ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2774 สืบเชื้อสาย
การมาแดนภูตครั้งแรกแล้วได้เจอสหายคอยช่วยเหลือ อย่างไรเสียก็ย่อมดีกว่าต้องทำด้วยตนเองเพียงลำพัง มู่เฉียนซีเต็มใจมากที่ได้ร่วมมือกับจูเชว่อีกครั้ง
“ที่ข้ามาแดนภูต เพราะต้องการมาตามหาต้นกำเนิดแห่งแดนภูต”
“อะไรน่ะ สิ่งนั้นคืออะไรหรือ” เห็นได้ชัดว่าเจ้าหมอนี่ก็เพิ่งจะมาถึงแดนภูตเช่นกัน ฉะนั้นสำหรับเรื่องของแดนภูตแล้ว เขาจึงมีเรื่องที่รู้น้อยมาก
ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าต้นกำเนิดแห่งแดนภูตนั้นคือสิ่งใดกันแน่
“นั่นคือจุดเริ่มต้นของความโกลาหล เป็นพลังที่สร้างแดนภูตแห่งนี้ เรียกว่าต้นกำเนิดแห่งแดนภูต” มู่เฉียนซีบอกเขา
“แม้ว่าจะยังไม่แน่ใจว่ามันคือสิ่งใดกันแน่ แต่ข้ารู้สึกว่ามันจะต้องยอดเยี่ยมมากแน่นอน พวกเราไปที่ห้องตำราของเผ่าจิ้งจอก ลองไปดูกันก่อนเถอะว่าจะพอมีเบาะแสบ้างหรือไม่” จูเชว่กล่าว
“ตกลง!”
เมื่อพูดว่าจะทำก็ทำทันที จูเชว่ได้พามู่เฉียนซีมุ่งหน้าไปยังห้องตำรา แต่ทว่าทันทีที่ออกไปก็พบว่าเหมยเจี้ยนกำลังรออยู่ข้างนอก
เหมยเจี้ยนกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ “นายน้อย ผู้หญิงคนนี้!”
จูเชว่กล่าวว่า “ซีซีคือสหายที่ข้าเจอเมื่อตอนที่อยู่แดนซวนเทียน และเพราะนางกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้าตอนที่อยู่แดนภูตจึงได้มาหาข้า พวกเรามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ข้าไม่อนุญาตให้เจ้ามาสงสัยเรื่องนั้นเรื่องนี้ของนาง! เพราะการได้เจอกับนางทำให้ข้าดีขึ้น!”
“แต่ทว่าพระราชวังของเผ่าจิ้งจอกมักจะมีการคุ้มกันที่แน่นหนาอยู่เสมอ ฉะนั้นสาวน้อยผู้นี้จะสามารถบุกเข้ามาได้อย่างไร และการที่นางร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ก็เป็นเรื่องที่น่าสงสัยมากจริง ๆ” เหมยเจี้ยนยังคงยืนหยัดที่จะสงสัยคนที่มีที่มาไม่ชัดเจนอย่างมู่เฉียนซีต่อไป
ภายในแววตาของจูเชว่ฉายแววไม่พอใจออกมาอย่างฉับพลัน เขากล่าวว่า “ข้าเป็นคนจัดการเองไม่ได้หรืออย่างไร ข้าเป็นคนจัดการให้ซีซีเข้ามาขัดขวางเอง เจ้าลองไปดูหญิงสาวที่เจ้าเลือกมาเหล่านั้นสิ หากหนึ่งสวยไม่เท่าข้า หรือสองสวยไม่เท่าซีซีของข้า ข้าก็ไม่ต้องการหรอก”
“ข้ารู้ ว่าเจ้าไม่เคยคิดว่าข้าเป็นเจ้านายเลย ฉะนั้นจึงได้ไม่สนใจคำสั่งของข้า เจ้าชอบแบบไหนก็ทำแบบนั้นไปเถอะ! ตอนนี้ข้ากับซีซีมีเรื่องที่ต้องไปจัดการ”
และทันทีที่กล่าวจบ จูเชว่ก็พามู่เฉียนซีจากไป
คนที่เข้ามาในห้องตำราที่อยู่ภายในพระราชวังของเผ่าจิ้งจอกได้นั้น จะต้องเป็นคนที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมของเผ่าจิ้งจอกถึงจะได้รับสิทธิ์พิเศษ แต่ในฐานะที่จูเชว่เป็นนายน้อยของเผ่าจิ้งจอก แน่นอนว่าเขาสามารถเข้าไปได้ตามต้องการ
“ไม่ใช่ว่านายน้อยไม่มีความสนใจในแดนภูตของพวกเราเลยอย่างนั้นหรือ นอกจากนี้เขายังร้องตะโกนว่าอยากออกไปจากแดนภูตอีกด้วย แล้วเหตุใดวันนี้ถึงได้มีอารมณ์มาเที่ยวเล่นที่ห้องตำราได้กันล่ะ”
“นายน้อยเป็นบุคคลที่มีเพียงสายเลือดที่สูงส่งเท่านั้น แต่ทว่าร่างกายของเขากลับมีข้อบกพร่อง สายเลือดแข็งแกร่งขนาดนี้กลับมีเลือดของเผ่าภูตไม่ถึงครึ่ง เศษขยะเช่นนี้มีประโยชน์ไว้แค่สืบทอดทายาทเท่านั้นแหละ”
ในตอนที่เขามาถึงก็ได้บังเอิญเจอกับอัจฉริยะของเผ่าจิ้งจอกกลุ่มหนึ่ง หลังจากที่พวกเขาเห็นจูเชว่ก็พูดเยาะเย้ยขึ้นมาทันที พวกเขาอิจฉาในสายเลือดของเขา และดูถูกความสามารถของเขาด้วย
จูเชว่กล่าวว่า “พวกเจ้ามันรนหาที่ตายนัก!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เจ้าคิดที่จะสู้กับข้าอย่างนั้นหรือ ปกติแล้วมีท่านเหมยเจี้ยนคอยติดตามเจ้า แต่ตอนนี้ท่านเหมยเจี้ยนไม่อยู่ เจ้าคิดว่าพวกข้าจะกลัวเจ้าหรืออย่างไร เจ้าที่มีดีแค่สายเลือดและรูปร่างหน้าตาที่สวยแต่รูปจูบไม่หอมเท่านั้นแหละ เจ้าคิดว่าตนเองจะสู้พวกข้าได้อย่างนั้นหรือ” นายน้อยที่เพิ่งถูกพากลับมาคนนี้ พวกเขาไม่ยอมรับอยู่แล้ว และพวกเขาก็รู้สึกว่าคนเช่นนี้ไม่สมควรที่จะกลายมาเป็นผู้นำเผ่าจิ้งจอกของพวกเขา
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ได้ยินมาว่าภูตของเผ่าจิ้งจอกล้วนเกิดมาหน้าตางดงามเป็นอย่างยิ่ง ทว่าพวกเจ้าแต่ละคนที่ปากยื่นปากยาว แถมยังพูดจาหยาบคายขนาดนี้ มันทำให้ข้าสงสัยจริง ๆ ว่าพวกเจ้าเกิดมาผิดที่หรือไม่! คนอย่างพวกเจ้า ยังกล้ามาแสดงอำนาจต่อหน้าจูเชว่อีก ข้าว่าเจ้ากลับไปส่องกระจกสักหน่อยเถอะ!”
“นางสาวน้อยผู้นี้มาจากไหนกัน เจ้าจะบังอาจเกินไปแล้ว รนหาที่ตายนัก!” พวกเขาไม่กล้าเริ่มลงมือกับจูเชว่ และทำได้เพียงทำให้จูเชว่โกรธเท่านั้น ทว่าสำหรับสาวน้อยที่อยู่ข้างกายจูเชว่ผู้นี้ พวกเขาไม่จำเป็นต้องไปสนใจอะไรมากมาย
โจมตี!
หมัดของพวกเขาพุ่งทะยานออกไปด้วยความรวดเร็ว แต่สำหรับมู่เฉียนซีแล้วพวกมันกลับดูช้าอย่างน่าประหลาด ซึ่งมู่เฉียนซีก็สามารถหลบเลี่ยงได้อย่างง่ายดาย
จูเชว่กล่าวว่า “ดีมาก คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเจ้าจะกล้าลงมือกับซีซี ช่างรนหาที่ตายนัก!”
และพลังที่จูเชว่ปลดปล่อยออกมานั้น ก็คือพลังจิตวิญญาณ ไม่ใช่พลังแห่งภูตวิญญาณ!
หลังจากที่มาถึงแดนภูต ท่านแม่ของเขาก็ได้มอบเคล็ดวิชาการฝึกฝนที่ดีที่สุดของเผ่าจิ้งจอกให้กับเขา แต่ทว่าเขากลับไม่สามารถฝึกมันได้
ไม่สามารถฝึกเคล็ดวิชาของเผ่าจิ้งจอกได้ยังไม่เท่าไร แต่ที่แดนภูตแห่งนี้ พลังวิญญาณไม่สามารถฝึกฝนได้อีกด้วย ดังนั้นการฝึกฝนของเขาจึงหยุดชะงักลงทันที
ในตอนแรกก่อนที่มู่เฉียนซีจะจากไปเขามีความสามารถอะไร ตอนนี้เขาก็มีความสามารถเท่านั้น
ปังงง!
การโจมตีของพวกเขาไม่สามารถทำอันตรายมู่เฉียนซีได้เลยแม้แต่น้อย และเมื่อมู่เฉียนซีโบกมือเพียงแผ่วเบา พวกเขาก็ต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด!
ปัง ปัง ปัง!
พวกเขาถูกโจมตีจนกระเด็นออกไป
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จูเชว่ เจ้าที่อยู่ที่นี่ช่างไม่มีความสุขเลยจริง ๆ คนที่ยั่วยุเจ้า แค่จัดการไปก็พอแล้ว!”
“ตกลง!” จูเชว่กล่าวตอบ
ปัง ปัง ปัง!
หลังจากที่พูดจบ พวกเขาทั้งสองก็เริ่มโจมตีทันที
มู่เฉียนซีลงมือโจมตีอย่างกล้าหาญ ซึ่งมันก็เกินความคาดหมายของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง ส่วนจูเชว่เองก็โต้กลับโดยไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย เพราะเดิมทีจูเชว่ก็ไม่ใช่คนอารมณ์ดีอยู่ดี
“อ๊ากกกก!” หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาที่ถูกโจมตีก็กรีดร้องออกมา และถูกทุบตีจนวิงเวียนไปเลยทีเดียว
“นายน้อย เลิกตีเถิดขอรับ!”
พรวดด!
จูเชว่จ้องมองไปทางพวกเขาพลางกล่าวว่า “แม้ว่าข้าจะไม่อยากเป็นสิ่งที่น่ารำคาญอย่างนายน้อยของเผ่าจิ้งจอกนี่ แต่หลังจากนี้ไป พวกเจ้าก็ต้องเกรงใจข้าสักหน่อยกระมัง ครั้งต่อไปหากยังกล้าทำตัวไร้เหตุผลกับข้าและซีซีอีก เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะสับพวกเจ้าเป็นชิ้น ๆ แล้วเอาไปให้ฝูงสุนัขปีศาจกินเสีย”
สิ่งที่อยู่ข้าง ๆ กับเผ่าจิ้งจอก ไม่ใช่สุนัขปีศาจแต่เป็นหมาป่าปีศาจต่างหาก!
จูเชว่กล่าวว่า “ซีซีช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่ต้องใช้พลังวิญญาณก็สามารถทุบตีพวกเขาจนร้องหาพ่อแม่ได้แล้ว”
“พวกเราไปกันเถอะ!”
ปีศาจจิ้งจอกเหล่านั้นถูกทุบตีอย่างรุนแรง แต่พวกเขาก็ยังกระตือรือร้นที่จะขุดหลุมบนพื้นและคลานเข้าไป มนุษย์ผู้นั้น เป็นมนุษย์ที่ไม่ต้องใช้พลังวิญญาณก็สามารถทุบตีพวกเขาจนน่าสังเวชได้ถึงขนาดนี้แล้ว ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาไม่มีหน้าไปพบผู้คนอีกแล้ว
ในตอนที่มู่เฉียนซีและจูเชว่กำลังเดินเข้าไปในห้องตำรา ทว่าพวกเขากลับถูกหยุดเอาไว้ที่หน้าประตูเสียก่อน
“นายน้อย มนุษย์ไม่สามารถเข้าไปในห้องตำราของพวกเราเผ่าจิ้งจอกได้ขอรับ”
“คนที่ข้าพามาก็เข้าไม่ได้อย่างนั้นหรือ” จูเชว่เลิกคิ้วกล่าว
“ไม่ได้ขอรับ!”
จูเชว่หยิบตราสัญลักษณ์แผ่นหนึ่งออกมาและยัดเข้าไปในมือของมู่เฉียนซี พลางถามว่า “เท่านี้ก็ได้แล้วใช่หรือไม่! หากพวกเจ้ากล้าเข้ามาอีกครั้ง นายน้อยอย่างข้าจะไม่เกรงใจแน่”
ผู้อาวุโสของห้องตำราจ้องมองไปที่ตราสัญลักษณ์แผ่นนั้น แววตาของพวกเขาซับซ้อนเล็กน้อย สุดท้ายก็ทำได้เพียงพยักหน้า “ได้! ท่านทั้งสองเชิญเข้าไปข้างในเถิดขอรับ”
หลังจากที่เข้าไปในห้องตำราของเผ่าจิ้งจอกได้สำเร็จ มู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “จูเชว่ ตราสัญลักษณ์นี้คืออะไรอย่างนั้นหรือ”
“นี่คือตราสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของฮูหยินผู้นำเผ่าน่ะสิ พวกเขาเลือกหญิงสาวให้ข้า และมอบตราสัญลักษณ์นี้ให้ข้าไว้ เพื่อที่เมื่อข้าเลือกหญิงสาวได้แล้ว ก็จะได้มอบให้นางและทำให้นางกำเนิดทายาทให้ข้า แต่ข้าไม่สนใจเลยแม้แต่คนเดียว คิดไม่ถึงเลยว่าจะเอามาใช้ประโยชน์ในสถานการณ์เช่นนี้ได้” จูเชว่กล่าวตอบ
“เช่นนั้นข้าคืนให้เจ้าก็แล้วกัน!” มู่เฉียนซีมอบตราสัญลักษณ์คืนให้กับจูเชว่
“ซีซีเจ้าเก็บเอาไว้เถิด! จะได้หลีกเลี่ยงเวลาคนอื่นเอาเรื่องที่เจ้าเป็นมนุษย์มาพูด มันจะได้ทำให้ผู้หญิงเหล่านั้นยอมแพ้เสียที” จูเชว่กล่าว
ป๊อก!
ตราสัญลักษณ์ชิ้นนี้เคาะลงไปที่ศรีษะของจูเชว่
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จูเชว่ เจ้าจะกล้าหาญเกินไปแล้ว คิดจะใช้ให้ข้าเป็นโล่ของเจ้าอย่างนั้นหรือ เจ้าฝันไปเสียเถอะ!”
“อีกอย่างผู้ชายอย่างจิ่วเยี่ยก็เป็นคนขี้หึงด้วย หากข้ารับตราสัญลักษณ์ของคู่หมั้นของเจ้าชิ้นนี้เอาไว้ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะมาถลกหนังจิ้งจอกของเจ้าออกมาก็เป็นได้! เพื่อเห็นแก่ชีวิตน้อย ๆ ของเจ้า เจ้าเอากลับไปเถิด ความจริงแล้วหากเจ้าไม่ชอบที่เผ่าจิ้งจอกจัดการเตรียมหญิงสาวมาให้เจ้า เจ้าก็แค่ทำลายมันเสีย”