ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2790 ผู้ชายของซี
จอมราชาภูตกล่าวว่า “ท่านมู่เป็นคนที่สามารถเชื่อถือได้ นอกจากนี้ก็เป็นแค่แผนที่เท่านั้น เจ้าเองก็รู้ดีอยู่แล้วหากต้องการได้แผนที่ทั้งหมดมันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย”
ผู้นำเผ่าโลหิตเองก็รู้ดี ว่านั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยจริง ๆ
ผู้นำเผ่าโลหิตจ้องมองไปที่มู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของเผ่าโลหิตของพวกเรา แน่นอนว่าไม่ใช่แผนที่แผ่นนั้นอยู่แล้ว เพราะแผนที่นั้นเป็นเพียงของตาย แม้ว่าเผ่าภูตหลักทั้งสิบสองอย่างพวกข้าจะเคยภักดีต่อจักรพรรดิภูตก็ตาม”
“หากว่าเจ้าสามารถเก็บสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของเผ่าโลหิตของพวกเราได้ ข้าก็สามารถมอบแผนที่ให้กับเจ้าได้เช่นกัน”
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “เช่นนั้นสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของพวกเจ้าเผ่าโลหิต มันคืออะไรกันแน่”
“แน่นอนว่าต้องเป็นลูกชายของข้าอยู่แล้ว เขาคือนายน้อยของเผ่าโลหิต” เมื่อกล่าวถึงลูกชายของตนเอง ภายในแววตาของผู้นำเผ่าโลหิตก็เต็มไปด้วยความรักใคร่ที่มิอาจบดบังได้
“ในเมื่อเป็นนายน้อยของเผ่าโลหิต ทำไมข้าจะต้องเก็บเขาไว้ล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“เฮ้อ!” ผู้นำเผ่าโลหิตถอนหายใจ จากนั้นก็พูดเรื่องที่รบกวนใจเขามาเป็นเวลานานมากแล้ว
เผ่าโลหิตใช้เลือดสด ๆ ของเผ่าภูตอื่นเป็นอาหาร และสำหรับพวกเขายิ่งเลือดของเผ่าพันธุ์ที่มีจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์มากเท่าไรก็ยิ่งมีรสชาติที่อร่อยมากขึ้นเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้เผ่าโลหิตส่วนใหญ่จึงมีความเลือกกินเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเผ่าโลหิตที่มีสายเลือดบริสุทธิ์ อาการเลือกกินก็จะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่ทว่านายน้อยของเผ่าโลหิตในตอนนี้ ไม่สามารถเรียกว่าเลือกกินได้อีกแล้ว น่าจะเรียกว่าเขาถึงขั้นเกลียดอาหารไปแล้วมากกว่า
ไม่ว่าเขาจะดื่มเลือดที่มีความบริสุทธิ์มากเพียงใด แต่หลังจากที่เขาดื่มเสร็จแล้วก็จะอาเจียนออกมาทันที และที่ทุกวันนี้เขายังมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่หิวตายไปเสียก่อนเพราะตัวเขามีสายเลือดที่แข็งแกร่งมาก ซึ่งในฐานะที่เขาเป็นบิดาจึงต้องการหาวิธีที่จะช่วยเขาให้ได้
แต่ถึงอย่างนั้น การที่เขาไม่สามารถกินอาหารได้ก็ทำให้ร่างกายของเขากลายเป็นแย่มากขึ้น การฝึกฝนก็ยากที่จะยกระดับได้ เพราะเผ่าโลหิตของพวกเขาพึ่งพาเลือดในการยกระดับการฝึกฝนของตนเอง
“ข้าเคยหาวิธีมามากมายแล้ว เคยหานักปรุงยา หรือเคยหาแม้กระทั่งนักเล่นคาถาอาคม แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย และในตอนนั้นเองข้าก็ได้ยินมาว่ามีหมอปีศาจที่เป็นเหมือนปาฏิหาริย์ปรากฏตัวขึ้นที่เกาะหมื่นภูตอย่างกะทันหัน ข้าจึงลองมาดูท่าทีและจะมาขอร้องให้ช่วยรักษา! เพราะหากว่าเขายังคงไม่สามารถกินอาหารได้ เขาจะต้องทนไปได้อีกไม่นานแน่นอน” ผู้นำเผ่าโลหิตกล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
นั่นคือคนที่ล้ำค่ามากที่สุดของเขา ฉะนั้นเขาไม่มีทางยอมปล่อยให้มีโชคร้ายอะไรเกิดขึ้นกับเขาแน่นอน ไม่ว่าอย่างไรก็จะต้องปกป้องเขาให้ได้
อาการเบื่ออาหาร!
แน่นอนว่าอาการเบื่ออาหารของเผ่าโลหิตนั้นแตกต่างจากคนธรรมดาเป็นอย่างมาก ซึ่งมันจำเป็นต้องใช้ยาที่ถูกต้อง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ผู้นำเผ่าโลหิต จะรังเกียจหรือไม่หากข้าจะไปพบคนป่วยที่เกาะโลหิตของพวกเจ้า มีเพียงแค่การยืนยันสถานการณ์ของเขาว่าเป็นอะไรกันแน่เท่านั้น ข้าถึงจะสามารถวางแผนการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดได้”
ผู้นำเผ่าโลหิตกล่าวว่า “ได้สิ! ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แม้ว่าเจ้าจะไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่เห็นแก่หน้าของจอมราชาภูต ข้าก็จะไม่ทำอะไรเจ้าเช่นกัน และแน่นอนว่า เจ้าก็อย่าได้คิดเรื่องแผนที่อีกเลย หากเจ้าคิดอยากที่จะแย่งชิงเอาไปแล้วละก็ แม้ว่าจะเป็นท่านจอมราชาภูตก็ไม่อาจปกป้องเจ้าได้ ฉะนั้นเจ้าไม่อย่าได้ก่อเรื่องวุ่นวายที่เผ่าโลหิตของข้าเลยจะดีกว่า”
มู่เฉียนซีพยักหน้ากล่าวว่า “เรื่องนั้น ข้าเข้าใจแล้ว!”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นก็ออกเดินทางกันเลยเถอะ” ผู้นำเผ่าโลหิตไม่ใช่คนที่มีนิสัยใจร้อน แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลูกชายของตนเอง เขาก็อยากจะทำให้เร็วมากที่สุดจนแทบจะรอไม่ไหวอยู่แล้ว
เขาไม่อยากให้ลูกชายของตนเองต้องเผชิญหน้าอยู่ในอันตรายอีกแล้ว
“ได้! เช่นนั้นก็ออกเดินทางกันเถอะ”
นางเองก็อยากจะตามหาต้นกำเนิดแห่งแดนภูตให้เร็วมากที่สุดเช่นกัน รอให้ทุกอย่างสามารถฟื้นฟูได้แล้ว ปมที่อยู่ภายในใจของจิ่วเยี่ยก็จะถูกคลายออก และไม่จำเป็นต้องคำนวณเวลาอย่างระมัดระวังตอนที่จูบกันอีก
ผู้นำเผ่าโลหิตเปิดทาง และพวกเขาก็มุ่งตรงไปยังอาณาเขตของเผ่าโลหิตด้วยความเร็วที่รวดเร็วมากที่สุด
“ได้ข่าวว่าท่านผู้นำเผ่าได้เชิญหมอปีศาจที่เป็นนักปรุงยาชื่อดังของเกาะหมื่นภูตผู้นั้นมา แล้วหมอปีศาจอยู่ที่ใดกันล่ะ”
“สาวน้อยมนุษย์ผู้นั้นคือหมอปีศาจ!”
พวกเรารู้ดีว่าจูเชว่เป็นองครักษ์ ดังนั้นจึงมีเพียงมู่เฉียนซีเท่านั้น
ผู้นำเผ่าโลหิตกล่าวว่า “อย่าส่งเสียงดัง เงียบซะ! อย่ามาเกะกะ ถอยออกไป!”
หลังจากที่มู่เฉียนซีมาถึงเกาะโลหิตแล้ว ก็ได้ถูกผู้นำเผ่าโลหิตเชิญไปตรวจลูกชายของเขาเป็นอันดับแรก ซึ่งเขาก็คือหนุ่มน้อยอ่อนแอที่อายุสิบห้าสิบหกปีคนหนึ่ง นอกจากนี้ใบหน้าที่ไม่มีเลือดเลยแม้แต่น้อยของเขายังดูซีดเซียวมากอีกด้วย
โครงร่างของเขาผอมแห้งเป็นอย่างมาก ซึ่งมันก็ทำให้รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่อ่อนแอไร้เรี่ยวแรงมากจริง ๆ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ยื่นมือออกมาให้ข้าดูหน่อย”
มู่เฉียนซีตรวจชีพจรของเขาก่อน ซึ่งชีพจรที่อ่อนแอนี้ทำให้รู้ว่าเขาขาดอาหารอย่างสิ้นเชิง
มู่เฉียนซีเพียงแค่ผลักเขาเล็กน้อย นายน้อยเผ่าโลหิตผู้นี้ก็ล้มลงราวกับใบไม้ที่ร่วงหล่นในฤดูใบไม้ร่วงก็มิปาน ซึ่งความไร้เรี่ยวแรงนั้นก็เกือบทำให้เขาหมดสติไปเลยทีเดียว
“ชิวเอ๋อร์!” ผู้นำเผ่าโลหิตตื่นตกใจจนหน้าซีดเผือด
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ดึงเข็มยาเล่มหนึ่งออกมาจากปลายนิ้วของนาง และนางก็ได้ฉีดยาน้ำลงไปบนแขนของนายน้อยเผ่าโลหิตผู้นี้ทันที
“เจ้ากำลังทำอะไรน่ะ” ผู้นำเผ่าโลหิตกล่าวอย่างเดือดดาล
เนื่องจากว่าเขาไม่เคยเห็นวิธีการรักษาเช่นนี้มาก่อน จึงคิดว่ามู่เฉียนซีกำลังทำร้ายลูกชายของเขา ด้วยเหตุนี้เขาที่โกรธจนเสียสติจึงได้ลงมือกับมู่เฉียนซีทันที
เขาเป็นถึงผู้นำเผ่าของเผ่าหนึ่ง ดังนั้นภายใต้ความโกรธเคืองของเขาก็เพียงพอที่จะสังหารมู่เฉียนซีได้แล้ว
“ซีซี!” สีหน้าของจูเชว่พลันเปลี่ยนไปทันที
ในเวลานี้ พลังแห่งความมืดที่ไร้ขีดจำกัดก็ระเบิดออกมาอย่างกะทันหัน และร่างเงาสีดำร่างหนึ่งก็กอดมู่เฉียนซีเอาไว้ในอ้อมแขน นอกจากนี้ยังทำให้พลังของผู้นำเผ่าโลหิตกลายเป็นความว่างเปล่าไปอีกด้วย
ตึงง!
ผู้นำเผ่าโลหิตถูกพลังที่มองไม่เห็นกระแทกจนลอยกระเด็นออกไป
“เจ้าเป็นใครกัน” ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาจ้องมองไปยังชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ ผู้ที่มีพลังในการต่อสู้ที่แข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวผู้นั้น
“แน่นอนว่าข้าก็คือผู้ชายของซีน่ะสิ!” จิ่วเยี่ยกล่าวตอบ
“บังอาจมาทำร้ายนาง เชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถทำลายล้างเผ่าของเจ้าได้” จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชา
ผู้นำเผ่าโลหิตเองก็ไม่ใช่คนที่จะจัดการได้อย่างง่ายดายเช่นกัน เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “นางกล้ามาทำร้ายลูกชายของข้า แม้ว่าที่มาของเจ้าจะไม่ธรรมดา ข้าก็ไม่สามารถยอมแพ้เรื่องการล้างแค้นให้ลูกชายของข้าได้หรอก”
ผู้นำเผ่าโลหิตเป็นคนที่รักลูกชายอย่างลึกซึ้ง ส่วนจิ่วเยี่ยเองก็เป็นทาสภรรยาขั้นสุดคนหนึ่งเช่นกัน ในเมื่อทั้งสองไม่ยอมถอยให้กัน กลิ่นอายโดยรอบบริเวณจึงอันตรายเป็นอย่างมาก ซึ่งนั่นก็ทำให้คนที่อยู่บริเวณโดยรอบต่างก็รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
ผู้นำเผ่าไม่ได้พาหมอปีศาจมารักษานายน้อยอย่างนั้นหรือ เหตุใดถึงได้ระเบิดพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ออกมากันล่ะ
“ท่านพ่อ! ท่านพ่อข้าไม่เป็นอะไรแล้วขอรับ! ตอนนี้ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้ว” ผลปรากกฏว่ามีเสียงที่อ่อนแอเสียงหนึ่งดังออกมา
ผู้นำเผ่าโลหิตตะลึงงันไป และรีบเก็บกลิ่นอายที่อันตรายของตนเองทันที เพราะเกรงว่านั่นจะทำให้ลูกชายของตนเองรู้สึกไม่สบายตัวเอาได้
“เจ้า…ตอนนี้เจ้ามีแรงพอที่จะพูดได้แล้วหรือ นอกจากนี้ยังพูดได้หลายคำในคราวเดียวอีกด้วย”
เป็นเวลานานมากแล้วที่เขาไม่ได้กินอะไรเลย และการที่สามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ ซึ่งเดิมทีเขาก็ไม่มีแม้แต่แรงที่จะพูดมาเป็นเวลานานมากแล้วเช่นกัน
มู่เฉียนซีกล่าวกับผู้นำเผ่าโลหิตว่า “เมื่อครู่นี้สถานการณ์ของเขาย่ำแย่มาก ดังนั้นข้าจึงฉีดยาน้ำที่มีสารอาหารให้เขาโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ฉะนั้นท่านผู้นำเผ่าโลหิตโปรดใจเย็นลงสักหน่อยเถิด”
“ข้ามายังอาณาเขตของเจ้าเพราะมีเรื่องที่ต้องการเช่นกัน ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องโจมตีลูกชายของเจ้าและทำให้เจ้าโกรธเลย เจ้าว่าข้าพูดถูกหรือไม่”
“เมื่อครู่นี้ข้าเกิดความกังวลจนสับสนไป ท่านหมอปีศาจโปรดให้อภัยด้วย” ผู้นำเผ่าโลหิตก็ไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลเช่นกัน นอกจากนี้ข้างกายของมู่เฉียนซียังมีคนที่แข็งแกร่งอย่างเจ้าหมอนั่นอยู่ด้วย เขาจึงไม่กล้าหยาบคายมากเกินไปอีกแล้ว
หากต่อสู้กันขึ้นมาจริง ๆ ต้องเป็นเขาที่เสียเปรียบอย่างแน่นอน เขาจะเป็นอะไรไปไม่ได้ มิเช่นนั้นคงไม่มีใครมาคอยห่วงใยชิวเอ๋อร์เท่าเขาอีกแล้ว
“ยาของท่านได้ผล ฉะนั้นท่านสามารถรักษาชิวเอ๋อร์ได้ใช่หรือไม่” เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ของเฉี่ยชิวดีขึ้น ผู้นำเผ่าโลหิตก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
“ข้าจำเป็นต้องเฝ้าสังเกตการณ์ต่อไปก่อน!” มู่เฉียนซีกล่าว
.
.