ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2794 ต้องเชื่อฟังข้า
ผู้นำเผ่าโลหิตกล่าวว่า “ถูกต้องแล้ว ข้าได้มอบแผนที่ให้นางแล้ว”
ผู้นำเผ่าโลหิตไม่กลัวว่าเผ่าอสรพิษเหล่านี้จะทำร้ายหมอปีศาจ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ต้องจบอย่างน่าสังเวชคือคนจากเผ่าอสรพิษเหล่านั้นอย่างแน่นอน
“ในเมื่อผู้นำเผ่าโลหิตกล่าวเช่นนี้ ก็ดูเหมือนว่ามันจะเป็นความจริงสินะ เจ้ามนุษย์ เข้ามาสิ!”
มู่เฉียนซีเดินเข้าไป จากนั้นก็หยิบเอากล่องเล็ก ๆ ออกมา นางกล่าวว่า “แผนที่อยู่ข้างในนี้”
เฟี้ยว!
ในชั่วพริบตา มู่เฉียนซีก็ถูกจับเอาไว้ และกล่องใบน้อยนั้นก็ตกไปอยู่ในมือของคนเผ่าอสรพิษเหล่านั้น
หลังจากที่พวกเขาได้รับสิ่งของไปแล้ว พวกเขายังจับคนไปด้วย อีกทั้งไม่มีความคิดที่จะปล่อยตัวเฉี่ยชิวเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ยังจับตัวประกันเพิ่มได้อีกคนหนึ่งด้วย
“เป็นมนุษย์ที่ทั้งอ่อนแอและโง่เขลาจริง ๆ!” คนของเผ่าอสรพิษเหล่านั้นกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ผู้นำเผ่าโลหิตโกรธเคืองเป็นอย่างมาก “คิดไม่ถึงเลยว่าคนของเผ่าอสรพิษอย่างพวกเจ้าจะไม่รักษาสัญญา”
“พวกเราไม่มีทางเลือก! ที่นี่คืออาณาเขตของเผ่าโลหิตของพวกเจ้า หากปล่อยคนไปแล้ว พวกเจ้าคงไม่ปล่อยพวกเราที่ได้รับแผนที่แล้วออกไปจากเกาะโลหิตได้อย่างปลอดภัยแน่นอน” หนึ่งในคนของเผ่าอสรพิษที่มีใบหน้าแหลมกล่าวขึ้น
“ตรวจสอบสิ่งของก่อน หลังจากที่ยืนยันแล้วว่าเป็นแผนที่จริง ๆ และรอให้พวกเราออกไปได้อย่างปลอดภัยเมื่อไร พวกเราจะปล่อยพวกเขาแน่นอน วางใจเถอะ ตอนนี้เผ่าอสรพิษของพวกเราไม่อยากยั่วยุให้มีการต่อสู้นองเลือดระหว่างสองเผ่า ดังนั้นถือได้ว่าตอนนี้ข้ามีความจริงใจเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว”
สีหน้าของผู้นำเผ่าโลหิตเปลี่ยนเป็นซีดเผือดไปทันที คิดว่าเขาโง่ถึงขนาดยอมเชื่อในความจริงใจของเผ่าอสรพิษอย่างนั้นหรือ
คนหนึ่งในเผ่าอสรพิษรับหน้าที่เปิดกล่องใบนั้น และทันทีที่เขาเปิดกล่องใบนั้นออก ก็มีผงสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนถูกพ่นออกมาอย่างกะทันหัน
ฟึ่บ!
“อ๊ากก! ตาข้า”
ทันทีที่ผงชนิดนี้ถูกพ่นออกมา การมองเห็นของพวกเขาก็ได้ถูกทำลายไปอย่างสมบูรณ์
ฟิ้ววว!
เข็มยาเล่มหนึ่งบินออกไป และปักลงบนจุดตายของเผ่าอสรพิษที่จับนางเอาไว้ผู้นั้น หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ลงมืออย่างกะทันหัน โดยต่อยไปที่คนสองคนที่จับเฉี่ยชิวเอาไว้ทันที
ความเร็วของนางรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง นางช่วยเฉี่ยชิวไว้ได้อย่างรวดเร็ว และในตอนที่คนของเผ่าอสรพิษเหล่านั้นยังไม่ทันได้ตอบสนองใด ๆ นางก็กลับมาอยู่ข้างกายของผู้นำเผ่าโลหิตราวกับภูตวิญญาณก็มิปาน
“ชิวเอ๋อร์!” เมื่อเห็นว่าลูกชายของตนเองกลับมาได้อย่างปลอดภัย มันก็ทำให้ผู้นำเผ่าโลหิตโล่งใจขึ้นมาทันที
เฉี่ยชิวกล่าวว่า “ท่านพ่อ ข้าไม่เป็นไรขอรับ แต่คนของเผ่าอสรพิษเหล่านั้น จะปล่อยให้รอดไปไม่ได้นะขอรับ”
“ฆ่ามัน!” เขาได้สั่งยอดฝีมือของเผ่าโลหิตที่อยู่ข้างกายเหล่านั้นทันที
พวกเขาถูกมนุษย์ลอบโจมตี ซึ่งนี่ก็ทำให้คนของเผ่าอสรพิษรู้สึกงุนงงและไม่อยากจะเชื่อเป็นอย่างยิ่ง
“นางสาวน้อยมนุษย์น่ารังเกียจนั่น”
พวกเขาใช้พิษในการโจมตีเพื่อบุกเข้ามาในอาณาเขตของเผ่าโลหิต แต่ตอนนี้กลับถูกมนุษย์ใช้พิษในการลอบโจมตีพวกเขา และสิ่งที่ทำให้พวกเขาอยากจะอาเจียนออกมาเป็นเลือดก็คือ คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรกับพิษนี้ได้เลยแม้แต่น้อย
ในตอนที่พวกเขาไม่สามารถถอนพิษได้นั้น คนของเผ่าโลหิตก็บุกเข้ามาแล้ว พวกเขาที่ไม่มีตัวประกันอยู่ในมือ จึงทำได้เพียงต่อสู้ด้วยสติปัญญาเท่านั้น
พรวด พรวด พรวด!
คนของเผ่าอสรพิษเหล่านั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งการล้มเหลวของภารกิจนี้ไม่สามารถย้อนกลับได้ และพวกเขาก็ไม่เต็มใจที่จะยอมรับมัน
มู่เฉียนซีรู้สึกเพียงแค่ว่ากำลังมีสายตาที่ชั่วร้ายจ้องมองมาที่นางกับเฉี่ยชิว พวกงูพิษกำลังจ้องเขม็งมาที่พวกเขา และเตรียมทำบางอย่างครั้งสุดท้าย
ลมกรดแห่งความตายสีดำปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน มันต้องการที่จะพัดมู่เฉียนซีและเฉี่ยชิวให้ลอยออกไป มู่เฉียนซีจึงกล่าวขึ้นมาว่า “จิ่วเยี่ย ข้าคงต้องให้เจ้าปกป้องแล้วล่ะ”
“อื้ม!”
ทันใดนั้น พลังแห่งความมืดที่น่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมา ซึ่งมันก็ทำให้ลมกรดแห่งความตายนั้นหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยในทันที
ภายใต้แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัว คนของเผ่าอสรพิษเหล่านั้นได้ถูกทำให้กลายเป็นร่างเดิมโดยตรง
เลือดและเนื้อของสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างคล้ายงูขนาดยักษ์เหล่านั้นหายไปในทันที ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโครงกระดูกงูขนาดยักษ์ และภายในชั่วพริบตา แม้แต่กระดูกเหล่านั้นต่างก็หายไปจนหมดสิ้น
นี่มันน่ากลัวมากเกินไปแล้ว คนของเผ่าอสรพิษคนอื่น ๆ ต่างถูกทำให้ตกใจเช่นกัน
และเมื่อจิ่วเยี่ยลงมืออีกครั้ง คนของเผ่าอสรพิษที่เหลือเหล่านั้นต่างก็ไม่สามารถหลบหนีได้ ซึ่งผู้แข็งแกร่งของเผ่าอสรพิษยังไม่ทันได้แสดงความสามารถเลยด้วยซ้ำ นอกจากนี้พวกเขาต่างก็จ้องมองไปที่จิ่วเยี่ยด้วยความหวาดกลัวอีกด้วย
หลังจากที่จิ่วเยี่ยจัดการคนเหล่านั้นแล้วเขาก็กลับมาอยู่ข้างกายมู่เฉียนซี เขาอยากที่จะกลับเข้าไปในไม้แกะสลักนั้นอีกครั้ง แต่กลับถูกมู่เฉียนซีดึงมือเอาไว้เสียก่อน
“อย่าหนีข้า วันนี้ข้าตกใจมากที่ถูกลักพาตัวไป ข้าอยากจะให้เจ้าอุ่นเตียงให้ และไม่อนุญาตให้ปฏิเสธด้วย” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
ใบหน้าของเฉี่ยชิวแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย “ท่านหมอปีศาจ ท่าน…ท่านกับนายท่านผู้นี้…”
มู่เฉียนซีกล่าว “นี่คือผู้ชายของข้า!”
จิ่วเยี่ยผงะไปเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้น ดูเหมือนว่าความอบอุ่นในฝ่ามือของซีจะทำให้หัวใจของเขาเปลี่ยนเป็นร้อนระอุขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาอยากที่จะใกล้ชิดซีมากยิ่งขึ้นกว่านี้อีก
มุมปากของผู้นำเผ่าโลหิตกระตุกขึ้นเล็กน้อย ท่านหมอปีศาจตกใจเพราะถูกลักพาตัวอย่างนั้นหรือ ใครมันจะไปเชื่อกัน
“ท่านหมอปีศาจ เรื่องที่ท่านแนะนำก่อนหน้านี้ ตอนนี้ข้าตัดสินใจได้แล้ว แต่วันนี้ฟ้ามืดแล้ว ฉะนั้นข้าไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของท่านดีกว่า พรุ่งนี้ข้าจะมาให้คำตอบท่านอีกครั้งนะขอรับ” ผู้นำเผ่าโลหิตกล่าวกับมู่เฉียนซี
“ตกลง!” ซึ่งนางเองก็เดาคำตอบนั้นได้แล้วเช่นกัน
“จิ่วเยี่ย พวกเราไปกันเถอะ!”
“ตกลง!”
ค่ำคืนนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อยดี แต่จิ่วเยี่ยกลับไม่สามารถนอนได้เลยทั้งคืน
มู่เฉียนซีสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกของเขาพลางกล่าวว่า “ข้าบอกแล้ว ว่ามันจะไม่เป็นอะไรไม่ใช่หรือ เพียงแต่หากทำเรื่องที่ใกล้ชิดกันมากกว่านี้อีกขั้นอาจจะมีปัญหาได้ แม้ว่าจะทำอย่างนี้…”
ริมฝีปากของทั้งสองประกบเข้าด้วยกัน เขาพยายามระงับความร้อนรุ่มนี้ ไม่ทำให้ตนเองจูบจนลืมตัว และลืมเลือนจนปล่อยให้เวลาผ่านเลยไป แม้ว่าเขาจะยังไม่หนำใจเมื่อจูบนี้สิ้นสุดลงก็ตาม
“จากนี้ไปต้องเชื่อฟังข้า ไม่มีทางเป็นอะไรหรอก ถึงพลังของเจ้าจะอยู่ในร่างกายของข้า ข้าก็สามารถใช้พลังของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณควบคุมมันได้ สถานการณ์เป็นอย่างไร ข้าย่อมรู้ดีที่สุดอยู่แล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจริงจัง
จิ่วเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย พลางกระซิบกล่าวว่า “อื้ม! ข้าจะเชื่อฟังซี เชื่อฟังซีทุกอย่าง และจะไม่ทำให้เจ้าโมโหอีกแล้ว”
มู่เฉียนซีมุดเข้าไปในอ้อมแขนของเขาพลางกล่าวว่า “แบบนี้สิถึงเรียกว่าเชื่อฟัง”
เมื่อรอยยิ้มที่เจิดจรัสนี้อยู่ใกล้แค่เพียงเอื้อมมือ มันก็ทำให้จิ่วเยี่ยใจเต้นแรงขึ้นทันที จิ่วเยี่ยจูบลงไปอีกครั้ง และครั้งนี้เขาก็เริ่มที่จะควบคุมได้แล้ว
“อุ้บบ…”
อย่างไรก็ตาม ทั้งมู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยต่างก็ตื่นสายกันเป็นอย่างมาก และผู้นำเผ่าโลหิตก็ไม่ไปรบกวนพวกเขาอย่างรู้ความ
เมื่อรอทั้งสองคนพลอดรักกันเสร็จแล้ว จิ่วเยี่ยก็กลับไปซ่อนตัวอยู่ในไม้สลักนั้นอีกครั้ง
“ท่านหมอปีศาจ ข้าจะนำทางให้ท่านเอง” เฉี่ยชิวมาเพื่อนำทางให้กับมู่เฉียนซี
ผู้นำเผ่าโลหิตรอนางมาเป็นเวลานานมากแล้ว เขากล่าวว่า “เผ่าอสรพิษล้ำเส้นข้าครั้งแล้วครั้งเล่า หากข้ายังทนต่อไป เผ่าโลหิตของพวกข้าทั้งหมดได้ถูกคนอื่นดูถูกเป็นแน่ ข้าเตรียมการโจมตีเผ่าอสรพิษแล้ว ท่านหมอปีศาจท่านคิดเห็นเช่นไรขอรับ”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เผ่าอสรพิษบุกเข้ามาถึงสองครั้ง เพื่อมาขโมยแผนที่ของเผ่าโลหิตของพวกเจ้า และยังทำร้ายนายน้อยของพวกเจ้าจนได้รับบาดเจ็บ ฉะนั้นเผ่าโลหิตของพวกเจ้าต้องไปแก้แค้น จากนั้นก็เรียกร้องค่าชดเชยจากพวกเขา และให้พวกเขาใช้แผนที่ของเผ่าอสรพิษให้เป็นค่าชดเชยด้วย และข้าก็ต้องการเพียงแค่แผนที่ของพวกเขาเผ่าอสรพิษเท่านั้น ส่วนอย่างอื่นให้เป็นของเผ่าโลหิตของพวกเจ้า ดีหรือไม่”
เมื่อเริ่มต่อสู้กัน แน่นอนว่าย่อมต้องมีข้ออ้างอยู่แล้ว เผ่าอสรพิษรนหาที่ตายครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งก็เพียงพอให้ใช้เป็นข้ออ้างได้อย่างดี
ผู้นำเผ่าโลหิตกล่าวว่า “ดี! ความสามารถของเผ่าอสรพิษไม่อ่อนแอเลย ข้ากลัวว่าเขาจะมีไพ่ตายอะไรอีก หากเมื่อถึงเวลานั้น มีเรื่องอันตรายอะไรเกิดขึ้น คงต้องขอให้ท่านผู้นั้นลงมืออีกครั้ง”
ที่ท่านผู้นั้นแสดงพลังที่น่าตื่นตะลึงออกมาเมื่อวานนี้ ทำให้เขาสามารถคาดเดาตัวตนของเขาได้แล้ว
แม้จะไม่รู้ว่าเขามาปรากฏตัวอยู่ที่แดนภูตได้อย่างไร แต่หากมีเขาอยู่ด้วย อย่าว่าแต่เผ่าอสรพิษเลย แม้ว่าจะต้องจัดการกับเผ่าภูตที่แข็งแกร่งกว่านี้ เผ่าโลหิตของพวกเขาก็ไม่กลัวแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้เขามั่นใจอย่างเต็มที่
.
.