ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2775 ไปพบผู้นำเผ่า
“เจ็บ!” จูเชว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่กลับรับตราสัญลักษณ์กลับคืนไป
ภายในใจของเขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะหวังให้ซีซีแสร้งทำเป็นคู่หมั้นของเขาก็ยังไม่ได้ ตอนนี้เขารู้สึกอิจฉาอ๋องจิ่วเยี่ยมากจริง ๆ
แน่นอนว่าจูเชว่ไม่ใช่คนที่ถูกโจมตีแล้วจะยอมแพ้ง่าย ๆ อยู่แล้ว เขากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ซีซี เช่นนั้นพวกเราไปหาเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกันเถอะ! สิ่งของเช่นนี้ น่าจะต้องไปหาจากตำราโบราณของบรรพบุรุษแล้วล่ะ”
“ข้าคิดว่า พวกเรามาเสริมความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเผ่าภูตกันก่อนเถอะ! จะได้ดูด้วยว่าเหตุใดเจ้าถึงไม่สามารถฝึกฝนพลังแห่งภูตได้” มู่เฉียนซีกล่าว
“ฮืออออ! นี่ซีซีเป็นห่วงข้าอย่างนั้นหรือ ข้าตื่นเต้นเหลือเกิน”
เกี่ยวกับความรู้ทั่วไปของเผ่าภูต เป็นเพราะจูเชว่มีความรู้สึกต่อต้านเผ่าภูตเป็นอย่างมาก ทุกวันเอาแต่คิดหาทางหลบหนี ดังนั้นเขาจึงมีความเข้าใจเกี่ยวกับเผ่าภูตพอ ๆ กับมู่เฉียนซีเท่านั้น
“อย่างน้อยเจ้าก็เป็นถึงหัวหน้าหน่วยข่าวกรองเชียวนะ! เตรียมตัวหนีแต่ไม่ตรวจสอบสถานการณ์ของศัตรูอย่างลึกซึ้ง รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งเจ้าไม่รู้หรืออย่างไร”
“ความจริงแล้วพวกเขาน่ารำคาญมากเกินไป แล้วข้าก็ไม่ชอบแดนภูตด้วยสัญชาตญาณ จึงทำให้ข้ารู้สึกว่าแดนซวนเทียนนั้นดีกว่าเสียอีก ถึงแม้คนของราชวงศ์ตงหวงเหล่านั้นจะทั้งน่ารำคาญและน่ารังเกียจกว่ามากก็ตาม!” จูเชว่กล่าวตอบ
แดนภูตนั้นไม่ได้เล็กไปกว่าแดนวิญญาณเลย ซึ่งมันเป็นการรวมตัวกันของเกาะภูตขนาดใหญ่ต่าง ๆ
แม้ว่ามันจะถูกเรียกว่าเกาะ แต่ความจริงแล้วเกาะภูตที่ใหญ่เล็กน้อยถือได้ว่ามีขนาดที่ใหญ่เท่ากับแคว้นใหญ่แห่งหนึ่งได้เลยทีเดียว ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะมันมีอาณาเขตที่กว้างใหญ่มากนั่นเอง
เผ่าภูตมีเผ่าต่าง ๆ มากมายนับไม่ถ้วน และแน่นอนว่าย่อมต้องมีเกาะภูตอยู่มากมายเช่นกัน
ในบรรดาเผ่าภูต มีเกาะภูตที่ปกครองโดยสิบสองเผ่าภูตหลักที่มีชื่อเสียงมากที่สุด และเผ่าจิ้งจอกก็เป็นหนึ่งในสิบสองเผ่าหลักนั้น
ใจกลางของเผ่าภูตนั้นก็คือเกาะหมื่นภูต ซึ่งเกาะหมื่นภูตนั้นก็เป็นเกาะที่ปกครองโดยจอมราชาภูตที่ได้รับความเคารพสูงสุดในแดนภูต ว่ากันว่าจอมราชาภูตนั้นเป็นคนที่เก็บตัวชอบอาศัยอยู่อย่างสันโดษ เรียกได้ว่าเป็นภูตที่เรียบง่ายเป็นอย่างมาก
ซึ่งเมื่อเทียบกับองค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณที่นางเจอก่อนหน้านี้ มันช่างเป็นรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เดิมทีแล้วเผ่าจิ้งจอกถือว่าเป็นอันดับแรกในบรรดาสิบสองเผ่าหลัก แต่เป็นเพราะอัตราการให้กำเนิดที่ต่ำลงเรื่อย ๆ และการเกิดใหม่ของเผ่าจิ้งจอกก็ค่อย ๆ ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง มันจึงทำให้จำนวนของเผ่าจิ้งจอกลดน้อยลงไปด้วยเช่นกัน
บวกกับการถูกเผ่าหมาป่าจับตาดู จึงทำให้ตอนนี้เผ่าจิ้งจอกได้ตกลงไปอยู่ในลำดับที่สองของแดนภูตเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้เผ่าภูตอื่น ๆ มองเป็นเรื่องน่าขบขันขึ้นมาทันที
และตอนนี้เผ่าที่ทรงพลังที่สุดของแดนภูตก็คือเผ่าอสรพิษ เผ่าวิหคเก้าหัว และเผ่าภูตเขายักษ์
พวกเขาตรวจสอบตำราอย่างรวดเร็ว และมีความเข้าใจในสถานการณ์ทั่วไปของแดนภูตขึ้้นบ้างแล้ว
ความจริงแล้วเผ่าภูตทั้งหมดกำลังมีความขัดแย้งภายใน ซึ่งมันก็ทำให้แต่ละเผ่าต่างตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องแข่งขันกันเอง
นอกจากการต่อสู้ของเผ่าระดับต้น ๆ อย่างสิบสองเผ่าหลักแล้ว เผ่าภูตเล็กอื่น ๆ เหล่านั้นต่างก็ต่อสู้อย่างไม่ลดละแม้ในวันธรรมดาเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากมีบางเผ่าต้องสูญหายไปอย่างสิ้นเชิง!
หากไม่สามารถปกป้องเผ่าของตนเองได้ นั่นก็เป็นเพราะพวกเขาไร้ความสามารถ ซึ่งกฎของการดำรงชีวิตของแดนภูตเองก็มีความโหดร้ายเช่นกัน
ส่วนจอมราชาภูตนั้นได้ปล่อยให้แต่ละเผ่าโบยบินด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ สำหรับความขัดแย้งของแต่ละเผ่า เขาไม่มีความคิดที่จะเข้าไปแทรกแซงเลย แม้ว่าความขัดแย้งภายในเช่นนี้ จะไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยก็ตาม
นอกจากนี้พวกเขายังค้นหาเรื่องที่จูเชว่ไม่สามารถฝึกฝนพลังแห่งภูตได้อีกด้วย แต่ทว่ามันกลับไม่พบเบาะแสอะไรเลย ซึ่งจูเชว่ก็กล่าวขึ้นมาว่า “ใครอยากจะอยู่ในสถานที่แบบนี้กัน ข้าเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากในแดนซวนเทียน ซึ่งการอยู่ที่นี่ทำให้ข้าหยุดนิ่งและต้องล้าช้าไปอย่างสิ้นเชิง ฉะนั้นซีซี หลังจากที่พวกเราหาต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเจอแล้ว พวกเรากลับไปหาพ่อบุญธรรมที่แดนซวนเทียนกันเถอะ!”
“ต้นกำเนิดแห่งแดนภูต มันไม่ได้หาได้ง่ายดายขนาดนั้นเสียหน่อย พวกเราไปหาที่ตำราโบราณกันเถอะ!”
ตำราโบราณหลายเล่มได้บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ของแดนภูตไว้มากมาย แต่ทว่าตัวอักษรเหล่านั้นก็โบราณด้วยเช่นกัน
แม้ว่าจูเชว่จะเป็นถึงนายน้อยของเผ่าภูต แต่กลับไม่ได้รับมรดกของเผ่าจิ้งจอกมาเลย ดังนั้นเมื่อเขาเห็นตัวอักษรโบราณที่เป็นเหมือนกับภาพวาดก็มิปานเหล่านี้ เขาจึงไม่เข้าใจเลยแม้แต่ตัวเดียว
“พวกเราไปหาตำราเล่มอื่นกันเถอะ! ข้าอ่านเจ้าพวกนี้ไม่ออก” อย่างไรเสียตำราที่ค้นหา ก็ไม่มีบันทึกใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเลยแม้แต่ตัวอักษรเดียว
“ดูเหมือนว่าต้องถามผู้นำเผ่าของเผ่าจิ้งจอกเท่านั้นสินะ ความจริงแล้วข้าไม่อยากจะเจอนางเลยแม้แต่นิดเดียว” จูเชว่กล่าวพึมพำ
แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดเขา แต่ก็ไม่เคยปรากฏตัวมาตลอดยี่สิบปี และทันทีที่ปรากฏตัวออกมายังบังคับพาเขามา ทำให้เขาต้องออกมาจากโลกที่คุ้นเคย ออกห่างจากญาติและพี่น้องที่คุ้นเคยอีกด้วย
นางพาเขามาทิ้งไว้ที่เผ่าจิ้งจอกโดยไม่คำนึงถึงความต้องการของเขา และพวกเขายังทำเหมือนว่าเขาเป็นเครื่องมือในการสืบพันธุ์เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของเผ่าของพวกเขาอีกด้วย
“ข้าทำให้เจ้าต้องฝืนทนแล้ว แต่ข้าสามารถบอกข่าวดีแก่เจ้าได้อย่างหนึ่ง หากว่าข้าสามารถหาต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเจอละก็ ข้าจะสามารถรักษาพ่อบุญธรรมของเจ้าให้หายดีอย่างสมบูรณ์ได้แน่!” มู่เฉียนซีกล่าวกับจูเชว่
“ซีซี เจ้าพูดจริงอย่างนั้นหรือ ภายในร่างกายของพ่อบุญธรรมมีพลังประหลาดอยู่ ไม่ใช่ว่ายากที่จะจัดการได้อย่างนั้นหรือ” จูเชว่กล่าวอย่างตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
“เจ้าสิ่งนั่นเป็นสิ่งที่จัดการได้ยากมาก เพียงแต่พลังของต้นกำเนิดสามโลกาสามารถกำลังพวกมันออกไปได้” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
ช่างดีเหลือเกิน! เรื่องนี้ทำให้จูเชว่ดีใจอย่างบ้าคลั่ง
ต่อจากนี้แม้ว่าเขาจะต้องเจอกับคนที่น่ารำคาญคนนั้น แต่จูเชว่ก็สามารถเสี่ยงทุกสิ่งทุกอย่างได้โดยไม่ลังเล เพื่อซีซี และเพื่อพ่อบุญธรรมด้วย!
“ซีซี เจ้าบอกว่าเจ้าหาต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณเจอแล้วมิใช่หรือ เจ้าเจอมันได้อย่างไรล่ะ”
“อืม ถึงมันจะดูง่ายดาย แต่ความจริงแล้วค่อนข้างซับซ้อนเลยล่ะ!”
สิ่งที่ง่ายนั้นก็เป็นเพราะอาเล็กของนางคือองค์จักรพรรดิอวู่ซวง!
ส่วนความซับซ้อนก็คือการที่ต้องหาดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ให้เจอ นอกจากนี้การปลูกมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกด้วย
“ต้นกำเนิดของแต่ละดินแดนมีความแตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่สามารถค้นหาต้นกำเนิดแห่งแดนภูตด้วยวิธีเดียวกับที่หาต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณได้ นอกจากนี้ยังไม่รู้ด้วยว่านิสัยของต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเป็นอย่างไร” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ข้าจะต้องช่วยซีซีหาให้เจอให้ได้ แม้ว่าจะต้องเอาชนะจอมราชาภูตเพื่อกลายเป็นเจ้าผู้ปกครองแดนภูต ข้าก็จะพยายามอย่างสุดความสามารถ” จูเชว่กล่าวพลางกำหมัดแน่น
แม้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นเพียงแค่ภูตที่ไม่สามารถใช้พลังแห่งภูตใด ๆ ได้เลย แต่หากว่าสิ่งนี้มีความจำเป็นแล้วละก็ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะต้องทำให้ได้
“รอดูสถานการณ์ไปก่อนเถอะ! หากจอมราชาภูตไม่ให้ความร่วมมือแล้วละก็ เช่นนั้นคงทำได้เพียงให้คนของตนเองกลายเป็นจอมราชาภูตแทนเท่านั้น” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
ถ้าคนของเผ่าภูตรู้ว่าทั้งสองคนพูดเรื่องนี้ออกมาอย่างกล้าหาญเช่นนี้แล้วละก็ คาดว่าพวกเขาจะต้องตื่นตกใจมากเป็นแน่
กลายเป็นจอมราชาภูตหรือ ช่างกล้าคิดเสียจริง ๆ แม้ว่าจอมราชาภูตผู้นั้นจะเมินเฉยต่อทุกสิ่ง แต่คนที่กล้าโลภในตำแหน่งจอมราชาภูต ก็ยังเร็วไปแปดร้อยปี
หลังจากที่มู่เฉียนซีและจูเชว่ออกไป คนที่ถูกทุบตีก่อนหน้านี้ได้มาพร้อมกับคนอื่น ๆ
จูเชว่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “พวกเจ้าช่างกล้าหาญมากจริง ๆ! คิดไม่ถึงเลยว่าจะยังหากำลังเสริมมาอีก”
“คุณชายซื่อสี่ นายน้อยกับมนุษย์ผู้นี้ลงมือโจมตีพวกเราอย่างไร้เหตุผล ท่านจะต้องไปหาท่านผู้นำเผ่าเพื่อตัดสินให้พวกเรานะขอรับ!” คนเหล่านั้นกล่าว
“เจ้าพวกเศษสวะเหล่านี้ด่านายน้อยจนถูกทุบตี แต่กลับเรียกว่าไร้เหตุผลอย่างนั้นหรือ! เอาล่ะ! หากต้องการจะไปเจอผู้นำเผ่าก็ไปเจอกันเถอะ ใครกลัวกันล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
อย่างไรเสียจูเชว่ก็กำลังจะไปหาผู้นำเผ่าอยู่แล้ว เช่นนั้นก็ตามไปด้วยเลยก็แล้วกัน นางไม่สามารถปล่อยให้คู่หูของนางถูกเจ้าขยะเหล่านี้รังแกได้หรอก
คนเหล่านี้ผงะไปทันที พวกเขาเองก็รู้ว่าหากไปฟ้องเรื่องของนายน้อยแล้วจะต้องไม่เป็นไร แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นมนุษย์ผู้นี้ก็จะต้องเดือดร้อนไปด้วยอย่างแน่นอน เพราะพวกเขาต่างรู้กันดีว่าท่านผู้นำเผ่าเกลียดมนุษย์เป็นอย่างมากนั่นเอง
แต่คิดไม่ถึงเลยว่ามนุษย์ผู้นี้จะไม่กลัวตายถึงขนาดนี้ และยังขอให้ไปหาผู้นำเผ่าอย่างแข็งขันอีกด้วย
“ซีซี ข้าได้ยินมาว่าผู้นำเผ่าจิ้งจอกไม่ชอบมนุษย์มากเลยล่ะ” จูเชว่กล่าว
เดิมทีเขาคิดว่าจะไปเจอกับผู้หญิงคนนั้นเพียงลำพัง เพราะเขาไม่คิดที่จะให้ซีซีได้เจอกับนางอยู่แล้ว