ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2765 ตัวตนของนาง
ในสายตาของเยี่ยมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ไม่มีค่าอะไรเลย เพื่อคนงามแม้แต่เรื่องที่เขาทุบตีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์จนกลายเป็นเศษเหล็ก เขาต่างก็เคยทำมาแล้ว
คิดไม่ถึงเลยว่าองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณผู้นี้ จะคิดว่าแรงดึงดูดของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์จะสามารถทำให้เยี่ยลงมือกับคนงามได้ ช่างน่าขันจริง ๆ
มู่เฉียนซีเหลือบมองไปทางโยวเยี่ยจุนพลางกล่าวว่า “เจ้าสงสัยว่าข้าได้รับแหวนนิรันดร์มาได้อย่างไร และผูกพันธสัญญากับแหวนนิรันดร์ได้อย่างไรสินะ”
โยวเยี่ยจุนสงสัยมันจริง ๆ อย่างไรเสียมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ก็เป็นสิ่งที่แข็งแกร่งมาก และยังหายากมากอีกด้วย!
มู่เฉียนซีเล่นแหวนที่สวมอยู่บนนิ้วมือ พลางกล่าวว่า “ในครั้งแรกที่ข้าเจอกับเขา เขาก็พาข้าไปที่จวนของเขา ในวันรุ่งขึ้นเขาก็ได้มอบของขวัญเพื่อขอโทษข้า และข้าก็ได้ทำสัญญาเลือดกับมังกรวารี”
โยวเยี่ยจุนรู้สึกเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก “นี่มันเป็นเรื่องโกหก! หรือว่าตอนนั้น เจ้าไม่รู้ว่านี่คือแหวนนิรันดร์อย่างนั้นหรือ!”
“แน่นอนว่าข้าต้องรู้อยู่แล้วสิ!” คำพูดที่เรียบเฉยของมู่เฉียนซี ได้ทำลายภาพลวงตาของโยวเยี่ยจุนไปอย่างสิ้นเชิง
“ดังนั้นเจ้าคิดว่าเขาที่สามารถทำให้แหวนนิรันดร์กลายเป็นเพียงแหวนมิติธรรมดาแล้วมอบให้ข้าคนนี้ได้ จะสามารถลงมือกับข้าเพื่อมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ชิ้นหนึ่งอย่างนั้นหรือ! แน่นอนว่าไม่มีทางอยู่แล้ว นอกจากนี้ตัวเขาทั้งหมดก็เป็นของข้า ฉะนั้นไม่ว่าเจ้าจะยุยงอย่างไรก็เปล่าประโยชน์ โยวเยี่ยจุน!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“เจ้าคือ…เจ้าคือ…” โยวเยี่ยจุนและโยวเยี่ยจี๋จ้องมองไปที่หวงจิ่วเยี่ยด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
พรวด พรวด พรวด!
ในตอนที่พวกเขายังไม่ทันได้เปิดเผยตัวตนของนาง จิ่วเยี่ยก็ต่อยทั้งสองคนนั้นอย่างไม่เกรงใจ จนทำให้พวกเขากระอักเลือดออกมา
เหตุใดพวกเขาถึงเดาไม่ออกกัน ท่านผู้นี้จะต้องเป็นอ๋องจิ่วเยี่ย ต้องใช่แน่นอน!
มีเพียวอ๋องจิ่วเยี่ยเท่านั้นที่สามารถทำให้ใต้เท้าจื่อโยวเคารพนอบน้อมได้ถึงขนาดนี้ และมีเพียงอ๋องจิ่วเยี่ยเท่านั้นที่สามารถมอบมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ให้ใครก็ได้ตามต้องการ
แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดอ๋องจิ่วเยี่ยถึงชอบใส่ชุดเกราะ แต่งานอดิเรกนี้ค่อนข้างแปลกประหลาดเลยทีเดียว
หากท่านผู้นี้คืออ๋องจิ่วเยี่ยละก็ คนที่ใกล้ชิดกับเขาอย่างมู่เฉียนซีคงไม่ใช่…ไม่ใช่พระชายาแห่งแดนนรกในข่าวลือนั่นหรอกนะ!
ข่าวสารของแดนนรกถูกผนึกเอาไว้อย่างหนาแน่น พวกเขารู้เพียงว่าแดนนรกมีพระชายาอยู่คนหนึ่งเท่านั้น และไม่มีเบาะแสอะไรอีกเลย
มิแปลกใจเลยในตอนที่หอหมอปีศาจเพิ่งจะพัฒนาขึ้นในแดนวิญญาณ อ๋องจิ่วเยี่ยถึงได้มาหาเขาเพื่อให้เขาคอยดูแลหอหมอปีศาจด้วยตนเอง
เดิมทีคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ดึงเขามาเป็นพันธมิตร แต่กลับไม่คิดเลยว่ามันกลับเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้ศัตรูเสียได้
พรวด!
และเมื่อองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณคิดถึงเรื่องนี้ ก็ได้กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
ถึงงานพิธีสืบทอดตำแหน่งขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณในครั้งนี้ จะพลิกผันไปมา แต่ในที่สุดความวุ่นวายนี้ก็ได้จบลง และเสียงการต่อสู้อย่างดุเดือดในอากาศราวกับเสียงฟ้าร้องก็มิปานก็ได้สิ้นสุดลงแล้วเช่นกัน
ทุกคนต่างก็รอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งพวกเขาก็อยากจะรู้ว่าผู้ใดคือผุ้ชนะในการต่อสู้ระดับสูงสุดของแดนวิญญาณในครั้งนี้
จะเป็นองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณ ฝ่าบาทจี๋ หรือว่าฝ่าบาทอวู่ซวงกันแน่
ในตอนที่มู่อวู่ซวงปรากฏตัวขึ้น องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณกับโยวเยี่ยจี๋ก็ถูกทำลายพลังบำเพ็ญจนพิการ และกลายเป็นเพียงนักโทษ
จากนั้นทุกคนต่างก็ได้รู้ว่า ท้องฟ้าของแดนวิญญาณแห่งนี้เกรงว่าคงได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
หลังจากที่ชนะ มู่อวู่ซวงก็มีเรื่องมากมายที่ต้องจัดการ เขายุ่งมากจนไม่มีเวลาแม้แต่จะขับไล่หวงจิ่วเยี่ยเลยด้วยซ้ำ
ส่วนมังกรวารีและนิรันดร์เนื่องจากการต่อสู้ในครั้งนี้ได้ผลาญพลังไปเป็นจำนวนมาก จึงถูกท่านหมอปีศาจสั่งให้ไปพักผ่อนให้เต็มที่
เพราะแดนวิญญาณในตอนนี้ถือว่ายังสงบสุขดี นอกจากนี้ยังมีจิ่วเยี่ยอยู่ข้างกาย ฉะนั้นไม่มีทางเกิดอันตรายขึ้นอย่างแน่นอน
“ที่รักต้องการเพียงแค่หวงจิ่วเยี่ย และรังเกียจข้า ทั้งยังจงใจไล่ข้าออกไป! หวงจิ่วเยี่ยในตอนนี้เป็นเพียงแค่ก้อนเหล็กเท่านั้น จะโดดเด่นสะดุดตาเหมือนข้าได้อย่างไร” นิรันดร์กล่าวอย่างไม่ยอมแพ้ และคิดจะเกาะติดกับมู่เฉียนซีไว้ แต่ผลปรากฏว่ากลับต้องเผชิญกับสายตาที่อยากจะฆ่าปิดปากของจิ่วเยี่ยก่อนเสียได้
เขารู้สึกว่าขั้นต่อไป เจ้าหวงจิ่วเยี่ยนี่จะต้องโจมตีเขาจนต้องเข้าไปจำศีลเป็นแน่ ซึ่งความแตกต่างของทั้งสองฝ่ายนั้นต่างกันมาก และถือได้ว่านิรันดร์หาเหาใส่หัวตัวเองอย่างสิ้นเชิง
เจ้าหมอนี่ช่างน่ารังเกียจจริง ๆ! แต่ทว่าที่รักของพวกเขาชื่นชอบ ชอบเอามาก ๆ เลยด้วย ซึ่งมันก็ทำให้นิรันดร์ปวดใจมากขึ้นไปอีก!
“ที่รัก เช่นนั้นข้าจะไปนอนสักตื่น เจ้าก็อย่าปล่อยให้ตนเองถูกเจ้าหมอนั่นรังแกเสียล่ะ!” นิรันดร์กล่าว
“นายท่าน มังกรวารีต้องเสียมารยาทแล้ว มังกรวารีควรจะอยู่เคียงข้างเจ้านายด้วยสภาพที่ดีที่สุด และอยู่เคียงข้างเจ้านายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเช่นในตอนนี้ ฉะนั้นข้าจะฟื้นตัวโดยเร็วที่สุดแน่นอนขอรับ” มังกรวารีกล่าวด้วยความเคารพ
“ได้สิ!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อีกอย่าง! มังกรวารี เจ้าอย่าได้จริงจังเกินไปนักเลย!” มู่เฉียนซีอย่างอย่างจนปัญญา
“มังกรวารีน้อมรับคำสั่ง! และจะระวังเอาไว้ขอรับ”
หลังจากนั้นมู่อวู่ซวงก็เริ่มจัดการเรื่องของโยวเยี่ยจุนและโยวเยี่ยจี๋ โดยใช้การพิจารณาคดีต่อสาธารณะ
โดยเฉพาะโยวเยี่ยจี๋ ที่สมรู้ร่วมคิดกับเผ่าเทพ นับเป็นความผิดที่มิอาจให้อภัยได้ และจะต้องถูกลงโทษ ด้วยการทำลายจิตวิญญาณให้สูญสลายไป
โยวเยี่ยจุนเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขาสักเท่าไรนัก เพราะเขาก็ต้องหายไปจากโลกนี้โดยที่ไม่หลงเหลือร่องรอยเลยแม้แต่น้อยเช่นกัน
ไม่มีใครมีความเห็นใด ๆ ต่อความโหดเหี้ยมของมู่อวู่ซวง อย่างไรเสียในแดนวิญญาณแห่งนี้ เขาก็คือผู้แข็งแกร่งที่ได้รับความเคารพนับถือ และยังได้รับการยอมรับให้เป็นผู้ปกครองดินแดนทั้งหมดนี้อีกด้วย
หลังจากที่จัดการทั้งสองคนนั้นไปแล้ว มู่อวู่ซวงที่เพิ่งจะกลับมาควบคุมดูแลแดนวิญญาณใหม่อีกครั้งก็ยังมีเรื่องมากมายให้ต้องทำมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังมีกิจการต่าง ๆ กองพะเนินเทินทึกรออยู่อีกด้วย
ระบบที่มีเพียงลูกชายขององค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณเท่านั้นถึงจะสามารถกลายเป็นเจ้าเมืองได้ก็ต้องได้รับการแก้ไขใหม่ทั้งหมด ซึ่งนี่ก็ทำให้มู่อวู่ซวงยุ่งจนหัวหมุนไประยะหนึ่งเลยทีเดียว
“อิอิ! เยี่ย ยินดีด้วย!” จื่อโยวแสดงความยินดีด้วยรอยยิ้ม
คนที่คอยเกะกะต่างหายออกไปหมดแล้ว นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่ได้อยู่ในโลกที่มีเพียงพวกเขาสองคนแน่นอน
จิ่วเยี่ยกล่าวว่า “แล้วเจ้ายังทำอะไรอยู่ที่นี่อีกละ ยังไม่รีบไสหัวกลับไปที่แดนนรกอีก กลับไปแล้วก็ไปหาข้อมูลของอีกสองดินแดน รวมไปถึงเรื่องพืชศักดิ์สิทธิ์มาด้วย!”
สำหรับคนอย่างจื่อโยว แน่นอนว่าจิ่วเยี่ยย่อมต้องทิ้งไปทันทีหลังจากที่ใช้งานเสร็จอยู่แล้ว
พวกเขาได้พบกันอีกครั้ง และนี่ก็เป็นการเปลี่ยนชุดเกราะครั้งที่สามแล้ว ดังนั้นมู่เฉียนซีกับจิ่วเยี่ยจึงอยู่กันสองคนทั้งกลางวันและกลางคืน
แม้ว่าจิ่วเยี่ยจะสวมชุดเกราะอยู่บนร่างกาย แต่มันก็ไม่สามารถขัดขวางไม่ให้เขาและนางอารมณ์ดีได้เลย
แต่ทว่า จิ่วเยี่ยก็อารมณ์ดีอยู่ได้ไม่นานเท่าไรนัก
เพราะว่าหลังจากนี้มู่เฉียนซีจะต้องมุ่งความสนใจทั้งหมด ไปกับการปลูกดอกไม้ในสวนดอกไม้
นอกจากนี้เขายังไม่สามารถไม่ให้มู่เฉียนซีไม่สนใจดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่เหล่านั้นได้อีกด้วย เพราะมีเพียงการตามหาต้นกำเนิดของแดนวิญญาณให้พบเท่านั้น เขาถึงจะสามารถพบกับซีได้อย่างเปิดเผย และกลับไปเป็นเหมือนก่อนหน้านี้อีกครั้ง
ดังนั้นฝ่าบาทจิ่วเยี่ยจึงทำได้เพียงอดทนไว้เท่านั้น!
ภายในมิติของศาลาเรือนรางเก้าชั้น ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา
คาดว่าคนของแดนวิญญาณทั้งหมดต่างก็คงคิดไม่ถึงว่า ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่แห่งแดนวิญญาณนี้ จะยังสามารถฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีกครั้งในสักวันหนึ่ง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พวกเราไปที่ธารแห่งภูตวิญญาณเพื่อปลูกมันกันเถอะ! น่าจะสามารถเริ่มได้แล้ว”
“อื้ม!” จิ่วเยี่ยกล่าวพลางพยักหน้าเล็กน้อย
มู่อวู่ซวงก็อยากจะไปเป็นเพื่อนมู่เฉียนซีเช่นกัน แต่เขากลับถูกงานของแดนวิญญาณเหล่านั้นขัดขวางเอาไว้
เขารู้สึกว่าเขาจะต้องหาพ่อบ้านสักคนหนึ่งไว้เป็นตัวแทนจัดการเรื่องของแดนวิญญาณ มิเช่นนั้นเขาที่ยุ่งขนาดนี้ คงไม่มีเวลาไปไหนมาไหนเป็นเพื่อนซีเอ๋อร์อีกต่อไปแน่นอน
ธารแห่งภูตวิญญาณ คือแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์สายหนึ่งของแดนวิญญาณ ซึ่งน้ำในแม่น้ำนั้นไหลเร็วและลึกมาก
มู่เฉียนซีนำตราสัญลักษณ์ชิ้นหนึ่งออกมา จากนั้นนางก็เรียกให้ยอดฝีมือทั้งหนึ่งร้อยคนออกมา นางกล่าวว่า “ช่วยข้าพรวนดินหน่อย!”
พวกเขาปฏิบัติตามคำขอของมู่เฉียนซีอย่างเคร่งครัด และพวกเขาก็ได้พรวนดินที่อยู่ริมสองฝั่งของธารแห่งภูตวิญญาณ
นอกจากนี้นางยังย้ายน้ำจำนวนมากออกมาจากทะเลสาบภูตวารีในมิติเพื่อหล่อเลี้ยงดินของที่นี่ ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ให้ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ที่ถูกเพาะเลี้ยงในมิติเหล่านั้นไม่เหมาะกับแดนวิญญาณภายนอก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ลำดับต่อไปพวกเรามาวางแผนกันเถอะ พวกเราจะต้องปลูกดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่นี้อย่างไรถึงจะให้ผลลัพธ์ที่งดงามและเหมาะสมที่สุด เพื่อทำให้ต้นกำเนิดสามโลการู้สึกพึงพอใจ!”
.
.