ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2767 ลองผลลัพธ์
นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกบอลน้อยสีดำเห็นเขาสนใจใครบางคนขนาดนี้ ซึ่งมันไม่เคยมีมาก่อนเลย ก่อนหน้านี้เขาสนใจเพียงแค่แดนวิญญาณเท่านั้น เพราะมันเป็นความรับผิดชอบของเขามาตั้งแต่เกิด ฉะนั้นเขาจึงไม่มีความสนใจในเรื่องอื่นเลย
อวู่ซวงที่เปลี่ยนโฉมใหม่ขนาดนี้ ทำให้ลูกบอลน้อยสีดำรู้สึกว่าเขาเต็มไปด้วยพลังชีวิต การเกิดใหม่ในครั้งนี้ เขาได้เปลี่ยนแปลงไปมากจริง ๆ! ซึ่งต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณก็รู้สึกมีความสุขไปกับสหายผู้นี้ของตนเองจากใจจริง
ลูกบอลน้อยสีดำกล่าวว่า “ในเมื่อข้าได้รับของขวัญของเจ้าแล้ว ข้าก็จะไม่โกหกเจ้า ข้าชอบมันมากจริง ๆ! นอกจากนี้นี่ก็เป็นครั้งแรกที่อวู่ซวงขอร้องข้า ฉะนั้นข้าเองก็ไม่สามารถโหดเหี้ยมกับเจ้าได้เช่นกัน เพียงแต่เจ้าไปทำเรื่องอะไรมาอย่างนั้นหรือ ถึงได้โดนทัณฑ์สวรรค์เช่นนี้!”
“ข้าช่วยผู้ชายอันเป็นที่รักของข้า” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
มู่เฉียนซีพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์นี้อย่างสั้น ๆ และต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณก็กล่าวขึ้นมาว่า “เจ้านี่ยอดเยี่ยมมากจริง ๆ ข้าชื่นชมเจ้าเหลือเกิน ในตอนที่สวรรค์ออกมาขัดขวางเจ้าด้วยตนเอง เจ้ายังคงสามารถยึดมั่นในความตั้งใจของตนเอง และช่วยคนอันเป็นที่รักของตนเองได้อีก แน่นอนว่ามันต้องทำให้สวรรค์โกรธมากอยู่แล้ว! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณจ้องมองไปที่มู่เฉียนซีด้วยแววตาที่เปล่งประกาย เจ้าสิ่งที่น่าโมโหนั่น ทำให้เจ้านั่นถูกบีบได้ ถึงพวกมันอยากจะทำเรื่องนี้แต่ก็ไม่สามารถทำได้อยู่ดี แน่นอนว่านี่จึงทำให้มันมีความสุขมากเป็นพิเศษ และทำให้มันนับถือมู่เฉียนซีเล็กน้อยอีกด้วย
หากว่านี่เป็นในอดีต ต่อให้ตีมันให้ตายก็ไม่มีทางเชื่อว่า มันจะสามารถนับถือมนุษย์คนหนึ่งได้
มู่เฉียนซีมองไปที่ลูกบอลน้อยสีดำนั้นด้วยรอยยิ้ม หลังจากนั้นก็ลูบหัวของมัน ในฐานะต้นกำเนิดของพลังที่สร้างแดนวิญญาณ ดูเหมือนว่าเจ้านี่จะไม่ได้น่าเกรงขาม หรือน่าสะพรึงกลัวอย่างที่นางจินตนาการเอาไว้ กลับกันมันยังค่อนข้างน่ารักมากอีกด้วย
“อื้อ จั๊กจี้…” เมื่อถูกมู่เฉียนซีลูบหัว เจ้าต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณนี้ก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย
จิ่วเยี่ยแสดงท่าทางที่ไม่พอใจออกมา จากนั้นก็จับขนของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณขึ้นมาแล้วโยนไปทางมู่อวู่ซวง
จิ่วเยี่ยยืนอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซีราวกับภูเขาที่สูงตระหง่านก็มิปาน แม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่พลังนั้นก็น่าสนใจมาก ซึ่งดูเหมือนว่าเขาต้องการจะบีบบังคับต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณอย่างไรอย่างนั้นเลย
“มัน…หรือว่ามันก็คือชายอันเป็นที่รักของหลานสาวเจ้าอย่างนั้นหรือ” ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณกล่าว
“ไม่ใช่!” ซึ่งมู่อวู่ซวงก็ได้โต้กลับทันที เขาไม่อยากยอมรับเลยสักนิด
“อวู่ซวง อวู่ซวง นี่เจ้ากำลังโกหกอย่างนั้นหรือ! ช่างน่าแปลกเสียจริง! เจ้าคงไม่ชอบเขาสินะ แต่มันก็เป็นเรื่องปกติ หากมีใครกล้ามาเด็ดดอกไม้งามที่งดงามที่สุดของข้าไป ข้าเองก็คงยอมสู้กับเขาจนตายเช่นกัน” ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณกล่าว
มู่อวู่ซวงอยากที่จะต่อสู้แบบไม่คิดชีวิตกับจิ่วเยี่ยจริง ๆ แต่เขากลัวว่าหากไม่ทันระวังอาจจะทำลายเกราะของเจ้าหมอนี่ จนสร้างปัญหาให้กับซีเอ๋อร์ได้ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงทนเอาไว้เท่านั้น
“เจ้ายอมมอบพลังของเจ้าให้กับซีเอ๋อร์หรือไม่” มู่อวู่ซวงกล่าวถาม
“ในเมื่อเจ้ายอมแล้ว ก็ดูเหมือนว่าข้าไม่มีอะไรที่จะต้องไม่ยอมนี่นา! เจ้าต้องรู้ว่า หากสามารถรับพลังแห่งต้นกำเนิดของข้าได้สำเร็จ เช่นนั้นนางก็จะเปลี่ยนจนเกือบที่จะเหมือนกับข้า สามารถทำให้แดนวิญญาณดำรงอยู่หรือหายไปได้ตามต้องการ เจ้าเป็นเจ้าผู้ครองแดนวิญญาณ หากว่าเจ้ายอมที่จะให้ความเป็นความตายของแดนวิญญาณไปอยู่ในเงื้อมมือของมนุษย์อีกคน เช่นนั้นข้าก็จะยอมด้วย” ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณกล่าว
“แน่นอนว่าข้ายินยอมอยู่แล้ว ข้าเชื่อใจซีเอ๋อร์!” แม้ว่าซีเอ๋อร์จะต้องการทำลายแดนวิญญาณจริง ๆ เขาก็ไม่มีทางโทษนาง และแน่นอนว่าประโยคนี้มู่อวู่ซวงคิดแค่ในใจของเขาเท่านั้น หากให้ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณได้รู้เข้าละก็ มันจะต้องระเบิดออกมาเป็นแน่
“พอมีญาติก็แตกต่างไปเลยสินะ ตอนนี้เจ้าให้ความสำคัญกับแดนวิญญาณเป็นอันดับสอง! ข้าไม่รู้ว่าควรจะดีใจไปกับเจ้า! หรือว่ารู้สึกไม่สบายใจไปกับแดนวิญญาณดี” ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณบ่นพึมพำออกมา
“ข้ามาแล้ว! จับข้าเอาไว้!” ลูกบอลน้อยสีดำพุ่งไปทางมู่เฉียนซี ถึงความจริงแล้วจิ่วเยี่ยต้องการที่จะเหวี่ยงเจ้าสิ่งนี้ออกไปโดยตรง แต่เมื่อคิดถึงประโยชน์ของเจ้าสิ่งนี้ เขาจึงไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย
มู่เฉียนซีถือมันเอาไว้ในมือ พลางกล่าวว่า “เช่นนั้นคงต้องรบกวนเจ้าแล้ว แต่หากมอบพลังให้ข้า มันจะเป็นอันตรายต่อเจ้าหรือไม่”
“เจ้าจะดูถูกข้ามากเกินไปแล้ว อย่างมากแค่นอนหลับสักตื่นหนึ่งเท่านั้น เจ้าได้เตรียมสถานที่ที่งดงามเช่นนี้เอาไว้ให้ข้าได้นอน ข้ารู้สึกว่ามันเป็นข้อเสนอที่ดีมากเลยทีเดียว! แต่เจ้าเองก็ต้องเตรียมใจไว้ให้พร้อมเช่นกัน พลังของข้าไม่ใช่สิ่งที่จะผสานได้ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ เจ้าอาจจะไม่สามารถผสานมันได้สำเร็จก็ได้” ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณกล่าวกับมู่เฉียนซี
ความจริงแล้วมันก็แค่พูด ๆ ไปเท่านั้น เพราะสาวน้อยผู้นี้คือจิตวิญญาณแห่งโชคชะตา แม้ว่าคนอื่นจะไม่สามารถทำได้สำเร็จ แต่โอกาสที่จะประสบความสำเร็จของนางนั้นสูงมากทีเดียว
หลังจากนั้นลำแสงสีดำก็ได้ปกคลุมมู่เฉียนซีเอาไว้ มู่เฉียนซีรู้สึกราวกับว่าตนเองได้เข้าไปในมิติลึกลับแห่งหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนว่านางจะได้เห็นแดนวิญญาณทั้งหมด ที่ก่อตัวด้วยพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณ
นี่คือพลังแห่งการสรรค์สร้าง บางทีถึงมันจะไม่ได้มีท่าทีที่ก้าวร้าว แต่กลับไม่ต้องสงสัยในความแข็งแกร่งของมันเลย
มู่เฉียนซีในตอนนี้กำลังรับและผสานพลังนี้ ส่วนจิ่วเยี่ยและมู่อวู่ซวงก็กำลังเฝ้ามู่เฉียนซีเอาไว้ด้วยความระมัดระวัง อย่างไรเสียนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคนผสานพลังเข้ากับต้นกำเนิดของดินแดน จึงไม่รู้ว่าหากล้มเหลว จะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นจนน่าประหลาด แน่นอนว่ามันมีจุดพลิกผันเล็กน้อย เพราะในตอนที่มู่เฉียนซีกำลังผสานเข้ากับพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณ พลังของทัณฑ์สวรรค์ก็ดูเหมือนจะสัมผัสได้ว่าตนเองกำลังได้รับอันตราย จึงเริ่มกระสับกระส่ายขึ้นมาทันที!
“ฟู่!” มู่เฉียนซีสูดลมหายใจเข้าลึก
“พวกเราไม่ต้องกลัวมันหรอก!” ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณกล่าว
ภายใต้การช่วยเหลือของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณ ทำให้พลังของทัณฑ์สวรรค์นั้นถูกผนึกลงไปได้ในที่สุด และเพราะมีการกระตุ้นจากพลังของทัณฑ์สวรรค์ มู่เฉียนซีจึงสามารถผสานพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้นไปอีก
เมื่อเวลาค่อย ๆ ผ่านไปทีละน้อย ก็ดูเหมือนว่ามู่เฉียนซีจะสามารถตระหนักถึงพลังของต้นกำเนิดได้แล้ว ซึ่งแก่นแท้ของมันก็คือการสร้างนั่นเอง
“เสร็จแล้ว มันเสร็จแล้ว!” ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณกล่าวอย่างตื่นเต้น มันพุ่งเข้าไปในพุ่มของดอกไม้และสูดดมกลิ่นหอมของมัน จากนั้นก็หันกลับมามองมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “พรสวรรค์ของเจ้าถือได้ว่าไม่เลวเลย ยอดเยี่ยมมาก!”
จิ่วเยี่ยอุ้มมู่เฉียนซีเอาไว้ในอ้อมแขน ส่วนมันก็กล่าวว่า “อวู่ซวง ข้าง่วงนอนแล้วล่ะ!”
“ข้ารู้ถึงวิธีการระงับพลังแห่งทัณฑ์สวรรค์เช่นนี้ ซึ่งเจ้าสามารถลองดูผลลัพธ์ได้นะ!” มันกล่าวกับมู่เฉียนซี
“ลองผลลัพธ์อย่างนั้นหรือ” มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย
“ก็คือการลองฝ่าฝืนข้อห้ามดูอย่างไรล่ะ!” มันกล่าว
“ไม่ได้! อย่างไรก็ไม่ได้!” เป็นครั้งแรกที่มู่อวู่ซวงคัดค้าน เพราะหากเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วละก็ คนที่ต้องได้รับความทุกข์ทรมานจะต้องเป็นซีเอ๋อร์แน่นอน
แขนของจิ่วเยี่ยกระชับแน่นขึ้น เขามีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย แต่ที่สำคัญไปมากกว่านั้น ก็คือเขาไม่ต้องการให้ซีได้รับบาดเจ็บ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็ก หากไม่ลอง จะรู้ได้อย่างไรว่าทิศทางของความพยายามของพวกเราถูกต้องแล้วหรือไม่ วางใจเถิดเจ้าค่ะ! ตอนนี้ภายในร่างกายของข้าได้ผสานเข้ากับต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณแล้ว แม้ว่ามันจะแย่แค่ไหนข้าก็สามารถรับมือได้”
“พวกเราไม่สามารถพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้รับพลังของต้นกำเนิดสามโลกา แต่สุดท้ายกลับต้องมาค้นพบว่าวิธีการนี้ไม่ได้ผล เช่นนั้นมันไม่เป็นการเสียเวลาและเสียพลังของพวกเราไปอย่างเปล่าประโยชน์หรือเจ้าคะ”
และในที่สุดมู่เฉียนซีก็สามารถโน้มน้าวพวกเขาได้ มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “ตกลง! ซีเอ๋อร์เจ้าระวังตัวด้วย หากพบสิ่งผิดปกติก็รีบออกมาให้ห่างจากเจ้าหมอนั่นเสีย”
“เจ้าค่ะ! ข้ารู้แล้ว!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างมั่นใจ
หลังจากนั้นมู่อวู่ซวงก็ดึงต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณที่กำลังเตรียมจะอยู่ดูต่อออกไป มันกล่าวถามว่า “อวู่ซวง เหตุใดพวกเราจะต้องไปด้วยล่ะ! ต้องดูก่อนสิว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร”
“ผลลัพธ์เป็นเช่นไร รออีกเดี๋ยวซีเอ๋อร์ก็คงมาบอกข้าเอง ตอนนี้พวกเราหลบกันไปก่อนเถอะ!” แม้ว่าเขาไม่เต็มใจที่จะทำเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย แต่เขาก็เลือกที่จะให้ซีเอ๋อร์และหวงจิ่วเยี่ยพบปะกันในพื้นที่ส่วนตัว
มู่เฉียนซีกอดจิ่วเยี่ยเอาไว้ พลางกล่าวกระซิบว่า “เช่นนั้น พวกเรามาลองพูดกันก่อนดีหรือไม่”
“จิ่วเยี่ย!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างแผ่วเบา
.
.