ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2785 ร่างของจอมราชาภูต
เมื่อเวลาผ่านไป สุดท้ายก็เหลือเพียงสามสิบคนเท่านั้น และประตูห้องก็ถูกเปิดออก
มีบางคนที่ออกมาพร้อมกับร่างที่เต็มไปด้วยเลือด และมีบางคนที่บนร่างกายเหลือรอยแผลที่ลึกจนเห็นกระดูกจากสัตว์ภูตเอาไว้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ากว่าจะยืนหยัดมาจนถึงตอนนี้ของแต่ละคนไม่ได้ง่ายดายเลย
จูเชว่เองก็ค่อนข้างทุลักทุเลเล็กน้อยเช่นกัน เขาเดินออกมาพร้อมกับกินยาลูกกลอนที่มู่เฉียนซีเตรียมไว้ให้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ดูน่าเกลียดเกินไป จนซีซีรังเกียจเอาได้
ดูเหมือนว่ามู่เฉียนซีจะผ่อนคลายมากที่สุด ซึ่งผมของนางเพียงแค่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากนั้นผู้ดูแลการประเมินการในครั้งนี้ก็กล่าวว่า “ยินดีกับพวกเจ้าด้วย พวกเจ้าตามข้าไปรับตราสัญลักษณ์ประจำตัวได้แล้ว”
“ขอรับ!”
หลังจากที่มู่เฉียนซีรับตราสัญลักษณ์เรียบร้อยแล้ว ทันใดนั้นก็มีคนของเผ่าภูตรีบวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อนพลางกล่าวว่า “นายท่าน นายท่าน...”
“มีเรื่องอะไรถึงวิ่งตาลีตาเหลือกเข้ามาเช่นนี้”
“หมายเลขสิบ สัตว์ภูตของห้องหมายเลขสิบ ทั้งหมดถูกเอาชนะได้แล้วขอรับ ทั้งหมดเลยขอรับ” สีหน้าของคนที่เข้ามาตื่นตกใจเป็นอย่างมาก
หมายเลขสิบหรือ!
สายตาของทุกคนจ้องมองไปที่มู่เฉียนซีอย่างพร้อมเพรียงกัน มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าลงมือแค่พอสมควรเท่านั้น ไม่ได้โจมตีถึงขั้นเอาชีวิตของพวกมันเสียหน่อย อย่างไรเสียกว่าพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตจะเลี้ยงสัตว์ภูตเช่นนี้ออกมาได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
มู่เฉียนซีแสดงท่าทางว่าตนเองออมมือให้แล้ว ซึ่งมันก็ทำให้มุมปากของทุกคนกระตุกอย่างบ้าคลั่ง จัดการทั้งหมดอย่างนั้นหรือ ขนาดสวรรค์ยังรู้เลยว่ามันมีสัตว์ภูตมากมายเพียงใด นี่เป็นเรื่องที่เดิมทีพวกเขาไม่แม้แต่จะกล้าคิดเลยด้วยซ้ำ
ไม่ว่าจะเมื่อไรซีซีก็มักจะแข็งแกร่งอยู่เสมอจริง ๆ! จูเชว่แอบคิดในใจ
“เจ้าสามารถทำได้อย่างไรกันแน่” มีคนกล่าวถาม
“ก็ใช้หมัดน่ะสิ!” มู่เฉียนซีกล่าวตอบไปตามความเป็นจริง
หมัด ใช้เพียงแค่หมัดอย่างนั้นหรือ! ทุกคนต่างแสดงท่าทางที่ไม่อยากเชื่อออกมา
ในเวลานี้ มีคนนำข้อมูลมาแจ้งว่า “ตามที่พวกข้าได้ตรวจสอบลำตัวของสัตว์ภูตเหล่านั้น ก็ค้นพบว่าพวกมันถูกโจมตีด้วยหมัดอย่างต่อเนื่องจนล้มลงจริง ๆ ขอรับ”
หลังจากนั้นพวกเขาก็ก้มลงไปมองมืออันเรียวบางของมู่เฉียนซี มันช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ
“เจ้ามั่นใจว่าตนเองคือคนของเผ่าจิ้งจอก และไม่ใช่คนของเผ่าภูตเขายักษ์จริง ๆ ใช่หรือไม่” ผู้คนกล่าวพลางจ้องมองไปทางมู่เฉียนซี
อย่างที่รู้กันว่า ในบรรดาเผ่าภูตหลักทั้งสิบสอง มีเพียงเผ่าภูตเขายักษ์เท่านั้นที่มีพละกำลังมหาศาลเช่นนี้
“พวกเจ้าตาบอดหรืออย่างไร! คนของเผ่าภูตเขายักษ์ล้วนมีร่างกายที่กำยำล่ำสัน ซีซีของข้า…น้องของข้าเหมือนตรงไหนกัน” คนที่งดงามอย่างซีซีเป็นเพราะพลังทางกายภาพที่แข็งแกร่งทำให้ถูกคนอื่นคิดว่าเป็นคนของเผ่าภูตเขายักษ์เหล่านั้นไปเสียแล้ว ซึ่งนี่ก็ทำให้จูเชว่อดที่จะเสียใจไม่ได้เลยจริง ๆ
ทุกคนเพิ่งค้นพบว่า การคัดเลือกในครั้งนี้คิดไม่ถึงว่าเผ่าจิ้งจอกจะผ่านถึงสองคนในคราวเดียว นี่ช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากจริง ๆ
ผู้ดูแลกล่าวว่า “ในเมื่อผ่านแล้ว เช่นนั้นก็จงทำงานให้ดี ช่วงนี้แดนภูตไม่ค่อยสงบสุขเท่าไรนัก แม้ว่าพวกเจ้าจะเป็นคนคุ้มกันรอบนอก แต่ก็ต้องกระตือรือร้นด้วยเช่นกัน”
“ขอรับ”
พวกเขาแยกย้ายกันไปทำภารกิจอย่างรวดเร็ว ซึ่งจูเชว่และมู่เฉียนซีได้ถูกจัดให้อยู่ด้วยกัน เพราะอย่างไรเสียทั้งสองก็เป็นคนจากเผ่าเดียวกัน
จูเชว่กล่าวถามว่า “ซีซี พวกเราจะเข้าใกล้ท่านจอมราชาภูตได้อย่างไร จะแอบเข้าไปดูหรือไม่?”
“สำหรับพวกเราแล้วความสามารถของจอมราชาภูตนั้นยังไม่ชัดเจน และการบุกเข้าไปอย่างบุ่มบ่ามก็อันตรายมากด้วย นอกจากนี้เขาก็อาจจะไม่บอกเรื่องที่พวกเราอยากจะรู้ก็ได้ ฉะนั้นพวกเราทำความเข้าใจสถานการณ์ในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตก่อนก็แล้วกัน”
“ตกลง”
หลังจากที่มู่เฉียนซีกับจูเชว่เข้าไปในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตแล้ว การที่เผ่าจิ้งจอกจะตามหาพวกเขาเจอก็ยากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งนี่ก็ทำให้คนที่ออกมาค้นหาจูเชว่อย่างเหมยเจี้ยนรู้สึกเป็นกังวลมาก และเอาแต่คิดว่าตอนนี้นายน้อยไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกันแน่
ช่วงนี้แดนภูตไม่สงบสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งเผ่าภูตที่มีสายเลือดบริสุทธิ์ยิ่งแล้วใหญ่ ฉะนั้นการที่เขาติดตามมนุษย์คนหนึ่งออกไปเที่ยวเล่นอยู่ข้างนอก จึงเป็นเรื่องที่อันตรายมากเกินไป
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีแผ่กระจายออกไป นางสำรวจสถานการณ์ของพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตอย่างระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง แต่นางกลับไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของจอมราชาภูตเลย ส่วนแผนผังทั้งหมดของทั่วทั้งพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูต ด้วยความสามารถของอ้านทำให้รับรู้ได้อย่างชัดเจนแล้ว
ถึงแม้ว่าอ้านจะออกโรง แต่การบุกเข้าไปเพื่อพบกับจอมราชาภูตก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายอยู่ดี เพราะการคุ้มกันจอมราชาภูตของพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูต เรียกได้ว่าไร้ที่ติอย่างสิ้นเชิง
หลังจากที่จูเชว่ได้รู้เรื่องนี้ก็กล่าวว่า “เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี แม้ว่าจะกลายเป็นองครักษ์ของที่นี่ก็ไม่มีโอกาสได้เจอกับจอมราชาภูตอยู่ดี หรือว่าพวกเราจะต้องกลับไปที่เผ่าจิ้งจอกและขอร้องให้ผู้นำเผ่าของเผ่าจิ้งจอกอย่างนางช่วยเหลือกัน”
“ในเมื่อพวกเรามาถึงจุดนี้แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะกลับไปขอร้องนางอีกต่อไป มีแต่ต้องรอโอกาสเท่านั้น” มู่เฉียนซีกล่าวกับจูเชว่
และนางก็คิดไม่ถึงว่า โอกาสมันจะมาถึงเร็วขนาดนี้
ในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตที่สะอาดอย่างน่าเหลือเชื่อแห่งนี้ นางกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันชั่วร้ายที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งจนอันตราย และนี่ก็คือพลังแห่งความตายที่ผสมผสานเข้ากับพลังแห่งภูตที่แข็งแกร่งนั่นเอง
การที่เจ้าของเล่นเช่นนี้บุกเข้ามาในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตแห่งนี้ เป้าหมายจะต้องไม่ใช่ลูกสมุนอย่างแน่นอน แต่จะต้องเป็นภูตที่ได้รับความเคารพนับถือมากที่สุดในแดนภูต อย่างจอมราชาภูตนั่นเอง
ตูมมม!
มีเสียงระดังขึ้น และทั่วทั้งพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตก็วุ่นวายขึ้นมาทันที
“รีบไปคุ้มกันท่านจอมราชาภูตเร็วเข้า” มู่เฉียนซีสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าผู้แข็งแกร่งที่แอบอยู่เหล่านั้นพุ่งทะยานออกไปยังใจกลางพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตทันที
“พวกเจ้า จงเฝ้าบริเวณรอบนอกให้ดี ห้ามปล่อยให้เบาะแสของศัตรูเล็ดลอดไปได้แม้แต่น้อย”
สำหรับเหล่าคนที่มีความสามารถไม่เพียงพอเหล่านี้ แน่นอนว่าไม่ได้คาดหวังให้พวกเขารีบไปยังสถานที่ที่อันตรายมากที่สุดอยู่แล้ว และแค่สามารถใช้ประโยชน์ได้บ้างก็เพียงพอ
“ขอรับ!”
มู่เฉียนซี จูเชว่และคนอื่น ๆ ต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ นางกล่าวว่า “ตอนนี้ทั่วทั้งพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตกำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย มันจึงเป็นโอกาสที่ดี เพราะตอนนี้พวกเขากำลังป้องกันศัตรู จึงคลายความระมัดระวังกับพวกเดียวกันลงอย่างมาก ฉะนั้นพวกเราเองก็ไปดูกันเถอะ”
“ตกลง เช่นนั้นก็ไปดูกัน ไม่รู้เลยว่าใครที่กล้าดีมาโจมตีพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตในเวลากลางดึกเช่นนี้”
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว!
พวกเขาพุ่งทะยานไปยังใจกลางของพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูต ด้วยความเร็วที่รวดเร็วที่สุด และมู่เฉียนซีก็สัมผัสได้ถึงพลังแห่งความตายได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นไปอีก
เทพมรณะไม่ได้หายไปอย่างสมบูรณ์ และเงาแห่งความตายก็ปกคลุมอยู่ทั่วทุกดินแดนของโลกแห่งนี้ ทั้งแดนซวนเทียน แดนวิญญาณ ซึ่งตอนนี้แดนภูตเองก็ไม่สงบเช่นกัน
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีสัมผัสถึงยอดฝีมือที่อยู่โดยรอบได้ นางได้พาจูเชว่หลบหลีกพวกเขา และหามุมที่ดีที่สุดในการเฝ้าสังเกตการณ์
ตูมมม โครมมม!
มีเสียงดังสนั่นออกมา และพวกเขาก็เกือบที่จะถูกพลังที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นโจมตีจนลอยกระเด็นออกไปอยู่แล้ว
หลังจากเศษฝุ่นผงและเศษใบไม้ที่ปลิวว่อนเริ่มกระจัดกระจายจนจางลง มู่เฉียนซีก็เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเจ้าสิ่งที่ครอบครองพลังแห่งความตายนั้นคืออะไร
ซึ่งมันก็คือสัตว์ประหลาดเขาเดียวสีดำตัวใหญ่ยักษ์ตัวหนึ่งนั่นเอง!
จูเชว่กล่าวด้วยความตื่นตกใจว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นสัตว์ประหลาดเขาเดียว ตามข่าวลือเขาว่าแดนภูตมีสัตว์ประหลาดเขาเดียวเหลืออยู่เพียงตัวสองตัวเท่านั้น แต่สัตว์ประหลาดเขาเดียวตัวนี้กลับโจมตีพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตอีกอย่างนั้นหรือ”
“ทุกคนออกไปจากที่นี่ให้หมด”
แรงกดดันอันแข็งแกร่งพุ่งเข้ามา แม้ว่ามีผู้แข็งแกร่งมากมายขวางสัตว์ประหลาดเขาเดียวตัวนี้เอาไว้ แต่ก็ถูกมันทำลายล้างอย่างรุนแรงอยู่ดี
หลังจากนั้นแสงสีขาวก็ปรากฏตัวขึ้นมา มันได้ชำระล้างพลังแห่งความตายนั้น และพวกเขาเห็นสัตว์ประหลาดเขาเดียวที่ขาวบริสุทธิ์อีกตัวหนึ่ง ซึ่งบนร่างของมันก็มีลำแสงที่บริสุทธิ์แพร่กระจายออกมาอีกด้วย
“เป็นสัตว์ประหลาดเขาเดียวอีกตัวหนึ่งหรือ!” พวกเขากล่าวอย่างตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่ง
“พอแล้ว!” สัตว์ประหลาดเขาเดียวสีขาวบริสุทธิ์ตัวนั้นพ่นคำพูดของมนุษย์ออกมา
“เจ้าไม่มีคุณสมบัติพอจะมาสั่งให้ข้าหยุด วันนี้ข้ามาเพื่อชิงตำแหน่งจอมราชาภูตของเจ้า ข้าเหมาะสมกับตำแหน่งนั้นมากกว่าเจ้าเสียอีก และยังสามารถทำให้เผ่าภูตแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นกว่านี้ได้อีกด้วย” สัตว์ประหลาดเขาเดียวสีดำตัวนั้นกล่าวอย่างชั่วร้าย
มู่เฉียนซีและจูเชว่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะคิดไม่ถึงเลยว่าสัตว์ประหลาดเขาเดียวสีขาวที่แผ่กลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์นี้ออกมา จะเป็นจอมราชาภูต!
.