่สำคัญเลย
พรวดด!
องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณได้รับบาดเจ็บสาหัส และคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไรนัก
ซึ่งในเวลานี้ องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณและมู่อวู่ซวงก็ได้มาถึงแล้ว
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวอย่างเย็นชาว่า “องค์จักรพรรดินี เจ้าช่างบังอาจนัก! คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะยังคลุกคลีกับคนของตระกูลเฟิ่ง นอกจากนี้ยังวางแผนทำร้ายแม่นางน้อยผู้นี้อีก”
เพราะการกำจัดตระกูลเฟิ่งของโยวเยี่ยจี๋ก่อนหน้านี้ได้รับการยกย่อง แม้ว่าองค์จักรพรรดินีจะเป็นคนของตระกูลเฟิ่ง แต่ก็ไม่ถูกพาดพิงถึง และไม่ได้ถูกปลดออกจากตำแหน่งองค์จักรพรรดินีอีกด้วย
แต่มันก็มีเหตุผลเพราะองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณคิดว่า นอกจากองค์จักรพรรดินีแล้วก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีผู้หญิงคนไหนที่มีความสามารถมากพอที่จะกลายเป็นองค์จักรพรรดินีได้ และหญิงสาวที่สามารถฝึกฝนจนมาถึงจุดนี้ก็มีเพียงองค์จักรพรรดินีคนเดียวเท่านั้น
แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณผิดหวังก็คือ ผู้หญิงคนนี้กลับสร้างปัญหาในคืนก่อนที่จะมีงานใหญ่ของเขา และนางยังจงใจสร้างเรื่องเช่นนี้ออกมาอีกด้วย
“องค์จักรพรรดิ พระองค์เสด็จมาที่นี่ได้อย่างไรเพคะ” องค์จักรพรรดินีจ้องมองไปที่โยวเยี่ยจุนอย่างเหลือเชื่อ
องค์จักรพรรดิมักจะไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เสมอ แต่ทว่าวันนี้กลับมาเป็นเพื่อนมู่อวู่ซวงที่มีสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลด้วยตนเอง
“ฝ่าบาท! หม่อมฉันคือองค์จักรพรรดินีนะเพคะ! โอรสที่หม่อมฉันให้กำเนิดออกมาเป็นคนเดียวที่มีคุณสมบัติในการสืบทอดตำแหน่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณของพระองค์ โยวเยี่ยอวู่ซวงถือว่าเป็นใครกัน! เขามีอะไรดีกัน” สีหน้าขององค์จักรพรรดินีซีดเผือดจนน่าเกลียดยิ่งกว่าภูตผีเสียอีก นางรู้ดีว่าแผนการวันนี้ของนางล้มเหลวอย่างสมบูรณ์แล้ว
“ใครมีคุณสมบัติที่จะกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ เป็นข้าที่ตัดสินใจ ไม่ใช่เรื่องที่ผู้หญิงอย่างเจ้าจะมาตัดสินใจได้! ในฐานะผู้หญิงของวังหลัง เจ้าแค่อาศัยอยู่ในวังหลังอย่างสงบสุข และคอยแก้ปัญหาให้ข้าก็พอแล้ว! แต่ครั้งนี้ ข้าไม่มีทางยกโทษให้เจ้าแน่นอน” องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวอย่างดุเดือด
องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณยิ้มอย่างน่าเวทนา “พระองค์ยังคงโหดเหี้ยมเช่นเคยเลยนะเพคะ! ช่างไร้ความเมตตาจริง ๆ!”
“ข้าไม่สนหรอก แม้วันนี้ข้าจะต้องตาย ข้าก็จะลากโยวเยี่ยอวู่ซวงและนางสารเลวตัวน้อยอย่างมู่เฉียนซีตายไปด้วยกันให้ได้! ไปตายซะเถอะ!” องค์จักรพรรดินีเลือกที่จะทุ่มสุดตัว ในขณะที่พลังวิญญาณของนางพุ่งทะยานสูงขึ้น นางก็ทะยานไปทางมู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงทันที ซึ่งนางต้องการจะระเบิดตนเองอย่างเห็นได้ชัด
เพื่อทำให้ลูกชายของตนเองสามารถกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ แม้ว่านางจะต้องตาย นางก็มิลังเลเลยแม้แต่น้อย!
“เจ้าบังอาจนัก!”
ฟิ้วว!
และแล้วเข็มยาเข็มหนึ่งก็พุ่งทะยานออกไป
แม้ว่าองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณจะแสวงหาความตาย แต่นางยังไม่ได้รู้เรื่องที่นางอยากรู้อย่างชัดเจนเลย ฉะนั้นมู่เฉียนซีไม่มีทางปล่อยให้นางตายเด็ดขาด!
ฉึกก!
เข็มพิษของมู่เฉียนซีสองสามเล่มนี้ ทำให้พลังของนางไหลย้อนกลับ และทำให้พลังแห่งภูตวิญญาณภายในร่างกายของนางไม่สามารถควบคุมได้!
“กรี๊ดดดดด!” มีเสียงกรีดร้องดังออกมาอย่างต่อเนื่อง และองค์จักรพรรดินีผู้สง่างามก็กลิ้งไปบนพื้นด้วยความเจ็บปวด โดยที่ไม่รักษาภาพพจน์เลยแม้แต่น้อย
หากระเบิดตนเอง มีแต่ต้องตายในทันทีเท่านั้น!
และการที่เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อทุกตารางนิ้วถูกฉีกขาด ก็สามารถทำให้ทุกข์ทรมานราวกับตายทั้งเป็นได้เช่นกัน
“มู่เฉียนซี คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะทำเช่นนี้กับข้า เจ้าจะต้องตายไม่ดี ตายไม่ดีแน่นอน!”
ตูมมมม!
ในขณะที่องค์จักรพรรดินีกำลังสาปแช่งด้วยความคับแค้นใจ หลังเขาทั้งหมดของตระกูลเฟิ่งก็เริ่มสั่นสะเทือนขึ้นมาทันที และเขาลูกนี้ก็กำลังจะพังทลายลง!
เมื่อคนของตระกูลเฟิ่งเหล่านั้นรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ก็ทำให้พวกเขาตื่นตระหนกขึ้นมาทันที!
“องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ ท่านบ้าไปแล้วหรือ! คิดไม่ถึงเลยว่าท่านจะใช้งานค่ายกลทำลายล้างของตระกูลเฟิ่ง หากเปิดใช้งานค่ายกลทำลายล้าง หลังเขาแห่งนี้ก็จะกลายเป็นความว่างเปล่า! พวกเราทั้งหมดจะต้องตาย! ต้องตายกันหมด!” พวกเขาตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่ง
“ข้าไม่อยากตาย! ข้ายังไม่อยากตาย!”
องค์จักรพรรดินีรู้ว่าตนเองไม่ได้ให้ใครเปิดค่ายกลทำลายล้างเลย แต่ตอนนี้ค่ายกลทำลายล้างหลังเขากลับถูกเปิดใช้งานแล้ว นั่นแสดงว่ามีใครบางคนเปิดใช้งานค่ายกลแน่นอน
หลังจากที่พี่ชายตายไป คนที่รู้วิธีเปิดค่ายกลทำลายล้างเหลือเพียงแค่สองคนเท่านั้น คนหนึ่งก็คือนาง ส่วนอีกคนก็คือลูกชายของนาง โยวเยี่ยจี๋!
หลังจากนั้นรอยยิ้มเย็นยะเยือกก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าขององค์จักรพรรดินี จี๋เอ๋อร์ต้องการให้นางตาย แต่ก็ดีเหมือนกัน หากสามารถลากพวกเขาตายไปด้วยกันได้ มันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว!
“โยวเยี่ยจุน ท่านไม่เคยชอบข้าเลย ท่านปฏิบัติต่อข้าอย่างเย็นชาไร้หัวใจ เช่นนั้นวันนี้พวกเรามาตายในอาณาเขตของตระกูลเฟิ่งของข้าด้วยกันเถอะ! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
.