ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2764 หวาดกลัวจนสติหลุด
“โชคดีที่ไม่ใช่ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย ไม่ว่ามันจะเป็นใคร แค่ฆ่าพวกมันก็พอแล้ว”
“ใช่แล้ว!”
แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่มีทางรู้สึกได้อยู่แล้ว ว่าคนในชุดเกราะที่แปลกประหลาดผู้นี้ก็คือหวงจิ่วเยี่ย
เพราะพวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่า ฝ่าบาทจิ่วเยี่ยจะมีงานอดิเรกที่พิเศษขนาดนี้
ตูมมม!
ซึ่งนี่ก็ทำให้พวกเขาเหล่านี้ตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
คนประหลาดที่สวมชุดเกราะผู้นี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ใช้พลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย แต่เขากลับใช้หมัดต่อยพวกเขาจนลอยกระเด็นออกไปหมัดแล้วหมัดเล่า ซึ่งมันก็ทำให้เลือดลมของพวกเขาพลุ่งพล่านเลยทีเดียว
การชกด้วยมือเปล่าเช่นนี้มันอันตรายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน มันช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆ
พรวด!
ดูเหมือนว่าร่างกายจะได้รับบาดเจ็บสาหัส และรู้สึกราวกับกำลังแตกสลายออกเป็นเสี่ยง ๆ ก็มิปาน พวกเขาคือร่างของเผ่าเทพเชียวนะ
คนของเผ่าเทพหลายสิบคนนี้ไม่ถูกร่างเดิมของจื่อโยวจัดการ ก็ถูกการโจมตีที่เรียบง่ายของจิ่วเยี่ยทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือพิการ ซึ่งคนของเผ่าเทพเหล่านี้เริ่มสงสัยในตนเองขึ้นมาแล้ว
คนผู้นั้นไม่ได้ใช้พลังวิญญาณใด ๆ เลยด้วยซ้ำ! หรือจะบอกว่าชุดเกราะที่น่าสงสัยนั่นมีความพิเศษ ถึงทำให้เขามีพลังที่วิปลาสเช่นนี้ได้
แล้วคนจากแดนนรกเหล่านี้มายุ่งในความวุ่นวายนี้เพื่ออะไรกัน
จื่อโยวและหวงจิ่วเยี่ยกวาดล้างไปทั่วทุกสารทิศ ส่วนมู่เฉียนซีก็ยังคงปลอดภัยดี
สีหน้าของโยวเยี่ยจี๋น่าเกลียดจนผิดปกติ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคนจากแดนนรกจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นนี้
การโจมตีของมู่อวู่ซวงแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ เห็นได้ชัดว่าพร้อมที่จะจัดการเขาให้ได้ก่อนที่พลังจะถูกเผาผลาญไปจนหมด
เผ่าเทพในเวลานี้ไม่สามารถเชื่อถือได้อีกต่อไปแล้ว ฉะนั้นเขาจึงไม่ออมแรง และพยายามต่อสู้อย่างเต็มที่!
เขาต้องจัดการมู่อวู่ซวงให้ได้เท่านั้น หลังจากนั้นเขาถึงจะสามารถพลิกสถานการณ์ได้ มิเช่นนั้นเขาต้องตกอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชเป็นแน่
แต่แม้ว่าจะเป็นเขาในตอนนี้ ก็ยังไม่ถือว่าเป็นคู่ต่อสู้ของมู่อวู่ซวงอยู่ดี
พลังแห่งภูตวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนได้กลายเป็นลำแสงพุ่งทะยานไปทางโยวเยี่ยจี๋ และในทันใดนั้นเอง ความเป็นไปได้ในการหลบหนีของโยวเยี่ยจี๋ก็ถูกปิดกั้นไปจนหมดสิ้น
พรวด พรวด พรวด!
ร่างกายของโยวเยี่ยจี๋ถูกแทงทะลุจำนวนนับไม่ถ้วน เลือดสด ๆ สาดกระเซ็นออกมา และทั้งร่างของเขาก็เหมือนกับเศษผ้าที่ขาดวิ่นก็มิปาน
ตึงงง!
เขาร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ และกระแทกลงบนพื้นอย่างรุนแรง ซึ่งมันก็ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นขาวซีดขึ้นมาทันที
แพ้แล้ว! เขาพ่ายแพ้แล้ว!
ครั้งแรกที่ต่อสู้กับมู่อวู่ซวง พวกเขาต่อสู้เสมอกัน แต่ในตอนนั้นเขาตั้งใจ และได้สงวนความสามารถทั้งหมดเอาไว้
และด้วยจิตวิญญาณในการต่อสู้ทำให้มู่อวู่ซวงดูมีความโดดเด่น จึงทำให้เสด็จพ่อสนใจและชื่นชอบเขามาก
ในเมื่อเป็นเช่นนี้เสด็จพ่อก็จะต้องเลือกยึดร่างของโยวเยี่ยอวู่ซวงไม่ใช่เขาโยวเยี่ยจี๋แน่นอน ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะโยวเยี่ยอวู่ซวงมีความยอดเยี่ยมมากกว่านั่นเอง
การต่อสู้ในครั้งที่สอง ตอนที่อยู่ในอาณาจักรลับองค์จักรพรรดิกุ่ยจวิน เนื่องจากมีมู่เฉียนซีเข้ามาวุ่นวาย จึงทำให้มู่อวู่ซวงมีโอกาสชิงเทพสงครามไป
ส่วนในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายนี้ ความสามารถของมู่อวู่ซวงก็ได้บดขยี้เขาอย่างสมบูรณ์ และเขาก็ต้องพ่ายแพ้อย่างยับเยิน
ภายในใจของโยวเยี่ยจี๋รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากเสียเลือดมากเกินไป เขาจึงรู้สึกว่าสมองของตนเองกำลังเลือนลางมากขึ้นเรื่อย ๆ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็ก ท่านชนะแล้ว ท่านจัดการโยวเยี่ยจุนได้ และยังจัดการโยวเยี่ยจี๋ได้อีกด้วย ท่านรีบฟื้นฟูพลังวิญญาณเถิดเจ้าค่ะ!”
นางมอบยาให้อาเล็กของนางมากมาย ซึ่งโยวเยี่ยจุนและโยวเยี่ยจี๋ก็อยู่ในตำแหน่งที่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
พวกเขาต่างอยู่ในสภาพที่จนตรอกเป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่พวกเขาสบตากัน สุดท้ายก็คลี่ยิ้มอันขมขื่นอย่างไม่เต็มใจออกมา
พวกเขาต่างก็คิดว่าพวกเขาจะกลายเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด และคิดไม่ถึงเลยว่าผู้ชนะจะกลายเป็นมู่อวู่ซวงผู้ที่ไม่เคยชนะมาก่อนผู้นั้น
“หนีกันเถอะ!” คนของเผ่าเทพรู้ว่าคนสองคนที่อยู่ตรงหน้านี้ยากที่จะต่อกรได้
พวกเขาพุ่งทะยานออกไป เพื่อเตรียมหนี ขอเพียงสามารถกลับไปที่แดนเทพได้ ผู้แข็งแกร่งอย่างวิปลาสทั้งสองคนนี้ ก็ไม่มีทางเอาชีวิตของพวกเขาได้อย่างแน่นอน
ดูเหมือนว่าการหนีออกไปจากแดนวิญญาณ จะง่ายกว่าที่จิตนาการเอาไว้มากทีเดียว
โยวเยี่ยจี๋ผงะไปครู่หนึ่ง คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะปล่อยคนของเผ่าเทพไป จงใจอย่างนั้นสินะ!
แน่นอนว่าจิ่วเยี่ยกับจื่อโยวจงใจ และทันใดนั้น พวกเขาก็หายไปจากแดนวิญญาณเช่นกัน
พวกเขาจงใจปล่อยคนของเผ่าเทพเหล่านี้ไป หลังจากนั้นก็ไปสกัดกั้นพวกเขาเอาไว้ในความว่างเปล่า
เดิมทีคิดว่าสามารถหนีเอาชีวิตรอดได้แล้ว แต่ผลปรากฏว่าพวกเขาเห็นคนมาขวางหน้าของพวกเขาเอาไว้ และชายในชุดเกราะที่ไม่ได้ใช้พลังวิญญาณใด ๆ คนนั้น ในเวลานี้ก็ได้ระเบิดพลังที่ทำให้คนหายใจไม่ออกนั้นออกมา
พลังแห่งความมืดที่แข็งแกร่งที่สุด พลังแห่งการทำลายล้างที่รุนแรงที่สุด พลังที่ทำให้คนของเผ่าเทพกลายเป็นความว่างเปล่าได้ นี่…นี่คือ…
นัยน์ตาของพวกเขาหดลงอย่างกะทันหัน ท่าทางที่หวาดกลัวปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของพวกเขาแต่ละคนทันที
ในเวลานี้พวกเขาไม่สามารถควบคุมไม่ให้ร่างกายสั่นเทาได้ พวกเขากล่าวว่า “จิ่ว…ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย…”
พระเจ้า! คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะต้องมาเผชิญหน้ากับฝ่าบาทจิ่วเยี่ย
“พวกเรา…พวกเราเพียงแค่มาทำธุระเล็กน้อยในแดนวิญญาณเท่านั้น ไม่ได้มีความตั้งใจจะรุกรานฝ่าบาทจิ่วเยี่ยเลยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทจิ่วเยี่ยได้โปรดเมตตาด้วยเถิด!” หลังจากที่รู้ตัวตนของจิ่วเยี่ยแล้ว พวกเขาต่างก็หวาดกลัวมากจนสติแตก และขี้ขลาดขึ้นมาทันที
“คนของเผ่าเทพ ในเมื่อเจอข้าแล้ว เช่นนั้นพวกเจ้าทั้งหมดจะต้องหายไป!” จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างไร้ความปรานี
ตูมมม!
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังออกมาในความว่างเปล่า
ท่ามกลางพลังอันน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้น พวกเขาก็ค้นพบว่าร่างกายของตนเองกลายเป็นกระดูกขาวขึ้นมาอย่างกะทันหัน และกลายเป็นเพียงขี้เถ้าอยู่ภายในความว่างเปล่านี้
หลังจากที่จัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าจิ่วเยี่ยย่อมรีบกลับไปที่แดนวิญญาณอย่างรีบร้อนอยู่แล้ว
เขาอยากที่จะเจอซี อยากเจอซีเหลือเกิน!
โยวเยี่ยจุนเห็นว่าแขกผู้มีเกียรติจากแดนนรกทั้งสอง ทั้งใต้เท้าจื่อโยวและคุณชายจิ่วกลับมาแล้ว
เขากล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “ขอบคุณทั้งสองท่านที่ช่วยขับไล่เผ่าเทพออกไปจากแดนวิญญาณของข้า ข้าทราบซึ้งใจยิ่งนัก!”
โยวเยี่ยจุนพูดอยู่ด้านข้าง ซึ่งหวงจิ่วเยี่ยก็ขี้เกียจเกินกว่าจะสนใจเขา และค่อย ๆ สาวเท้าเดินไปทางมู่เฉียนซี
โยวเยี่ยจุนกล่าวว่า “ใต้เท้าจื่อโยว ข้ามีความลับหนึ่งอยากจะบอกท่าน พวกท่านคงรู้จักมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ใช่หรือไม่ ผู้ชายคนนั้น ก็คือแหวนนิรันดร์ของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์”
โยวเยี่ยจุนต้องการให้มู่อวู่ซวงเจอกับความลำบาก ถึงจะน่าเสียดายที่ตนเองไม่มีความสามารถนั้นก็ตาม
ตอนนี้เขาจึงวางแผนที่จะเปิดเผยเรื่องใหญ่นี้ และทำให้พวกของมู่เฉียนซีตกอยู่ในอันตราย
โยวเยี่ยจี๋พยักหน้าพลางกล่าวว่า “ใช่แล้ว! ข้าสามารถรับประกันได้!”
พวกเขารอที่จะให้มู่เฉียนซีกับผู้แข็งแกร่งของแดนวิญญาณทั้งสองคนนี้เริ่มโจมตีนาง และต่อสู้กับนางอย่างเอาเป็นเอาตายไปเลย
เป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้ พวกเขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่อยู่ทางด้านนั้นขึ้นมาจริง ๆ
ในตอนนี้จิ่วเยี่ยอยากที่จะเข้าใกล้ซี แต่ทว่าพวกของนิรันดร์กับมู่อวู่ซวงกลับแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
และหวังให้เจ้าหมอนี่ออกไปให้ไกล ๆ ไม่ไหวอยู่แล้ว!
แต่ทว่าความเร็วของจิ่วเยี่ยนั้นรวดเร็วมาก และจิ่วเยี่ยก็ไม่เห็นทั้งสามคนนี้อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
เพราะต้องต่อสู้อย่างหนักมาเป็นเวลานาน จึงทำให้แต่ละคนเริ่มหมดแรงแล้ว และตอนนี้ยังอยากที่จะเกะกะอยู่ที่นี่อีกหรือ
มู่เฉียนซีถูกจิ่วเยี่ยจับเอาไว้ได้แล้ว เดิมทีคิดว่าพวกเขาจะเริ่มต่อสู้กันจนตายภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียด
แต่มู่เฉียนซีกลับกล่าวขึ้นมาว่า “เอาล่ะ! พวกท่านรีบฟื้นฟูกันเถอะ ข้าไม่เป็นไร”
นับวันชุดเกราะที่เมี่ยเทียนสร้างออกมาจะยิ่งงดงามมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ประสิทธิภาพก็ยอดเยี่ยม และมันยังสามารถสกัดกั้นกลิ่นอายของจิ่วเยี่ยได้อย่างสมบูรณ์อีกด้วย
ตอนนี้นางก็ไม่รู้สึกไม่สบายตรงไหนเลย แต่อาเล็กและพวกมังกรวารีต่างพุ่งเข้ามาด้วยความกังวลเล็กน้อย
พวกเขาทั้งสองมีท่าทางที่สนิทสนมกัน ซึ่งมันก็ทำให้โยวเยี่ยจี๋และโยวเยี่ยจุนประหลาดใจเป็นอย่างมาก
เดิมทีคิดว่ามีเพียงแค่ใต้เท้าจื่อโยวที่ชื่นชอบในความงดงามของมู่เฉียนซี แต่คิดไม่ถึงเลยว่ามู่เฉียนซีจะตกหลุมรักชายที่ไม่ได้เห็นแม้แต่รูปร่างหน้าตาผู้นั้น
โยวเยี่ยจุนยังคงไม่ยอมแพ้ เพราะไม่มีผู้ใดสามารถนิ่งเฉยต่อแรงดึงดูดของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ได้แน่นอน
ใครกันที่จะเอาแต่หลงใหลหญิงงามจนไม่หลงใหลมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจสูงสุดเช่นนี้ได้
เขากล่าวว่า “หญิงสาวคนนี้คือเจ้านายของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ขอเพียงพวกท่านสามารถจัดการนางได้ พวกท่านก็จะสามารถได้รับมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาได้อย่างง่ายดาย นี่พวกท่านไม่หวั่นไหวเลยอย่างนั้นหรือ”
“พรูดดด!” และจื่อโยวก็รู้สึกว่าองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณผู้นี้ถูกคนทุบตีจนโง่เขลาไปหมดแล้ว