ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2759 ข้ากลับมาแล้ว
เมื่อได้รู้ว่าโยวเยี่ยจี๋เป็นคนเปิดเผยแผนการของเขา โยวเยี่ยจุนก็มีความคิดต่อเขามากมาย
แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ตอนนี้เขากลับไม่มีความคิดที่จะชดเชยความผิดเลยแม้แต่น้อย
โยวเยี่ยจี๋กล่าวว่า “เสด็จพ่อ ข้ารู้สึกว่าเรื่องนี้ท่านเองก็มีความผิดอยู่เช่นกัน ฉะนั้นท่านหยุดเสียเถอะ! ข้าเชื่อว่าน้องอวู่ซวงเป็นผู้บริสุทธิ์ ดังนั้น…”
“ให้ตายเถอะ!” สีหน้าของโยวเยี่ยจุนมืดมนมากยิ่งขึ้นไปอีก
เขาเป็นลูกชายคนหนึ่งที่ทำให้เขาสบายใจมากที่สุดเสมอมา แต่ลูกชายที่เชื่อฟังมากที่สุดกลับกลายเป็นคนที่ทรยศเขา และไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป
ซึ่งการกระทำของโยวเยี่ยจี๋นี้อยู่เหนือความคาดหมายของทุกคนจริง ๆ โยวเยี่ยจุนกล่าว “ดีจริง ๆ! รอให้ข้าจัดการโยวเยี่ยอวู่ซวงได้เมื่อไร ข้าจะมาจัดการเด็กเหลือขออย่างเจ้าแน่นอน แต่ละคนนี่ช่างมีความคิดที่กล้าหาญกันดีจริง ๆ”
รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นมาบนมุมปากของมู่เฉียนซี นางกล่าวว่า “เจ้ายังมองไม่ออกอีกหรือ โยวเยี่ยจี๋ในตอนนี้กำลังรอโอกาสได้รับผลประโยชน์หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันน่ะ เจ้าเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณมานานขนาดนี้ ยังไม่สละตำแหน่งเสียที เจ้าคิดว่าโยวเยี่ยจี๋จะเชื่อฟังอย่างสงบ โดยที่ไม่มีความคิดอื่นเลยหรือ”
โยวเยี่ยจุนผงะไปทันที บัดซบ! เจ้าหมอนี่มีความทะเยอทะยานที่โฉดชั่วจริง ๆ!
เพื่อที่จะเลี่ยงปัญหาในอนาคต ตอนนี้เขาจะต้องกำจัดโยวเยี่ยจี๋ไปพร้อมกัน และไม่ปล่อยให้เขามีโอกาสลอบแทงข้างหลังได้อีก
แต่ทว่าทางด้านของพวกเขาในตอนนี้ต่อสู้อย่างเต็มกำลังแล้ว ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ไม่สามารถแยกตัวออกไปจัดการกับโยวเยี่ยจี๋ได้เลย
โยวเยี่ยจี๋ที่อยู่รอบนอกอย่างห่าง ๆ จ้องมองทั้งสองฝ่ายเข่นฆ่ากันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ช่างคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ! คิดไม่ถึงเลยว่าโยวเยี่ยจี๋จะมีความเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าเจ้าเสียอีก เช่นนั้นหลังจากที่พวกข้ากำจัดเจ้าได้แล้ว คงต้องไปจัดการเขาด้วยแล้วล่ะ ”
“เจ้าคนปัญญาอ่อนเพ้อเจ้อ!” โยวเยี่ยจุนกล่าวด้วยความมืดมน
นิรันดร์คุ้มกันมู่อวู่ซวง ส่วนมังกรวารีได้กลายร่างเป็นร่างเดิม และเข้าต่อสู้กับโยวเยี่ยจุนทันที
ผู้คนต่างกล่าวด้วยความตื่นตกใจว่า “นั่นมันสัตว์เทพมิใช่หรือ”
“เทพมังกร คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเทพมังกร!”
โยวเยี่ยจุนกล่าวว่า “ท่านคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่เงียบหายไปนานขนาดนี้ แต่กลับมีความสามารถเพียงแค่นี้เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเจ้านายที่ไร้ประโยชน์คอยถ่วงแข้งถ่วงขาอีก เหตุใดท่านถึงไม่เลือกเจ้านายใหม่กันเล่า”
“บนโลกใบนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเป็นเจ้านายของข้ามังกรวารีได้ ซึ่งนางก็มีชื่อว่ามู่เฉียนซี ส่วนคนอื่น! หาได้เหมาะสมไม่ ยิ่งคนเช่นเจ้ายิ่งไม่เหมาะสม!” น้ำเสียงของมังกรวารีอันตรายเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับมังกรวารีแล้ว ใครก็ตามที่ปฏิบัติต่อเจ้านายของเขาอย่างไร้เหตุผล คนเลวทั้งหมดนั้นจะต้องตาย และองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณที่อยู่ตรงหน้านี้ก็เช่นกัน
ตูมม โครมม!
มีเสียงระเบิดดังกึกก้องออกมา เสียงที่น่าสะพรึงกลัวนี้ราวกับท้องฟ้ากำลังจะพังทะลายลงก็มิปาน
แข็งแกร่ง! จะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
โยวเยี่ยจุนที่กำลังต่อสู้อยู่กับมังกรวารีรู้สึกเพียงแค่ว่ากำลังตัวสั่นเทาเท่านั้น และเพราะความแข็งแกร่งนี้ของมังกรวารี ได้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก นี่ก็คือมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์!
ขนาดยังไม่ถึงจุดที่สมบูรณ์ที่สุดแต่กลับแข็งแกร่งขนาดนี้แล้ว หากอยู่ในระดับที่สมบูรณ์ที่สุด คงทำให้แม้แต่ผู้แข็งแกร่งของเผ่าเทพยังต้องตัวสั่นสะท้านอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาอย่างแน่นอน
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาจะต้องทำให้มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ยอมจำนนต่อเขาให้ได้!
ถึงมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์นี้จะภักดีต่อนางเด็กน้อยคนนั้นมากเพียงใด แต่เขาก็ไม่เชื่อว่าเขาจะไม่สามารถจัดการเจ้าหมอนี่ได้
“ข้าคือเจ้าผู้ปกครองแดนวิญญาณ เป็นเจ้านายของแดนวิญญาณคนหนึ่ง หากเจ้าตั้งตัวเป็นศัตรูกับข้า เจ้าก็จะถูกกำหนดให้เสียเปรียบอยู่ดี ไม่ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งมากเพียงใดก็ตาม! ดังนั้น จงยอมจำนนต่อข้าเสียเถอะ! บางทีพวกเราอาจจะกลายเป็นสหายกันก็ได้” องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าว
ในฐานะของเจ้าผู้ครองแดนวิญญาณ เขามีข้อได้เปรียบที่ได้รับมาเป็นพรสวรรค์พิเศษ และพลังของเขาก็มาถึงขีดจำกัดของดินแดนแห่งนี้แล้ว
มังกรวารีเองก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าถูกดินแดนแห่งนี้ระงับเอาไว้เล็กน้อย ซึ่งทำให้การต่อสู้ของมังกรวารีกับองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณสูสีกันมาได้ระยะหนึ่งแล้ว
เวลานี้ภายในเสาทงเทียน มู่อวู่ซวงก็ได้ทำพิธีสุดท้ายเสร็จสมบูรณ์แล้ว
เขามองไปในความว่างเปล่าพลางกล่าวว่า “ข้ากลับมาแล้ว!”
“ข้ากลับมาแล้ว! แดนวิญญาณของข้า”
ครืนนน!
เสียงของเขา ดังกระจายไปทั่วทุกมุมของแดนวิญญาณ
ทุกคนต่างตกตะลึงไปทันที นี่คือเสียงของฝ่าบาทอวู่ซวง!
แต่การที่กล่าวว่า ข้ากลับมาแล้ว! แดนวิญญาณของข้า! นี่มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่
โยวเยี่ยจุนในเวลานี้ก็ผงะไปเช่นกัน ซึ่งเขาก็สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ที่เลวร้ายบางอย่าง
เขาสัมผัสได้ว่าการควบคุมแดนวิญญาณของเขา ได้ถูกพลังอันแข็งแกร่งอีกพลังหนึ่งพรากไปแล้ว
ซึ่งทำให้ข้อได้เปรียบที่เขาภูมิใจหนักหนาก่อนหน้านี้ หายไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
มู่อวู่ซวงออกมาและยืนอยู่กลางอากาศ พลังแห่งดินแดนของแดนวิญญาณแห่งนี้ ได้ถูกควบคุมโดยเขา และองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณไม่ได้ควบคุมอีกแล้ว
“อย่างที่พวกเจ้าเห็น ตอนนี้ข้าคือเจ้าผู้ปกครองแดนวิญญาณแล้ว! หากไม่อยากตายแล้วละก็ จงรีบออกไปจากที่นี่เสีย มิเช่นนั้นการต่อสู้ครั้งต่อไป ต้องไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าสามารถทนรับไหวอย่างแน่นอน! ถ้าหากยังมีคนที่อยากจะติดตามโยวเยี่ยจุนอย่างดื้อดึง เช่นนั้นข้าก็จะกำจัดทิ้งให้สิ้นซากไปเสียเลย!”
คำพูดของมู่อวู่ซวงนั้นเต็มไปด้วยความทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งพลังอำนาจนี้ก็ทำให้พวกเขาสั่นสะท้านไปตาม ๆ กัน
พวกเขาต่างมองไปที่มู่อวู่ซวงด้วยความตกใจ เหตุใดฝ่าบาทอวู่ซวงถึงทำให้พวกเขารู้สึกได้ราวกับว่าเขาได้เป็นหนึ่งเดียวกับดินแดนนี้ไปแล้วก็มิปานกันล่ะ!
ทุกการเคลื่อนไหว ทุกคำพูดของเขาเต็มไปด้วยพลังอำนาจของทั่วทั้งดินแดนแห่งนี้
พลังอำนาจของดินแดนแห่งหนึ่งเชียวนะ! นี่มันแข็งแกร่งมากขนาดไหนกัน มีบางคนที่ทนรับไม่ไหวจนล่าถอย และแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว
“เป็นไปได้อย่างไรกัน เจ้ากลายเป็นผู้ครองแดนวิญญาณได้อย่างไร!” เมื่อพลังส่วนหนึ่งที่ดินแดนแห่งนี้มอบให้เป็นของขวัญแก่เจ้าผู้ครองแดนวิญญาณถูกดึงกลับไป โยวเยี่ยจุนก็รู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้ที่เขาไม่สามารถต่อสู้กับจิตวิญญาณของมู่อวู่ซวงได้ก็ช่างมันเถอะ แต่ตอนนี้ยังมาถูกปล้นตำแหน่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณไปอีก
มู่อวู่ซวงมองไปที่เขาพลางกล่าวว่า “ข้าไม่ใช่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ แต่เป็นองค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน เวลาผ่านมานานมากแล้ว นานจนแม้แต่เจ้าที่เป็นเจ้าผู้ปกครองแดนวิญญาณคนหนึ่ง ก็ยังไม่รู้ถึงชื่อเสียงเรียงนามขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินเพียงหนึ่งเดียวของแดนวิญญาณแห่งนี้”
ชื่อเสียงเรียงนามขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินหรือ! นัยน์ตาของโยวเยี่ยจุนหดลงอย่างกะทันหัน และทันใดนั้นก็มีความจำบางอย่างแวบเข้ามาในสมองของเขา
แต่ทว่าลูกชายของเขาอย่างโยวเยี่ยจี๋กลับมีความทรงจำที่ดีกว่าเขามากนัก เขากล่าวว่า “ชื่อขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินก็คือองค์จักรพรรดิอวู่ซวง เดิมทีข้าคิดว่าน้องอวู่ซวงตั้งใจเลือกตั้งชื่อเช่นนี้ ก็เพราะความทะเยอทะยานในใจของเจ้า คิดไม่ถึงเลยว่ามันได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และเจ้าก็คือองค์จักรพรรดิอวู่ซวง!”
โยวเยี่ยจี๋เป็นผู้ชายที่ฉลาดหลักแหลมมากคนหนึ่ง และเขาก็สามารถอธิบายความจริงตามที่คิดเพียงแค่ประโยคเดียว ว่ามู่อวู่ซวงก็คืออดีตองค์จักรพรรดิอวู่ซวงนั่นเอง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง ข้าพยายามอย่างหนักเพื่อเตรียมร่างกายให้มีพรสวรรค์ที่สูงที่สุด แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าตนเองจะดึงดูดศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาได้! คิดไม่ถึงเลยว่าจนรอจนองค์จักรพรรดิอวู่ซวงกลับมาเช่นนี้!” โยวเยี่ยจุนหัวเราะขึ้นมายกใหญ่
จิตวิญญาณของเขาจะไปสามารถกลืนกินจิตวิญญาณขอวองค์จักรพรรดิกุ่ยจวินได้อย่างไร เมื่อก้าวหนึ่งผิดพลาด ก้าวต่อ ๆ ไปก็ย่อมต้องผิดพลาดไปด้วยอยู่แล้ว
แต่ถึงอย่างนี้ เขาก็ไม่มีทางพ่ายแพ้อยู่ดี!
โยวเยี่ยจุนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าเป็นองค์จักรพรรดิอวู่ซวงแล้วอย่างไร ตอนที่เจ้าเข้าไปอยู่ในอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินก็ผ่านไปนานมากแล้วสินะ! พลังก่อนหน้านี้ของเจ้ายังไม่ฟื้นคืนมาอย่างสมบูรณ์ ในเมื่อมันยังไม่ฟื้นฟู เช่นนั้นข้าจะหวาดกลัวเจ้าได้อย่างไร! เจ้าต้องการควบคุมแดนวิญญาณแห่งนี้ เช่นนั้นพวกเราก็มาต่อสู้กันอย่างเปิดเผยสักตั้งเถอะ! ใครชนะ คนนั้นถึงจะมีคุณสมบัติเป็นเจ้าผู้ปกครองแดนวิญญาณอย่างแท้จริง”
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “ได้! ไม่มีปัญหา”
“ท่านมังกรวารี เจ้าหมอนี่มอบให้ข้าเป็นคนจัดการเอง! ท่านไปอยู่ข้างการซีเอ๋อร์เถอะ” มู่อวู่ซวงกล่าว
“อื้ม!” มังกรวารีพยักหน้าเล็กน้อย และเขาก็กลับมาอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซีอีกครั้ง
มู่เฉียนซีมองไปทางอาเล็กของตนเอง เขารู้ดีว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการต่อสู้นี้ได้อยู่แล้ว
ต่อสู้ จำเป็นต้องต่อสู้! เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับการประกาศว่าอาเล็กได้กลายเป็นเจ้าผู้ครองแดนวิญญาณแห่งนี้แล้ว
คนของหอหมอปีศาจเข้าร่วมในการต่อสู้นี้เช่นกัน ซึ่งข้อได้เปรียบของหน่วยจุนถังในเวลานี้ก็ไม่ได้มีมากมายขนาดนั้นอีกแล้ว
แต่โยวเยี่ยจุนก็ไม่ได้เป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณมาอย่างเปล่าประโยชน์เช่นกัน เพราะยอดฝีมือที่เป็นลูกน้องของเขาแต่ละคนในเวลานี้ได้ปรากฏตัวออกมา และลอบโจมตีมู่เฉียนซีทันที!
.
.