ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2787 ต้นกำเนิดแห่งแดนภูต
เหตุผลที่มันได้กลายเป็นเจ้าผู้ปกครองแดนภูตนั้น ไม่ได้เป็นเพราะมันคือการดำรงอยู่ของสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เป็นเพราะมันมีพลังศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ต่างหาก นอกจากนี้ยังมีดวงตาที่สามารถมองทะลุสิ่งที่ปลอมแปลงทั้งหมดได้ ซึ่งมันก็มีความเชี่ยวชาญอยู่ในระดับปานกลางเลยทีเดียว
แน่นอนว่า สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ จอมราชาภูตผู้นี้ได้ถูกควบคุมโดยเผ่าเทพไปแล้ว
องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณมีความรู้สึกต่อต้านเผ่าเทพเป็นอย่างมาก ส่วนแดนปีศาจก็เป็นแดนที่เผ่าเทพไม่กล้าแตะต้อง มีเพียงแดนภูตที่ชอบมีการต่อสู้กันภายในเท่านั้นที่ยึดครองได้ง่ายที่สุด
พวกเขาเลือกสัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งแสงที่พลังในการต่อสู้ต่ำ และทำได้เพียงใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ในการชำระล้างพลังแห่งความตาย และมีความสามารถในการรักษาคนเท่านั้นมาเป็นจอมราชาภูต ซึ่งเผ่าเทพก็รู้สึกว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดเป็นอย่างมาก
“ใช่ท่านผู้นี้หรือไม่” จอมราชาภูตกล่าวอย่างระมัดระวัง
นี่คือมนุษย์ที่อ่อนแอคนหนึ่ง ซึ่งในฐานะของเจ้าผู้ครองแดนภูตแล้วไม่จำเป็นต้องระมัดระวังเช่นนี้เลย
แต่ทว่านางคือเจ้านายของนายท่านหอคอยนิรันดร์ที่เขานับถือมากถึงมากที่สุด ฉะนั้นจอมราชาภูตย่อมต้องระมัดระวังแน่นอนอยู่แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “สวัสดีจอมราชาภูต ข้าชื่อมู่เฉียนซี เป็นผู้ผูกพันธสัญญากับอ้าน”
“สวัสดีขอรับ คุณหนูมู่ ข้าคือจอมราชาภูต นามว่าซือหลิน” จอมราชาภูตกล่าวตอบ
“ข้ามีเรื่องสำคัญที่อยากจะพูดคุยกับเจ้า จะให้ยืนคุยอยู่ตรงนี้มันก็ไม่ดีเท่าไรนัก” มู่เฉียนซีกล่าว
“เชิญด้านในขอรับ”
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็กล่าวอย่างตรงไปตรงมา “ข้าอยากจะถามเจ้าเรื่องหนึ่ง ข้าต้องทำเช่นไรถึงจะสามารถหาต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเจอได้”
จอมราชาภูตกล่าวอย่างประหลาดใจว่า “ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตอย่างนั้นหรือ?”
มนุษย์มากมายมาที่แดนภูตเพื่อตามหาสมบัติ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอคนที่มีความกล้าหาญถึงขนาดมาตามหาต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเช่นนี้
แน่นอนว่า หากคนผู้นี้คือเจ้านายของหอคอยนิรันดร์ นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
“คำถามนี้ ทำให้เจ้าลำบากใจหรือไม่” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
จอมราชาภูตกล่าวว่า “ต้นกำเนิดแห่งแดนภูต มีความเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของเผ่าภูตทั้งหมด ตามหลักแล้วข้าไม่สามารถบอกข้อมูลที่เกี่ยวข้องของมันกับใครได้ทั้งนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการบอกกับมนุษย์คนหนึ่งเลย”
อ้านกล่าวอย่างเย็นชาว่า “พูด ข้าไม่ต้องการให้เจ้านายของข้าต้องมาเสียเวลา”
น้ำเสียงของอ้านทั้งเย็นชาและเอาแต่ใจเป็นอย่างมาก แต่จอมราชาภูตกลับไม่โกรธ และยังรู้สึกมีความสุขที่ผู้ที่ตนเองนับถือกำลังพูดกับเขาอีกด้วย
จอมราชาภูตกล่าวว่า “ในเมื่อคุณหนูมู่เป็นเจ้านายของหอคอยนิรันดร์ ข้าจึงเชื่อใจคุณหนูมู่ แม้ว่าท่านจะเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งก็ตาม แต่เรื่องนี้มีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก ข้าสามารถรู้เหตุผลได้หรือไม่”
“เหตุผล…” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
ทันใดนั้น กลิ่นอายของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณก็ระเบิดออกมา และสีหน้าของจอมราชาภูตก็ตกตะลึงเป็นอย่างมาก “ต้น…ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณ”
แม้ว่าพลังในการต่อสู้ของจอมราชาภูตจะต่ำ แต่จอมราชาภูตกลับฉลาดหลักแหลมเป็นอย่างมาก ซึ่งเขาก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของทั้งสามโลกมากที่สุด
“ท่าน…ภายในร่างกายของท่าน…”
เนื่องจากมู่เฉียนซีไม่ได้ผนึกพลังของทัณฑ์สวรรค์เอาไว้ จึงทำให้จอมราชาภูตสามารถสัมผัสถึงมันได้
คนที่อยู่ตรงหน้า มีร่างกายที่เต็มไปด้วยพลังของทัณฑ์สวรรค์ที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังไม่มีพลังบำเพ็ญอยู่เลยด้วย
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าจะสามารถได้รับพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณ และพยายามที่จะเป็นศัตรูกับสวรรค์ ช่างสมกับเป็นเจ้านายของนายท่านหอคอยนิรันดร์จริง ๆ
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ดึงพลังของตนเองกลับคืนมา นางกล่าวว่า “ข้ายังต้องอธิบายอย่างละเอียดอีกหรือไม่?”
“การมีพลังของต้นกำเนิดสามโลกา เพียงพอที่จะสามารถกำจัดของพลังทัณฑ์สวรรค์ได้ ข้าเคยเห็นเรื่องนี้ในตำราโบราณมาก่อน เพียงแต่ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีคนลองทำเรื่องเช่นนี้ อย่างไรเสียคนที่ถูกทัณฑ์สวรรค์ก็มีน้อยมาก นอกจากนี้หากเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์ ก็ยากที่จะทนได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพลังที่จะหาวิธีการแก้ไขเลย” จอมราชาภูตรู้สึกชื่นชมสาวน้อยที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีเต็มผู้นี้เป็นอย่างมาก
“หากมีข้าเพียงคนเดียว ก็คาดว่าน่าจะทำไม่ได้เช่นกัน” มีรอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นมาตรงมุมปากของมู่เฉียนซี
นางมีคู่หูของนาง จิ่วเยี่ย ญาติ และยังมีสหายของนาง พวกเขาพยายามหาทางแก้ไขไปด้วยกัน
“ถึงกระนั้นท่านก็ยอดเยี่ยมมากเช่นกัน” จอมราชาภูตกล่าว
“เช่นนั้นจอมราชาภูต สรุปแล้วเจ้าจะบอกหรือไม่บอกข้ากันแน่ ข้ารับประกันว่าข้าต้องการตามหาต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเพื่อผนึกพลังของทัณฑ์สวรรค์เท่านั้น และข้าจะไม่ทำเรื่องที่ทำให้แดนภูตต้องตกอยู่ในอันตรายแน่นอน” มู่เฉียนซีกล่าว
“หากท่านมีเจตนาที่จะทำอันตรายแดนภูต ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตไม่มีทางมอบพลังให้ท่านแน่นอน ข้าสามารถบอกได้ว่าจะหาต้นกำเนิดแห่งแดนภูตได้อย่างไร แต่ท่านก็จำเป็นจะต้องเข้าใจสถานการณ์ของแดนภูตในตอนนี้ด้วย เห็นได้ชัดว่าท่านได้รับพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณมาแล้ว ซึ่งหลังจากที่ได้รับพลังแห่งต้นกำเนิด ก็เท่ากับว่าท่านได้กลายเป็นเจ้าแห่งแดนวิญญาณ ซึ่งที่แดนภูตนี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน” จอมราชาภูตกล่าวพลางมองไปที่มู่เฉียนซี
“เผ่าแต่ละเผ่าในแดนภูตตอนนี้ทะเลาะเบาะแว้ง และแตกความสามัคคีกัน เผ่าภูตกลุ่มหนึ่งได้ถูกพลังแห่งความตายเข้ายึดครองจนสร้างความวุ่นวายไปทั่วทุกหนแห่ง และผู้นำของพวกเขา ก็คือจิ่วอิงหนึ่งในสัตว์ร้ายตัวสำคัญที่เป็นลูกสมุนของเทพมรณะ ตอนนี้มันกำลังพยายามทำลายผนึกออกมา เพื่อเข้าควบคุมทั้งแดนภูต หลังจากนั้นก็จะสังเวยเผ่าภูตเพื่อจุติเทพมรณะ”
“หากท่านต้องการกลายเป็นเจ้าผู้ครองแดนภูต ก็ยากจะหลีกเลี่ยงเรื่องทั้งหมดเหล่านี้ได้ แต่ถึงอย่างนั้น ท่านสามารถเลือกที่จะออกไปจากแดนภูตได้เช่นกัน ตอนนี้ท่านยังต้องการได้รับพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนภูตต่อไปอีกหรือไม่” จอมราชาภูตกล่าวถาม
มู่เฉียนซีกล่าวตอบว่า “ข้าไม่ชอบล้มเลิกกลางคัน และข้าก็ไม่ได้ต่อสู้กับลูกสมุนของเทพมรณะนั่นเป็นครั้งแรกอีกด้วย แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่สามารถกำจัดพวกมันได้ แต่หากว่าหลังจากนี้พวกมันแพร่ขยายมาถึงอาณาเขตของข้าเมื่อไร ข้าเองก็จำเป็นต้องลงมือเช่นกัน ส่วนสัตว์ร้ายตัวนั้น ก็มีอ้านของข้าอยู่ด้วย เมื่อถึงเวลานั้นค่อยมาดูกันว่าใครต้องกลัวใครกันแน่”
อ้านกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “อ้านจะกำจัดสิ่งกีดขวางทั้งหมดให้นายท่านเองขอรับ ส่วนสัตว์ร้ายที่ไม่เชื่อฟัง แน่นอนว่าต้องถูกขังอยู่แล้ว”
มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของจอมราชาภูต “ข้าเองก็คิดเช่นนั้น ท่านเป็นถึงเจ้านายของท่านหอคอยนิรันดร์ จะหวาดกลัวความลำบากได้อย่างไร เดิมทีข้าคิดว่าข้าได้เห็นอนาคตอันรกร้างของแดนภูต แต่การปรากฏตัวของท่าน ได้ทำให้อนาคตของแดนภูตของพวกข้ามีการเปลี่ยนแปลงใหม่แน่นอน เพื่อแดนภูตทั้งหมดแล้ว ข้าต้องขอบคุณท่านที่มายังแดนภูตจริง ๆ”
จอมราชาภูตให้ความร่วมมือเป็นอย่างมาก เขาเริ่มอธิบายสถานการณ์ให้มู่เฉียนซีฟัง เขากล่าวว่า “นับตั้งแต่จักรพรรดิภูตล่มสลายไป ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตก็คอยเฝ้าอยู่ที่สุสานของจักรพรรดิภูตมาโดยตลอด และไม่เคยออกมาอีกเลย”
องค์จักรพรรดิกุ่ยจวินของแดนวิญญาณได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง ส่วนบรรพบุรุษปีศาจของแดนปีศาจก็จำศีลมาหลายแสนปี
แต่ทว่าจักรพรรดิภูตกลับล่มสลายไปแล้วจริง ๆ จิตวิญญาณของเขาได้สลายไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตโศกเศร้าเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรเสียพวกเขาก็อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่มีแดนภูต ฉะนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงสูงมาก ซึ่งมันก็เหมือนองค์จักรพรรดิอวู่ซวงกับต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณนั่นเอง
“หากต้องการหาต้นกำเนิดแห่งแดนภูด เช่นนั้นก็ต้องเข้าไปในสุสานของจักรพรรดิภูต แล้วสุสานของจักรพรรดิภูตอยู่ที่ไหนล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“เรื่องตำแหน่งของสุสานจักรพรรดิภูต แม้แต่ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน แต่ทว่าเผ่าภูตหลักทั้งสิบสองต่างก็มีแผนที่กันคนละส่วน หากสามารถหาชิ้นส่วนของแผนที่ทั้งหมดมาได้ ก็จะสามารถหาตำแหน่งของสุสานเจอ แต่ถึงแม้ว่าจะเข้าไปในสุสานแล้ว ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณก็อาจจะไม่ปรากฏตัวออกมาก็ได้ มีเพียงแต่ต้องให้จักรพรรดิภูตคนใหม่ปรากฏตัวขึ้นมา และได้รับสืบทอดมรดกของจักรพรรดิภูตถึงจะทำให้ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตปรากฏตัวออกมา” จอมราชาภูตกล่าว
“นี่เคยเป็นสัญญาของจักรพรรดิภูตกับต้นกำเนิดแห่งแดนภูต หากจักรพรรดิภูตคนใหม่ถือกำเนิดขึ้น มันและจักรพรรดิภูตคนใหม่ก็จะปกป้องแดนภูตด้วยกันอีกครั้ง ซึ่งจักรพรรดิภูตก็หวังว่ามันจะเดินออกมาจากอดีตได้”
ถึงต้นกำเนิดสามโลกาจะทรงพลัง ลึกลับและโบราณมาก แต่ทว่าจิตใจของพวกมันบอบบางมากราวกับเด็กน้อยก็มิปาน
ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณปวดใจเพราะดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ตายไป ฉะนั้นต้นกำเนิดแห่งแดนภูตก็คงเสียใจจากการตายของสหายจนไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างแน่นอน
“จักรพรรดิภูตใหม่อย่างนั้นหรือ ภายในแดนภูตของเจ้ามีคนที่มีคุณสมบัติพอที่จะกลายเป็นจักรพรรดิภูตบ้างหรือไม่ เจ้าคือจอมราชาภูต เจ้าน่าจะรู้เกี่ยวกับความแข็งแกร่งและพรสวรรค์ของเผ่าพวกเจ้าเป็นอย่างดีสินะ” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
.
.