ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2761 เผ่าเทพสมรู้ร่วมคิด
แม้ว่าเขาจะคาดการณ์อันตรายได้อย่างแม่นยำ และหนีได้ค่อนข้างเร็ว แต่ทว่าเขาได้ถูกกำหนดให้โดนกลืนกินด้วยพลังนี้อยู่ดี
ร่างของมู่อวู่ซวงสว่างวาบขึ้น และได้พุ่งทะยานไปขวางหน้ามู่เฉียนซีเอาไว้
เขาใช้พลังของมนุษย์เพียงคนเดียว ในการต่อต้านภูตวิญญาณมังกรร้ายตัวหนึ่ง!
ฟิ้ววว!
เข็มยาของมู่เฉียนซีพุ่งทะยานออกไป หลังจากนั้นยาที่เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตก็โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า
เนื่องจากองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณทำสิ่งที่มีพลังแห่งความตายเช่นนี้ออกมา ดังนั้นย่อมสามารถใช้พลังแห่งชีวิตยับยั้งได้อยู่แล้ว
พรึ่บบบ!
เมื่อเทียบกับราชาโครงกระดูกดำแล้ว เจ้าตัวนี้ยังถือว่าห่างชั้นอยู่อีกมากนัก
ในเมื่อมียาของมู่เฉียนซีคอยช่วยเหลือ มันจึงทำให้มู่อวู่ซวงจัดการมันได้อย่างง่ายดายมากขึ้นไปอีก
ต่อไป ก็คือเจ้าตัวที่เหลืออยู่อีกสองตัวนั่น
พวกมันถูกหอคอยแห่งความมืดพิชิต ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่มู่อวู่ซวงจะจัดการกับพวกมันได้
แต่ทว่ายังไม่ทันที่มู่อวู่ซวงจะลงมือ ร่างสีฟ้าร่างหนึ่งและร่างสีขาวร่างหนึ่งก็ได้พุ่งทะยานเข้ามา
มังกรวารีกล่าวว่า “คุณชายอวู่ซวง ท่านไปจัดการเจ้านั่นเถอะ ส่วนเจ้าหนอนน้อยทั้งสองตัวนี้ไว้เป็นหน้าที่ของพวกเราเอง”
ตูม ตูม ตูม!
ภูตวิญญาณมังกรร้ายตัวนี้โกรธเคืองเป็นอย่างมาก พวกมันคือหนอนน้อยอย่างนั้นหรือ หนอนน้อยเนี่ยนะ! คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าหมอนี่จะกล้าทำให้พวกมันต้องอับอายเช่นนี้ ช่างน่ารังเกียจจริง ๆ!
“ตกลง!” มู่อวู่ซวงเหลือบมองไปที่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณที่กำลังจะหลบหนีออกไป
โยวเยี่ยจุนอยากที่จะพุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าจริง ๆ
เขาคือองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณที่น่าเกรงขาม คิดไม่ถึงเลยว่าตนเองจะมีวันที่ต้องหนีอย่างหัวซุกหัวซุนเช่นนี้
หลังจากนั้นมิติก็บิดเบี้ยวขึ้นมาอย่างกะทันหัน และมู่อวู่ซวงก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาทันที
เขากล่าวว่า “แดนวิญญาณแห่งนี้คืออาณาเขตของข้า เจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถหนีไปไหนได้อย่างนั้นหรือ?”
“เจ้ามันพูดจาไร้สาระ ข้าคือองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ! ข้าต่างหากที่เป็นเจ้าผู้ปกครองแดนวิญญาณ” ดูเหมือนว่ามู่อวู่ซวงจะเหยียบลงไปบนเท้าที่บาดเจ็บของโยวเยี่ยจุน ซึ่งมันก็ทำให้โยวเยี่ยจุนโกรธเคืองเป็นอย่างมาก
และแล้วตำแหน่งขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ ก็ได้หายไปเช่นนี้!
ไพ่ตายสามตัวสุดท้ายถูกทำลายไปสองตัวแล้ว ส่วนอีกตัวก็พิการไปครึ่งหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถคาดหวังได้อย่างสิ้นเชิง
เขากำลังจะจบเห่แล้ว จบแล้ว…
ในฐานะเจ้าผู้ปกครองแดนวิญญาณ เขาไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อนเลย ซึ่งตอนนี้เขารู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก และรู้สึกราวกับว่ามือของยมทูตกำลังบีบคอของเขาอยู่
จะหนีก็หนีไม่ได้ เช่นนั้นก็ทำได้เพียงสู้จนถึงที่สุดเท่านั้น โยวเยี่ยจุนขบฟันแน่น และต่อสู้กับมู่อวู่ซวงอีกครั้ง!
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
เมื่อเทียบความแข็งแกร่งของโยวเยี่ยจุนที่กำลังบาดเจ็บสาหัสกับมู่อวู่ซวงแล้ว มันต่างชั้นกันมากเกินไปจริง ๆ
เขาโต้กลับครั้งแล้วครั้งเล่า และยังต้องพยายามเผชิญหน้ากับแรงกดดันอย่างไร้ความปรานีของโยวเยี่ยอวู่ซวงอีกด้วย
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
ภูตวิญญาณมังกรร้ายที่เหลือเพียงสองหัวในอากาศได้ถูกพวกของมังกรวารีจัดการไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
อย่างไรเสียทั้งสามต่างก็เป็นถึงมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ แค่การจัดการหนอนตัวเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง นั่นเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เก็บกวาดเสีย! ไปจัดการคนขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณให้สิ้นซาก”
มู่เฉียนซีรู้ดีว่า การต่อสู้ในครั้งนี้ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดอย่างแน่นอน
หลังจากนี้ยังมีการต่อสู้ที่ดุเดือดอีกรอบหนึ่ง ซึ่งนางก็ไม่แน่ใจว่าโยวเยี่ยจี๋จะเริ่มลงมือเมื่อไรเช่นกัน
และก่อนที่พวกเขาจะเริ่มลงมือ นางจึงไม่สามารถปล่อยให้คนขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณมีโอกาสลอบทำร้ายพวกนางได้
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำจัดให้สิ้นซากเสียก่อน!
“ขอรับ! นายท่าน!” ซึ่งมังกรวารีก็เข้าใจความคิดของมู่เฉียนซีเป็นอย่างดี
ทันใดนั้น ความเย็นยะเยือกก็ได้ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง
เสียงลมพัดโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง หลังจากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังออกมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อทั้งสองคนลงมือ การเก็บกวาดก็เปลี่ยนเป็นราบรื่นเป็นอย่างยิ่ง
ตอนนี้โยวเยี่ยจุนเหลือตัวคนเดียวแล้ว และภายในแววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง!
พรวด พรวด พรวด!
เขากระอักเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง สีหน้าซีดเผื่อดเป็นอย่างยิ่ง นี่คือช่วงเวลาที่จนตรอกมากที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว
ตอนนี้เขาหมดหนทางแล้วจริง ๆ!
หลังจากนั้นเขาก็ตะโกนเสียงดังออกมาว่า “โยวเยี่ยจี๋ เจ้าเด็กเหลือขอนี่ รีบออกมาเดี๋ยวนี้ เจ้าไม่ได้อยากเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณอย่างนั้นหรือ ข้าจะให้เจ้าเป็นเอง! เจ้ารีบออกมาช่วยข้าเร็วเข้า ช่วยข้า…”
ฟิ้วว!
ทันทีที่มู่เฉียนซีขยับข้อมือ เข็มยาเล่มหนึ่งก็พุ่งออกไปโจมตีองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณราวกับสายฟ้าก็มิปาน
ฉึกก!
เข็มยาเล่มนั้นแทงลึกเข้าไปในร่างกายขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ ซึ่งมันก็ทำให้องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณคร่ำครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด
“โยวเยี่ยจี๋ ไม่ใช่ว่าเจ้านั่งดูเสือตีกันเสร็จแล้วอย่างนั้นหรือ หากมีความกล้าก็ออกมาลงสนามด้วยตนเองเถอะ! หลบ ๆ ซ่อน ๆ เช่นนี้มันไม่เหมือนกันหรอกนะ ทางเจ้าเองก็มียอดฝีมืออยู่หลายคนเหมือนกันมิใช่หรือ” พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีแผ่กระจายออกไป จากนั้นก็มองตรงไปข้างหน้า!
แปะ แปะ แปะ!
ในตอนที่เสียงปรบมือใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ นั้น ร่างเงาของพวกโยวเยี่ยจี๋ก็เข้ามาใกล้พวกเขาเช่นกัน
คนที่ติดตามอยู่ข้างกายเขาเหล่านั้นคือคนแปลกหน้าสำหรับพวกเขา แม้แต่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณก็ไม่รู้ที่มาของคนเหล่านี้เช่นกัน
แต่เขากลับรู้สึกว่า ความสามารถของคนเหล่านี้แข็งแกร่งมากจริง ๆ
“มู่เฉียนซี น้องอวู่ซวง พวกเจ้านี่ยอดเยี่ยมมากจริง ๆ! การต่อสู้ในสนาม ข้าคิดว่าเจ้ากับเสด็จพ่อแต่ละคนมีโอกาสชนะเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าพวกเจ้าจะสามารถเอาชนะได้! นอกจากนี้ยังค่อนข้างง่ายดายอีกด้วย” มุมปากของโยวเยี่ยจี๋ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เจ้าเองก็เก่งกาจเช่นกัน! เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าแดนวิญญาณเป็นศัตรูกับแดนเทพ แต่เจ้ากลับสามารถหากำลังเสริมจากเผ่าเทพมาได้ โชคดีที่องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณในตอนนี้ยังไม่ทันตายจนต้องลงโลงไปเสียก่อน มิเช่นนั้นโลงศพของเขาคงจะไม่สามารถกดเขาเอาไว้ได้เป็นแน่”
มู่เฉียนซีมีความคุ้นเคยต่อพลังและกลิ่นอายของคนเหล่านี้เป็นอย่างมาก นี่คือคนของเผ่าเทพอย่างไม่ต้องสงสัย
อย่างไรเสียเผ่าเทพก็เคยโจมตีแดนนรกมาแล้วหลายครั้ง ฉะนั้นนางต้องเคยเห็นมาก่อนอยู่แล้ว
ดวงตาขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเบิกกว้าง พลางกล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “พวกเขา…คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะเป็นเผ่าเทพ! เผ่าเทพหรือ!”
“โยวเยี่ยจี๋ เจ้าช่างบังอาจนัก! คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้าสมรู้ร่วมคิดกับเผ่าเทพ นี่เจ้าไม่สนใจแดนวิญญาณของข้าเลยสินะ!” องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณมีความเกลียดชังต่อเผ่าเทพเป็นอย่างมาก!
โยวเยี่ยจี๋กล่าวตอบว่า “ตราบใดที่สามารถช่วยให้ข้าบรรลุเป้าหมายได้ ข้าไม่สนใจหรอกว่าผู้ช่วยที่ข้าหาได้จะมาจากเผ่าไหน หากไม่ใช่เพราะท่านยึดติดกับตำแหน่งองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณมานานขนาดนี้ และข้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่าน เช่นนั้นข้าคงไม่เลือกร่วมมือกับเผ่าเทพเช่นนี้! เรื่องทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะท่าน เสด็จพ่อ!”
“เจ้าอย่ามาพูดจาไร้สาระ เผ่าเทพคือศัตรู! มันเป็นศัตรู ตั้งแต่เด็ก ข้าสอนเจ้าว่าอย่างไร!” โยวเยี่ยจุนถูกคำพูดที่เถียงข้าง ๆ คู ๆ ของโยวเยี่ยจี๋ทำให้โกรธจนกระอักเลือดออกมา
“เสด็จพ่อ ท่านอย่าโมโหเลย สถานการณ์วันนี้ เว้นแต่จะมีความช่วยเหลือของผู้แข็งแกร่งยิ่งกว่าจากที่อื่น ท่านรู้สึกว่าใครจะสามารถต่อสู้กับมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ได้กันล่ะ!” โยวเยี่ยจี๋กล่าว
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะรู้!”
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว เขากระดูกดำคืออาณาเขตของข้า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของข้าทั้งนั้น” โยวเยี่ยจี๋กล่าวอย่างใจเย็น
โยวเยี่ยจุนในตอนนี้ไม่ใช่ภัยคุกคามอีกแล้ว โยวเยี่ยจี๋เหลือบมองไปที่มู่อวู่ซวงพลางกล่าวว่า “น้องอวู่ซวง ในงานประชุมทั้งสิบแปดเขตแดนครั้งที่แล้วพวกเราต่อสู้เสมอกัน ตอนที่แย่งชิงมรดกสืบทอดขององค์จักรพรรดิกุ่ยจวินในครั้งนั้นข้าก็แพ้ให้เจ้าอย่างไม่ยุติธรรม อย่างไรเสียเจ้าก็คือองค์จักรพรรดิอวู่ซวง แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถแย่งเจ้าได้อยู่แล้ว และนี่ก็เป็นการสู้กันครั้งที่สามของพวกเราแล้ว!”
“การต่อสู้ครั้งที่สามนี้ ข้าจะต้องเอาชนะเจ้าให้ได้! ไม่ว่าเจ้าจะเป็นน้องชายของข้าหรือองค์จักรพรรดิอวู่ซวงก็ตาม” โยวเยี่ยจี๋กล่าวอย่างมั่นใจเป็นอย่างมาก
“ก่อนหน้านี้เจ้าพ่ายแพ้มาสามครั้งติดต่อกันแล้ว ซึ่งความสามารถของข้าในตอนนี้ฟื้นฟูกลับมาบ้างแล้วเช่นกัน ฉะนั้นเจ้ายิ่งไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้! โยวเยี่ยจี๋!” มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างเรียบเฉย และทำเหมือนกับว่าคำประกาศของโยวเยี่ยจี๋ก่อนหน้านี้ เป็นแค่เรื่องตลกมากเรื่องหนึ่งเท่านั้น
“เจ้าแข็งแกร่งมากจริง ๆ สมแล้วที่เคยเป็นองค์จักรพรรดิอวู่ซวง! แต่เจ้าสู้กับเสด็จพ่อมาก่อน เกรงว่าน่าจะผลาญพลังไปไม่น้อยแล้วเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เจ้าก็ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย ดังนั้นเจ้าต้องพ่ายแพ้ แผนการที่ข้าวางเอาไว้ทั้งหมด ไม่มีสิ่งใดผิดพลาดอย่างแน่นอน!”
ทันทีที่คำพูดของโยวเยี่ยจี๋สิ้นสุดลง มิติโดยรอบก็เริ่มบิดเบี้ยวไปทันที และพลังแห่งภูตวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏออกมา
“นะ…นี่…” ดวงตาของโยวเยี่ยจุนเบิกกว้างขึ้นอย่างฉับพลัน
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ลูกชายของตนเองจะแอบฝึกฝนจนมาถึงระดับนี้ได้ นี่มันเกินความคาดหมายของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง
.
.