ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2771 มุ่งหน้าไปแดนภูต
ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณค่อนข้างประหลาดใจเล็กน้อย เขากล่าวว่า “อวู่ซวง อวู่ซวง ตัวตนของหลานสาวตัวน้อยของเจ้าไม่ธรรมดาเลย! เป็นศิษย์น้องของบรรพบุรุษปีศาจอย่างนั้นหรือ ไม่ได้มีอะไรผิดพลาดใช่หรือไม่! เจ้าหมอนั่นน่ากลัวมากที่สุดในบรรดาพวกเราทั้งสามเลย”
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “แน่นอน ซีเอ๋อร์ของข้ายอดเยี่ยมมากที่สุดอยู่แล้ว”
จิ่วเยี่ยยังคงอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซี ซึ่งนางก็กล่าวกับเขาว่า “อย่ารู้สึกผิดเลย!”
“ในเมื่อไม่สามารถควบคุมหัวใจตัวเองได้ ข้าเองก็หมดหนทางเช่นกัน! มีเพียงขอให้ซีรีบหลุดออกจากพลังของทัณฑ์สวรรค์นี่ให้เร็วที่สุด ข้าถึงจะกลับมาเป็นปกติได้!” จิ่วเยี่ยกล่าวตอบ
“ข้าไม่รู้จะทำเช่นไรกับเจ้าจริง ๆ!”
“เดิมทีมันก็เป็นความผิดของข้าอยู่แล้ว เป็นข้าที่ไม่พิจารณาให้รอบครอบเอง!”
แม้ว่าจะไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนก่อนหน้านี้ได้อีกครั้ง แต่หลังจากที่ได้เจอกับต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณแล้ว อย่างน้อยนางก็สามารถพูดคุยกับจิ่วเยี่ยได้ ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นความก้าวหน้าที่ดีมากเลยจริง ๆ
หลังจากที่นักโทษของเผ่าเทพถูกสอบปากคำด้วยการทรมาน ก็รู้ว่าพวกเขาได้รับข้อมูลเกี่ยวกับมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ซึ่งก็มีเพียงภายในเผ่าเทพของพวกเขาเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ ฉะนั้นหลังจากนี้พวกเขาไม่มีทางยอมแพ้ และต้องลงมือโจมตีแดนวิญญาณบ่อยขึ้นแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ก็ปล่อยให้พวกเขามาเถอะ! อย่างไรเสียข้าก็ต้องออกไปจากแดนวิญญาณอยู่แล้ว หากข้าไม่อยู่ มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ก็ไม่อยู่เช่นกัน ฉะนั้นพวกเขาก็น่าจะไม่มาสู้อย่างเอาเป็นเอาตายกับอาเล็กแล้วล่ะ!”
มู่อวู่ซวงชะงักไปเล็กน้อย เขากล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ เจ้าจะออกไปจากแดนวิญญาณแล้วหรือ! อาเล็กยังไม่ทันปล่อยให้เจ้าได้มีวันที่เที่ยวทำอะไรตามอำเภอใจและยังไม่ทันได้ทำให้เจ้าเป็นลูกหลานรุ่นที่สองในแดนวิญญาณ เหมือนอย่างที่อารับปากเจ้าไว้ในตอนแรกเลย!”
“ข้าต้องไปที่แดนภูตและแดนปีศาจเพื่อหาต้นกำเนิดของดินแดนทั้งสอง รอให้ข้าสามารถรวบรวมทั้งหมดได้และกลับมาอีกครั้ง ก็สามารถเพลิดเพลินกับมันได้เช่นกัน! ข้ารู้ว่าอาเล็กไม่อยากแยกจากข้า ข้าเองก็ยิ่งไม่อยากแยกจากอาเล็กเช่นกัน!” ภายในแววตาของมู่เฉียนซีนั้นเต็มไปด้วยความผูกพัน
มู่อวู่ซวงรู้ดีว่าการตามหาต้นกำเนิดทั้งสามนั้นเป็นเรื่องที่เร่งด่วน มิเช่นนั้นพลังของทัณฑ์สวรรค์ก็มีโอกาสที่จะทำร้ายซีเอ๋อร์ได้ตลอดเวลา ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องกำจัดเนื้อร้ายนี้ออกไปให้เร็วที่สุด
“อารู้!” เขาอยากที่จะละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างแล้วไปเป็นเพื่อนซีเอ๋อร์ แต่เขาคือเจ้าผู้ครองแดนวิญญาณ ซึ่งที่แดนวิญญาณนี้ก็มีเรื่องที่ต้องจัดการมากมายเลยทีเดียว
และหากเจ้าผู้ครองแดนวิญญาณอย่างเขาไปยังอาณาเขตของคนอื่น มันก็คงจะดึงดูดปัญหามาให้มากมายแน่นอน
มีแต่ต้องไปยังแดนภูตหรือแดนปีศาจเท่านั้น ตอนนี้ลองดูข่าวที่รวบรวมมาได้ก่อนค่อยว่ากัน ซึ่งที่แดนปีศาจยังไม่มีข่าวการฟื้นคืนชีพของบรรพบุรุษปีศาจออกมาเลย
“ระยะเวลาก็ห่างจากตอนแรกมานานมากแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าศิษย์พี่จะยังไม่ตื่นขึ้นมาอีก เขาคงไม่ได้เป็นอะไรไปหรอกกระมัง!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเป็นกังวลเล็กน้อย
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “คนผู้นั้นแข็งแกร่งมาก ไม่มีทางเป็นอะไรได้หรอก! ก็แค่ตื่นสายไปหน่อยเท่านั้นเอง หากว่าฉู่หลียังไม่ตื่นขึ้นมา แดนปีศาจก็จะยิ่งอันตราย เช่นนั้นซีเอ๋อร์เจ้าสามารถลองไปที่แดนภูตก่อนก็ได้”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าวว่า “เจ้าค่ะ! ข้าเองก็วางแผนเอาไว้ว่าจะไปที่แดนภูตก่อนเหมือนกัน”
ในตอนที่นางตัดสินใจที่จะออกเดินทาง เผ่าเทพอีกกลุ่มหนึ่งก็มาพอดี มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “ข้าจัดการคนเหล่านี้เอง! เจ้าไม่จำเป็นต้องลงมือหรอก!”
“อื้ม!” จิ่วเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ต้องลงมือและอยู่กับซีก็ดีเหมือนกัน
ด้วยเหตุนี้ มู่อวู่ซวงที่กำลังโมโหมากเพราะต้องการให้หลานสาวของตนเองเก่งกาจที่สุด จึงลงมือจัดการเจ้าพวกคนที่คิดจะมาแย่งชิงมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์กลุ่มนี้ไปจนสิ้นซาก และการที่ซีเอ๋อร์ต้องรีบไปนั้น ก็เกี่ยวข้องกับพวกเขาเหล่านั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพราะมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์นั้นมีความพิเศษ คนที่ถูกดึงดูดจึงมีมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าเขาจะสามารถขัดขวางเอาไว้ได้ แต่ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกเขาใช้กลอุบายอื่น ๆ เพื่อลงมือกับซีเอ๋อร์ได้เช่นกัน ฉะนั้นการที่ซีเอ๋อร์อยู่ที่แดนวิญญาณจึงเป็นเรื่องที่อันตรายมากเกินไป
ในตอนที่มู่เฉียนซีต้องจากไป เดิมทีจิ่วเยี่ยคิดจะตามนางไปที่แดนภูตด้วยกัน เพียงแต่มู่เฉียนซีรู้สึกว่าชุดเกราะของเขานั้นโดดเด่นมากเกินไปหน่อยจริง ๆ!
นางกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย เจ้าจะถอดชุดเกราะนี้แล้วตามข้าไป! หรือจะกลับไปที่แดนนรกของเจ้าและคิดทบทวนให้ชัดเจน”
พวกเขาเคยลองมาก่อน ซึ่งก็สามารถพูดคุยกันได้ ถึงจิ่วเยี่ยจะไม่สวมชุดเกราะก็ไม่เป็นอะไร เพียงแต่เขาต้องระมัดระวังและต้องปฏิเสธอยู่ตลอดเวลา!
ในตอนที่จิ่วเยี่ยกำลังลังเล จื่อโยวก็ได้ส่งข่าวมา เขาบอกว่าตนเองค้นพบพืชศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่ง เพียงแต่ว่าสถานที่แห่งนั้นยากที่จะบุกเข้าไปได้ และพืชศักดิ์สิทธิ์นั้นก็เอามาได้ยากเป็นอย่างมาก ต้องให้จิ่วเยี่ยลงมือด้วยตนเองถึงจะสำเร็จ
ถึงพืชศักดิ์สิทธิ์มีประโยชน์ต่อการฟื้นฟูร่างกายของซีเป็นอย่างมาก แต่เขาก็เป็นห่วงซีมากเช่นกัน!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าแค่ไปแดนภูตเท่านั้น ข้าสามารถดูแลตนเองได้ เจ้าไปเถอะ! รอให้เมื่อไรที่เจ้าตัดสินใจได้ ก็ค่อยมาอยู่ตรงหน้าข้าโดยไม่ต้องสวมชุดเกราะพร้อมกับนำพืชศักดิ์สิทธิ์มาด้วยก็แล้วกัน เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้แหละ!”
ความดื้อรั้นของซีทำให้จิ่วเยี่ยหมดหนทางเป็นอย่างมาก เขากล่าวว่า “ตกลงเอาตามนี้แหละ ข้ารับปาก!”
จิ่วเยี่ยตามจื่อโยวไปและหายไปจากแดนวิญญาณ ส่วนกั๋วเอ๋อร์น้อยและมังกรร้ายก็รีบวิ่งตามมู่เฉียนซีไป แต่มู่เฉียนซีกลับกล่าวว่า “พวกเจ้าอยู่ฝึกฝนกันที่แดนวิญญาณเถิด! เผ่าเทพจะต้องตรวจสอบเรื่องของข้าแล้วแน่นอน ข้าอยากจะซ่อนตัวตนตอนที่อยู่แดนภูต ข้าไม่อยากถูกเจ้าพวกเผ่าเทพเหล่านั้นไล่ล่า ดังนั้นจึงเตรียมตัวที่จะไปเพียงคนเดียว แต่ก็ไม่ได้อยู่เพียงลำพังหรอกนะ!”
“อื้ม! นายท่านยังมีข้าอยู่นะขอรับ!” ทันใดนั้นก็มีร่างเงาสีดำร่างหนึ่งเดินออกมาจากความว่างเปล่า ด้วยร่างสีดำสนิท ทำให้เขาเหมือนกับว่าผสานเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดมิดไปแล้วก็มิปาน
นี่คืออ้าน!
ทั้งนิรันดร์ มังกรวารีและอาถิงต่างก็จำเป็นต้องพักผ่อน ส่วนเจ้าพิฆาตวิญญาณก็ชอบสร้างปัญหา สุดท้ายสุ่ยจิงอิ๋งจึงแนะนำให้เป็นอ้านที่ต้องคอยมาปกป้องนาง
อ้านมีนิสัยที่เงียบสงบเป็นอย่างมาก ถึงจะติดตามนางแต่ก็ไม่ทำให้นางสังเกตเห็น ทว่าหากมีอันตราย อ้านจะต้องช่วยกำจัดศัตรูได้อย่างแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อาเล็กทำเหมือนว่าข้าเก็บตัวไปอย่างลับ ๆ ก็พอแล้ว! อื้ม! ข้าจะไปเก็บตัวสักหน่อย”
“ตกลง!” มู่อวู่ซวงมองไปยังมู่เฉียนซีอย่างอาลัยอาวรณ์ เขาไม่สามารถถ่วงแข้งถ่วงขาของซีเอ๋อร์เอาไว้ได้ ด้วยพรสวรรค์ของซีเอ๋อร์ หากสามารถหลุดพ้นจากทัณฑ์สวรรค์ได้ นางก็จะสามารถไปได้ไกลมากยิ่งขึ้น
หลังจากที่ร่ำลาอาเล็ก และเตรียมทุกอย่างเอาไว้อย่างเพียบพร้อมแล้ว มู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง พวกเราไปกันเถอะ! ไปยังแดนภูตกัน!”
“ซีเอ๋อร์ หากเจ้ายังอาลัยอาวรณ์ เจ้าจะอยู่ต่ออีกสองสามวันก็ได้นะ” สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวอย่างอ่อนโยน นางสามารถรับรู้ความรู้สึกที่อยู่ในใจของซีเอ๋อร์ได้ การแยกจากญาติที่ห่วงใย มันเป็นความรู้สึกที่ทำให้คนอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง
“ไม่! ข้าต้องรีบไปค้นหาต้นกำเนิดสามโลกาและรีบกลับมาฟื้นฟูการฝึกฝนให้เร็วที่สุด หลังจากนั้นข้าจะไปหาท่านพ่อ เพื่อทำให้ครอบครัวกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง ไม่ใช่เอาแต่โลภเพียงชั่วครู่ชั่วคราวเช่นนี้! นอกจากนี้คนของเผ่าเทพก็มาที่นี่อย่างไม่หยุดหย่อนมาระยะหนึ่งแล้ว แม้ว่าอาเล็กจะไม่กลัวแต่ก็ถือว่าข้าเป็นคนสร้างปัญหาอยู่ดี ข้าเองก็ไม่อยากให้พวกเขามารบกวนอาเล็กอีก ดังนั้นพวกเรารีบออกไปกันเถอะ!”
“ตกลง! เช่นนั้นข้าจะส่งซีเอ๋อร์ออกไปเอง! เห็นซีเอ๋อร์ไม่มีความสุขขนาดนี้ ข้าจะพยายามส่งซีเอ๋อร์ไปอยู่ข้างกายของคนที่เจ้าคุ้นเคย เหมือนกับตอนที่มายังแดนวิญญาณแห่งนี้อย่างไรล่ะ” สุ่ยจิงอิ๋งมักจะดูแลมู่เฉียนซีอย่างอ่อนโยนอยู่เสมอ
ในตอนแรกเป็นเพราะมู่เฉียนซีทำให้สวรรค์พิโรธจึงถูกทัณฑ์สวรรค์ ซึ่งมันก็ทำให้พลังบำเพ็ญของนางหายไปจนหมดสิ้น ฉะนั้นนางจึงอยากให้ซีเอ๋อร์มีความสุขบ้างแม้เพียงเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้นางจึงค้นหาร่องรอยของกลิ่นอายที่คุ้นเคยที่สุดในแดนวิญญาณ และทำให้ซีเอ๋อร์ที่ได้เจอกับคนที่คุ้นเคยมีความสุขขึ้นมาบ้าง
คราวนี้การที่ซีเอ๋อร์ต้องจากอาเล็กของนางไปทำให้อารมณ์ของนางหดหู่เป็นอย่างมาก ฉะนั้นสุ่ยจิงอิ๋งจึงอยากให้นางมีความสุขขึ้นมาเล็กน้อย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “หากเป็นแดนปีศาจละก็มีศิษย์พี่อยู่ แต่ที่แดนภูต ดูเหมือนว่าข้าจะไม่มีคนที่ข้ารู้จักนะ! คนของแดนภูตที่ข้าเคยเจอ ดูเหมือนว่าจะเป็นกลุ่มคนที่ข้าเจอตอนค้นหาหอคอยนิรันดร์เท่านั้น เพียงแต่คนเหล่านั้นไม่ถือว่าเป็นสหายแต่เหมือนจะเป็นคู่ต่อสู้มากกว่า”
“ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ข้าก็จะลองดู อย่างไรเสียมันก็ใช้พลังข้าไม่มากนักอยู่แล้ว” สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวตอบ
“ตกลง!” ลำแสงสีฟ้าได้ห่อหุ้มมู่เฉียนซีเอาไว้ หลังจากนั้นก็เปิดเส้นทางเพื่อมุ่งหน้าไปยังแดนภูต และมู่เฉียนซีก็หายไปจากแดนวิญญาณทันที
“หลานสาวตัวน้อยของเจ้าไปแล้ว!” ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณกล่าว
“ข้ารู้แล้ว!” มู่อวู่ซวงกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“หวังว่าตอนที่ซีเอ๋อร์อยู่ในแดนภูตทุกอย่างจะเป็นไปอย่างราบรื่น!”
.
.