ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2780 ชิงสัตว์พาหนะ
ตูมมมม โครมม!
พวกเขาค้นพบว่าความสามารถของมู่เฉียนซีนั้นอ่อนแอกว่านายน้อยของพวกเขามากนัก แต่ทว่าทุกครั้งที่ปลดปล่อยทักษะวิญญาณ กลับแข็งแกร่งกว่านายน้อยของพวกเขาเสียอีก!
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
มีบางคนถูกมู่เฉียนซีโจมตีจนล่าถอยออกไป
ฟิ้ววว!
หลังจากนั้นเข็มยาของมู่เฉียนซีก็ร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝนก็มิปาน
“ระวังอาวุธลับ!”
นอกจากอาวุธลับแล้ว ก็ยังมีพิษอีกด้วย ซึ่งมู่เฉียนซีก็แพร่กระจายพิษออกมาไม่น้อยเลย
“แค่ก แค่ก แค่ก!” และสีหน้าของคนจากเผ่าจิ้งจอกก็เปลี่ยนเป็นดำคล้ำยิ่งกว่าก้นหม้อเสียอีก
“เหตุใดมนุษย์ถึงได้ชอบเล่นกลอุบายที่ไร้ยางอายมากมายขนาดนี้กันนะ ช่างน่ารังเกียจนัก!” พวกเขากล่าวอย่างโกรธเคือง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ซีซี ทำได้ดีมาก” ถึงพวกเขาจะดูถูกวิธีการของมู่เฉียนซี แต่ทว่านายน้อยของพวกเขากลับปรบมือแล้วบอกว่าดีเสียอย่างนั้น
จูเชว่กล่าวว่า “ซีซี พวกเราน่าจะยังมีตัวช่วยอยู่ เอาออกมาสั่งสอนพวกเขาสักหน่อยเถอะ!”
ยังมีตัวช่วยอีกหรือ และกองกำลังของเผ่าจิ้งจอกเหล่านั้นก็ผงะไปทันที
ผู้ช่วยที่จูเชว่กล่าวถึงแน่นอนว่าต้องเป็นสัตว์พันธสัญญาของมู่เฉียนซีเหล่านั้น ในเมื่อความสามารถของซีซียกระดับสูงขึ้นถึงขนาดนี้ ความสามารถของสัตว์เทพทั้งสามน่าจะไม่อ่อนแอเช่นกัน ซึ่งมันต้องสามารถตรึงพวกเขาไว้ได้ส่วนหนึ่งแน่นอน
ปึกกก!
จูเชว่เสียสมาธิไปให้ความสนใจมู่เฉียนซี และผลปรากฏว่าเขาถูกเหมยเจี้ยนจับได้ในที่สุด
เหมยเจี้ยนกล่าวว่า “นายน้อย เสียสมาธิในระหว่างการต่อสู้เป็นนิสัยที่ไม่ดีเลยนะเจ้าคะ! หากข้าเป็นศัตรูที่ต้องการสังหารท่าน ท่านได้ตายแน่นอน!”
“โอ้ย! เจ็บ เจ็บ เจ็บ เหมยเจี้ยนเจ้าปล่อยข้านะ!” จูเชว่กล่างพลางขมวดคิ้วมุ่น
“ไม่ได้เจ้าค่ะ!”
“ซีซีระวังตัวด้วย! ข้าถูกจับได้แล้ว” จูเชว่ตะโกนกล่าว
มู่เฉียนซีใช้การเคลื่อนย้ายภายในชั่วพริบตา เพื่อหลบหลีกการโจมตีของเผ่าจิ้งจอกเหล่านั้น
ผู้นำของเผ่าจิ้งจอกในเวลานี้รู้สึกร้อนใจเล็กน้อย นางออกคำสั่งว่า “จัดการให้เร็วเข้าสิ อย่ามัวเสียเวลาอยู่ที่นี่นานเกินไปนัก”
“ขอรับ!” พวกเขาลงมือพร้อมกัน ซึ่งมันก็ทำให้มู่เฉียนซีตกอยู่ในอันตราย
ในตอนที่จูเชว่กำลังแปลกใจว่าเหตุใดมู่เฉียนซีถึงได้ไม่ปล่อยสัตว์พันธสัญญาของตนเองออกมา ทันใดนั้นร่างเงาสีดำก็แวบผ่านไปอย่างกะทันหัน
ปัง ปัง ปัง!
พลังแห่งความมืดอันแข็งแกร่งได้โจมตีคนที่อยู่ใกล้กับมู่เฉียนซีจนกระเด็นออกไปจนหมดสิ้น
ดวงตาของจูเชว่เบิกกว้าง พลังธาตุแห่งความมืด หรือว่าอ๋องจิ่วเยี่ยมาแล้วหรือ ไม่มีทางหรอก! เขาไม่อยากให้อ๋องจิ่วเยี่ยปรากฏตัวออกมาเลยแม้แต่น้อย
หลังจากนั้นจูเชว่ก็ได้เห็นชายแปลกหน้าในชุดสีดำคนหนึ่ง ชายผู้นี้มีใบหน้าที่หล่อเหลาสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นความหล่อเหลาที่ดูเย็นชามากทีเดียว
การปรากฏตัวของอ้าน ทำให้ฉื้อเม่ยสัมผัสได้ถึงศัตรูที่น่าเกรงขาม
ฉื้อเม่ยกล่าวว่า “พวกเจ้าถอยออกไปให้หมด เขาไม่ใช่คนที่พวกเจ้าจะสามารถรับมือได้”
ฉื้อเม่ยจ้องมองไปที่อ้าน ผู้แข็งแกร่งผู้นี้มีพลังวิญญาณธาตุแห่งความมืดที่แข็งแกร่งมากจริง ๆ
อย่างน้อยเขาก็อยู่ในระดับเดียวกันกับนาง ซึ่งนางสาวน้อยผู้นี้ไม่ได้พูดเรื่องอะไรที่เป็นการโกหกนางเลย
นางมีภูมิหลังที่ดีมากจริง ๆ มิเช่นนั้นข้างกายของนางจะไม่มีทางมีผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ปกป้องอยู่แน่
“เขา ข้าจะเป็นคนจัดการเอง! ส่วนพวกเจ้าไปจัดการแม่สาวน้อยผู้นั้นเสีย!”
“ขอรับ ท่านผู้นำเผ่า!” คนของเผ่าจิ้งจอกกล่าวตอบ
ตูมม โครมม!
พลังธาตุแห่งความมืดที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งปะทะกับพลังแห่งภูตของเผ่าจิ้งจอก
ในตอนที่ฉื้อเม่ยกำลังต่อสู้ นางได้ปลดปล่อยทักษะมหาเสน่ห์ที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา ซึ่งมันเพียงพอที่จะทำให้ผู้ชายเคลิบเคลิ้มหลงใหลได้ทันที
พลังในการต่อสู้ของเผ่าจิ้งจอกไม่ได้ถือว่าแข็งแกร่งที่สุดในเผ่าภูต แต่ทว่าทักษะมหาเสน่ห์ของพวกนางสามารถลดพลังในการต่อสู้ของศัตรูให้ต่ำลงได้ หรือแม้กระทั่งทำให้ฝ่ายตรงข้ามกลายเป็นผู้ช่วยได้เลยทีเดียว
แต่สิ่งที่ทำให้สีหน้าของฉื้อเม่ยเปลี่ยนไปมากก็คือ ทักษะมหาเสน่ห์ของนางใช้ไม่ได้ผลกับผู้ชายคนนี้เลยแม้แต่น้อย
ในฐานะผู้นำเผ่าของเผ่าจิ้งจอก การที่ทักษะมหาเสน่ห์ของนางล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า สำหรับนางแล้วเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
แต่ทว่าอ้านคือหอคอยนิรันดร์ ฉะนั้นทักษะมหาเสน่ห์ของเผ่าจิ้งจอกจะสามารถสร้างผลกระทบต่อมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพในตำนานได้อย่างไร และฉื้อเม่ยก็ยังไม่มีความสามารถถึงขนาดนั้นอีกด้วย!
ตูมม โครมม!
อ้านต่อสู้กับผู้นำของเผ่าจิ้งจอกไปด้วย และจัดการคนที่ต้องการเข้ามาจับมู่เฉียนซีไปด้วย ซึ่งเขาก็โจมตีจนพวกเขาทั้งหมดลอยกระเด็นออกไป
เขาเพียงคนเดียวทำสองอย่างพร้อมกัน นอกจากนี้ยังสามารถทำได้อย่างผ่อนคลายมากเป็นพิเศษอีกด้วย ซึ่งมันก็ทำให้ฉื้อเม่ยโมโหจนขบฟันแน่นเลยทีเดียว
ปัง ปัง ปัง!
เนื่องจากมีความช่วยเหลือจากอ้าน จึงทำให้คนที่ความสามารถระดับผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับเก้าอย่างมู่เฉียนซีไม่ถูกคนที่อยู่ในระดับจักรพรรดิแห่งภูตจับเอาไว้ได้ และทุกครั้งที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของอ้าน นางก็จะฉวยโอกาสนี้ ทำให้พวกเขาทรมานมากขึ้นไปอีก!
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
นี่มันจะน่ารำคาญเกินไปแล้ว!
“พวกเจ้าเป็นใครกันแน่” ฉื้อเม่ยกล่าว
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างหยอกล้อว่า “อ๋อ! ข้าคือคนของเผ่าเทพอย่างไรล่ะ!”
“เจ้าคิดว่าข้าโง่หรืออย่างไร เผ่าเทพจะมีคนที่สามารถใช้พลังแห่งความมืดได้อย่างไรกัน”
“ข้าหลอกเจ้า ความจริงแล้วข้าคือคนของเผ่าคำสาปต่างหากล่ะ!”
น้ำเสียงนี้เต็มไปด้วยความขี้เล่น และดูไม่เหมือนจริงเลยแม้แต่น้อย ซึ่งมันก็ทำให้ฉื้อเม่ยโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก
แต่ทว่าการต่อสู้กับผู้ชายคนนี้ นางทำได้เพียงแค่ตรึงเอาไว้เท่านั้น ซึ่งนางก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะเอาชนะเขาได้เลย
ฟิ้ววว!
เข็มยาเล่มหนึ่งจู่โจมเหมยเจี้ยนจากทางด้านหลัง และการหลบหลีกอย่างรวดเร็วของเหมยเจี้ยนก็ได้ทำให้จูเชว่หลุดมือไป
หลังจากนั้นเปลวเพลิงของจูเชว่ก็ระเบิดออกมา จากนั้นเขาก็ได้เข้าไปรวมตัวกับมู่เฉียนซี
จูเชว่กล่าวว่า “ซีซี พวกเราควรจะทำอย่างไรต่อไปดี เหมยเจี้ยนกำลังจะพุ่งเข้ามาอีกแล้ว!”
ในตอนที่การโจมตีของเหมยเจี้ยนกำลังจะเข้ามา ก็มีพลังลมกรดพุ่งเข้ามาเช่นกัน และพลังที่โจมตีนางนี้ก็ไม่ใช่ของอ้าน แต่เป็นของสัตว์ภูตที่ผูกพันธสัญญากับเจ้านายของนาง หรือก็คือวิหคครามกลืนจันทรานั่นเอง
คิดไม่ถึงเลยว่าวิหคครามจะโจมตี เหมยเจี้ยนเองก็ผงะไปเช่นกัน นางกล่าวว่า “ท่านผู้นำเผ่า!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จูเชว่ พวกเราไปกันเถอะ!”
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ขึ้นไปเหยียบอยู่บนหลังของวิหคครามได้สำเร็จ ถึงนี่จะเป็นสัตว์ภูตพันธสัญญาของผู้นำของเผ่าจิ้งจอก แต่ตอนที่มันอยู่ต่อหน้ามู่เฉียนซี กลับเหมือนว่ากลายเป็นสัตว์ภูตของนางไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น!
“ท่านผู้นำเผ่า!” พวกเขารู้สึกเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
“วิหคคราม เจ้าโยนนางเด็กสาวผู้นั้นลงมาเดี๋ยวนี้” ฉื้อเม่ยลองใช้พลังแห่งพันธสัญญาควบคุมวิหคคราม แต่ทว่าวิหคครามกลับไม่สนใจอย่างสิ้นเชิง ทั้งยังเชื่อฟังมู่เฉียนซีเป็นอย่างดีอีกด้วย
“วิหคคราม เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเจ้ากันแน่” ฉื้อเม่ยเองก็ตะลึงงันไปเช่นกัน สถานการณ์นี้จะแปลกประหลาดเกินไปแล้ว
จูเชว่เองก็ขึ้นมาบนหลังของวิหคครามเช่นกัน มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ออกเดินทาง ไปส่งพวกข้าที่ท่าเรือที่ใกล้ที่สุด!”
วิหคครามส่งเสียงร้องออกมา ซึ่งมันก็ได้พาจูเชว่และมู่เฉียนซีบินออกไปโดยที่ไม่มองเจ้านายของมันเลยแม้แต่น้อย
มู่เฉียนซีโบกมือให้กับฉื้อเม่ยพลางกล่าวว่า “ผู้นำเผ่าจิ้งจอก ขอบคุณมากที่เจ้าเอาสัตว์พาหนะบินได้ที่ดีเช่นนี้มาส่งให้พวกข้า ทำให้พวกข้าเดินทางได้เร็วขึ้นมากเลยทีเดียว หลังจากที่ข้าใช้เสร็จแล้ว ข้าจะคือมันให้เจ้าแน่นอน”
ในตอนที่นางเห็นฉื้อเม่ยนั่งอยู่บนนกขนาดใหญ่สีฟ้าตัวนี้ไล่ตามพวกเขามา นางก็รู้สึกชอบมันแล้ว
ทันทีที่ลงมือ วิหคครามตัวนี้ก็จำเป็นต้องยอมจำนนเท่านั้น! อย่างไรเสียหอคอยฝึกอสูรแห่งความมืดก็ช่างสมกับคำเล่าลือจริง ๆ
หลังจากที่ใช้เวลาไม่นาน วิหคครามตัวนี้ก็ได้ถูกอ้านควบคุมได้อย่างสมบูรณ์
และหลังจากที่มู่เฉียนซีบินไปไกลแล้ว อ้านเองก็หายไปต่อหน้าต่อตาฉื้อเม่ย และไม่ต่อสู้กับนางอีก
“ไล่ตามไป! จะต้องไล่ตามพวกเขาไปให้ทัน!” ฉื้อเม่ยร้องคำรามด้วยความโกรธ
อย่างไรเสียนั่นเป็นถึงสัตว์พาหนะบินได้ของผู้นำเผ่าเชียวนะ! มันเป็นสัตว์พาหนะบินได้ที่เร็วที่สุดในเผ่าจิ้งจอกแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะทุ่มสุดตัว ก็ไม่สามารถไล่ตามวิหคครามที่ทั้งสองคนนั้นนั่งได้ทันอยู่ดี
ตอนนี้พวกเขาทำได้เพียงแค่จ้องเขม็งไปยังพวกเขาที่กลายเป็นจุดเล็ก ๆ สีดำ และหายไปอย่างสมบรูณ์ในที่สุด
แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังไม่กล้าที่จะล้มเลิกการไล่ตามนายน้อยอยู่ดี เพราะพวกเขาไม่สามารถปล่อยให้นายน้อยออกไปจากเผ่าจิ้งจอกได้เด็ดขาด!
.