ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2755 พิธีสืบทอด
“ข้าเองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน คิดไม่ถึงว่าโยวเยี่ยอวู่ซวงจะสามารถกลับมาถึงแดนวิญญาณได้เป็นอย่างดีเช่นนี้! อย่างที่รู้ว่าข้าใช้พิษโบราณของแดนวิญญาณ ซึ่งพิษนี้ก็เพียงพอทำให้เจ้ามารหัวขนนี้ตายได้ แต่แม้ว่าเขาจะไม่ตายก็ต้องพิการไปแล้วครึ่งหนึ่งแน่นอน! ไม่คิดเลยว่าเขาจะกลับมาได้ อีกทั้งยังมีพรสวรรค์ที่สูงกว่าลูกชายข้า นอกจากนี้ยังได้รับสืบทอดมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินอีกด้วย ข้าไม่เชื่อว่านี่จะเป็นเรื่องจริง นี่ไม่ใช่เรื่องจริง!” และองค์จักรพรรดินีในเวลานี้ก็ตกอยู่ในสภาพที่บ้าคลั่งไปแล้ว
“ก่อนหน้านี้อาเล็กโดนพิษจริง ๆ แต่ทักษะทางการแพทย์ของหมอปีศาจนั้นยอดเยี่ยมมาก ดังนั้นจึงสามารถถอนพิษให้อาเล็กของข้าได้ มันคงทำให้เจ้าผิดหวังมากเลยสินะ!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
“ให้ตายเถอะ! คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเคยวางยาอวู่ซวงมาก่อน! เจ้าทำให้ข้าเกือบที่จะสูญเสียลูกชายที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดไปแล้ว” หลังจากที่ได้รู้เรื่องที่นางทำทั้งหมด องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็โกรธเคืองเป็นอย่างมาก!
เพียะ!
เขาตบนางไปหนึ่งที ซึ่งมันก็ทำให้นางกระอักเลือดออกมากองใหญ่
มู่เฉียนซีเองก็โกรธมากเช่นกัน มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์อย่าโกรธไปเลย ถือว่านี่เป็นบททดสอบของข้าก็แล้วกัน! บางทีสวรรค์อาจจะไม่ได้อนุญาติให้ข้าเกิด และคงไม่อนุญาตให้ข้ากลับมาก็ได้ แต่เกรงว่ามันคงจะคิดไม่ถึงว่าข้าจะมีครอบครัวที่ดีขนาดนี้ สุดท้ายของที่ต้องเป็นของข้า ก็กลับมาอยู่ในมือของข้า และไม่มีผู้ใดที่จะสามารถขวางได้”
ฟิ้วว ฟิ้วว ฟิ้ววว!
เข็มยาของมู่เฉียนซีบินออกไปอีกครั้ง และมันก็ฝังลงไปในผิวหนังขององค์จักรพรรดินีทันที
“ในเมื่อเจ้ากล้าทำเรื่องเช่นนี้ ก็จงรอรับการแก้แค้นของอาเล็กของข้าเสียเถอะ! ไม่ ข้ายังต้องทำแทนท่านปู่กับท่านย่าด้วย ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่และยังมีอารองที่อยากจะแก้แค้นให้อาเล็กด้วย!”
ฉึก ฉึก ฉึก!
หลังจากนั้น มู่เฉียนซีก็ได้ฝังเข็มไปอีกหลายเล่ม และเข็มทุกเล่มก็เต็มไปด้วยพิษที่แปลกประหลาดนานาชนิด
หลังจากที่ใช้ความพยายามเพียงชั่วพริบตาเดียว องค์จักรพรรดินีก็ถูกทรมานจนไม่เป็นผู้เป็นคนไปแล้ว
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณขมวดคิ้วมุ่น “พอเถอะ!”
“เจ้าพูดถึงมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพมิติชิ้นนั้น มันอยู่ที่ไหน มันน่าจะถูกเจ้าเก็บไว้เป็นของส่วนตัวสินะ! เอามันออกมา!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพมิติหรือ แววตาขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณส่องประกายระยิบระยับทันที
นี่คือมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพที่พบเจอได้ยากมาก ซึ่งในแดนวิญญาณก็มีเพียงตระกูลทางฝั่งมารดาแท้ ๆ ของมู่อวู่ซวงเท่านั้นที่เคยมีสิ่งนี้
“จะให้เจ้าก็ได้ มันก็แค่กระจกบานหนึ่ง! คงเยว่หลันใช้พลังสุดท้ายที่เหลืออยู่น้อยนิดไปจนหมดแล้ว หากไม่มีพลังแห่งมิติ มันก็เป็นเพียงของที่ไร้ประโยชน์เท่านั้น ข้าไม่ได้สนใจมันสักนิด!” หลังจากนั้นองค์จักรพรรดินีก็โยนกระจกสีฟ้าชิ้นหนึ่งออกมา
สิ่งนั้นเป็นเพียงกระจกเงาที่เงามากบานหนึ่ง หากไม่บอกว่ามันคือมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพมิติ เกรงว่าคนส่วนใหญ่น่าจะคิดว่ามันเป็นเพียงกระจกธรรมดาที่หญิงสาวเอาไว้ใช้แต่งตัวเท่านั้น
“ซีเอ๋อร์ เจ้าสิ่งนี้คือมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพมิติจริง ๆ ถือว่าไม่เลวเลย!” สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวกับมู่เฉียนซีหลังจากที่รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง
“อาเล็ก ข้ามอบสิ่งนี้ให้ท่าน!” มู่เฉียนซีกล่าวกับมู่อวู่ซวง
“เจ้าสิ่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งของเพียงชิ้นเดียวที่มารดาแท้ ๆ เหลือไว้ให้เจ้า เจ้าเก็บเอาไว้ให้ดีเถอะ!” ในเมื่อเป็นเพียงสิ่งของที่ไร้ประโยชน์ โยวเยี่ยจุนย่อมไม่สนใจมันแน่นอนอยู่แล้ว
เขากล่าวถามว่า “พวกเจ้ามีสิ่งใดต้องการถามนางสารเลวนี่อีกหรือไม่ หากไม่มีข้าจะพานางออกไปเพื่อกำจัดทิ้งเสีย”
“ข้าอยากให้นางมีชีวิตรอดจนถึงพรุ่งนี้ ข้าอยากให้นางได้เห็นอาเล็กของข้ากลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ แต่ไม่ใช่ลูกชายของนาง ทำให้นางเจ็บปวดทั้งกายและใจ เพื่อให้นางได้ชดใช้กับทุกสิ่งที่ได้ทำเอาไว้!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
อาเล็กต้องทนทุกข์ทรมานมามากกว่ายี่สิบปี เพราะโดนพิษจากความหึงหวงของผู้หญิงคนหนึ่ง
หากปล่อยให้องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณจัดการนางตอนนี้ มันก็ง่ายสำหรับนางมากเกินไป
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวว่า “ก็จริง! หลังจากที่ให้นางเข้าร่วมพิธีในวันพรุ่งนี้แล้วค่อยจัดการ!”
“ไร้สาระ! มู่เฉียนซี เจ้ามันพูดจาไร้สาระ! พรุ่งนี้คนที่ต้องกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณคือลูกชายของข้า ต้องเป็นลูกชายของข้าโยวเยี่ยจี๋ มันต้องไม่ใช่โยวเยี่ยอวู่ซวงเด็ดขาด เป็นลูกชายข้า!” องค์จักรพรรดินีหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
สีหน้าขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณมืดมนเป็นอย่างมาก เขากล่าวว่า “พานางไป”
“อวู่ซวงอาการบาดเจ็บของเจ้ายังไม่หายดี รีบไปพักผ่อนเถิด! พิธีสืบทอดตำแหน่งในวันพรุ่งนี้ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลย มันจำเป็นต้องใช้พลังไม่น้อย อย่างไรเสียการกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ เป็นเจ้าผู้ครองแดนวิญญาณ ไม่ใช่แค่ได้รับการยอมรับจากข้าและทุกคนในแดนวิญญาณเท่านั้น แต่ต้องได้รับการยอมรับจากแดนวิญญาณเองด้วย” องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าว
หลังจากที่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณจากไปแล้ว มู่อวู่ซวงก็ได้มอบกระจกบานนั้นให้มู่เฉียนซี “ซีเอ๋อร์เจ้ามีพลังแห่งมิติ มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพมิติชิ้นนี้มีแต่ต้องอยู่ในมือของซีเอ๋อร์เท่านั้นถึงจะสามารถใช้งานได้ หากมอบให้ข้ามันก็เป็นเพียงแค่ของประดับเท่านั้นเอง”
“แต่อาเล็ก ท่าน...”
“อาคิดว่าเสด็จแม่ของอาเองก็คงจะยินยอมด้วย ตอนแรกนางใช้สิ่งนี้เพื่อปกป้องอา อาหวังว่ามันจะมีประสิทธิภาพพอที่จะปกป้องเจ้าได้เช่นกัน!”
“เช่นนั้นข้าจะลองดู!” หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ได้ใส่พลังแห่งมิติเข้าไปในกระจกบานนี้
เมื่อถูกพลังแห่งมิติของมู่เฉียนซีชำระล้าง กระจกบานนี้ก็ได้เปลี่ยนเป็นรูปร่างใหม่ทันที
ด้านหลังของกระจกมีตัวอักษรที่เขียนคำว่า ‘คง’ ตัวหนึ่ง สิ่งนี้เป็นของตระกูลคง ซึ่งเป็นตระกูลโบราณตระกูลหนึ่งนั่นเอง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “สามารถใช้มันทะลุมิติได้ แต่พลังแห่งมิติของข้ายังมีไม่เพียงพอ มันค่อนข้างยากนิดหน่อยหากจะใช้มันตอนนี้”
“เช่นนั้นก็รอจนกว่าซีเอ๋อร์จะใช้มันได้ในอนาคตก็แล้วกัน” มู่อวู่ซวงกล่าวตอบ
ในที่สุดพิธีสืบทอดตำแหน่งก็ถูกจัดขึ้นตามกำหนด และในเวลาก่อนรุ่งสางก็มีเหล่าคนภายในวังจำนวนมากเข้ามาในห้องโถงใหญ่ที่มู่อวู่ซวงพำนักอยู่ เพื่อเตรียมเครื่องแต่งกายให้กับมู่อวู่ซวง
แม้แต่คนที่ไปชมพิธีการอย่างมู่เฉียนซียังถูกคนห้อมล้อมเพื่อแต่งองค์ทรงเครื่อง ซึ่งนางก็สวมชุดที่เป็นทางการเป็นพิเศษ
ชุดทางการของแดนวิญญาณนั้นมีโทนสีเข้ม ซึ่งทำให้คนรู้สึกว่ามันทั้งสูงส่งและลึกลับ
แน่นอนว่า ในตอนที่มู่อวู่ซวงได้เห็นมู่เฉียนซี บนใบหน้าของเขาก็เผยยิ้มที่อ่อนโยนราวกับหยกออกมา ซึ่งทำให้รู้สึกแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
“ซีเอ๋อร์งดงามมาก!”
“วันนี้อาเล็กจะได้กลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณแล้ว แน่นอนว่าข้าเองก็ต้องงดงามเพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้กับอาเล็กด้วยเช่นกัน!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่รักก็งดงามอยู่เสมอนั่นแหละ” นิรันดร์กล่าวพลางยิ้มอย่างมีเสน่ห์
“นายท่านดูดีที่สุดแล้วขอรับ” มังกรวารีเอาแต่มองไปทางมู่เฉียนซีอย่างจดจ่อ
สถานที่ประกอบพิธีสืบทอดตำแหน่งตั้งอยู่ที่แท่นบูชาลอยฟ้าในเมืองหลวง ซึ่งแท่นบูชานี้ก็เปรียบเสมือนเมืองลอยฟ้าก็มิปาน
หลังจากที่มู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงนั่งสัตว์บินได้มุ่งหน้าไปยังแท่นบูชาลอยฟ้าแห่งนั้น ก็ได้เห็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณที่กำลังถือคทารอพวกเขาอยู่
เขามาถึงสถานที่แห่งนี้ตั้งแต่เช้าแล้ว บนแท่นบูชาในเวลานี้ก็ยังมีผู้แข็งแกร่งจำนวนนับไม่ถ้วนยืนอยู่ นอกจากนี้ยังมีคนของหน่วยจุนถัง และเหล่าองค์ชายองค์หญิงต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่เช่นกัน ซึ่งผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็รู้สึกโชคดีที่ได้เห็นการปรากฏตัวขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณองค์ใหม่
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวว่า “อวู่ซวง เจ้ามาแล้ว ตามข้ามาสิ”
มู่อวู่ซวงเดินตามโยวเยี่ยจุนไปที่แท่นบูชาสูง ส่วนมู่เฉียนซีทำได้เพียงแค่หยุดอยู่ตรงนั้นเท่านั้น
มู่เฉียนซีจ้องมองไปที่แผ่นหลังของพวกเขาพร้อมเผยสีหน้าที่เป็นกังวลออกมา
เหตุใดองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณถึงต้องการให้อาเล็กของนางเป็นผู้สืบทอดองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณอย่างกะตือรือร้น ราวกับว่าทนรอไม่ไหวอย่างไรอย่างนั้น
นับตั้งแต่สมัยโบราน มีองค์จักรพรรดิน้อยมากที่รังเกียจบัลลังก์ของตนเองจนไม่อยากที่จะรักษาไว้นานเท่าไรนัก และการที่รีบร้อนอยากให้ได้รับตำแหน่งเร็ว ๆ เช่นนี้ มันช่างผิดปกติมากจริง ๆ
หลังจากนั้นเสียงของมังกรวารีก็ดังเข้ามาในหูของมู่เฉียนซีว่า “นายท่าน ท่านอย่าได้ประเมินคุณชายอวู่ซวงต่ำเกินไปเลยขอรับ อย่างที่รู้กันว่าเขาเป็นถึงองค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน มิใช่คนอื่นเลย”
องค์จักรพรรดินีถูกคนยกมาที่แท่นบูชาแห่งนี้ และเวลานี้ก็กำลังมองมู่อวู่ซวงและองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเดินไปยังจุดสูงสุดอีกด้วย ซึ่งมันก็ทำให้เล็บของนางเกือบจะเจาะเข้าไปในเนื้อได้อยู่แล้ว
นางจ้องมองไปยังโยวเยี่ยจี๋ที่อยู่ไม่ไกลนักด้วยความเกลียดชัง ซึ่งเขาก็คือลูกชายที่น่าผิดหวังของนาง!
บอกนางว่ามีแผนการเตรียมไว้แล้ว แต่มาถึงขนาดนี้ นางก็ยังไม่เห็นว่าเขาจะเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย
ถึงจะมาเคลื่อนไหวตอนนี้ก็ไม่ทันการณ์อยู่ดี เพราะเจ้าเด็กสารเลวอย่างโยวเยี่ยอวู่ซวงนั่นกำลังจะกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณแล้ว
.
.