ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2752 ค่ายกลหลังเขา
แม้ว่าตระกูลเฟิ่งจะจบสิ้นไปแล้ว แต่ยังเหลือกากเดนที่หนีรอดไปได้อยู่บ้าง และครั้งนี้องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณก็คิดที่จะทุ่มสุดตัวอีกด้วย
คิดว่าข้อมูลเพียงข้อมูลเดียวนี้จะสามารถทำให้นางกับอาเล็กหวั่นไหวจนไปติดกับดัก และหลังจากนั้นก็คิดที่จะจับนางเอาไว้
คิดจะใช้นางเป็นตัวประกัน และทำให้อาเล็กยอมแพ้เรื่องพิธีสืบทอดตำแหน่งในวันพรุ่งนี้อย่างนั้นสินะ
ในเมื่อไม่กล้าจัดการอาเล็ก จึงเตรียมที่จะใช้ประโยชน์จากนางแทน ช่างไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน
มู่เฉียนซีเตรียมที่จะไปตามที่นัดหมายเอาไว้ และเพื่อจะไม่ทำให้อาเล็กโกรธ แน่นอนว่ามู่เฉียนซีย่อมต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกอาเล็กของนางก่อนอยู่แล้ว
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “คนตระกูลเฟิ่งนี่ช่างเป็นคนที่ขาดความอดทนจริง ๆ คิดไม่ถึงว่าจะกล้ามีความคิดเช่นนี้กับซีเอ๋อร์ ข้าจะไปด้วยตนเอง ซีเอ๋อร์เจ้าอยู่ที่นี่แหละ”
“แต่อีกฝ่ายกำหนดชื่อให้ข้าไป หากว่าข้าไม่ไป บางทีพวกเขาอาจจะไม่ปรากฏตัวก็ได้ วางใจเถิดเจ้าค่ะ! อาเล็กไม่เชื่อในความสามารถของนิรันดร์กับมังกรวารีอย่างนั้นหรือ! ข้าจะรีบกลับมาโดยเร็ว ในเมื่อมีเรื่อง ก็ต้องไปจัดการให้ชัดเจนไม่ใช่หรือเจ้าคะ” มู่เฉียนซีกล่าว
“เช่นนั้นคงต้องลำบากซีเอ๋อร์แล้ว ระวังตัวด้วย!”
“เจ้าค่ะ! อาเล็กเองก็ทำให้ตนเองตื่นตัว เพื่อเตรียมรับมือกับพิธีสืบทอดในวันพรุ่งนี้เถิดเจ้าค่ะ!”
และในตอนกลางดึก มู่เฉียนซีก็ออกไปจากพระราชวังของแดนวิญญาณเพียงลำพัง
นิรันดร์และมังกรวารีกลับไปอยู่ภายในมิติพันธสัญญา ซึ่งตอนนี้นางก็ทำตามข้อเรียกร้องที่อีกฝ่ายต้องการอย่างสมบูรณ์
เวลากลางคืนของสถานที่ที่เคยเป็นตระกูลเฟิ่ง กลับสว่างไสวไปด้วยแสงไฟราวกับตอนกลางวันก็มิปาน
ตระกูลเฟิ่งในตอนนี้เหลือเพียงฉากที่ทรุดโทรมเท่านั้น เพราะตระกูลเฟิ่งได้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์เมื่อไม่นานมานี้นั่นเอง
แม้ว่าคฤหาสน์ของตระกูลเฟิ่งจะพังทลายไปแล้ว แต่ทว่าหลังเขาที่กว้างใหญ่ของตระกูลเฟิ่งยังคงถูกเก็บรักษาเอาไว้
ในตอนที่มู่เฉียนซีย่างกรายไปที่หลังเขาของตระกูลเฟิ่ง ชายชุดดำคนหนึ่งก็กระซิบกระซาบขึ้นมาว่า “แน่ใจว่านางมาคนเดียวจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?”
“อื้ม! แน่ใจ เพราะหากมีคนอื่นย่างกรายเข้ามาที่หลังเขาของตระกูลเฟิ่งของข้า พวกเราไม่มีทางที่จะสังเกตไม่เห็นแน่! มู่เฉียนซี นางสาวน้อยผู้นี้ช่างกล้าหาญมากจริง ๆ! คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่ไม่ได้ฝึกฝนใด ๆ เลยอย่างนางจะกล้ามาตามที่นัดหมายเอาไว้เพียงลำพังเช่นนี้!”
หลังจากที่ขึ้นมาถึงหลังเขาของตระกูลเฟิ่งแล้ว แน่นอนว่ามู่เฉียนซีก็สัมผัสได้ว่ามีคนจำนวนมากมายแอบซ่อนอยู่อย่างลับ ๆ
ดวงตาของนางหรี่ลงเล็กน้อย พลางกล่าวว่า “ในเมื่อข้ามาแล้ว พวกเจ้ามีอะไรถึงยังไม่กล้าปรากฏตัวออกมาอีก! รีบไสหัวออกมาได้แล้ว!”
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว!
มีร่างเงาสองสามร่างปรากฏตัวออกมา และผู้นำก็คือผู้หญิงที่น่าทึ่งคนนั้น คือองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณนั่นเอง
“ข้ารู้แล้วว่าต้องเป็นพวกเจ้า!” เมื่อเห็นองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณและคนของตระกูลเฟิ่งเหล่านั้น มู่เฉียนซีก็ไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย
“มู่เฉียนซี ผิดที่เจ้า หากไม่ใช่เพราะเจ้า ตระกูลเฟิ่งของข้าก็คงไม่มีจุดจบเช่นนี้ มีเพียงให้ลูกชายของข้ากลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเท่านั้น ตระกูลเฟิ่งของข้าถึงจะสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้อีกครั้ง! ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะไม่มีทางปล่อยให้เจ้าสารเลวโยวเยี่ยอวู่ซวงนั่น กลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณได้เด็ดขาด! มันไม่มีคุณสมบัตินั้นเลยสักนิด” องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณจ้องไปที่มู่เฉียนซีด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย
“องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ วิธีการเช่นนี้ของเจ้า โยวเยี่ยจี๋ลูกชายที่แสนดีรู้เรื่องนี้หรือไม่ บางทีเขาอาจจะมีแผนการดี ๆ ในการยึดบัลลังก์อยู่แล้วแต่ไม่บอกเจ้าก็ได้ ผลปรากฏ กลายเป็นผู้เกี่ยวข้องอย่างเจ้าที่เอาแต่กระวนกระวายใจในการจัดการเรื่องเช่นนี้!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเกียจคร้าน
“เรื่องที่ลูกชายของข้ามีแผนการ ข้าย่อมรู้อยู่แล้ว! แต่ที่ข้าเลือกจัดการเจ้าตอนนี้ นั่นก็เพื่อรับประกันว่าแผนของลูกชายข้าจะไม่ผิดพลาดแน่นอน!” องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
เรื่องที่ลูกชายของนางไม่ยอมบอกแผนการของเขาให้นางล่วงรู้ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้นางรู้สึกโกรธเล็กน้อยเช่นกัน คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะไม่เชื่อแม้กระทั่งมารดาผู้ให้กำเนิดเขาเช่นนี้
“อีกอย่าง โยวเยี่ยจี๋ไม่มีทางบอกเจ้าแน่นอนอยู่แล้ว ภายในใจของเขาคงคิดว่าหากบอกคนที่โง่เง่าอย่างพวกเจ้าแล้วละก็ ไม่แน่ว่าอาจทำให้เขาต้องประสบกับความพ่ายแพ้ก็เป็นได้! แน่นอนว่าถึงเขาจะเก็บความลับเก่งเพียงใด ก็อย่าคิดว่าจะขวางไม่ให้อาเล็กของข้ากลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณได้เลย!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างมั่นใจ
“นางสาวน้อย ช่างอวดดีนักนะ! โยวเยี่ยอวู่ซวงจะมาเป็นคู่ต่อสู้ของลูกชายข้าได้อย่างไร เด็ก ๆ! จับนางเด็กสาวผู้นี้เอาไว้ซะ!” องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณกล่าวสั่ง
“องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ เจ้านี่ไม่มีน้ำใจเลยจริง ๆ! เจ้าบอกให้ข้ามาหาเพราะมีข้อมูลสำคัญจะบอกข้ามิใช่หรือ มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมารดาแท้ ๆ ของอาเล็กของข้า แม้ว่าตอนนี้อาเล็กกลายเป็นคนในตระกูลมู่ของข้าแล้ว แต่นางก็มีพระคุณที่ให้กำเนิดเขาออกมาอยู่ดี ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องทำให้ชัดเจน” มู่เฉียนซีกล่าว
“เจ้าอยากรู้อย่างนั้นหรือ! หากเจ้าอยากรู้ ก็รอให้เจ้าตายแล้วไปเจอกับนางนั่นเอง และให้นางเป็นคนบอกเจ้าเองก็แล้วกัน!” องค์จักรพรรดินีกล่าวด้วยสีหน้าที่ดุร้าย
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว!
ร่างเงาจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานมาทางมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มังกรร้าย เจ้าผลไม้น้อย ออกมาจัดการเจ้าพวกเศษสวะเหล่านี้เสีย!”
มังกรร้ายและเจ้าผลไม้น้อยต่อสู้กับตระกูลเฟิ่งที่อยู่ในระดับราชันย์วิญญาณเหล่านั้น มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ขนาดตระกูลเฟิ่งที่ถูกทำลายไปก่อนหน้านี้ยังสู้ข้าไม่ได้ ตอนนี้อาศัยเจ้าพวกที่ประคองชีวิตไปวัน ๆ เช่นนี้ยังคิดที่จะมาสู้ข้าได้อย่างนั้นหรือ องค์จักรพรรดินี ดูเหมือนว่าเจ้าจะฝันกลางวันมากเกินไปหน่อยนะ!”
“ส่วนเรื่องที่ข้าอยากรู้ ไม่ต้องรอให้ข้าตายก่อนถึงรู้ก็ได้! ข้าแค่จับเจ้ามาทรมานเพื่อดึงคำสารภาพออกมา ก็สามารถทำให้เข้าใจได้อย่างกระจ่างแจ้งได้เช่นกันมิใช่หรือ การทำให้อาเล็กของข้าสมความปรารถนาก่อนที่จะกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็ดีเช่นกัน”
“เจ้าสองคนนี่!” หลังจากที่มังกรร้ายและเจ้าผลไม้น้อยปรากฏตัวขึ้น ก็ทำให้พวกเขารู้สึกรับมือไม่ทันขึ้นมาเล็กน้อย
“คิดไม่ถึงเลยว่าจะเก็บสิ่งมีชีวิตเช่นนี้ไว้ในมิติ พวกเราผิดพลาดแล้ว เพียงแต่เจ้าสองตัวนี้ ไม่สามารถปกป้องเจ้าได้หรอก! มู่เฉียนซี!” ทันใดนั้น องค์จักรพรรดินีก็พุ่งทะยานเข้ามาทางมู่เฉียนซี
แต่สิ่งที่ทำให้มู่เฉียนซีประหลาดใจก็คือ ความสามารถขององค์จักรพรรดินีไม่ได้แย่เลยแม้แต่น้อย! คิดไม่ถึงเลยว่านางจะมีความสามารถเป็นถึงราชันย์วิญญาณระดับเก้าขั้นสูงสุด
อย่างที่รู้ว่าในแดนวิญญาณ คนที่มีความสามารถเช่นนี้มีไม่มากเท่าไรนัก!
องค์จักรพรรดินีกล่าวว่า “เจ้าประหลาดใจมากใช่หรือไม่! โยวเยี่ยจุนไม่เคยเห็นหญิงสาวอยู่ในสายตามาก่อน แต่หากต้องกลายมาเป็นองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณ แน่นอนว่าเขาย่อมมีข้อกำหนดว่าต้องเป็นภรรยาที่มีความสามารถสูงที่สุด มิเช่นนั้นข้าคงไม่สามารถให้กำเนิดลูกชายที่มีความสามารถโดดเด่นอย่างจี๋เอ๋อร์ได้ ฉะนั้นคนอื่นก็เป็นได้เพียงแค่คนไร้ประโยชน์เท่านั้น ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถเทียบกับจี๋เอ๋อร์ของข้าได้เลยสักคนเดียว!”
“แต่แม้ว่าข้าจะสามารถบรรลุไปถึงระดับราชันย์วิญญาณระดับเก้าขั้นสูงสุดได้แล้ว เจ้าชายชั่วอย่างโยวเยี่ยจุนผู้นั้นก็ยังไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาอยู่ดี! ช่างน่ารังเกียจนัก แต่ไม่เป็นไร ขอเพียงลูกชายข้ากลายเป็นเจ้าผู้ครองแดนวิญญาณ เขาจะปฏิบัติต่อข้าอย่างไร มันก็ไม่สำคัญอีกแล้ว ดังนั้นผู้ใดก็ตามที่กล้ามาขัดขวางลูกชายของข้ามันจะต้องตาย! ตายเท่านั้น!”
“ขอเพียงสามารถฆ่าเจ้าได้ โยวเยี่ยอวู่ซวงจะต้องโกรธมากจนรีบร้อนมาที่นี่อย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นข้าก็จะปิดประตูตีแมว แล้วฆ่าเขาเสีย! หลังจากนั้นคนที่จะกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็จะต้องเป็นลูกชายข้า!”
จิตสังหารขององค์จักรพรรดินีปะทุออกมา การฆ่าเด็กสาวผู้นี้มันง่ายดายมากสำหรับนาง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มังกรวารี!”
ตูมมมม!
ม่านน้ำสีฟ้าปรากฏออกมา และขวางการโจมตีขององค์จักรพรรดินีเอาไว้
ไม่ว่าการโจมตีขององค์จักรพรรดินีจะรุนแรงมากเพียงใด ก็ไม่สามารถทำร้ายมู่เฉียนซีได้เลยแม้แต่นิดเดียว
“เป็นเจ้า!” องค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณกล่าวด้วยความตกใจ
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น ค่ายกลบนภูเขาของพวกเราเกิดปัญหาอย่างนั้นหรือ นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกัน!”
เมื่อมังกรวารีปรากฏตัวออกมา ก็ทำให้พวกเขาตื่นตกใจเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยอีกด้วย
“มู่เฉียนซี เจ้า!” สีหน้าขององค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณบูดเบี้ยวเป็นอย่างมาก
“อย่างไรล่ะ! มันก็มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น!” แม้ว่ามังกรวารีจะปรากฏตัวออกมาแล้ว แต่สำหรับองค์จักรพรรดินีแห่งแดนวิญญาณอย่างนางก็ยังมั่นใจว่าจะสามารถสังหารมู่เฉียนซีได้อยู่ดี
“เริ่มใช้งานค่ายกลของตระกูลเฟิ่งได้แล้ว! เร็วเข้า!”
“พ่ะย่ะค่ะ! องค์จักรพรรดินี!”
ค่ายกลขนาดใหญ่ที่อยู่หลังเขาของตระกูลเฟิ่ง เป็นสิ่งที่พวกเขาสามารถพึ่งพาได้มากที่สุดแล้ว
ซึ่งการเปิดใช้งานค่ายกลนี้ ก็สามารถเพิ่มพลังให้กับคนที่มีสายเลือดของตระกูลเฟิ่งได้
แต่สำหรับคนที่ไม่ได้มีสายเลือดของตระกูลเฟิ่ง อาจจะต้องอ่อนแอลงมากเช่นกัน
รูปร่างของค่ายกลขนาดใหญ่นั้น ราวกับหงส์คำรามก็มิปาน ทันใดนั้นด้านหลังเขาของตระกูลเฟิ่ง ก็มีลำแสงเป็นรูปวงกลมปรากฏออกมา
“ทางด้านตระกูลเฟิ่ง เกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ?”
“ด้านหลังเขาของตระกูลเฟิ่งมีการเคลื่อนไหว เป็นไปได้หรือไม่ว่ายังมีกลุ่มคนที่เหลืออยู่ของตระกูลเฟิ่งอยู่ที่นั่น”
.