ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2788 แค่อยากเจอเจ้า
จอมราชาภูตก้มศรีษะพลางกล่าวว่า “พูดไปก็ละอายใจ เผ่าภูตของพวกเราเสื่อมโทรมลงแล้ว ข้าไม่สามารถหาคนที่เหมาะสมพอจะสืบทอดมรดกของจักรพรรดิภูตได้เลย แต่…”
แววตาของจอมราชาภูตจ้องมองไปที่จูเชว่ “คนของเผ่าจิ้งจอกผู้นี้ไม่เลวเลย”
“ไม่เลวเลยอย่างนั้นหรือ ท่านจอมราชาภูต ท่านไม่รู้หรือว่าข้าเป็นภูตที่ฝึกฝนแม้แต่พลังภูตไม่ได้น่ะ” จูเชว่กล่าว
“สายเลือดของเจ้าบริสุทธิ์มาก แม้ว่าจะมีสายเลือดของมนุษย์อยู่ด้วยแต่ก็ไม่ส่งผลต่อพรสวรรค์ของเจ้าเลย นอกจากนี้เจ้ายังเป็นเผ่าจิ้งจอก ซึ่งอดีตองค์จักรพรรดิภูตก็เป็นคนของเผ่าจิ้งจอกเช่นกัน และเขาคือจิ้งจอกเก้าหางฉื้อเหยียนนั่นเอง” จอมราชาภูตกล่าว
“ด้วยเหตุนี้ข้าจึงมีความเป็นไปได้สินะ ข้าเองก็หวังว่าจะเป็นอย่างที่ท่านพูดเช่นกัน หากเป็นเช่นนี้ข้าก็จะสามารถช่วยเหลือซีซีได้ด้วย” จูเชว่กล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“เผ่าภูตหลักทั้งสิบสอง ข้าควรเริ่มจากใครก่อน ท่านจอมราชาภูตมีคำแนะนำหรือไม่” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“เริ่มจากเผ่าจิ้งจอกไม่ดีที่สุดหรอกหรือ เขาคือนายน้อยของเผ่าจิ้งจอกนี่” จอมราชาภูตกล่าว
“ไม่เอาหรอก ไม่ง่ายเลยกว่าข้าจะหนีออกมาได้ ข้าไม่มีทางกลับไปแน่นอน ข้าใช้นิ้วเท้าคิดก็ยังรู้เลยว่า เมื่อถึงเวลานั้นเงื่อนไขที่ผู้หญิงคนนั้นเสนอออกมาคือต้องให้ข้ามีลูกอีกแน่นอน” จูเชว่ปฏิเสธที่จะกลับไปเผ่าจิ้งจอกทันที
จอมราชาภูตกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “ตอนนี้เลือดบริสุทธิ์ของเผ่าจิ้งจอกหายากมาก คิดไม่ถึงเลยว่าผู้นำเผ่าจิ้งจอกจะคิดแผนการเช่นนี้ออกมา ไม่สมควรเลย!”
“ระยะนี้ทุกท่านสามารถพักอยู่ที่พระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตได้ ข้าจะพยายามให้คำแนะนำพวกท่านโดยเร็วที่สุด แผนที่ที่เผ่าภูตทั้งสิบสองปกป้องเอาไว้ เป็นสิ่งของที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับเผ่าภูตหลักเหล่านั้น แม้ว่าจะบีบบังคับแต่ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถเอามาได้ ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องวางแผนอย่างรอบครอบ” จอมราชาภูตกล่าว
“เช่นนั้นคงต้องรบกวนจอมราชาภูตแล้ว!”
มู่เฉียนซีและจูเชว่ทั้งสองที่เป็นองครักษ์คอยเฝ้าอยู่บริเวณรอบนอก แต่อยู่ ๆ กลับกลายมาเป็นแขกผู้มีเกียรติของจอมราชาภูต และได้อยู่ในสถานที่ที่ใกล้กับจอมราชาภูตมากที่สุดอีกด้วย ซึ่งนี่ก็ทำให้คนของพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตรู้สึกสับสนเกี่ยวกับการตัดสินใจของฝ่าบาทจอมราชาภูตของพวกเขาเล็กน้อย
ในเมื่อมาถึงเกาะหมื่นภูตแล้ว มู่เฉียนซีและจูเชว่จึงออกมาเดินเล่นบ้าง จอมราชาภูตถือว่าเป็นคนอัธยาศัยดี นอกจากนี้ยังเป็นแฟนคลับของอ้าน ฉะนั้นเขาจึงยิ่งให้ความร่วมมือดีขึ้นไปอีก
มู่เฉียนซีค้นพบว่าภายในเผ่าภูตนั้นมีสมุนไพรวิญญาณเยอะแยะมากมาย แต่กลับมียาลูกกลอนไม่เพียงพอ ในเมื่อแดนวิญญาณสามารถเปิดหอหมอปีศาจได้ เช่นนั้นก็สามารถลองที่แดนภูตได้เช่นกัน
มู่เฉียนซีบอกความคิดของตนเองกับจอมราชาภูต และจอมราชาภูตก็กล่าวขึ้นมาว่า “แดนภูตของพวกเรามีนักปรุงยาน้อยมาก ฉะนั้นยาลูกกลอนจึงมีราคาแพงไปด้วย หากนายท่านต้องการเปิดหอยาบนเกาะหมื่นภูตแล้วละก็ ข้าจะต้องให้การสนับสนุนท่านอย่างดีที่สุดแน่นอน”
“ทำได้แค่เกาะหมื่นภูตเท่านั้นหรือ?”
“เผ่าแต่ละเผ่าครอบครองเกาะกันตามลำดับ ซึ่งมีความแปลกแยก และมีนิสัยที่แตกต่างกันอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีเผ่าภูตบางเผ่าที่ต่อต้านคนภายนอกเป็นพิเศษ ดังนั้น…” จอมราชาภูตอย่างเขา เป็นเพียงสัญลักษณ์ของผู้ปกครองแดนภูตเท่านั้น เพราะความจริงแล้วเผ่าภูตนั้นมีความยุ่งเหยิงมากเกินไป
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “แต่เกาะหมื่นภูตก็ถือว่าเป็นใจกลางของเผ่าภูต ขอเพียงสามารถเปิดหอหมอปีศาจที่เกาะหมื่นภูต และทำให้พวกเขารับรู้ถึงประโยชน์ของยาลูกกลอนของหอหมอปีศาจได้ สุดท้ายแล้วเผ่าภูตเหล่านั้นจะต้องหวั่นไหวแน่นอน”
“ขอรับ!”
เนื่องจากมีการสนับสนุนจากจอมราชาภูต จึงทำให้การสร้างหอหมอปีศาจบนเกาะหมื่นภูตเป็นไปได้อย่างราบรื่นเป็นอย่างยิ่ง
สถานที่ตั้งพร้อมสรรพ
ยาลูกกลอน ยาน้ำไม่ขาด จะมีขาดก็แต่กำลังคนเท่านั้น
มู่เฉียนซีกระซิบกล่าวว่า “หรือว่าข้าจะกลับไปที่เมืองหนามโลหิตดีนะ”
“ขายไม้แกะสลัก! ไม้แกะสลักที่ทั้งงดงามและวิจิตรบรรจง…” ในเวลานี้เอง ได้มีชายคนหนึ่งร้องตะโกนอยู่ริมถนน
ซึ่งพ่อค้าผู้นี้มีความแตกต่างจากคนอื่นเป็นอย่างมาก ความน่าหลงใหลอันร้ายกาจนี้ ได้ดึงดูดผู้คนให้เกิดความสนใจ ซึ่งมันก็ทำให้ผู้คนคิดว่าเขาเป็นคุณชายสูงศักดิ์ที่กินจนอิ่มแล้วแต่ไม่มีงานอะไรทำ จนต้องออกมาตั้งแผงขายของเช่นนี้
ทว่าในเวลานี้มุมปากของมู่เฉียนซีกลับกระตุกขึ้นมาเล็กน้อย เจ้าหมอนี่ก็คือจื่อโยวชัด ๆ เลย!
หากทุกคนรู้ว่าคนผู้นี้ก็คือใต้เท้าที่เป็นมือขวาของอ๋องแห่งแดนนรก คาดว่าพวกเขาคงได้ตื่นตกใจจนตาถลนออกมาแน่นอน
ในเมื่อเขามาแล้ว เช่นนั้นคงพูดได้ง่ายขึ้น
มู่เฉียนซีเดินเข้าไป จากนั้นก็หยิบไม้แกะสลักชิ้นหนึ่งขึ้นมา และนางก็รู้สึกว่าไม้แกะสลักเล็ก ๆ นี่กำลังสั่นเทาอยู่ในมือของนาง ซึ่งมันก็ทำให้มุมปากของนางกระตุกยิ้มขึ้นมาทันที
ช่างน่าประหลาดใจมากจริง ๆ!
“ข้าต้องการเจ้าสิ่งนี้ ขายอย่างไร” มู่เฉียนซีเอ่ยปาก
“ขายให้สาวงาม แน่นอนว่าแค่ใบไม้ใบเดียวก็พอแล้ว นี่ราคาถูกที่สุดแล้ว” จื่อโยวกล่าวพลางยิ้มอย่างหยอกล้อ
ตอนนี้มู่เฉียนซีกำลังปลอมตัวอยู่ ฉะนั้นนางไม่สามารถพึ่งพาความงามของตนเองได้ นอกจากนี้บุคลิกก็ยังไม่ถูกต้องอีกด้วย
นางกล่าวว่า “จูเชว่ เจ้าไปเอาใบไม้มาให้หน่อยสิ”
“ได้!”
และมู่เฉียนซีก็ซื้อไม้แกะสลักอันเล็กนี้ด้วยใบไม้ใบเดียวจริง ๆ ซึ่งมันก็เป็นราคาที่ถูกมากจนไม่อาจถูกไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
“คนงาม ในเมื่อเจ้าได้รับแล้ว ก็อย่าทำหายเสียล่ะ” จื่อโยวกล่าว
“อื้ม! เจ้าไม่จำเป็นต้องเตือนข้าเรื่องนี้หรอก”
หลังจากนั้นคนอื่น ๆ เองต่างก็อยากรู้อยากเห็น จึงทำให้มีสาวงามของแดนภูตมากมายนำใบไม้มาซื้อไม้แกะสลักเล็ก ๆ นี้ ซึ่งรอยยิ้มที่ทรงเสน่ห์ของจื่อโยวก็ได้ล่อลวงสาวงามเหล่านั้นไปไม่น้อย
กว่าจะได้มายังแดนภูตนั้นไม่ง่ายเลย ฉะนั้นเขาต้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุขให้เต็มที่ถึงจะเพียงพอ
มู่เฉียนซีถือไม้แกะสลักชิ้นเล็กนั้นกลับเข้าไปในห้องของตนเองด้วยความพึงพอใจ นางกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย จิ่วเยี่ย…”
แต่มันก็ไม่มีการตอบกลับ
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่คิดถึงข้า ข้าควรจะเอาเจ้าไปคืนดีกว่าสินะ เจ้ากลับไปเสียเถอะ!”
“ยังไม่ยอมตอบกลับอีกหรือ?”
ท่ามกลางไม้แกะสลักมากมาย นางก็รับรู้ได้ทันทีว่าเจ้าไม้ชิ้นนี้แตกต่างจากอันอื่น มันสามารถทำให้จิตวิญญาณของนางสั่นไหว และยังสามารถทำให้ใจของนางเต้นได้อีกด้วย ซึ่งมันก็มีเพียงจิ่วเยี่ยเท่านั้นที่ทำให้เกิดความรู้สึกเช่นนี้ได้
ดังนั้นนางไม่มีทางผิดพลาดอย่างแน่นอน!
“ซี!” น้ำเสียงอันคุ้นเคยดังออกมาจากบนไม้แกะสลักชิ้นนี้
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “คราวนี้ก็เปลี่ยนร่างอีกแล้วหรือ?”
“มันเล็กเกินไป”
“ก็จริง แต่อันเล็กขนาดนี้ ข้าสามารถนำมันติดตัวไปด้วยได้! มันน่ารักมากจริง ๆ” มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“ซีไม่รู้สึกว่ามันน่าเกลียดหรอกหรือ มันไม่เห็นจะเหมือนข้าเลยแม้แต่น้อย” ในน้ำเสียงที่เย็นชาของจิ่วเยี่ยเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่นี่ก็มีความคล้ายมากที่สุดแล้ว
สิ่งของที่นักหลอมอาวุธอย่างเมี่ยเทียนทำล้วนน่าประทับใจเป็นอย่างมาก ซึ่งก็เหมือนสิ่งของที่มีขนาดเท่าหัวแม่มือชิ้นนี้ เขานี่ช่างเป็นคนที่มีฝีมืออย่างสมบูรณ์จริง ๆ
นางจ้องมองไปยังไม้แกะสลักชิ้นนี้ และดูไม่รู้เลยว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้จิ่วเยี่ยเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าจะปรับแก้มันสักหน่อยคงจะไม่เป็นอะไรสินะ! เจ้าคงจะไม่รู้สึกเจ็บปวดใช่หรือไม่”
“ไม่หรอก ค่ายกลภายในต่างหากที่สำคัญที่สุด ภายนอกเว้นแต่รูปร่างแล้วก็ไม่มีสิ่งใดที่สำคัญเลย”
“เช่นนั้นข้าจัดการเอง!” มู่เฉียนซีอยากลองทำดู
หลังจากที่ให้คนไปเตรียมอุปกรณ์แกะสลักไม้แล้ว มู่เฉียนซีก็เริ่มลงมือทันที นางเองก็เป็นนักหลอมอาวุธคนหนึ่ง และมีฝีมือที่ไม่เลวเช่นกัน นางค่อย ๆ แกะสลักรูปร่างของจิ่วเยี่ยตามความทรงจำของนางทีละน้อย และยิ่งมองก็ยิ่งพึงพอใจเป็นอย่างมาก
เมื่อได้โครงร่างคร่าว ๆ และได้รูปลักษณ์หลัก ๆ ออกมาแล้ว ก็เริ่มขัดเกลาโดยละเอียดมากขึ้น อย่างไรเสียสิ่งของที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ ก็เป็นการแกะสลักผู้ชายของตนเอง ดังนั้นมู่เฉียนซีจึงพยายามทำให้สมบูรณ์แบบที่สุด
เมื่อมู่เฉียนซีแกะสลักทั้งหมดแล้วจนพอใจ ในขณะที่มองไม้แกะสลักในมือ มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาว่า “ข้าคิดถึงเจ้า อยากเจอเจ้า ไม่ใช่ไม้แกะสลักเช่นนี้!”
“ออกมาเถอะ ช่วยข้าใส่หน่อย” ไม่เพียงแต่แกะสลักไม้ชิ้นนี้ได้เหมือนจริงราวกับมีชีวิต มู่เฉียนซียังเตรียมเชือกเอาไว้รอให้ใครสักคนมาใส่ให้ด้วย
จิ่วเยี่ยรู้สึกเจ็บปวดใจเล็กน้อยกับปัญหาของซี แต่เมื่อได้ยินว่านางอยากเจอเขา มันก็ทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวขึ้นมา
“ในฐานะคนของข้า เจ้าจะไม่เชื่อฟังเช่นนี้ไม่ได้หรอกนะ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“เอาล่ะ! เจ้าแสร้งทำเป็นตายต่อไปเถอะ ข้าจะถือว่าข้าเสียเวลาแกะสลักเจ้าสิ่งนี้ไปอย่างไร้ประโยชน์ เช่นนั้นบดขยี้มันด้วยตัวเองก็พอแล้ว”
.
.