ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2779 ถูกตามทัน
ทันใดนั้นก็มีเสียงนกร้องดังขึ้นมากลางอากาศ และนกสีฟ้าขนาดใหญ่ตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวออกมา หลังจากนั้นผู้นำของเผ่าจิ้งจอกก็กล่าวขึ้นมาว่า “ไล่ตามไป!”
ค่ายกลตรวจจับทางสายเลือดนี้ทำให้นางสัมผัสถึงตำแหน่งของเหยียนเอ๋อร์ได้ ซึ่งตอนนี้ตำแหน่งของเขาก็อยู่ใกล้กับชายแดนของเกาะเผ่าจิ้งจอกมากแล้ว ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องไล่ตามไปให้เร็วที่สุด
ในขณะที่มู่เฉียนซีและจูเชว่กำลังอยู่ในระหว่างหลบหนี ทันใดนั้นพลังจิตวิญญาณของนางก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แข็งแกร่งกำลังใกล้เข้ามา
นางกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “รู้อย่างนี้หาสัตว์ภูตบินได้สักตัวหนึ่งให้ได้ก่อนค่อยว่ากันดีกว่า เป็นเช่นนี้พวกเราถูกตามทันแน่”
สีหน้าของจูเชว่มืดมนลงทันที พลางกล่าวว่า “ซีซี เจ้าพูดอะไร พวกเราจะถูกตามทันแล้วหรือ!?”
“ใช่แล้ว! หนีก่อนเถอะ! สามารถหนีได้ไกลมากขึ้นเท่าไรก็เท่านั้น!”
“ตกลง!”
พวกเขาทะยานไปยังชายฝั่งทะเลด้วยความรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบก็มิปาน แต่ทว่าสัตว์ภูตบินได้ของผู้นำเผ่าจิ้งจอกเองก็ไม่อ่อนแอเช่นกัน ทั้งมันยังเร็วกว่าทั้งคู่มากอีกด้วย
และในตอนนี้จูเชว่ก็สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าด้านหลังของพวกเขามีกองกำลังอันแข็งแกร่งไล่ตามมาอยู่ไม่ไกลนัก นอกจากนี้เขายังรู้สึกว่ามารดาผู้ให้กำเนิดของเขาผู้ที่เป็นผู้นำเผ่าจิ้งจอกได้ไล่ล่าตามเขามาด้วยตนเองอีกด้วย
จูเชว่กล่าวว่า “ทำไมนางถึงไม่ยอมปล่อยข้าไปล่ะ แม้ว่าพ่อบุญธรรมจะเข้มงวดกับพวกเรา และมีบางครั้งที่เป็นเหมือนกับปีศาจ แต่เขาก็ไม่เหมือนนาง ที่เอาแต่กดดันให้ข้าทำในเรื่องที่ข้าไม่ยินยอม แม้แต่อิสระก็ยังไม่ยอมให้ข้าเลย!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “บางทีสมองของเผ่าภูตอาจจะแตกต่างจากเผ่ามนุษย์อย่างพวกเราเล็กน้อยก็ได้!”
“ซีซี อีกเดี๋ยวหากต้องเจอกับอันตรายอะไร เจ้าก็รีบหนีไปซะ! หากว่าการหลบหนีของพวกเราล้มเหลว นางแค่จับข้ากลับไป แต่นางไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่” จูเชว่กล่าวอย่างเป็นกังวลเล็กน้อย
“เราตกลงกันแล้วว่าจะช่วยเจ้าให้พ้นจากหายนะ แน่นอนว่าข้าไม่สามารถหนีไปคนเดียว และทิ้งเจ้าเอาไว้ที่เผ่าจิ้งจอกได้อยู่แล้ว! บางทีตอนที่ข้าหาต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเจอ ลูกของเจ้าอาจจะวิ่งเล่นได้แล้วก็ได้นะ” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างหยอกล้อ
จูเชว่อดที่จะตัวสั่นเทาไม่ได้ แน่นอนว่าเขาไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้นเลย
นี่มันต้องเป็นความผิดพลาดแน่ ๆ เขาต้องอยู่กับคนที่เขาไม่ได้ชอบ และยังต้องให้กำเนิดลูกอีกด้วยอย่างนั้นหรือ!
“ฮืออออ! ซีซี เจ้าจะต้องพาข้าหลบหนีให้สำเร็จนะ! ข้ารู้ว่าเจ้าต้องมีหนทางแน่นอน” สุดท้ายจูเชว่ก็เลือกที่จะกอดขามู่เฉียนซีเอาไว้แน่นและจะไม่ปล่อยเด็ดขาด
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว!
ทันใดนั้นก็มีลมกรดโจมตีมาจากท้องฟ้า และมู่เฉียนซีกับจูเชว่ก็ตกอยู่ในสถานะการณ์อันตรายอย่างกะทันหัน
ผู้นำเผ่าของเผ่าจิ้งจอกยืนอยู่บนนกสีฟ้าขนาดใหญ่ตัวนั้น และมองพวกเขาที่อยู่ข้างล่างพลางกล่าวว่า “เหยียนเอ๋อร์ เจ้าจะก่อกวนมากเกินไปแล้วจริง ๆ! คิดไม่ถึงเลยว่าจะตามมนุษย์ออกมาเช่นนี้”
จูเชว่จ้องมองไปที่ฉื้อเม่ย หลังจากนั้นก็ระบายความไม่พอใจออกมาอย่างเต็มที่ “ทำไมข้าจะตามซีซีออกมาไม่ได้ล่ะ อยู่เผ่าจิ้งจอก ข้าก็ฝึกฝนไม่ได้อยู่ดี ข้าไม่เหมาะสมที่จะอยู่ที่นี่จริง ๆ ท่านให้ข้าเป็นนายน้อยของเผ่าจิ้งจอกอยู่ที่นี่ แต่นอกจากสถานะที่ผิวเผินนี้แล้ว ข้ายังมีอะไรบ้าง แม้แต่อิสระข้ายังไม่มีเลยด้วยซ้ำ ข้าทนมามากพอแล้ว”
“ข้ามีเรื่องของตนเองที่จะต้องทำในแดนซวนเทียน มีเป้าหมายที่ข้าจะบรรลุไปให้ได้ มีกิจการของข้า แต่ท่านก็ขังข้าเอาไว้ที่นี่เพื่อเผ่าจิ้งจอกของท่านเท่านั้น ท่านไม่เคยคิดว่าข้าเป็นลูกชายอย่างนั้นสินะ! ฉะนั้นวันนี้ข้าจะไปจากที่นี่!”
แววตาของฉื้อเม่ยมืดมิดไปทันที นางกล่าวว่า “นี่ข้าทำเพื่อเจ้าทั้งนั้น เจ้าต้องอยู่ที่เผ่าจิ้งจอกเท่านั้นถึงจะปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นที่แดนซวนเทียนหรือแดนภูต ล้วนอันตรายเกินไปสำหรับเจ้า! ขอเพียงเจ้าให้กำเนิดทายาทสายเลือดบริสุทธิ์ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จะดีขึ้น เผ่าจิ้งจอกของข้า…”
“เผ่าจิ้งจอก เผ่าจิ้งจอก! ท่านรู้แต่เรื่องของเผ่าจิ้งจอก ข้ายอมที่จะไม่รู้ถึงชาติกำเนิดของตัวเองไปตลอดชีวิต ยอมไม่รู้ว่าตนเองมีแม่แท้ ๆ ไปตลอดชีวิตดีกว่า!” จูเชว่รู้สึกผิดหวังที่ต้องเผชิญหน้ากับแม่ผู้ให้กำเนิดที่คำนึงถึงแต่เรื่องของเผ่าจิ้งจอก แต่ไม่เคยคำนึงถึงความรู้สึกของลูกชายตนเองเลย
“ถึงครั้งนี้ ข้าจะถูกพวกท่านไล่ตามมาทัน แต่หากต้องการจะจับข้าให้ได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้นหรอก!” พลังวิญญาณในร่างกายของจูเชว่ระเบิดออกมา แม้ว่าเมื่อเทียบระดับกับพวกเขาแล้วจะไม่สูงมากนัก แต่เขาก็จะพยายามโต้กลับอย่างสุดความสามารถ
ฉื้อเม่ยกล่าวว่า “ในเมื่อเจ้าดื้อรั้นเช่นนี้ ข้าก็ทำได้เพียงใช้กำลังจับเจ้ากลับไปเท่านั้น! อาศัยแค่คนที่ไร้ความสามารถอย่างเจ้า คิดว่าจะสามารถสกัดกั้นกระบวนท่าของพวกเราไปได้กี่กระบวนท่ากัน”
จูเชว่เป็นเพียงแค่ผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นภูตศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นภูตศักดิ์สิทธิ์ขั้นต่ำอีกด้วย ซึ่งสำหรับในแดนภูตแล้วมีความสามารถเพียงแค่ระดับราชาภูตเท่านั้น
อย่างไรก็ตามคนของเผ่าจิ้งจอกที่ไล่ตามคนระดับราชาภูตอย่างเขามีเพียงแค่สองคนเท่านั้น ซึ่งเหตุผลที่จำนวนน้อยขนาดนี้ เพราะว่าเขาอ่อนแอเกินไป ถึงจะมาเยอะก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร นอกจากเป็นคนรับใช้เท่านั้น
ผู้ติดตามของผู้นำเผ่าล้วนอยู่ในระดับจักรพรรดิภูต ซึ่งเป็นยอดฝีมือที่เทียบเท่าระดับผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นราชันวิญญาณ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฉื้อเม่ยและเหมยเจี้ยนที่ล้วนมีความสามารถระดับราชันย์ภูตทั้งนั้น
การจัดกองกำลังเช่นนี้ หากต้องการจับพวกเขากลับไป มันง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือเลยทีเดียว
ฉื้อเม่ยกล่าวว่า “เหมยเจี้ยน เจ้าไปจับตัวเหยียนเอ๋อร์ ระวังหน่อย! จำไว้ว่าอย่าทำให้เขาบาดเจ็บ”
“เจ้าค่ะ นายท่าน!”
เหมยเจี้ยนเพียงคนเดียว แม้ว่าจะไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่ แต่จูเชว่ก็รู้ว่ามันต้องจบอยู่ดี
ฉื้อเม่ยจ้องมองไปที่มู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “แม้ว่าตัวตนของเจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ในเมื่ออยู่ในอาณาเขตเผ่าจิ้งจอกของข้า ก็ต้องทำตามกฎข้า! เจ้าลักพาตัวลูกชายของข้าไป ซึ่งเขาก็เป็นผู้ที่ครอบครองสายเลิอดที่บริสุทธิ์ที่สุดของเผ่าจิ้งจอกของข้า เพียงเท่านั้นมันก็ถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎข้อห้ามของเผ่าจิ้งจอกของข้าแล้ว แม้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเจ้าจะมาคิดบัญชีกับเผ่าจิ้งจอกของข้า ข้าก็ไม่กลัวหรอก! อย่างไรเสียความสามารถของมนุษย์ในแดนซวนเทียน เมื่อเทียบกับเผ่าภูตอย่างพวกข้าแล้วยังถือว่าด้อยกว่ามากนัก”
“ข้าปฏิบัติต่อเจ้าอย่างมีมารยาท แต่เจ้ากลับตอบแทนข้าเช่นนี้ นับแต่นี้ไป ห้องขังของเผ่าจิ้งจอก จะเป็นสถานที่ที่ไว้ใช้ต้อนรับเจ้า!”
“จับนางไว้” ฉื้อเม่ยออกคำสั่ง
แม้ว่านางจะไล่ตามจูเชว่และมู่เฉียนซีด้วยตนเอง แต่นางกลับไม่มีความคิดที่จะลงมือเลย
เพราะความสามารถของทั้งสองคน ยังไม่มีคุณสมบัติพอให้นางต้องลงมือกับพวกเขาด้วยตนเอง
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว!
มู่เฉียนซีหลบหลีกการโจมตีของพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว
และตั้งแต่ต้นจนจบ นางก็ไม่ได้ใช้พลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย ซึ่งมันก็ทำให้ฉื้อเม่ยสังเกตเห็นถึงความผิดปกตินี้แล้ว
“ข้าคิดว่าเจ้ามีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเป็นเพียงคนไร้ค่าที่ไม่ได้บำเพ็ญพลังวิญญาณเลยด้วยซ้ำ! และยังทำได้แค่ใช้ความสามารถทางกายภาพหลบหลีกเท่านั้น!”
คนอื่นต่างผงะไปทันที ถึงนายน้อยของพวกเขาจะไม่สามารถฝึกฝนพลังแห่งภูตได้ แต่อย่างน้อยก็ยังสามารถฝึกฝนพลังวิญญาณได้
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าแม่สาวน้อยผู้นี้จะไม่มีพลังอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าพลังทางกายภาพนี้ของนางก็แข็งแกร่งจนน่าทึ่งมากอยู่ดี!
“อะไรนะ เจ้าพูดอะไรกัน” จูเชว่กล่าวอย่างประหลาดใจ
เขารู้ว่าหลังจากที่เจอกับซีซีอีกครั้ง ภายในร่างกายของนางไม่มีการไหลเวียนของพลังวิญญาณใดอยู่เลยแม้แต่น้อย ซึ่งเขาก็คิดว่านางตั้งใจที่จะซ่อนมันเอาไว้ และไม่คิดเลยว่าจะมีตรงไหนที่ผิดปกติไป
ถึงคนอื่น ๆ จะไม่สามารถซ่อนพลังวิญญาณได้ แต่จูเชว่เชื่อว่านางสามารถทำได้
ทว่าในขณะที่กำลังต่อสู้อยู่ในช่วงวิกฤติเช่นนี้ นางกลับไม่ใช้พลังวิญญาณเลย
เขารู้ว่าพลังทางกายภาพของนางแข็งแกร่งมาก แต่การเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง มีเพียงพลังกายที่แข็งแกร่งและการร่วมมือที่เหมาะสม ถึงจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้ได้
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เจ้ามั่นใจว่าข้าไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้อย่างนั้นหรือ?”
ทันใดนั้นลำแสงสีเขียวอ่อนก็ปรากฏขึ้น มู่เฉียนซีเริ่มใช้พลังแห่งการย้อนกาลเวลา หลังจากนั้นทั่วทั้งร่างของนางก็ได้ระเบิดพลังวิญญาณระดับเก้าขั้นสูงสุดออกมา
จูเชว่กล่าวว่า “ข้าบอกแล้ว! ซีซีจะไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้อย่างไร!”
“ความเร็วในการพัฒนาของเจ้าจะรวดเร็วเกินไปแล้ว! ซีซีเพิ่งจะออกไปได้ไม่นานเท่านั้น กลับไปถึงระดับเก้าขั้นสูงสุดแล้วหรือ เดิมทีซีซีก็มีความสามารถในการต่อสู้อย่างก้าวกระโดดอยู่แล้ว แต่อีกเดี๋ยวข้าต้องไล่ตามทันเป็นแน่”
มู่เฉียนซีชักกระบี่มังกรเพลิงออกมา พลางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เพลิงนภาพิฆาต!”
“มังกรวารีจงบังเกิด!”
“พลังวายุทำลาย ดาวกระจาย!”
.