ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2791 เผ่าโลหิตถูกปล้น
ขอเพียงสามารถช่วยลูกชายของตนเองได้ ผู้นำเผ่าโลหิตพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทุกอย่าง
“ตกลง!”
คนของเผ่าโลหิตไม่สามารถย่อยสิ่งอื่นได้ และสามารถย่อยได้เพียงเลือดสด ๆ เท่านั้น แต่เฉี่ยชิวก็ไม่สามารถดื่มเลือดได้เช่นกัน มิเช่นนั้นเขาจะอาเจียนเอาทุกสิ่งทุกอย่างออกมา จนทำให้ชีวิตของเขาตกอยู่ในอันตรายได้
ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมมากแล้ว มู่เฉียนซีจึงเตรียมยาให้เขาอีกเข็ม จากนั้นก็ฉีดลงบนแขนของเฉี่ยชิวโดยตรง
เฉี่ยชิวไม่มีอาการต่อต้าน และจ้องมองไปที่นางด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความรู้สึกสบายร่างกายที่หาได้ยากนี้ เป็นสิ่งที่มนุษย์ผู้นี้มอบให้เขา
หลังจากที่มู่เฉียนซีทำการวิเคราะห์เสร็จสิ้นแล้ว นางก็ได้บอกกับผู้นำเผ่าโลหิตว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เฉี่ยชิวเป็นอยู่นี้เป็นเพราะร่างกายของเขา
ร่างกายอย่างนั้นหรือ การที่เผ่าโลหิตมีร่างกายเช่นนี้ แน่นอนว่านั่นถือเป็นเรื่องที่โชคร้ายเป็นอย่างยิ่ง
ร่างกายเช่นนี้หยั่งรากลึกเป็นอย่างยิ่ง ผู้นำเผ่าโลหิตกล่าวว่า “หรือว่าหลังจากนี้ไปท่านจะต้องจัดเตรียมยาไว้ให้ชิวเอ๋อร์ใช้ เพื่อให้เขามีชีวิตต่อไปได้อย่างนั้นหรือ”
“ไม่ต้องหรอก! แค่ปรับเปลี่ยนร่างกายก็ไม่เป็นไรแล้ว”
“เผ่าโลหิตของพวกเราไม่เหมือนมนุษย์อย่างพวกท่าน ร่างกายของพวกเราถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกเกิด หากเปลี่ยนแปลงก็เท่ากับฝ่าฝืนกฏสวรรค์ เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้แน่นอน”
มู่เฉียนซีกล่าวกับผู้นำของเผ่าโลหิตว่า “สามารถทำได้ เพราะครั้งนี้หมอปีศาจอย่างข้าจะลงมือเอง”
สาวน้อยมนุษย์ผู้นี้ถึงจะดูเยาว์วัยมาก แต่นางกลับมีท่าทางที่มั่นใจว่าตนเองสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ ซึ่งนั่นก็ทำให้ผู้นำเผ่าโลหิตประหลาดใจเล็กน้อย
“ตกลง!”
มู่เฉียนซีเคยวิจัยเกี่ยวกับร่างกายมาก่อน บวกกับหญ้าแห่งชีวิตในมิติเหล่านั้นก็เริ่มเขียวชอุ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ดังนั้นนางจึงสามารถใช้พลังแห่งชีวิตได้อยู่ไม่น้อย
“จิ่วเยี่ย ข้าต้องกลั่นยา! เจ้าออกมาคุ้มกันข้าหน่อย”
“อื้ม!” จิ่วเยี่ยปรากฏตัวออกมา และยืนเฝ้าอยู่นอกประตู
“เข้ามาเฝ้าข้างในสิ หากข้าเหนื่อย เจ้าไม่คิดจะช่วยประคองข้าหน่อยหรืออย่่างไร”
การปรับเปลี่ยนร่างกายของเผ่าโลหิตไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนางเลยจริง ๆ แต่เรื่องที่เหนื่อยล้าจนอยู่ในสภาพที่ยืนไม่ได้นั้นไม่ใช่เรื่องที่มีอยู่จริงสำหรับหมอปีศาจอย่างนางเช่นกัน
แต่นางเพียงแค่ไม่อยากให้จิ่วเยี่ยระมัดระวังมากเกินไป และเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในไม้แกะสลักตลอดเวลาเช่นนั้น
หลังจากที่จิ่วเยี่ยเข้ามาแล้ว เขาก็เฝ้ามองมู่เฉียนซีขณะที่กำลังเตรียมยาน้ำชนิดต่าง ๆ อยู่ด้านข้างอย่างสงบ นอกจากยาน้ำแล้ว มู่เฉียนซียังหลอมอาวุธ ที่เป็นเครื่องมือลักษณะคล้ายกับที่ให้น้ำเกลือของสมัยปัจจุบันชุดหนึ่งอีกด้วย
เนื่องจากร่างกายของเฉี่ยชิวอ่อนแอมากเกินไป การฉีดยาเพียงเล็กน้อยเพียงไม่กี่เข็มคงไม่เพียงพอ แต่หากร่างกายถูกเจาะรูมากไปกว่านี้ คาดว่าลูกชายของผู้นำเผ่าคงไม่สามารถควบคุมความเจ็บปวดได้แน่
“เสร็จเรียบร้อยแล้ว”
หลังจากที่เตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว ผู้นำเผ่าของเผ่าโลหิตก็ได้เห็นวิธีการรักษาแบบใหม่
นักปรุงยาสองสามคนของเผ่าโลหิตได้ยินข่าวว่าหมอปีศาจกำลังทำการรักษานายน้อย นอกจากนี้วันรุ่งขึ้นยังไม่ถูกผู้นำเผ่าฆ่าหรือว่าโยนออกมา และยังคงอยู่ในพระราชวังเผ่าโลหิตอย่างสบายใจอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้มันก็ทำให้พวกเขานั่งไม่ติดกันเลยทีเดียว ซึ่งพวกเขาต่างเข้ามาในวังเพื่อดูสักหน่อยว่าหมอปีศาจรักษานายน้อยอย่างไรกันแน่
ผลปรากฏว่าพวกเขาได้เห็นวิธีการรักษาที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง หลังจากนั้นพวกเขาก็กล่าวอย่างรีบร้อนว่า “ท่านผู้นำเผ่า สิ่งนี้มันจะไร้สาระเกินไปแล้ว ร่างกายของนายน้อยอ่อนแอขนาดนั้น ยังมีสิ่งของเช่นนี้เข้าไปในร่างกายของเขาอีกได้อย่างไร”
“หุบปาก พวกเจ้าจะเสียงดังเกินไปแล้ว” น้ำเสียงที่เย็นชาเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
พวกเขาเห็นสาวน้อยในชุดสีม่วงที่ดูอ่อนเยาว์มากคนหนึ่ง และยังไม่ทันรอให้พวกเขากล่าวอะไรออกมา มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาว่า “ข้าเป็นนักปรุงยาขั้นเทวะแล้ว พวกเจ้าล่ะ”
ขั้นเทวะหรือ สาวน้อยผู้นี้เป็นขั้นเทวะแล้วอย่างนั้นหรือ ใครจะไปเชื่อกัน
“หากพวกเจ้าสามารถกลั่นยาลูกกลอนระดับนี้ได้ ค่อยมาพูด”
เมื่อเห็นยาลูกกลอนที่อยู่ภายในมือ พวกเขาต่างก็รู้สึกเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง
พระเจ้า! นักปรุงยาของเผ่ามนุษย์เก่งกาจถึงขนาดนี้เลยหรือ เหตุใดรุ่นเด็กวัยเยาว์คนหนึ่งถึงได้น่าทึ่งถึงเพียงนี้
ใบหน้าของพวกเขาแดงก่ำ และไม่กล้าพูดอะไรอีก
ความสามารถของพวกเขาสู้ไม่ได้จริง ๆ
ถึงจะไม่พูด แต่ก็ไม่ไปเช่นกัน พวกเขาต่างอยู่คอยสังเกตการณ์และเรียนรู้ไปด้วย
วิธีการเช่นนี้แปลกประหลาดเกินไปสำหรับพวกเขา แต่พวกเขากลับค้นพบว่าร่างกายของนายน้อยได้รับการฟื้นฟู และในตอนนี้สีหน้าของพวกเขาก็ไม่บูดเบี้ยวขนาดนั้นอีกแล้ว
หลังจากที่มู่เฉียนซีออกไปแล้ว นักปรุงยาแต่ละคนก็เริ่มเอ่ยปากพูด และพวกเขาก็กล่าวกับผู้นำเผ่าโลหิตว่า “ท่านผู้นำเผ่า ท่านหมอปีศาจยอดเยี่ยมมากจริง ๆ เมื่อครู่นี้พวกเราผิดเอง พวกเราจะต้องเตรียมของขวัญเพื่อขอโทษท่านหมอปีศาจสักหน่อยแล้ว”
ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับนักปรุงยา แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นสมุนไพรวิญญาณอยู่แล้ว ซึ่งพวกเขาก็มีเก็บสะสมของล้ำค่าเอาไว้บ้าง
หลังจากที่รักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสามวัน เฉี่ยชิวไม่เพียงแต่มีแรงที่จะพูดเท่านั้น แต่เขายังสามารถเดินขณะที่จับกำแพงได้อีกด้วย
มู่เฉียนซีไปหาผู้นำเผ่าพลางกล่าวว่า “ผู้นำเผ่า จำเป็นต้องใช้เลือดของพวกเจ้าเผ่าโลหิตถึงจะได้”
“ต้องการเลือดของเผ่าโลหิตอย่างนั้นหรือ แน่นอนว่าเลือดของข้าเหมาะสมที่สุดแล้ว แต่ว่ามันจะไม่มีปัญหาจริง ๆ ใช่หรือไม่ มันคงจะไม่ทำให้เขาต่อต้านหรอกนะ” ผู้นำเผ่าโลหิตกล่าวถาม
“ไม่เป็นไรหรอก มันไม่ได้มีเพียงแค่เลือดเท่านั้น แต่ต้องผสมยาอื่น ๆ ลงไปด้วย” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
หลังจากที่รักษามาได้สามวันแล้ว ก็ยังคงไม่มีปัญหาใด ๆ เลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้บนใบหน้าของเขายังฟื้นฟูสีเลือดขึ้นมาบ้างแล้วอีกด้วย หลังจากนั้นในวันรุ่งขึ้น เขาก็เริ่มทำการอาบด้วยยา
ก่อนที่จะอาบด้วยยา มู่เฉียนซีได้กล่าวแนะนำผู้นำเผ่าโลหิตว่า การอาบด้วยยานั้นจะเจ็บปวดและทรมานมาก ถึงผู้นำเผ่าโลหิตจะเกิดความลังเลอยู่บ้าง แต่เฉี่ยชิวกลับอยากที่จะลองดู
“ท่านพ่อ ข้าไม่เคยรู้สึกสบายเช่นนี้มาก่อนเลย ข้าอยากที่จะเป็นคนปกติ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่มีทางยอมปล่อยโอกาสใดไปทั้งนั้น”
เพราะประสบการณ์ตั้งแต่เด็กของเขา ทำให้เฉี่ยชิวสามารถทนในสิ่งที่คนธรรมดาไม่สามารถทนได้ และหลังจากที่ผ่านเรื่องนี้ไปได้ มู่เฉียนซีได้ให้ผู้นำเผ่าโลหิตเตรียมอาหารไว้มอบให้กับเฉี่ยชิวแล้ว
เลือดของกระต่ายที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างพิถีพิถันของเผ่าโลหิตบริสุทธิ์ที่สุด ซึ่งมันก็เป็นหนึ่งในชนิดของเลือดที่เผ่าโลหิตชื่นชอบมากที่สุดอีกด้วย และหลังจากที่เฉี่ยชิวดื่มเข้าไป เขาก็ไม่ได้อาเจียนออกมา ไม่เพียงเท่านั้น เพราะเขายังสามารถฝึกฝนได้อีกด้วย
สองพ่อลูกดีใจอย่างบ้าคลั่ง เฉี่ยอี้กล่าวว่า “ท่านหมอปีศาจยอดเยี่ยมจริง ๆ มิแปลกใจเลยที่จอมราชาภูตจะมองท่านแตกต่างออกไปถึงขนาดนี้ ข้าชื่นชมในทักษะทางการแพทย์ของท่านเป็นอย่างยิ่ง”
“ชื่นชมเพียงแค่คำพูดมันไม่พอหรอกนะ ผู้นำเผ่าโลหิตต้องจ่ายด้วยการลงมือปฏิบัติจริงด้วยสิ ข้าคิดว่าเจ้าคงจะไม่ลืมสัญญาของเราหรอกใช่หรือไม่!” มู่เฉียนซีกล่าว
“ข้าไม่เพียงแต่จะมอบแผนที่ให้ท่านเท่านั้น แต่ข้ายังสามารถให้ท่านสร้างหอหมอปีศาจที่เผ่าโลหิตของข้าได้อีกด้วย เป็นอย่างไร หากชิวเอ๋อร์สามารถกินอาหารสามมื้อต่อวันได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะให้สิ่งที่ท่านต้องการแน่นอน”
“ตกลง! ข้าคิดว่าหลังจากนี้ไปน่าจะไม่มีปัญหาอะไร เว้นแต่ว่าจะมีคนแอบวางแผนร้ายกับนายน้อยของเผ่าโลหิตของเจ้า” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างมั่นใจ
หลังจากเฉี่ยชิวสามารถกินอาหารสามมื้อในหนึ่งวันได้ตามปกติแล้ว นอกจากนี้ความเร็วในการฝึกฝนยังรวดเร็วมากอีกด้วย เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผู้นำเผ่าโลหิตเฝ้ารอมาเป็นเวลานานมากแล้วจริง ๆ ผู้นำเผ่าโลหิตกล่าวว่า “ข้าจะไปนำแผนที่มามอบให้ท่านเดี๋ยวนี้แหละ!”
และในตอนที่ผู้นำเผ่าไปหยิบแผนที่อยู่นั้น ระหว่างทางเขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของคนที่ไม่ใช่เผ่าโลหิตของพวกเขา แต่มันคือกลิ่นอายของเผ่าอสรพิษ
มีเผ่าอสรพิษที่แข็งแกร่งคนหนึ่งบุกเข้ามาในอาณาเขตของพวกเขา ซึ่งมันก็ทำให้สีหน้าของผู้นำเผ่าโลหิตเปลี่ยนไปอย่างมาก จากนั้นเขาก็ลงมือโจมตีทันที
ตูมมม!
ทันใดนั้น พลังสีดำก็ได้สกัดกั้นการโจมตีของผู้นำเผ่าโลหิตเอาไว้ ซึ่งนั่นก็ทำให้ผู้นำเผ่าโลหิตตื่นตกใจเล็กน้อย พลังนี้มัน…
นี่มันไม่ใช่พลังของเผ่าอสรพิษ
“ตามไป!” ผู้นำเผ่าโลหิตออกคำสั่ง
ความสามารถของเผ่าอสรพิษผู้นี้ไม่อ่อนแอเลย บวกกับมีพลังนั้นอีก และภายใต้การไล่ตามของผู้นำเผ่าโลหิต เขาก็ออกไปนอกพระราชวังเผ่าโลหิตอย่างรวดเร็ว
“มีการเคลื่อนไหวของพลังแห่งความตาย นอกจากนี้ยังค่อนข้างแข็งแกร่งเลยด้วย” ในขณะที่ทางด้านนั้นเริ่มการโจมตี มู่เฉียนซีก็สามารถสัมผัสถึงมันได้แล้วเช่นกัน
“จิ่วเยี่ย พวกเราไปดูกันเถอะ” มู่เฉียนซีกล่าว
“อื้ม!” ร่างเงาสีดำปรากฏขึ้น จากนั้นก็พามู่เฉียนซีหายไปจากสถานที่แห่งนั้นทันที
“เจ้ามาทำอะไรที่เผ่าโลหิตของข้า” ผู้นำเผ่าโลหิตกล่าวพลางมองไปยังชายที่ถูกล้อมเอาไว้
.