ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2772 เจอกับคนที่คุ้นเคย
“นายน้อย นี่คือสาวงามที่ท่านผู้นำเผ่าเลือกมาให้ขอรับ ท่านลองดูสักหน่อยเถิดขอรับ!”
“นายน้อย!”
ภายในห้องโถงใหญ่นั้นหรูหราเป็นอย่างมาก ผ้าไหมสีแดงปลิวไสว ซึ่งดูน่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
บนเตียงนุ่ม มีชายหนุ่มที่งดงามราวกับภูดก็มิปานอยู่คนหนึ่งนอนอยู่ เขามีผิวเนียนบริสุทธิ์ผุดผ่อง และแม้แต่ความงามของดอกไม้และจันทราก็มิอาจเพียงพอที่จะพรรณนารูปร่างหน้าตาอันงดงามของเขาได้
แขนหยกคู่นั้นโบกมืออย่างแผ่วเบาพลางกล่าวว่า “ให้พวกเขาไสหัวไปซะ! สาวงามหรือ พวกเจ้าว่ามีสาวงามคนใดงดงามกว่าข้าอีกหรือไม่ หากไม่มีแล้วละก็ เช่นนั้นก็ให้ออกไปไกล ๆ เลย!”
“แต่ว่าท่านผู้นำเผ่ามีคำสั่ง ให้นายน้อยร่วมมืออย่างเชื่อฟังนะขอรับ!”
“ข้าชอบผู้ชาย! ผู้ชายเท่านั้น! ข้าไม่มีทางให้หญิงสาวมาอุ้มท้องลูกของข้าแน่ ดังนั้นพวกเจ้ายอมแพ้เสียเถอะ!”
“นายน้อย ท่านอย่าล้อเล่นเช่นนี้สิขอรับ” เมื่อได้ยินคำพูดของชายงามในชุดแดง ภายในใจของพวกเขาก็สั่นเทาขึ้นมาทันที
“ข้าไม่ได้ล้อเล่นสักหน่อย เรือนรองของข้าที่แดนซวนเทียนก็มีอยู่ตั้งเจ็ดแปดคน แต่ละคนล้วนหน้าตาหล่อเหลาทั้งนั้น!”
คนของแดนซวนเทียนสองสามคนอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเทา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะนึกถึงใครบางคนขึ้นมาได้ นอกจากนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีอีกด้วย
“นายน้อย เผ่าจิ้งจอกสายตรงของพวกเราเหลือท่านเพียงคนเดียวแล้วนะเจ้าคะ ท่านอย่าทำตามอำเภอใจอีกเลย! บางทีท่านอาจจะเจอคนที่ชอบก็ได้! ท่านจำเป็นต้องให้กำเนิดทายาทกับหญิงสาวของเผ่าจิ้งจอกที่โดดเด่น มิเช่นนั้นสถานการณ์ของเผ่าจิ้งจอกของพวกเราได้อันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นแน่” หญิงสาวที่อยู่ข้างกายของเขากล่าวขึ้นมาอย่างเป็นกังวล
“มันเกี่ยวอะไรกับข้าล่ะ!” ชายหนุ่มที่งดงามรามกับภูตกล่าวขึ้น และดูเมินเฉยต่อทุกสิ่งอย่างสิ้นเชิง
“ให้พวกนางทั้งหมดเข้ามาเถอะ!” แม้ว่าชายในชุดสีแดงจะไม่ยินยอมเพียงใด แต่สาวใช้ผู้นี้ก็ยังคงให้สาวงามกลุ่มนั้นปรากฏตัวออกมาอยู่ดี ที่นี่มีสาวงามที่รูปโฉมสวยงามทุกประเภท ซึ่งมันก็ทำให้คนที่ได้เห็นต่างตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง
“นายน้อย ท่านดูสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ!”
“ข้าไม่ดู! ให้พวกนางรีบออกไปเดี๋ยวนี้!”
ชายหนุ่มในชุดสีแดงนั้นไม่พอใจเป็นอย่างมาก ซึ่งมันก็ทำให้สาวงามเหล่านั้นตกใจกลัวจนหน้าซีดเผือดไปเลยทีเดียว
และในเวลานี้เอง พื้นที่บริเวณโดยรอบก็เกิดการบิดเบี้ยว และลำแสงสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นมา ซึ่งภายในกลุ่มของสาวงามก็ได้มีสาวน้อยคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน นางที่อยู่กลางอากาศปรากฏตัวออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ
“กรี๊ดด!”
ทันทีที่มู่เฉียนซีลงมาถึงพื้น จมูกของนางก็ได้ถูกกระตุ้นด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดที่ตลบอบอวลไปหมด และหลังจากนั้นนางก็ถูกกระตุ้นด้วยเสียงกรีดร้องที่ทำให้แก้วหูของนางต้องสั่นสะเทือน
มู่เฉียนซีจ้องมองไปยังสตรีที่แต่งตัวได้อย่างงดงามและฉูดฉาดเหล่านี้ กลุ่มใหญ่มากเลย! นี่มันเป็นฉากที่ฮ่องเต้กำลังเลือกนางสนมอย่างนั้นหรือ
สุ่ยจิงอิ๋งส่งนางมายังสถานที่แบบไหนกันแน่
การปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันของมู่เฉียนซี แน่นอนว่าต้องทำให้นางถูกมองว่าเป็นนักฆ่าแน่นอนอยู่แล้ว ดังนั้นสาวใช้ที่อยู่ข้างกายชายหนุ่มชุดแดงผู้นั้นจึงกล่าวขึ้นมาว่า “เด็ก ๆ! มาลากตัวนักฆ่าผู้นี้ออกไปเดี๋ยวนี้!”
ในตอนที่นางออกคำสั่ง ชายหนุ่มในชุดสีแดงที่นอนอยู่อย่างเกียจคร้านผู้นั้นก็ลุกยืนขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขามองสาวน้อยที่กำลังตกอยู่ในวงล้อมของหญิงสาวที่แต่งตัวมาอย่างวิจิตรงดงามกลุ่มนั้น
นางไม่ได้แต่งหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่กลับไม่ได้ถูกฝังกลบอยู่ในกลุ่มของสาวงามเหล่านี้ และยังดูพิเศษมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมันก็ทำให้คนสามารถเห็นนางได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังดึงดูดเขาอีกด้วย
เค้าโครงหน้าของนางประณีตงดงามยิ่ง ผิวพรรณนั้นไร้ที่ติราวกับหิมะบนยอดเขาก็มิปาน จมูกคมสันเป็นสง่างาม โครงร่างสัดส่วนสมบูรณ์แบบ ริมฝีปากสีเชอร์รี่ของนางราวกับกลีบดอกไม้ที่งดงามที่สุดอย่างไรอย่างนั้น
ดวงตาคู่นั้น ราวกับแสงของดวงดาวยามค่ำคืนอันมืดมิด ซึ่งทำให้คนที่พบเห็นจมดิ่งเข้าไปอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวเลยทีเดียว
หลังจากนั้นเขาก็หยิกตนเองอย่างแรง “ซี๊ดด!” เขาสูดหายใจเข้าลึก นี่เขาไม่ได้กำลังฝันไป ไม่ใช่…
ในตอนที่มู่เฉียนซีกำลังถูกผู้หญิงกลุ่มหนึ่งห้อมล้อมจนตาลาย ก็มีสาวที่งดงามมากคนหนึ่งเข้ามาใกล้นาง
สาวใช้ที่อยู่ข้างกายของเขาผู้นั้นตะลึงงันไปอย่างสมบูรณ์ ก่อนหน้านี้นายน้อยยังไม่สนใจหญิงสาวเหล่านั้นอยู่เลย และเอาแต่บอกว่าตนเองนั้นชอบผู้ชาย แต่ทว่าในตอนที่หญิงสาวนิรนามในชุดสีม่วงปรากฏตัวขึ้น นายน้อยของพวกเขากลับกระโจนเข้าใส่อย่างตั้งใจ
“ไสหัวไปซะ!” เขาร้องตะโกน และข่มขู่สาวงามเหล่านั้นให้ถอยห่างออกไป
เมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคย มู่เฉียนซีก็มีสีหน้าที่ประหลาดใจเล็กน้อย และเมื่อนางเงยหน้ามองเขาก็กล่าวออกมาว่า “จูเชว่!”
“ซีซี เป็นเจ้าจริง ๆ ด้วย ซีซี นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา! นี่ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่!” จูเชว่พุ่งทะยานเข้ามาหาอย่างตื่นเต้น
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกเล็กน้อย พลางกล่าวว่า “จูเชว่ นี่ข้ากลับมาถึงแดนซวนเทียนอีกแล้วอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ก็ทำให็เขารู้สึกเศร้าใจขึ้นมาทันที จูเชว่เงียบลงพลางกล่าวว่า “ไม่ใช่ ที่นี่ไม่ใช่แดนซวนเทียนหรอก ที่นี่คือแดนภูต!”
“แดนภูตอย่างนั้นรึ!” มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย ดูเหมือนว่าสุ่ยจิงอิ๋งจะไม่ได้ส่งนางมาผิดที่อย่างนั้นสินะ แต่เจ้าคนอย่างจูเชว่มาทำอะไรอยู่ที่นี่กันล่ะ
สาวใช้คนนั้นเดินเข้ามา หลังจากที่มองไปทางมู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาว่า “นายน้อย นางไม่ใช่คนที่ข้าจัดเตรียมเอาไว้ให้ ท่านรู้จักกับหญิงสาวที่ปรากฏตัวออกมาอย่างกะทันหันผู้นี้หรือเจ้าคะ ที่มาของนางไม่ชัดเจน โปรดให้ข้าน้อยพานางไปตรวจสอบก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้นางทำอันตรายต่อนายน้อยได้ด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
“ไม่ใช่สิ นี่เป็นเพียงแค่มนุษย์ คิดไม่ถึงเลยว่าภายในอาณาเขตของพวกเราเผ่าจิ้งจอก จะมีมนุษย์ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ได้ จำเป็นต้องพานางไปตรวจสอบอย่างละเอียดเจ้าค่ะ!” สาวใช้ผู้นี้กล่าวอย่างเย็นชา
“บังอาจนัก!” จูเชว่ตะโกนด้วยความโกรธ
“ไม่ว่าใครก็อย่าคิดจะมาแตะต้องซีซีของข้าแม้แต่ปลายขน ข้าไม่มีอะไรจะพูดแล้ว เจ้าก็สงบปากสงบคำเอาไว้เถอะ!” จูเชว่กล่าวพร้อมกับสายตาที่เย็นชา
“ซีซี พวกเราไปกันเถอะ! ที่นี่วุ่นวายเกินไป!” จูเชว่รีบลากมู่เฉียนซีออกไปอย่างรวดเร็ว และเตรียมกลับไปที่ตำหนักของตนเอง
มู่เฉียนซีสัมผัสได้ว่ามีหญิงสาวมากมายจ้องมองมาที่แผ่นหลังของนาง ซึ่งมันก็ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกราวกับโดนธนูนับหมื่นแทงทะลุหัวใจอย่างไรอย่างนั้น
“พี่เหมยเจี้ยน นายน้อยคงจะไม่ได้ชอบผู้ชายจริง ๆ ใช่หรือไม่ เขาดูสนใจผู้หญิงคนนั้นมากทีเดียว! นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเรามีโอกาสอย่างนั้นหรือ!”
“ใช่แล้ว! ขอเพียงสามารถคลอดทายาทให้นายน้อยได้ ถึงตายข้าก็ไม่เสียใจแล้ว”
“เช่นนั้นมนุษย์คนนั้น มีสิทธิ์อะไรถึงได้มาสนิทสนมกับนายน้อยผู้สูงศักดิ์ของพวกเราถึงขนาดนั้น มันช่างน่าโมโหจริง ๆ เชียว” บนใบหน้าของสาวงามเหล่านั้นเต็มไปด้วยความโกรธเคือง
เหมยเจี้ยนกล่าวว่า “พวกเจ้ากลับกันไปก่อนเถอะ! รอเตรียมการขั้นต่อไป!”
เมื่อพวกนางเห็นใบหน้าที่เย็นชาของเหมยเจี้ยน ก็ไม่กล้ารีบร้อน และถอยกลับไปอย่างเชื่อฟัง
อย่างที่รู้กันว่าก่อนที่เหมยเจี้ยนจะกลายมาเป็นสาวใช้ของนายน้อย นางเคยเป็นสาวใช้ของผู้นำเผ่ามาก่อน ฉะนั้นนางจึงมีตำแหน่งสูงส่ง และไม่ใช่คนที่พวกนางจะสามารถรุกรานได้
เหมยเจี้ยนกำลังเตรียมไปพบกับนายน้อยของตน นางปกป้องนายน้อยอย่างระมัดระวังมาเสมอ ฉะนั้นนางไม่อนุญาตให้มนุษย์นิรนามมาทำร้ายนายน้อยได้เป็นอันขาด
แต่ทว่า ในตอนที่นางไปถึงตำหนักของนายน้อย กลับค้นพบว่านางถูกปฏิเสธ
“ท่านเหมยเจี้ยน นายน้อยมีคำสั่งว่า ตอนนี้ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถเข้าไปในตำหนักได้เจ้าค่ะ!”
เหมยเจี้ยนได้นำเอาตราสัญลักษณ์ของผู้นำเผ่าออกมาให้คนเฝ้าประตูดู แน่นอนว่าคนเหล่านั้นย่อมต้องยอมปล่อยให้นางเข้าไปด้วยความเคารพอยู่แล้ว แต่ทว่าฝีเท้าของเหมยเจี้ยนก็ยังคงต้องหยุดอยู่ด้านนอกของตำหนักจูเชว่อยู่ดี
เพราะจูเชว่ได้ใช้มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพชิ้นหนึ่ง ซึ่งมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพชิ้นนี้สามารถปิดกั้นทุกสิ่งทุกอย่างได้ อีกทั้งยังทำให้คนไม่อาจบุกเข้ามาในอาณาเขตของเขาได้อีกด้วย และแม้แต่เหมยเจี้ยนเองก็ไม่สามารถบุกเข้าไปได้เช่นกัน
นางขมวดคิ้วมุ่น นายน้อยถึงขนาดเอาของแบบนี้ออกมาใช้เลยหรือ ดูเหมือนว่าเขาจะให้ความสนใจในตัวมนุษย์ผู้นั้นมากเป็นพิเศษ อันที่จริงแล้วนางเป็นใครกันแน่
“ซีซี ข้าคิดถึงเจ้าจะตายอยู่แล้ว เดิมทีข้าคิดว่าหากจัดการเรื่องของตนเองเรียบร้อยแล้วจะไปหาเจ้าที่แดนนรก คิดไม่ถึงเลยว่าจะเกิดอุบัติเหตุบางอย่างขึ้น! และไม่คิดเลยว่าสวรรค์จะโปรดปรานข้า จนทำให้ซีซีตกลงมาจากฟากฟ้าและปรากฏตัวต่อหน้าข้าเช่นนี้ ที่ซีซีมาปรากฏตัวที่นี่แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะว่าคิดถึงข้าเช่นกัน ใช่หรือไม่” จูเชว่กล่าวด้วยสีหน้าที่เบิกบาน
.
.