ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2781 ผ่าไปในแดนภูตด้วยกัน
จูเชว่กล่าวอย่างประหลาดใจเป็นอย่างมาก “ซีซี เจ้าสามารถควบคุมสัตว์ภูตได้ตั้งแต่เมื่อไรกัน นี่มันจะยอดเยี่ยมมากเกินไปแล้ว ขนาดสัตว์พาหนะของผู้นำเผ่าจิ้งจอกยังสามารถชิงมาได้ อีกทั้งยังชิงมาต่อหน้าต่อตานางอีกด้วย”
การกระทำเช่นนี้ของมู่เฉียนซีทำให้เขามีความสุขมากจริง ๆ เขาที่อยู่ในเผ่าจิ้งจอกอย่างอึดอัดใจมาเป็นเวลานาน ก็สามารถมีความสุขสักครั้งได้เสียที
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าไม่ได้ทำหรอก อ้านเป็นคนทำน่ะ”
“อ้าน! ลำบากเจ้าแล้ว!”
หลังจากนั้นอ้านก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซี พลางกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “เป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น นายท่านไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกขอรับ”
“อ้านหรือ! เป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งอีกคนแล้วสินะ ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าข้างกายของซีซีมีคนลึกลับที่แข็งแกร่งขนาดนี้อยู่มากมายแค่ไหนกันแน่” เมื่อเห็นอ้าน จูเชว่ก็สงบลงมาก
อย่างไรเสียตอนที่อยู่แดนซวนเทียน ทั้งนิรันดร์ พิฆาตวิญญาณ มังกรวารีและอาถิงต่างก็เคยปรากฏตัวออกมาแล้วทั้งนั้น
นอกจากสุ่ยจิงอิ๋งแล้ว จูเชว่ต่างก็รู้จักพวกเขาทั้งหมด เพียงแต่ไม่รู้ว่าที่พวกเขาแข็งแกร่งขนาดนี้ เป็นเพราะว่าพวกเขาคือมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อ้านติดตามข้ามาจากแดนนรก ส่วนพวกของนิรันดร์ต่างมีธุระที่ต้องไปทำ”
“อ๋อ! แต่แค่มีอ้านเพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้ว ครั้งนี้พวกเราจะต้องหนีออกจากเผ่าจิ้งจอกได้สำเร็จอย่างแน่นอน!” เพราะเขาเคยเห็นอ้านลงมือมาก่อนหน้านี้ ฉะนั้นเขาจึงมีความมั่นใจเป็นอย่างมาก
“แต่ว่าซีซี พลังวิญญาณของเจ้า…” จูเชว่เริ่มสำรวจอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง เขาค้นพบว่าหลังจากที่ลำแสงสีเขียวอ่อนหายไป พลังวิญญาณของซีซีก็กลายเป็นความว่างเปล่าไปอย่างสมบูรณ์
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เดิมทีข้าต้องการที่จะซ่อนมันจากเจ้า แต่ก็ค้นพบว่าไม่สามารถซ่อนมันได้อีกต่อไปแล้ว เช่นนั้นข้าจะพูดตรง ๆ เลยก็แล้วกัน! ตอนนี้ข้ากลายเป็นคนไร้ค่าที่ไม่มีพลังวิญญาณ และไม่สามารถฝึกฝนได้!”
“อะไรนะ” สีหน้าของจูเชว่เปลี่ยนไปอย่างมากทันที
“มันเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร ซีซีตอนอยู่ที่แดนนรกมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นกับเจ้าหรือ อ๋องจิ่วเยี่ยเก่งกาจออกขนาดนั้น เขาไม่ได้ปกป้องเจ้าเป็นอย่างดีหรืออย่างไรกัน”
“ไม่ใช่หรอก ข้าเจอกับเรื่องบางอย่างจนทำให้พลังบำเพ็ญหายไปจนหมด และการที่ข้าตามหาต้นกำเนิดสามโลกา ก็เพื่อทำให้ข้าสามารถฟื้นฟูการฝึกฝนได้อีกครั้ง” นางไม่ได้พูดรายละเอียดอย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาเป็นกังวลมากขึ้นไปอีก
“เป็นอย่างนี้นี่เอง มิแปลกใจเลยที่เจ้าไม่ได้ปล่อยสัตว์พันธสัญญาทั้งสามตัวนั้นให้ออกมาวิ่งเล่น เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าพรสวรรค์ของซีซีสูงถึงขนาดนี้ เหตุใดถึงต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้กันนะ!”
จากอัจฉริยะไร้เทียมทานที่ชนะเลิศในแดนซวนเทียน ตอนนี้กลับไม่มีพลังบำเพ็ญอยู่เลย ซึ่งเรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องที่คนธรรมดาไม่สามารถรับได้อย่างแน่นอน แต่ทว่าการแสดงออกของซีซีนั้นกลับสงบนิ่งเป็นอย่างมาก
เขารู้สึกหดหู่มากเมื่อค้นพบว่าเมื่ออยู่ในแดนภูต พลังบำเพ็ญของตนเองไม่สามารถก้าวหน้าได้ แต่นั่นเป็นเพียงแค่การที่เขาไม่สามารถก้าวหน้าต่อไปได้ และพลังในการบำเพ็ญยังคงอยู่ เพียงแค่การพยายามก่อนหน้านี้ของเขาได้กลายเป็นความว่างเปล่าไปเท่านั้น
ซีซีไม่มีทางบอกเหตุผลที่แท้จริงได้อย่างง่ายดายแน่นอน และเขาเองก็ไม่คิดจะบังคับเพื่อเอาข้อมูลที่ละเอียดยิ่งขึ้น จนทำให้ซีซีนึกถึงเรื่องที่ไม่ดีเช่นนั้นออกมาอีก
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการช่วยซีซีตามหาต้นกำเนิดสามโลกา เพื่อทำให้นางสามารถฟื้นฟูพลังบำเพ็ญได้
ความเร็วของวิหคครามกลืนจันทรานั้นรวดเร็วมาก ซึ่งตอนนี้พวกเขาก็ใกล้จะถึงท่าเรือแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เรือทุกลำของท่าเรือแห่งนี้ ข้าจะเหมามันทั้งหมด! ซึ่งพวกเจ้าต้องออกทะเลไปพร้อมกับพวกข้า!”
ทันทีที่มู่เฉียนซีมาถึงท่าเรือ ก็ได้กล่าวคำนี้ออกไป ซึ่งมันก็ทำให้ทุกคนต่างตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก
พวกเขาแค่สองคน ต้องการเรือจำนวนมากไปทำไมกัน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ยาลูกกลอนขั้นเทวะคือค่าตอบแทนสำหรับเรือหนึ่งลำของพวกเจ้า ไม่ทราบว่าพวกเจ้าจะยินยอมหรือไม่?”
ความจริงแล้วที่ตัวของจูเชว่ก็มีเหรียญภูตอยู่เช่นกัน แต่ทว่ายาลูกกลอนที่มู่เฉียนซีนำออกมา มีประสิทธิภาพมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งกลิ่นอันหอมหวนของมันก็ทำให้หัวใจของทุกคนบนท่าเรือสั่นไหวขึ้นมาทันที
“พระเจ้า! คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นยาลูกกลอนขั้นเทวะ!”
“รับรองว่าเป็นของจริงแน่นอน!”
“ออกเดินทาง ออกเดินทาง ข้าจะออกเรือเดี๋ยวนี้”
“ข้าด้วย!”
เรือทั้งสิบกว่าลำของท่าเรือแห่งนี้ทั้งหมดได้เตรียมพร้อมออกทะเลแล้ว ส่วนมู่เฉียนซีกับจูเชว่ก็ได้เลือกขึ้นเรือที่ใหม่ที่สุดไป และหลังจากนั้นไม่นานเรือเหล่านั้นทั้งหมดก็ออกเดินทางพร้อมกัน
และในตอนที่พวกของฉื้อเม่ยไล่ตามมาจนถึงท่าเรือ ก็ค้นพบว่าที่นี่ไม่มีเรือเหลืออยู่เลยสักลำเดียว จะมีก็แต่วิหคครามกลืนจันทราที่กำลังรอพวกเขาอยู่ที่ริมชายหาดเท่านั้น
“ไปแล้ว! เขาออกไปจากเกาะจิ้งจอกแล้ว” ฉื้อเม่ยผงะไปเล็กน้อย
“ไปหาเรือมา! เร็วเข้า!” เหมยเจี้ยนออกคำสั่ง
วันนี้ก็เป็นวันที่แปลกประหลาดมากเช่นกัน เพราะแม้ว่าท่าเรือนี้จะมีเรือไม่มากนัก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะไม่เหลือเรือเลยแม้แต่ลำเดียวเช่นนี้ได้
“เรือทั้งหมดก่อนหน้านี้ได้ถูกสาวน้อยที่หน้าตางดงามมากคนหนึ่งจ้างไปหมดแล้ว แม่สาวน้อยผู้นั้นใจกว้างมาก! นางให้ยาลูกกลอนขั้นเทวะหนึ่งขวดต่อเรือหนึ่งลำ เจ้าพวกนั้นแค่ทำงานนี้เพียงครั้งเดียว ก็สามารถเกษียณอายุได้เลย มันช่างเป็นเงินที่มหาศาลจริง ๆ”
สีหน้าของเหมยเจี้ยนบูดบึ้งขึ้นมาทันที เป็นนางเด็กสาวนั่นอีกแล้ว นี่ก็เป็นแผนการที่นางคำนวณไว้แล้ว นางทำให้ท่าเรือที่อยู่ตามชายฝั่งไม่เหลือเรือเลยแม้แต่ลำเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเขาก็ไม่สามารถไล่ตามพวกนางได้อีกต่อไป
เหมยเจี้ยนกล่าวว่า “ท่านผู้นำเผ่า พวกเรารีบเปลี่ยนท่าเรือเถิดเจ้าคะ พวกเราจะต้องหาเรือไล่ตามไปทันแน่”
สีหน้าของผู้นำเผ่าจิ้งจอกมืดมนลงทันที ไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าคนเช่นนั้นจะมุ่งหน้าไปที่ใดกันแน่
ในเวลานี้วิหคครามก็เอ่ยปากออกมาว่า “เจ้านาย ท่านเลิกตามนายน้อยเถิด ท่านไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนายท่านผู้นั้นหรอก หากนายน้อยติดตามแม่นางผู้นั้นจะต้องไม่มีอันตรายอะไรแน่นอน ถ้าท่านยังกดดันต่อไปก็ไม่รู้ว่าจะเกิดปัญหาอะไรอีก”
“เจ้าคนทรยศนี่ หุบปากไปเลย!” ฉื้อเม่ยกล่าวอย่างเย็นชา
“แคว่ก แคว่ก แคว่ก! เจ้านาย ข้าไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย แต่ว่านายท่านผู้นั้นสั่งข้า และข้าก็ไม่สามารถต่อต้านได้ ดังนั้น…”
“ตัวตนของเขาเป็นใครกันแน่ คิดไม่ถึงเลยว่าจะสามารถทำให้เจ้าเชื่อฟังได้ถึงขนาดนี้ ระดับของเจ้าก็ไม่ได้ต่ำ! เขาจะเป็นสัตว์กึ่งเทวะที่มีระดับสูงยิ่งกว่าเจ้าอย่างนั้นหรือ!”
“ข้าไม่สามารถบอกได้ แต่อย่างไรเสียตัวตนของนายท่านผู้นั้นแข็งแกร่งมาก ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายต่างออมมือให้กัน จึงทำให้ไม่มีคนที่ได้รับบาดเจ็บหรือล้มตายมากนัก! แต่หากเจ้านายยังคงไล่ตามอย่างไม่ลดละแล้วละก็ เมื่อถึงเวลานั้นก็เป็นเรื่องยากที่จะพูดแล้วจริง ๆ” วิหคครามกล่าว
ฉื้อเม่ยนวดขมับที่ปวดของตนเอง เหยียนเอ๋อร์ถูกคนอื่นเลี้ยงดูจนกลายเป็นคนที่มีนิสัยร้ายกาจไปแล้ว แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะไม่เชื่อฟัง และสร้างความวุ่นวายได้ขนาดนี้ ซึ่งการที่เขาออกจากเผ่าจิ้งจอกและเร่ร่อนไปทั่วแดนภูตก็เป็นเรื่องที่อันตรายมากเกินไปจริง ๆ
ฉื้อเม่ยกล่าวว่า “เหมยเจี้ยน ข้าไม่สามารถออกไปจากเกาะจิ้งจอกได้ ดังนั้นจึงไม่สามารถไล่ตามเหยียนเอ๋อร์ด้วยตนเองได้ ฉะนั้นเจ้ารีบไปเตรียมคนให้เพียงพอและไล่ตามไปเสีย! ถึงจะไล่ตามทันแล้วก็อย่าบังคับลักพาตัวกลับมา พวกเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผู้ชายคนนั้น ลองโน้มน้าวเหยียนเอ๋อร์ ให้เหยียนเอ๋อร์กลับมาด้วยตัวเองเถอะ!”
เหมยเจี้ยนกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ “น้อมรับคำสั่งเจ้าค่ะ!”
พวกของมู่เฉียนซีในเวลานี้กำลังอยู่กลางทะเลแล้ว ซึ่งก็มีเรือขนาดใหญ่ที่เดินทางไปพร้อมกันมากมาย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จูเชว่ ข้าลักพาตัวเจ้าออกมาแล้ว จากนี้เจ้าเตรียมตัวที่จะไปที่ไหนหรือ หากอยากกลับไปที่แดนซวนเทียน ข้าก็จะไปส่งเจ้าก่อน หลังจากนั้นก็แค่ระวัง อย่าให้โดนจับกลับมาได้อีกก็พอ”
“กลับแดนซวนเทียนหรือ จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อซีซีอยู่ที่แดนภูต ข้าย่อมต้องอยู่ที่แดนภูตเป็นเพื่อนเจ้าอยู่แล้วน่ะสิ! ข้ารับปากว่าจะช่วยเจ้าตามหาต้นกำเนิดแห่งแดนภูตแล้ว นอกจากนี้เจ้ายังบอกอีกว่าหากสามารถหาเจอได้แล้วละก็ มันก็จะสามารถรักษาพ่อบุญธรรมได้ ตอนนี้ก็ถือว่าข้าทำเพื่อพ่อบุญธรรมด้วยเช่นกัน ดังนั้นข้ากลับไปไม่ได้หรอก!” จูเชว่กล่าวอย่างหนักแน่น
“เข่นนั้นเรามาตกลงกันก่อน เจ้าเองก็รู้ดีว่าการดำรงอยู่ของต้นกำเนิดของแดนภูตในแดนภูตเป็นอย่างไร ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลย นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่าจะอันตรายมากอีกด้วย แต่ถึงกระนั้น! เจ้าก็ยังแน่ใจว่าจะตามหามันเป็นเพื่อนข้าอย่างนั้นหรือ” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
จูเชว่จ้องมองไปที่มู่เฉียนซีด้วยแววตาที่หนักแน่น “แน่นอนว่าข้าแน่ใจอยู่แล้ว อันตรายรึ ซีซีเจ้าคิดว่าข้าจะกลัวหรืออย่างไร ถึงอย่างไรก่อนหน้านี้พวกเราก็ไม่ได้เจอเรื่องอันตรายมาเพียงแค่เรื่องสองเรื่องมิใช่หรือ”