ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2758 แผยร้ายถูกเปิดเผย
“เป็นไปได้อย่างไรกัน เหตุใดจี๋เอ๋อร์ถึงได้รู้เรื่องนี้ล่ะ มิแปลกใจเลย…มิแปลกใจเลยที่เขายอมลามือง่ายดายเช่นนี้ ที่แท้ก็เป็นเพราะอย่างนี้นี่เอง!”
ไม่ว่าจะเป็นมู่อวู่ซวงหรือโยวเยี่ยจี๋ ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาเลย ซึ่งนี่ก็ทำให้สีหน้าของโยวเยี่ยจุนมืดมนเป็นอย่างยิ่ง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็ก พวกเราลงมือพร้อมกันเถอะ!”
“อื้ม!” พลังจิตวิญญาณของทั้งสองเข้าใกล้โยวเยี่ยจุน ซึ่งนั่นนับเป็นการบดขยี้อย่างแท้จริง
โยวเยี่ยจุนรู้สึกตื่นตกใจเป็นอย่างมาก ทั้งสองคนนี้เป็นสัตว์ประหลาดหรืออย่างไร คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีพลังจิตวิญญาณที่มหาศาลเช่นนี้ มันช่างยากที่จะประมาณการได้จริง ๆ
พรวด!
และตอนนี้จิตวิญญาณของโยวเยี่ยจุนก็ได้รับบาดเจ็บแล้ว
เขาไม่กล้าใช้พลังจิตวิญญาณต่อสู้กับมู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงที่นี่อีกแล้ว เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาก็มีแต่ต้องพ่ายแพ้ เนื่องจากพลังของทั้งสองฝ่ายนั้นแตกต่างกันมากเกินไปนั่นเอง
ทันทีที่เขาคิดได้เช่นนั้น จิตวิญญาณของเขาก็ออกไปจากเสาทงเทียนนั้น และรักษาด้วยการกลับไปยังร่างกายของตนเอง!
ร่างกายของตนเองในตอนนี้ เป็นเหมือนกับต้นไม้เก่า ๆ ที่สามารถล้มได้ทุกเวลาก็มิปาน
ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกรังเกียจเป็นอย่างมาก เดิมทีเวลานี้เขาควรที่จะได้เข้าไปอยู่ในร่างที่มีชีวิตชีวาและอ่อนเยาว์ของมู่อวู่ซวงแล้วต่างหาก
น่าเสียดาย…น่าเสียดายที่เกิดปัญหาบางอย่างขึ้นกับแผนการของเขา
เขาคิดไม่ถึงเลยว่า หลังจากที่มู่อวู่ซวงได้รับสืบทอดมรดกขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินแล้ว พลังจิตวิญญาณของเขาจะแข็งแกร่งเช่นนี้
มู่อวู่ซวงซ่อนมันอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เขาค้นพบสิ่งนี้ได้ ซึ่งมันก็เป็นความผิดพลาดจริง ๆ
หลังจากนั้นโยวเยี่ยจุนก็ลืมตาขึ้นมา และเขาก็ค้นพบว่ามีคนมากมายกำลังจ้องมองมาที่เขา
สายตาของเขากวาดมองไปที่โยวเยี่ยจี๋ ซึ่งโยวเยี่ยจี๋เองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน
หากว่ากันตามเหตุผลแล้วเวลานี้โยวเยี่ยจุนไม่ควรที่จะมาปรากฏอยู่ในร่างของตนเอง แต่ควรไปปรากฏอยู่ในร่างของมู่อวู่ซวงมากกว่า
หรือว่าหลังจากที่มู่เฉียนซีบุกเข้าไปแล้ว จะเกิดปัญหาอะไรขึ้น
โยวเยี่ยจุนกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ในตอนที่ข้ากำลังช่วยโยวเยี่ยอวู่ซวงให้ได้รับการยอมรับจากแดนวิญญาณ คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนแอบลอบโจมตีข้า จนจิตวิญญาณของข้าได้รับบาดเจ็บสาหัส หน่วยจุนถังทั้งหมดจงรับคำสั่ง ไปจับตัวมู่อวู่ซวงและมู่เฉียนซีเอาไว้ พวกเขามีโทษร้ายแรง”
ภายในก้นบึ้งหัวใจของโยวเยี่ยจุนในเวลานี้เต็มไปด้วยเจตนาฆ่า ไม่มีใครสามารถทำร้ายจิตวิญญาณของเขาได้อย่างรุนแรงเช่นนี้มานานมากแล้ว
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!” ทันทีที่ผู้แข็งแกร่งของหน่วยจุนถังออกมา ทุกคนต่างก็รู้สึกนับถือขึ้นมาทันที
อย่างไรเสียฝ่าบาทอวู่ซวงก็ยังไม่ได้กลายเป็นเจ้าดินแดน ฉะนั้นไม่ว่าองค์จักรพรรดิจะมีรับสั่งอะไร พวกเขาจะถือว่าถูกต้องทั้งหมด! เพราะพวกเขามีความสามารถที่แข็งแกร่งที่สุด!
“ผู้ใดกล้าแตะต้องที่รักของข้าก็ลองดูสิ!” เนื่องจากมู่เฉียนซีที่เข้าไปในเสาทงเทียนนั้นยังไม่ออกมา มังกรวารีและนิรันดร์จึงกำลังเฝ้าพวกเขาอยู่
“ฝ่าบาทอวู่ซวงของพวกเราไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้นแน่นอน!” คนของเมืองอวู่ซวงลุกออกมาอย่างไร้ความหวาดกลัว แม้ว่าจะเป็นผู้แข็งแกร่งของหน่วยจุนถัง แต่พวกเขาก็จะสู้อยู่ดี
มังกรร้ายบินขึ้นไปกลางอากาศ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสู้รบได้ทุกเมื่อ
การแสดงออกของกั๋วเอ๋อร์น้อยก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที เจ้าองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณผู้นี้จะน่ารังเกียจเกินไปแล้ว
เขาทำเรื่องเลวร้ายก่อนชัด ๆ คิดไม่ถึงเลยว่ายังจะกล้ามาใส่ร้ายเจ้านายกับฝ่าบาทอวู่ซวงอีก
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณนอกจากจะฉวยโอกาสไม่สำเร็จแล้วยังขาดทุนอีกต่างหาก ดังนั้นเขาจึงไม่วางแผนอย่างเงียบ ๆ อีกต่อไป และเตรียมที่จะจัดการมู่อวู่ซวงด้วยกำลังแทน
เขาไม่เชื่อว่าจะไม่สามารถจัดการมู่อวู่ซวง และชิงร่างของเขามาไม่ได้
โยวเยี่ยจุนกล่าวอย่างดูถูกว่า “แค่คนของเมืองอวู่ซวงเหล่านี้ คิดว่าจะขวางข้าได้อย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ!”
มังกรวารีและนิรันดร์ต้องคอยเฝ้าอยู่ข้างกายมู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถยื่นมือเข้าไปยุ่งได้
อีกฝ่ายแอบลอบโจมตีพวกเขาโดยไม่ทันได้รู้ตัว ซึ่งนี่ก็กินแรงคนของเมืองอวู่ซวงเหล่านี้มากจริง ๆ
มู่อวู่ซวงกล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “ซีเอ๋อร์ เจ้าออกไปก่อนเถอะ! ในเมื่อตอนนี้อากำลังอยู่ในพิธีสืบทอดขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณแล้ว ดังนั้นอาจึงอยากจะทำมันให้เสร็จสมบูรณ์! เพื่อกลายเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ เพียงแต่เจ้าโยวเยี่ยจุนนั่นต้องไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ ตอนนี้คงทำได้เพียงให้ซีเอ๋อร์ช่วยขวางเขาเอาไว้สักครู่หนึ่ง อีกเดี๋ยวอาก็ทำสำเร็จแล้ว!”
“เจ้าค่ะ! อาเล็ก ท่านวางใจเถอะ! ข้าไม่มีทางปล่อยให้โยวเยี่ยจุนทำสำเร็จแน่นอน” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างรับประกัน
ในตอนที่มู่เฉียนซีออกมา ข้างนอกกำลังเต็มไปด้วยเสียงของการต่อสู้อันดุเดือด
คนของหน่วยจุนถังเริ่มลงมือแล้ว ซึ่งพวกเขามีพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนวิญญาณแล้ว ไม่ใช่ใครจะสามารถสั่นคลอนพวกเขาได้ มันอันตรายมากจริง ๆ!
และตอนนี้ทุกคนต่างก็กำลังตกอยู่ในอันตราย!
โยวเยี่ยจุนกล่าวว่า “มู่เฉียนซี คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้าออกมา มู่อวู่ซวงล่ะ บอกให้มู่อวู่ซวงไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้”
“อาเล็กของข้ากำลังทำพิธีสืบทอดตำแหน่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณอยู่ จึงไม่มีเวลาว่างมาจัดการตัวตลกที่กระโดดไปมาอย่างเจ้า ดังนั้นข้าก็เลยจัดการเจ้าแทน!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเหน็บแนม
“เจ้าน่ะหรือ! เจ้าคิดว่าแค่มีพวกเขาสองคน จะสามารถขวางคนของข้าได้อย่างนั้นหรือ” องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวอย่างดูถูก
“ไม่นี่! ข้ายังมีคนอื่นอยู่อีก!”
มู่เฉียนซีหยิบตราสัญลักษณ์แผ่นหนึ่งออกมา ซึ่งนั่นก็คือรางวัลที่ได้มาจากการทดสอบของอาณาจักรลับขั้นต้นในอาณาจักรลับขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน และทันทีที่ตราสัญลักษณ์ปรากฏออกมา คนเหล่านั้นก็ได้ถูกมู่เฉียนซีปล่อยออกมาด้วยเช่นกัน
ทั้งหมดมีหนึ่งร้อยคน และกลิ่นอายของแต่ละคนก็ไม่แพ้ยอดฝีมือระดับต้น ๆ ของหน่วยจุนถังเหล่านั้นแต่อย่างใด
พวกเขาไม่พูดไม่จา ดวงตาทั้งสองข้างมืดสนิท และไม่เหมือนคนที่มีชีวิตเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าจิตวิญญาณในการต่อสู้ของพวกเขา กลับทำให้คนที่ได้เห็นรู้สึกชาไปทั่วทั้งตัวเลยทีเดียว!
“นี่…คนเหล่านี้คือผู้แข็งแกร่งในอดีตของพวกเราแดนวิญญาณมิใช่หรือ!”
“ดูเหมือนว่าจะใช่นะ เหมือนว่าข้าจะเคยเห็นภาพของพวกเขาในม้วนตำรามาก่อน!”
“พวกเขาคือกลุ่มคนที่แข็งแกร่งที่สุด เป็นบุคคลที่เคยติดตามองค์จักรพรรดิกุ่ยจวินมาก่อน!”
ในตอนที่กองทัพนี้ปรากฏตัวออกมา สีหน้าของทุกคนต่างเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
แม้ว่าโยวเยี่ยจุนจะนิ่งสงบ และยังคงมั่นใจในคนของหน่วยจุนถังเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ยังคงประหลาดใจเล็กน้อยอยู่ดี “เหตุใดกองกำลังขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน ถึงมาอยู่ในมือของเจ้าได้กัน”
“องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ เจ้าคงไม่ได้ลืมไปแล้วหรอกนะ! ข้าเป็นคนเพียงคนเดียวที่สามารถผ่านการทดสอบของอาณาจักรลับขั้นต้นได้อย่างสมบูรณ์ คิดว่าข้าที่ผ่านการทดสอบอาณาจักรลับขั้นต้นจะไม่มีรางวัลอะไรเลยอย่างนั้นหรือ คนเหล่านี้ ก็คือรางวัลของพวกข้า หลังจากนี้คนของหน่วยจุนถังก็จงเพลิดเพลินไปกับการต้อนรับของพวกเขาก็แล้วกัน!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
ทันใดนั้นผู้คนต่างนึกขึ้นมาได้อย่างฉับพลัน พวกเขาลืมไปได้อย่างไรกัน ว่าฝ่าบาทน้อยเฉียนซีผู้นี้ก็คือสัตว์ประหลาดที่สามารถฝ่าการทดสอบของอาณาจักรลับขั้นต้นไปได้!
“โจมตี!” ทันทีที่มู่เฉียนซีออกคำสั่ง พวกเขาก็เริ่มลงมือฆ่าฟันในทันที!
กองกำลังทั้งหนึ่งร้อยคนเป็นผู้ที่เกรียงไกรในสมัยขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน ส่วนหน่วยจุนถังแห่งแดนวิญญาณก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในสมัยปัจจุบัน
แต่การเผชิญหน้าของคนเหล่านี้ เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ย่อมสามารถเห็นความแตกต่างได้
แค่พลังจิตวิญญาณในการต่อสู้ ก็สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ช่างแข็งแกร่งมากจริง ๆ!”
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกล่าวว่า “ทุกคนในสถานที่แห่งนี้จงฟังคำสั่งของข้า พวกเจ้าจงควบคุมตัวมู่อวู่ซวง มู่เฉียนซีและคนของเมืองอวู่ซวงที่เป็นผู้กระทำความผิดร้ายแรงเหล่านี้เสีย ครั้งนี้หากใครทำความดีความชอบได้ ข้าจะมอบรางวัลให้อย่างงามแน่นอน และผู้ใดที่มีความสามารถโดดเด่นก็จะสามารถกลายเป็นเจ้าเมืองของเมืองเขตแดนทั้งสี่ได้!”
มีหลายคนที่รู้สึกอิจฉาในเรื่องนี้ อย่างที่รู้กันว่าฝ่าบาทอวู่ซวงเป็นคนควบคุมดูแลเขตแดนหลักทั้งสี่ และยังเป็นเจ้าเมืองของเมืองหลักทั้งสี่อีกด้วย
หากพวกเขาประสบความสำเร็จในครั้งนี้ เช่นนั้นหนึ่งในนั้นจะต้องกลายเป็นของพวกเขาแน่นอน
ถึงมู่เฉียนซีจะสามารถเอาลูกน้องขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินออกมาตอบโต้ได้ แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่าพวกของมู่อวู่ซวงจะสามารถเป็นคู่ต่อสู้ขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณได้
พวกของฝ่าบาทอวู่ซวงต้องพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้น…
คนส่วนใหญ่เลือกอยู่ฝ่ายเดียวกับองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ และลงมือกับพวกของมู่เฉียนซีตามแรงกระตุ้นขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ แต่แน่นอนว่ายังมีส่วนน้อยที่เลือกจะเป็นกลาง พร้อมทั้งเฝ้าดูสถานการณ์ไปก่อน!
อย่างไรเสียองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็ไม่ได้มีหลักฐานใด ๆ แต่กลับบอกว่าฝ่าบาทอวู่ซวงเป็นกบฏ
และเมื่อคิดไปถึงเรื่องที่ฝ่าบาทจี๋ได้กล่าวมานั้น พวกเขาก็ยิ่งสงสัยในตัวองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณมากยิ่งขึ้นไปอีก!
นอกจากนี้ยังมีอีกส่วนหนึ่ง ที่เป็นฝ่ายเดียวกับโยวเยี่ยจี๋ ซึ่งโยวเยี่ยจี๋ก็เตรียมตัวราวกับว่ากำลังนั่งตรงภูเขาดูเสือต่อสู้กัน เพราะตอนนี้เขาไม่สามารถเปลืองแรงไปกับการต่อสู้ในครั้งนี้ได้
และในตอนนี้เององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็ค้นพบว่าโยวเยี่ยจี๋ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เลย เขาจึงกล่าวด้วยความโกรธเคืองว่า “โยวเยี่ยจี๋ นี่เจ้าทำอะไรอยู่กันแน่ คิดไม่ถึงว่าจะยังไม่ลงมืออีก”