ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2784 พระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูต
เงาร่างของหมาป่าขนาดใหญ่ปรากฏออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว ซึ่งมันก็เต็มไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ไพศาล ราวกับว่าต้องการที่จะกลืนกินพวกเขาลงไปอย่างสมบูรณ์ก็มิปาน
“กลัวแล้วสินะ! ตัวสั่นแล้วล่ะสิ!” เขาร้องคำรามออกมา
และในเวลานี้ ก็มีหอคอยสีดำปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน และได้ผนึกแรงกดดันอันแข็งแกร่งนี้ของเขากลับไป
ร่างเงาสีดำปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน แววตาที่เย็นยะเยือกจ้องมองไปยังผู้นำโจรสลัดตาเดียวผู้นั้น “มีข้าอยู่ เจ้าไม่มีความสามารถที่จะทำร้ายเจ้านายของข้าได้หรอก”
ตูมมม!
และหอคอยทมิฬเจ็ดชั้นสีดำก็ได้พุ่งทะยานเข้ามาเพื่อปราบปรามเขา
พรวดด!
หัวหน้าโจรสลัดตาเดียวคุกเข่าลงบนพื้น และกระอักเลือดออกมา
ผลของยาลูกกลอนก่อนหน้านี้ สามารถทำให้ครอบครองพลังที่แข็งแกร่งเกินกว่าความสามารถของตนเองได้ภายในคราวเดียว แต่หลังจากที่ถูกอ้านทำให้ได้รับบาดเจ็บ พลังของเขาก็ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง จากนั้นพิษก็ได้ระเบิดออกมา
“อ๊ากกกกก!” สุดท้ายแล้วในขณะที่เขากำลังทุกข์ทรมาน เขาก็ได้จมดิ่งสู่ก้นทะเลลึกเพื่อไปเป็นอาหารปลา
อ้านมาอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซี พลางกล่าวกับนางว่า “นายท่านโปรดวางใจ อ้านสามารถกำจัดอันตรายทั้งหมดของนายท่านได้”
“อื้ม เช่นนั้นคงต้องรบกวนเจ้าแล้วล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“พวกเรา…พวกเราชนะแล้ว!”
“ช่างดีเหลือเกิน! พวกเราชนะแล้ว”
หลังจากที่โจรสลัดเหล่านั้นถูกโยนลงไปเป็นอาหารปลาในทะเลแล้ว คนที่อยู่บนเรืองทั้งหมดต่างก็โห่ร้องด้วยความยินดี
พวกเขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่า กองกำลังที่อ่อนแอของพวกเขา จะสามารถจัดการกับโจรสลัดของเผ่าหมาป่าได้อย่างไม่คาดคิดเช่นนี้
มู่เฉียนซีกล่าวกับพวกเขาว่า “พวกเจ้าทั้งหมดไม่ได้รับบาดเจ็บใช่หรือไม่! เดินเรือกันต่อเถอะ พวกเราจะไปที่เกาะหมื่นภูตด้วยความเร็วที่เร็วที่สุด”
“ขอรับ!”
เรือของพวกเขายังคงแล่นต่อไป หลังจากนั้นก็ได้เจอกับโจรสลัดอื่น ๆ อีกหลายกลุ่ม
ซึ่งมู่เฉียนซีก็มักจะใช้วิธีการแบบเดียวกัน นั่นก็คือการหลอกเหล่าโจรสลัดทีละคน และสิ่งที่เหล่าลูกเรือเคยประหลาดใจในตอนแรก ตอนนี้มันก็ได้กลายเป็นความเคยชินไปอย่างสมบูรณ์
เจ้าพวกคนเหล่านั้นคิดสั้นขนาดไหนถึงได้เดินเข้าไปในกับดักของท่านมู่อย่างภาคภูมิใจขนาดนั้น! ช่างเป็นการรนหาที่ตายอย่างสิ้นเชิงเลยจริง ๆ
หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินทางมาถึงเกาะหมื่นภูตได้อย่างราบรื่นไร้สิ่งขีดขวาง แต่เมื่อมาถึงเกาะหมื่นภูตเรื่องการที่จะเข้าพบจอมราชาภูตนั้นกลับไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แม้จูเชว่จะบอกว่าตนเองมีสถานะเป็นถึงนายน้อยของเผ่าจิ้งจอก ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถเจอกับจอมราชาภูตได้ตามที่ต้องการเช่นกัน
เว้นแต่ว่าจอมราชาภูตจะเป็นคนเชิญ ให้ผู้นำเผ่าของเผ่าภูตทั้งสิบสองพาคนเข้าไปพบแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เผ่าภูตธรรมดาจะได้เจอกับจอมราชาภูต
ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีหนทางเสมอ และหลังจากที่มู่เฉียนซีกับจูเชว่หาข้อมูลอยู่ในเกาะหมื่นภูต พวกเขาก็ได้รู้ว่าพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตกำลังเตรียมรับสมัครองครักษ์ ซึ่งเมื่อกลายเป็นองครักษ์ของพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตแล้ว ย่อมต้องสามารถพบกับจอมราชาภูตได้สะดวกยิ่งขึ้น
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ลองไปลงชื่อดูก่อนแล้วกัน หากหนทางนี้ไม่ได้ผลค่อยคิดหาวิธีการอื่นดูอีกที”
คนหนึ่งคือเผ่าภูตที่ไม่สามารถใช้พลังแห่งภูตได้ ส่วนอีกคนหนึ่งก็เป็นมนุษย์ แม้ว่าจะมีความสามารถที่จะเอาชนะผู้แข่งขันได้มากมาย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีคุณสมบัติพอที่จะเข้าร่วมได้หรือไม่
เมื่อมู่เฉียนซีและจูเชว่ไปลงทะเบียน ผู้ดูแลที่รับผิดชอบการลงทะเบียนเหลือบมองไปที่จูเชว่พลางกล่าวว่า “เผ่าจิ้งจอกหรือ ความสามารถในการต่อสู้ของเผ่าจิ้งจอกก็ไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น คิดไม่ถึงเลยว่ายังอยากจะมาเป็นองครักษ์ของพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูต สู้หาหนทางอื่นไม่ดีกว่าหรือ?”
มุมปากของจูเชว่กระตุกเล็กน้อย พลางกล่าวว่า “ข้ามีความชื่นชมต่อท่านจอมราชาภูตเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงได้มีความคิดเช่นนี้ อีกอย่างอายุของข้าก็ตรงตามเกณฑ์ หรือว่าข้าไม่สามารถลงทะเบียนได้อย่างนั้นหรือ”
“ลงทะเบียนอย่างนั้นหรือ แน่นอนว่าย่อมได้อยู่แล้ว เขียนชื่อก่อน! จูเชว่ใช่หรือไม่” ฉื้อเหยียนคือชื่อของจูเชว่ตอนอยู่ในเผ่าจิ้งจอก แต่ทว่าเขามีความคุ้นเคยกับชื่อจูเชว่นี้มากกว่า เพราะชื่อนี้ทำให้เขานึกถึงช่วงเวลาที่ได้ต่อสู้ ได้ประลอง และได้แข่งขันกับเหล่าพี่น้องทั้งหลายของเขา
แต่ทว่าในตอนที่มู่เฉียนซีลงทะเบียนกลับมีความผิดพลาดบางอย่าง “มนุษย์หรือ มนุษย์ไม่มีคุณสมบัติที่จะมาเป็นองครักษ์ของท่านจอมราชาภูต”
ถึงการพบเจอมนุษย์ในแดนภูตจะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าเป็นองครักษ์ของพระราชวังภูตที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของจอมราชาภูต ย่อมไม่สามารถปล่อยให้คนนอกเผ่าพันธุ์เข้ามารับผิดชอบได้ พวกเขาไม่สามารถรับความเสี่ยงขนาดนั้นได้
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ตกลง ข้าเข้าใจแล้ว”
จูเชว่และมู่เฉียนซีออกไปพร้อมกัน เขากล่าวว่า “ซีซี หากเจ้าไม่เข้าร่วมการคัดเลือกในครั้งนี้ ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะไม่ไปเช่นกัน”
“ใครบอกว่าข้าจะไม่ไปกันล่ะ ในเมื่อมนุษย์ไม่สามารถไปได้ คิดว่าข้าจะปลอมตัวเป็นเผ่าภูตไม่ได้อย่างนั้นหรือ เจ้าคิดว่าหมอปีศาจอย่างข้าจะจัดการเรื่องนี้ไม่ได้หรืออย่างไร” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
หลังจากนั้นไม่นาน มู่เฉียนซีก็กลั่นยาน้ำที่สามารถทำให้ทั่วทั้งร่างกายของตนเองแผ่กระจายกลิ่นอายของเผ่าจิ้งจอกออกมาได้ ซึ่งนางก็ได้ให้จูเชว่มอบเลือดให้นางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
จูเชว่กล่าวอย่างประหลาดใจว่า “ซีซี แม้แต่ข้าก็ยังคิดว่าเจ้าเป็นคนของเผ่าจิ้งจอกเช่นกัน”
มู่เฉียนซีได้เปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของตนเอง และสามารถลงทะเบียนสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอีกฝ่ายไม่สามารถค้นพบความผิดปกติอะไรได้เลย
หลังจากที่ลงทะเบียนสำเร็จ พวกเขาก็รอให้การคัดเลือกเริ่มต้นขึ้น ทุกคนถูกนำตัวเข้าไปในป้อมปราการ และพวกเขาต่างก็หยิบป้ายหมายเลขออกมาคนละอัน
“ทุกคนเดินเข้าไปในห้องที่มีหมายเลขตรงกับป้ายของตนเอง สามสิบคนที่ยืนหยัดอยู่ได้นานที่สุดจะมีคุณสมบัติได้กลายเป็นองครักษ์ของท่านจอมราชาภูต” ผู้รับผิดชอบในการคัดเลือกครั้งนี้กล่าวขึ้น
“ขอรับ!”
มู่เฉียนซีหยิบได้หมายเลขสิบ ส่วนจูเชว่หยิบได้หมายเลขหกสิบเอ็ด หลังจากที่เปิดประตูเข้าไปในห้องแล้ว พวกเขาก็สัมผัสได้เพียงความมืดมิดที่อยู่เบื้องหน้าเท่านั้น ทำให้พวกเขามองไม่เห็นอะไรเลย
แกร่ก!
ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนอะไรบางอย่างถูกเปิดออก และหลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงร้องคำรามของสัตว์ร้ายดังออกมา
“โฮกกกกก!”
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีแผ่กระจายออกไป มันคือสัตว์ภูต อีกทั้งยังเป็นสัตว์ภูตที่มีขนาดใหญ่มากอีกด้วย
การคัดเลือกองครักษ์ของจอมราชาภูต ไม่ใช่การต่อสู้กับผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ แต่เป็นการต่อสู้กับสัตว์ภูตที่ถูกขังอยู่ที่นี่
สัตว์ภูตพุ่งทะยานไปทางมู่เฉียนซี แต่มู่เฉียนซีไม่จำเป็นต้องหยิบกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณออกมา ร่างเงาของนางก็สว่างวาบ และนางก็รับการโจมตีโดยตรง
แม้ว่าสัตว์ภูตตัวนี้จะแข็งแกร่งมาก แต่ความสามารถของมันไม่ได้สูงมากนัก และเนื่องจากพลังทางกายภาพที่แข็งแกร่งยิ่งของมู่เฉียนซี เพียงแค่ปล่อยหมัดออกไป สัตว์ภูตตัวนี้ก็ถูกมู่เฉียนซีโจมตีจนกระเด็นถอยหลังไปทันที
ตึงง!
และสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ก็ล้มกระแทกลงไปบนพื้น
แกร่ก! แกร่ก!
สัตว์ภูตที่ถูกขังเอาไว้ที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น และสัตว์ภูตตัวแล้วตัวเล่าก็ถูกปล่อยออกมาจากความมืดมิด
สัตว์ภูตจำนวนนับไม่ถ้วนจู่โจมเข้าใส่มู่เฉียนซี เพื่อจะฉีกทึ้งร่างของนางออกเป็นชิ้น ๆ แต่ทว่าร่างของนางกลับหลบหลีกได้อย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าก็มิปาน นอกจากนี้นางยังสามารถหาจุดสำคัญของมันได้อย่างรวดเร็ว และโจมตีใส่พวกมันหมัดแล้วหมัดเล่าอย่างต่อเนื่อง
ปัง ปัง ปัง ปัง!
ยิ่งเวลาผ่านไปนานมากเท่าไร สัตว์ภูตที่อยู่ที่นี่กลับมากขึ้นเท่านั้น แต่สำหรับมู่เฉียนซีแล้วมันกลับไม่ได้สร้างผลกระทบมากนัก เพราะไม่ว่าจะออกมาแค่ไหนนางก็ทำลายมันไปมากแค่นั้น
แต่ทว่าภายนอกในเวลานี้มีคนจำนวนมากวิ่งหนีออกมาอย่างทุลักทุเล ทำให้คนที่จะอยู่รอดไปจนถึงตอนสุดท้ายเริ่มมีน้อยลงเรื่อย ๆ แล้ว
สำหรับสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่นี้ ทักษะมหาเสน่ห์ของจูเชว่ไม่มีประโยชน์เลย ฉะนั้นเขาจึงใช้พลังวิญญาณในการจัดการกับเจ้าสิ่งเหล่านี้ เพราะอย่างไรเสียก็เป็นเพียงองครักษ์ที่เฝ้าอยู่รอบนอกเท่านั้น ดังนั้นจึงมีพลังแห่งภูตไม่สูงนัก ซึ่งจูเชว่ที่ใช้เพียงความสามารถระดับผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นภูตศักดิ์สิทธิ์จึงสามารถยืนหยัดต่อไปได้
เปลวเพลิงสีแดงฉานสว่างไสวไปทั่วทั้งห้องของเขา จูเชว่จ้องมองไปยังสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่เหล่านั้นพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เข้ามาสิ! ข้าไม่กลัวสัตว์ประหลาดน่าเกลียดอย่างพวกเจ้าหรอก”
ตูมมม โครมมม!
ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นออกมา มู่เฉียนซีได้เอาชนะสัตว์ภูตทั้งหมด จนไม่มีสัตว์ภูตถูกปล่อยออกมาอีกแล้ว เพราะตอนนี้นางได้กำจัดพวกมันไปอย่างหมดจดแล้วนั่นเอง
นางในตอนนี้ได้นั่งอยู่บนร่างของสัตว์ภูตที่มีขนค่อนข้างนุ่มตัวหนึ่ง เพื่อรอให้การคัดเลือกนี้สิ้นสุดลง
.
.