ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2778 หนีได้สำเร็จ
“แน่นอนว่าไม่สามารถหนีได้ตามใจชอบ ต้องมาปรึกษาเรื่องมาตรการรับมือเสียก่อน! อย่างเช่น…”
แสร้งป่วย!
อาการป่วยของนายน้อยรุนแรงมาก ซึ่งมันก็ทำให้คนทั่วทั้งพระราชวังแดนภูตต่างตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
เดิมทีฉื้อเม่ยคิดว่าเจ้าเด็กน้อยคนนี้ตั้งใจแสร้งป่วยเพราะไม่อย่างแต่งภรรยา แต่ทว่าหลังจากที่นักปรุงยาของพระราชวังเผ่าจิ้งจอกได้ตรวจสอบแล้ว ก็ค้นพบว่านายน้อยป่วยหนักมากจริง ๆ
โรคนี้ค่อนข้างแปลกประหลาดเล็กน้อย ไม่ว่าจะใช้นักปรุงยามากมายเพียงใดก็ไม่สามารถรักษาให้หายได้ เมื่อเห็นว่าสีหน้าของจูเชว่เริ่มย่ำแย่มากขึ้นเรื่อย ๆ ฉื้อเม่ยก็ทำได้เพียงเชิญนักปรุงยาอันดับหนึ่งของเผ่าจิ้งจอกของพวกเขามารักษาเท่านั้น
ถึงบางทีความสามารถของมู่เฉียนซีจะไม่ได้อยู่ในสายตาของเผ่าจิ้งจอก แต่หากเป็นทักษะการปรุงยาของนาง ไม่มีภูตตนไหนในเผ่าจิ้งจอกที่สามารถเทียบเคียงนางได้แน่นอน ดังนั้นพวกเขาจึงมองไม่ออกว่าในอาการป่วยของจูเชว่มีกลอุบายอะไรซ่อนอยู่
“ซีซี เจ้าช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ!” จูเชว่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ข้าเป็นถึงหมอปีศาจเชียวนะ! หากสามารถทำให้พวกเขามองปัญหาออกได้ เช่นนั้นจะไม่ถือว่าเป็นการทำลายป้ายหอหมอปีศาจของข้าหรืออย่างไร”
“ตอนนี้หอหมอปีศาจมีชื่อเสียงมาก ซีซีย่อมไม่มีทางทำลายป้ายของตนเองแน่นอนอยู่แล้ว”
“รอให้นักปรุงยาอันดับหนึ่งของเผ่าจิ้งจอกมาเมื่อไร ตอนนั้นมันจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของเรา!”
“อื้ม!”
นักปรุงยาอันดับหนึ่งของเผ่าจิ้งจอก ก็คือชายในชุดสีขาวที่สง่างามคนหนึ่ง
นอกจากนี้ข้างกายของเขายังมีหมอเถื่อนตามมาด้วย จึงรวมเป็นจำนวนสองคนพอดี ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไปตามข้อเรียกร้องของมู่เฉียนซีอย่างสมบูรณ์
หลังจากที่นักปรุงยาท่านนี้ตรวจร่างกายของจูเชว่แล้ว เขาก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะไม่ค้นพบสิ่งผิดปกติอะไรเลย
สถานการณ์ของนายน้อยดูเหมือนว่าจะอันตรายมาก แต่มันก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงอะไรเช่นกัน
หรือนายน้อยถูกปรมาจารย์พิษที่มีความสามารถยอดเยี่ยมคนหนึ่งเล่นงานอย่างนั้นหรือ ท่านผู้นำเผ่าดูแลนายน้อยอย่างระมัดระวังขนาดนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าจะปล่อยให้ทำสำเร็จได้จริง ๆ
แม้ว่าจะเป็นกลอุบายที่อันตราย แต่วิธีการที่ทรงพลังเช่นนี้ ทำให้เขาค่อนข้างชื่นชมมากเลยทีเดียว เขาไม่สามารถรักษานายน้อยได้ มีเพียงแต่ต้องตามหาปรมาจารย์พิษที่วางยาพิษเท่านั้นถึงจะสามารถรักษาได้
ในตอนที่เขากำลังแอบคิดกับตนเองอยู่นั้น ทันใดนั้นก็มีแสงที่ดูเย็นยะเยือกสว่างวาบขึ้น!
ฉึก ฉึก!
ทันใดนั้นเข็มยาสองเข็มก็บินออกไป เข็มหนึ่งฝังลงไปที่ต้นคอของของหมอเถื่อนคนนั้น ส่วนอีกเข็มก็ฝังลงไปที่แขนของนักปรุงยาอันดับหนึ่งของเผ่าจิ้งจอกผู้นั้น
“ล่วงเกินแล้ว!” มู่เฉียนซีกล่าว
“พิษนี่!” เขาค้นพบว่าตนเองโดนยาพิษ แต่ทว่าเขาในฐานะของนักปรุงยาอันดับหนึ่งของเผ่าจิ้งจอกกลับไม่สามารถควบคุมพิษชนิดนี้ได้เลย และทำได้เพียงปล่อยให้พิษนี้มีผลต่อไป ซึ่งสติของเขาในตอนนี้ก็ค่อย ๆ เลือนรางมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
ก่อนที่เขาจะหมดสติไปอย่างสมบูรณ์ เขาก็ได้เห็นว่านายน้อยที่ป่วยหนักผู้นั้นเปลี่ยนกลับไปเป็นคนที่มีชีวิตชีวาอีกครั้ง
“ซีซี เจ้านี่ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน! พวกเราจัดการได้แล้ว!”
“ปรมาจารย์หลาน ต้องล่วงเกินท่านแล้ว! ข้าขออาศัยความช่วยเหลือของท่านหนีออกจากเผ่าจิ้งจอก ต้องขอบคุณท่านจริง ๆ!” จูเชว่กล่าว
นายน้อยต้องการที่จะหนีอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เขาพยายามใช้กำลังมาโดยตลอด แต่ทว่าครั้งหลังจากที่มีผู้ช่วยเพิ่มมาอีกคน คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเรียนรู้วิธีการฉวยโอกาสเช่นนี้ได้
แผนการร้ายเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกว่าครั้งนี้นายน้อยของพวกต้องสามารถหลบหนีได้สำเร็จแน่นอน
พวกเขาปล่อยให้ปรมาจารย์หลานนอนอยู่บนเตียง และหมอเถื่อนผู้นั้นก็นั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง หลังจากนั้นก็ทำการปลอมตัว
จูเชว่กลายเป็นปรมาจารย์หลาน ส่วนมู่เฉียนซีก็กลายเป็นหมอเถื่อน
หลังจากที่ทำการปลอมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็เดินออกไป ซึ่งก็ได้เห็นว่าเหมยเจี้ยนเฝ้าอยู่ข้างนอกจริง ๆ นางกล่าวถามว่า “ปรมาจารย์หลาน นายน้อยเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
“ดีขึ้นมากแล้วล่ะ เพียงแต่สถานการณ์ในตอนนี้ไม่เหมาะที่จะเข้าไปรบกวน ห้ามมิให้ผู้ใดก็ตามเข้าไปรบกวนนายน้อย จนกว่าข้าจะกลับไปเอายาแล้วกลับมาอีกครั้ง นายน้อยจะต้องกลับมาเป็นคนแข็งแรงได้แน่” จูเชว่ได้เลียนเสียงของปรมาจารย์หลาน ซึ่งเขาก็เลียนเสียงได้เหมือนทุกประการเลยทีเดียว
เหมยเจี้ยนกล่าวตอบว่า “เจ้าค่ะ!”
“ห้ามเข้าไปเด็ดขาดเลยนะ!” จูเชว่กล่าวเน้นย้ำอีกครั้ง
“ข้าน้อยเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ!”
สถานะของนักปรุงยาอันดับหนึ่งของเผ่าจิ้งจอกค่อนข้างน่าเชื่อถือมาก อย่างน้อยเหมยเจี้ยนก็จะไม่มีทางสงสัยในคำสั่งของหมออย่างเขา และนางก็ไม่มีทางบุกเข้าไปอย่างกะทันหันแน่นอน
หลังจากที่จัดการเรียบร้อยแล้ว จูเชว่ที่มีใบหน้าของปรมาจารย์หลาน ก็สามารถออกมาจากพระราชวังของเผ่าจิ้งจอกได้โดยที่ไม่มีผู้ใดมาขัดขวางเลย
เมื่อนึกไปถึงความทุลักทุเลและความระแวดระวังก่อนหน้านี้หลายครั้ง ทำให้เขารู้สึกว่าครั้งนี้มันช่างง่ายดายมากเหลือเกิน
“ซีซี เจ้าจะต้องเป็นผู้ช่วยชีวิตที่สวรรค์ส่งมาให้แน่นอน เจ้าช่วยข้าให้ออกมาจากความหายนะ ทำให้ข้าหนีออกมาจากถ้ำปีศาจนั้นได้!” ความจริงแล้วเผ่าจิ้งจอกไม่ได้ทรมานจูเชว่ แต่ดูแลเขาอย่างดีด้วยซ้ำ เพราะอย่างน้อยเจ้าหมอนี่ก็กินจนอ้วนขึ้นหลายจินเลยทีเดียว
แต่ถึงกระนั้น การที่ถูกเร่งให้มีทายาททุกวันสำหรับเขาแล้วมันทุกข์ทรมานยิ่งกว่าการทรมานทางร่างกายเสียอีก
ตั้งแต่ตอนที่เริ่มดำเนินการตามแผน มู่เฉียนซีก็ได้ตรวจสอบเส้นทางในการหลบหนีเรียบร้อยแล้ว
ในแดนภูตแห่งนี้มีเรือที่แล่นไปมาระหว่างเกาะหลักต่าง ๆ ดังนั้นพวกเขาในตอนนี้จึงได้ออกไปจากเมืองหลวงและมุ่งหน้าไปขึ้นเรือที่อยู่ริมฝั่งทะเล
เมืองหลวงของทั้งเผ่าจิ้งจอกนั้นใหญ่โตจนน่ากลัว ฉะนั้นมู่เฉียนซีและจูเชว่จึงเปลี่ยนการปลอมตัวอีกครั้ง จากนั้นก็รีบมุ่งหน้าออกจากเมืองไป
เมื่อฉื้อเม่ยได้ยินว่าลูกชายของตนเองป่วยเป็นโรคประหลาดก็เป็นกังวลมาก ฉะนั้นนั้นนางจึงมาเยี่ยมจูเชว่ด้วยตนเองแม้ว่าจะงานยุ่งมากก็ตาม
นางมองเหมยเจี้ยนที่อยู่หน้าประตูพลางกล่าวว่า “ปรมาจารย์หลานมาแล้วว่าอย่างไรบ้าง”
“เรียนท่านผู้นำเผ่า ปรมาจารย์หลานกล่าวว่าไม่สามารถเข้าไปรบกวนนายน้อยได้เจ้าค่ะ แต่ทว่าตอนนี้นายน้อยไม่เป็นอะไรแล้ว เขากลับไปที่จวนเพื่อไปเอายา จวนของเขาอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังมากนัก น่าจะใกล้กลับมาแล้วเจ้าค่ะ” เหมยเจี้ยนกล่าวด้วยท่าทางเคารพ
ฉื้อเม่ยกล่าวว่า “ดี! เช่นนั้นข้าจะรอ!”
แต่หลังจากที่รอไปสักพักหนึ่ง ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของปรมาจารย์หลานผู้นั้น ซึ่งฉื้อเม่ยและเหมยเจี้ยนก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง!
ปังงง!
พวกเขาเปิดประตูและเดินเข้าไป จากนั้นก็ค้นพบว่าข้างเตียงมีคนนั่งอยู่คนหนึ่ง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นร่างเงาของหมอเถื่อนคนนั้น
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ก็คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงก็คือปรมาจารย์หลาน
สีหน้าของเหมยเจี้ยนเปลี่ยนไปทันที นางกล่าวว่า “แย่แล้ว! ปล่อยให้นายน้อยหนีไปอีกแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่านายน้อยจะทำให้ปรมาจารย์หลานหมดสติ แล้วปลอมตัวเป็นปรมาจารย์หลานเพื่อหลบหนีออกไป! ข้าน้อยจะรีบส่งคนออกไปตามหานายน้อยประเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ!”
“ข้าจะไปหาด้วยตนเอง เจ้าไปเตรียมนักปรุงยามาดูแลท่านหลานเถอะ!” สีหน้าของฉื้อเม่ยมืดมนลงทันที
ก่อนหน้านี้ลูกชายของนางไม่มีวิธีการเช่นนี้ ดังนั้นมันจะต้องเกี่ยวกับแม่สาวน้อยคนนั้นแน่นอน
นางคำนึงถึงสถานะที่ไม่ธรรมดาของแม่สาวน้อยผู้นั้น จึงไม่ได้โจมตีนางอย่างบุ่มบ่าม แต่นางกล้าดีอย่างไร คิดไม่ถึงว่าจะกล้ามาลักพาตัวลูกชายของนาง
ที่นี่คือแดนภูต ไม่ว่าที่แดนซวนเทียนนางจะมีสถานะสูงส่งเพียงใด แต่ที่แดนภูตแห่งนี้ขึ้นอยู่กับคำพูดของพวกเขาเท่านั้น
การไล่ตามพวกเขาในครั้งนี้ นางสาวน้อยผู้นั้นต้องได้เห็นดีกันแน่
พวกเขาหาทั่วทั้งเมืองหลวงแล้ว แต่ก็ยังคงไม่พบแม้แต่เงาของจูเชว่และมู่เฉียนซีอยู่ดี
ทันใดนั้นก็มีคนมารายงานว่า “ท่านผู้นำเผ่า ดูเหมือนว่านายน้อยจะหนีออกไปจากเมืองหลวงแล้วขอรับ!”
“ส่งกำลังพลของเผ่าข้าออกไป จงไล่ล่าพวกเขาเสีย! ไม่ว่าอย่างไรก็ตามต้องพาคนกลับมาให้ได้”
แต่ทว่า หลังจากที่ออกไปจากเมืองหลวงแล้ว การที่พวกเขาจะตามหาสองคนนั้น ก็เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย!
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! พวกเราออกมาจากเมืองหลวงได้แล้ว ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน!” หลังจากที่ออกมาจากเมืองหลวงแล้วจูเชว่ก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
เพราะก่อนหน้านี้หลายครั้งยังไม่ทันที่เขาจะหนีออกจากเมืองหลวง ก็ถูกจับกลับไปเสมอ ฉะนั้นครั้งนี้เขาจึงทำลายสถิติก่อนหน้านี้ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
“อย่าเพิ่งหัวเราะเร็วเกินไปนัก ไม่แน่ว่าผู้นำของเผ่าจิ้งจอกอาจจะมีวิธีอะไรบางอย่างก็ได้ พวกเรารีบไปกันเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
“อื้ม!”
ฉื้อเม่ยในเวลานี้ยืนอยู่กลางอากาศเหนือเมืองหลวงของเผ่าจิ้งจอก พลางกล่าวอย่างเย็นยะเยือกว่า “นางเด็กมนุษย์สารเลวนั่น คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าพานายน้อยของเผ่าจิ้งจอกของข้าหนีไป!”
“ผู้นำเผ่า นายน้อยออกไปอย่างกะทันหันเช่นนี้ เพราะเลือดบริสุทธิ์ของเผ่าจิ้งจอกในร่างกายของเขาได้ตื่นขึ้นมาแล้ว หากเจอกับศัตรู โดยเฉพาะคนของเผ่าหมาป่าเหล่านั้น เกรงว่าต้องอันตรายมากแน่ ๆ” เหมยเจี้ยนกล่าวอย่างเป็นกังวล
“เหตุใดเจ้าเด็กนั่นถึงไม่เชื่อฟังขนาดนี้นะ ไม่ว่าอย่างไรก็จะปล่อยให้เขาออกไปจากอาณาเขตของเผ่าจิ้งจอกไม่ได้!” ฉื้อเม่ยกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
กริชเล่มหนึ่ง กรีดไปบนนิ้วของนางจนเลือดไหลออกมา จากนั้นก็สร้างค่ายกลหนึ่งขึ้น
เนื่องจากพวกเขาทั้งสองมีสายเลือดเดียวกัน ขอเพียงลูกชายของนางอยู่ในเผ่าจิ้งจอก นางจะต้องหาเขาเจออย่างแน่นอน
.
.