ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2756 แผนร้ายขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ
ให้ตายเถอะ! องค์จักรพรรดินีในเวลานี้อยากที่จะอาเจียนออกมาเป็นเลือดอยู่แล้ว
แต่ทว่าโยวเยี่ยจี๋นั้นกลับมองไปยังพวกเขาอย่างเรียบเฉย โดยไม่พูดอะไรเลย…
ลำดับต่อไปคือคำประกาศที่ซับซ้อนเพื่อแจ้งต่อสวรรค์และโลก ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณที่อ่านอยู่ด้านข้าง
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปอย่างเชื่องช้า องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวว่า “นี่คือเสาทงเทียน เจ้าใส่พลังจิตวิญญาณของเจ้าเข้าไปข้างใน จากนั้นก็สื่อสารกับโลกแห่งแดนวิญญาณแห่งนี้ บอกแดนวิญญาณทั้งสี่ทิศ ว่านับตั้งแต่วันนี้ไปเจ้าจะเป็นเจ้าแห่งแดนวิญญาณ”
“ขั้นตอนนี้ค่อนข้างยากลำบาก เจ้าอย่ารีบร้อนเป็นอันขาด ไม่ว่าจะต้องรอนานเพียงใด พวกข้าก็สามารถรอได้! เพราะตอนแรกพ่อของเจ้าก็ทำล้มเหลวถึงสามครั้งกว่าจะสำเร็จได้”
มู่อวู่ซวงพยักหน้าเล็กน้องพลางกล่าวว่า “พ่ะย่ะค่ะ!”
เขาได้ถ่ายทอดพลังจิตวิญญาณลงไปบนเสาสวรรค์นี้ แต่น่าแปลกที่เขาไม่สามารถสัมผัสถึงการเชื่อมโยงใด ๆ จากทั้งสี่ทิศได้เลย การตอบสนองแรกของเขาก็คือเสาทงเทียนถูกใครบางคนทำอะไรบางอย่าง!
และคนที่มีความสามารถมากพอที่จะทำเช่นนี้ได้ แน่นอนว่ามู่อวู่ซวงย่อมต้องรู้ว่าเป็นใครอยู่แล้ว ซึ่งนัยน์ตาของเขาก็ฉายแววเย็นยะเยือกออกมาทันที
เขายังคงยืนนิ่งเงียบอยู่ที่เสาต้นนี้ และพยายามอย่างหนัก…
เพื่อรอให้หางจิ้งจอกของคนผู้นั้นปรากฏออกมา
และมันก็เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ หลังจากที่รอไปได้ครู่หนึ่ง องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็กล่าวขึ้นมาว่า “อวู่ซวง เจ้าเป็นอะไรหรือ มันใช้แรงมากเกินไปจนทำได้ยากอย่างนั้นหรือ ข้าจะช่วยเจ้าดูเอง”
ผู้คนที่อยู่ด้านล่างต่างพากันถอนหายใจ ไม่ใช่ว่าฝ่าบาทอวู่ซวงได้รับสืบทอดมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินแล้วหรอกหรือ
ในเมื่อได้รับสืบทอดมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน การสื่อสารกับโลกและสวรรค์แห่งแดนวิญญาณก็ไม่น่ายากนี่นา!
แต่ทว่าตอนนี้กลับทำไม่ได้ และยังต้องให้องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณลงมือช่วยด้วยตนเองอีก!
ซึ่งในตอนที่พลังจิตวิญญาณขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณถูกใส่เข้ามา มู่อวู่ซวงก็สามารถรับรู้ได้ว่า ในที่สุดเขาก็เริ่มดำเนินการแล้ว
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวว่า “กว่าจะสื่อสารได้มันยากมากใช่หรือไม่ อวู่ซวง เจ้ายื่นมือของเจ้าออกมาสิ ข้าจะช่วยเจ้าเอง ข้าจะชี้นำเจ้า เท่านี้ทั้งหมดก็จะสามารถคลี่คลายได้อย่างง่ายดายแล้ว”
“อืม!” มู่อวู่ซวงพยักหน้าเล็กน้อย
ในขณะที่จิตวิญญาณถูกนำทางโดยองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ เขาก็ปรากฏตัวขึ้นกลางท้องฟ้า โดยที่มีแดนวิญญาณทั้งหมดอยู่ในสายตา
โยวเยี่ยจุนกล่าวว่า “อวู่ซวง เจ้าเห็นแล้วหรือยัง นี่คือความรู้สึกที่ได้มองโลกนี้จากเบื้องบน และความรู้สึกที่สามารถควบคุมโลกทั้งใบนี้ได้! มันน่ามหัศจรรย์มากใช่หรือไม่ แต่การควบคุมเพียงดินแดนเดียวจะไปเพียงพอได้อย่างไร ข้าอยากที่จะเอาชนะเผ่าเทพ รวมถึงควบคุมดินแดนทั้งหมดให้ได้ ในฐานะชายที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง ย่อมต้องมีความทะเยอทะยานเหล่านี้อยู่แล้ว! ดังนั้น อวู่ซวง เจ้าต้องช่วยข้า!”
มู่อวู่ซวงผงะไปเล็กน้อย “ถึงท่านจะมีความทะเยอทะยานเช่นนี้ แต่ข้ากลับไม่มีเลย! ข้าเพียงแค่ต้องการรักษาครอบครัวของข้า ปกป้องครอบครัวของข้าเท่านั้น! หากเผ่าเทพคิดจะมาแตะต้องครอบครัวของข้า แน่นอนว่าข้าจะต้องอยากทำลายมันอยู่แล้ว แต่มันก็ต่างจากท่านอยู่ดี”
“เจ้าได้เดินอยู่ในกระดานหมากที่ข้าได้ปูเอาไว้แล้ว ตอนนี้ถึงเจ้าจะไม่เห็นด้วย มันก็สายไปแล้วล่ะ! เพราะตอนนี้ข้าได้กลืนกินจิตวิญญาณของเจ้า และยึดร่างกายของเจ้า! ร่างกายนั้นของข้าถึงขีดจำกัดแล้ว จำเป็นต้องมีร่างใหม่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า และเจ้าก็เหมาะสมมากที่สุด!” องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวอย่างชั่วร้าย
อายุขัยของเขากำลังจะสิ้นสุดลง เขารู้ว่าไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่สามารถบรรลุได้แน่นอน ดังนั้นจึงคิดหาหนทางมาโดยตลอด และเขาก็ได้เจอกับวิชาลับที่เทพมรณะในสมัยโบราณทิ้งเอาไว้
ตอนแรกที่เขาฝึกฝนลูกชายเพราะต้องการที่จะให้แดนวิญญาณของพวกเขามีความสามารถ และสามารถมาเอาชนะแดนเทพได้
หลังจากนั้นการฝึกฝนลูกชายของเขา กลับเป็นเพียงเพื่อหาร่างกายที่เหมาะสมให้ตนเอง ซึ่งทำให้อายุขัยของเขาไม่สิ้นสุด และมีร่างกายใหม่ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
เขาหาหญิงสาวที่เหมาะสมได้แล้ว และยังรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้ถึงเจ็ดส่วนที่จะมีร่างกายที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด แต่กลับต้องมาถูกองค์จักรพรรดินีคอยขัดขวาง จนลูกชายของตนเองต้องหายตัวไป
เพียงแต่สิ่งต่าง ๆ กลับไม่ได้เลวร้ายเท่าไรนัก หลังจากที่ผ่านไปหลายปีเขาก็กลับมาอีกครั้ง ทั้งพรสวรรค์และสายเลือดต่างก็ทำให้เขาพึงพอใจเป็นอย่างมาก ถึงพลังจะอ่อนแอไปสักหน่อย และความแข็งแกร่งเช่นนั้นก็ไม่สามารถทนต่อพลังของเขาได้เลยก็ตาม
แต่ทว่าเขากลับโชคดีมาก ที่ได้รับสืบทอดมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน จนทำให้ความสามารถของเขาพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ดังนั้นจึงสามารถครองบัลลังก์ของแดนวิญญาณได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งเสาทงเทียนนี้ก็ได้ถูกเขาวางกลอุบายบางอย่างเอาไว้ ซึ่งขอเพียงเขาใส่จิตวิญญาณของเขาเข้าไปข้างใน ก็จะถูกขังและสามารถบดขยี้ได้ทุกเมื่อ และแม้แต่แหวนนิรันดร์ก็ไม่อาจช่วยเหลือเขาได้
สิ่งที่เรียกว่าการสละบัลลังก์ให้แก่มู่อวู่ซวง ความจริงแล้วก็คือการที่เขาเข้ายึดร่างของมู่อวู่ซวง และได้เป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณต่อไปเท่านั้นเอง
มู่อวู่ซวงจ้องมองไปที่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณด้วยสายตาที่เย็นชา “ที่แท้ตลอดมา เจ้าก็มีความคิดเช่นนี้มาตลอด เจ้านี่มันทั้งสกปรกและชั่วร้ายยิ่งนัก!”
“เจ้าโกรธหรือ เจ้าเป็นคนที่ข้าเลือก น่าจะรู้สึกเป็นเกียรติถึงจะถูก อวู่ซวง! ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม จากนี้ไปเจ้าก็คือเจ้าผู้ครองแดนวิญญาณแล้ว” องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าว
“เจ้าคิดว่าเจ้าคู่ควรอย่างนั้นหรือ” ทันใดนั้นพลังจิตวิญญาณของมู่อวู่ซวงก็เปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งจนน่าสะพรึงกลัวขึ้นมาทันที และดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นก็จ้องมองไปที่โยวเยี่ยจุนด้วยความดูถูก!
“เจ้ามันไม่คู่ควร!”
ปังง!
เดิมทีโยวเยี่ยจุนดึงมู่อวู่ซวงเอาไว้แน่น แต่ผลปรากฏว่าเขากลับถูกระเบิดแห่งพลังวิญญาณของมู่อวู่ซวงโจมตีจนลอยกระเด็นออกไป
“เป็นไปได้อย่างไร” โยวเยี่ยจุนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
เสาทงเทียนนี้เป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้น เมื่ออยู่ที่นี่จิตวิญญาณของมู่อวู่ซวงก็จะต้องถูกเขากลืนกินเท่านั้น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมีพลังพอที่จะต้านทานได้!
“ตอนที่เจ้าได้รับสืบทอดมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน จิตวิญญาณของเจ้าก็เปลี่ยนไปด้วยอย่างนั้นหรือ ดูท่าแล้วเจ้าคงจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ สินะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าคงทำได้เพียงแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น” องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวอย่างชั่วร้าย
“เจ้าก็ลองดูสิ!” มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างเย็นชา
ตูมมม โครมมม!
มีเสียงระเบิดดังสนั่นออกมา พลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือดในเสาหินทงเทียนเสานั้น
คนที่อยู่ด้านนอกต่างก็สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของเสาหินทงเทียน และพื้นที่ทั้งหมดก็เริ่มเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรงเช่นกัน
ผู้คนกล่าวอย่างตื่นตกใจว่า “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแล้วอย่างนั้นหรือ”
“นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย”
ในตอนที่ทุกคนกำลังสับสน มู่เฉียนซีก็ได้พุ่งทะยานออกไป แต่กลับถูกโยวเยี่ยจี๋ขวางเอาไว้เสียก่อน
“โยวเยี่ยจี๋ ถอยออกไป!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
โยวเยี่ยจี๋กล่าวตอบว่า “เหตุผลที่ข้าหยุดเจ้า เพราะถึงเจ้าจะขึ้นไปบนนั้นก็เปล่าประโยชน์ แต่มันกลับจะทำให้น้องอวู่ซวงตกอยู่ในอันตรายยิ่งกว่าเดิม!”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “โยวเยี่ยจี๋ เจ้าไปรู้อะไรมากันแน่ เจ้ารู้ถึงสาเหตุ ดังนั้นเจ้าจึงไม่คิดจะแย่งชิงตำแหน่งกับอาเล็กของข้าใช่หรือไม่ พูดมา!”
เมื่อกาลเวลาไหลย้อนกลับ พลังวิญญาณของมู่เฉียนซีก็แพร่กระจายออกมา
กระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณถูกมู่เฉียนซีหยิบออกมา จากนั้นมันก็ถูกวางลงบนต้นคอของโยวเยี่ยจี๋
“มู่เฉียนซี เจ้าจะทำอะไร ยังไม่รีบปล่อยฝ่าบาทจี๋ของพวกเราอีก”
“มู่เฉียนซี!”
เนื่องจากการโจมตีอย่างกะทันหันของมู่เฉียนซี จึงทำให้ทุกคนต่างตื่นตกใจเป็นอย่างมาก แต่ทว่าในเวลานี้แววตาของมู่เฉียนซีกลับเย็นยะเยือกเป็นอย่างยิ่ง
“เจ้าจะพูดหรือไม่พูด” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
ถึงจะถูกมีดจ่อที่คอขนาดนี้แล้ว แต่โยวเยี่ยจี๋ก็ยังคงนิ่งสงบเช่นเคย
เขากล่าวว่า “ข้าคิดว่า ข้าควรจะพูดความจริงออกมาได้แล้วสินะ อันที่จริงแล้วข้าช่วยเสด็จพ่อซ่อนความลับบางอย่างมาโดยตลอด และข้าเองก็ทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน!”
“คนหนึ่งก็เสด็จพ่อ อีกคนก็น้องชายของข้า พวกเขาทั้งสองคนไม่ว่าคนไหนจะไม่ดี ข้าก็เสียใจมากทั้งนั้น แต่ว่าครั้งนี้ ข้าเองก็ไม่คิดว่าเสด็จพ่อจะทำมันจริง ๆ”
การแสดงของโยวเยี่ยจี๋ฉากนี้น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง แต่มันก็ทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกหมดความอดทนเล็กน้อยเช่นกัน
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าว่าเจ้าควรกล่าวให้ตรงประเด็นจะดีกว่า ข้าไม่มีเวลามากพอที่จะมาฟังเจ้าพูดเรื่องไร้สาระหรอกนะ โยวเยี่ยจี๋!”
.