ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2795 เอาไปทั้งหมด
หอหมอปีศาจที่อยู่บนเกาะเผ่าโลหิตพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วมาก หลังจากนั้นผู้นำเผ่าโลหิตก็ได้แอบเรียกยอดฝีมือของเผ่าโลหิตของพวกเขา เพื่อไปสั่งสอนคนของเผ่าอสรพิษเหล่านั้น
นอกจากนี้พวกเขายังจับเชลยของเผ่าอสรพิษที่ยังไม่ได้ถูกฆ่าปิดปากไว้อีกสองสามคน ซึ่งเชลยเหล่านั้นต่างก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้นำเผ่าโลหิตจะตัดสินใจเช่นนี้ได้
“คิดไม่ถึงเลยว่าเผ่าโลหิตของพวกเจ้าจะเปิดศึกกับเผ่าอสรพิษของพวกเรา”
“กล้ามาจับแม้แต่ลูกชายของข้า เปิดศึกก็เปิดศึกเถอะ เผ่าอสรพิษของพวกเจ้าหาเรื่องเอง”
“พวกเจ้าแพ้แน่ จะต้องแพ้อย่างแน่นอน คิดว่าเผ่าอสรพิษของพวกเราในตอนนี้เหมือนเผ่าอสรพิษก่อนหน้านี้จริง ๆ อย่างนั้นหรือ?” คนของเผ่าอสรพิษเหล่านี้แม้ว่าความตายกำลังใกล้เข้ามา แต่ก็ยังมีความมั่นใจในเผ่าอสรพิษของตนเองอยู่ดี
เผ่าโลหิตในตอนนี้ได้ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังเผ่าอสรพิษแล้ว มู่เฉียนซีเองก็อยู่บนเรือของเผ่าอสรพิษ และตอนนี้ผู้นำเผ่าอสรพิษก็ได้รับข่าวเรื่องภารกิจที่ล้มเหลวเป็นครั้งที่สองแล้วเช่นกัน
“ล้มเหลวอีกแล้วหรือ ข้าชักจะสงสัยในความสามารถของพวกเราเผ่าอสรพิษเสียแล้วสิ” น้ำเสียงที่เย็นชาเสียงหนึ่งดังออกมาจากด้านหลังของผู้นำเผ่าอสรพิษ
“วางใจเถอะ ครั้งหน้าพวกเราจะต้องทำสำเร็จแน่นอน ก็แค่แผนที่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าจะจัดการไม่ได้ เผ่าโลหิต…”
ยังไม่ทันที่ผู้นำเผ่าอสรพิษจะพูดจบ ก็มีคนเข้ามารายงานว่า “ท่านผู้นำเผ่า แย่แล้วขอรับ ข้าน้อยได้ข่าวมาว่า ผู้นำเผ่าโลหิตได้พากองกำลังขนาดใหญ่มุ่งหน้ามาที่เผ่าอสรพิษของพวกเราแล้ว ดูท่าทางเหมือนว่าต้องการเปิดศึกด้วยขอรับ”
“อะไรนะ” ผู้นำเผ่าของเผ่าอสรพิษเองก็ประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน
แค่แผนที่เพียงส่วนเดียว คิดไม่ถึงเลยว่าจะทำให้มีสงครามระหว่างทั้งสองเผ่าเช่นนี้ได้ เขาไม่เคยคาดคิดเลยจริง ๆ
“มาก็ดี ข้าจะได้ทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสได้กลับไปอีกพอดี กลัวอะไรกันล่ะ” เสียงที่เย็นชานั้นพูดอยู่ข้างหลังของเขา
“ขอรับ! เผ่าโลหิตของพวกเขาช่างหยิ่งผยองมากจริง ๆ คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้ามาที่เผ่าอสรพิษของข้า เช่นนั้นแค่ทำลายล้างพวกเขาทั้งกองทัพก็พอแล้ว คอยดูว่าพวกเขายังจะกล้าไม่มอบแผนที่ให้อีกหรือไม่!” ผู้นำเผ่าอสรพิษกล่าวอย่างมั่นใจและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ทันทีที่กองกำลังของเผ่าโลหิตเทียบท่าที่เกาะอสรพิษ พวกเขาก็ได้รู้ทันทีว่าผู้มาเยือนอย่างเผ่าโลหิตนั้นไร้ความปรานีอย่างสิ้นเชิง และคนของเผ่าอสรพิษเองก็ไม่ได้ปฏิบัติเหมือนต้อนรับแขกอย่างดีเช่นกัน
เมื่อขึ้นไปบนเกาะ พวกเขาก็ได้กลิ่นของพิษที่ฉุนเป็นอย่างมาก และกลิ่นของพิษนี้ก็สามารถส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้คนได้อีกด้วย
“ท่านหมอปีศาจ!” เมื่อเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ เนื่องจากทางฝ่ายเผ่าโลหิตของพวกเขามีความเชี่ยวชาญในการจัดการเรื่องเหล่านี้ พวกเขาย่อมนิ่งสงบมากอยู่แล้ว
“ถือเจ้าสิ่งนี้เอาไว้ จากนั้นก็พ่นเพื่อชำระล้างอากาศเสีย เกาะอสรพิษเหม็นขนาดนี้ ข้าไม่รู้เลยว่าคนของเผ่าอสรพิษเหล่านั้นใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” มู่เฉียนซีได้หยิบเอายาน้ำกองใหญ่ออกมา และโยนไปให้พวกเขาไว้ฉีดพ่น
ฟูด ฟูด!
กลิ่นหอมของยาน้ำที่ทำให้จิตใจสงบกระจายตัวออกมา ซึ่งมันก็ทำให้ทุกคนต่างรู้สึกสบายตัวมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นไม่นานเส้นทางที่อยู่ข้างหน้าก็เปลี่ยนเป็นชัดเจนขึ้นแล้ว
แนวป้องกันแรกของเผ่าอสรพิษ ได้ถูกยาน้ำของมู่เฉียนซีทำลายลงได้โดยไม่ต้องเปลืองแรงเลยแม้แต่นิดเดียว ฉะนั้นการดำเนินการของเผ่าโลหิตจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งนี่ก็เหนือกว่าที่เผ่าอสรพิษเหล่านั้นคาดการณ์ไว้
“อะไรนะ พวกเขาใกล้เข้ามาแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่ขอรับ! ท่านผู้นำเผ่า!”
“ให้ยอดฝีมือทั้งหมดประจำตำแหน่ง หลังจากนั้นหากพวกเขาเข้ามาในเมืองหลวงเมื่อไร ก็ให้ล้อมพวกเขาเอาไว้เสีย ในเมื่อกล้ามาที่เกาะอสรพิษของข้า เช่นนั้นวันนี้พวกเขาก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะไม่ได้กลับไปอีก”
“ขอรับ!”
พวกเขาบุกเข้ามาถึงเมืองหลวงของเผ่าอสรพิษโดยตรง ผู้นำเผ่าอสรพิษเป็นชายที่มีรูปร่างที่สูงและเพรียวบางเป็นอย่างมาก เขาจ้องมองกองกำลังของเผ่าโลหิตจากมุมสูงพลางกล่าวว่า “ระหว่างเผ่าโลหิตและเผ่าอสรพิษไม่ได้เปิดศึกกันมานานหลายสิบปีแล้ว จะว่านานก็ไม่นาน จะว่าสั้นก็ไม่สั้น วันนี้พวกเจ้ามาโจมตีพวกข้าถึงที่เช่นนี้ มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่”
“หมายความว่าอย่างไรอย่างนั้นหรือ ให้พวกเขาบอกเจ้าสิ ว่าข้าหมายความว่าอย่างไร” คนของเผ่าอสรพิษที่ถูกทรมานจนมีสภาพที่น่าสังเวชยิ่งสองสามคนถูกผลักออกมา
เมื่อเห็นว่าคนของตนเองถูกทรมานจนเป็นเช่นนี้ ภายในใจของผู้นำเผ่าอสรพิษก็โกรธเคืองเป็นอย่างมาก
“ท่านผู้นำ ช่วยพวกข้าด้วย” คนของเผ่าอสรพิษเหล่านั้นร้องขอความช่วยเหลือ
การลงโทษของเผ่าโลหิตนั้นไม่ได้ถือว่าน่ากลัวที่สุด แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือพิษของหมอปีศาจ ซึ่งมันได้ทรมานพวกเขาจนมีสภาพที่ตายเสียยังดีกว่าเช่นนี้
“ท่านผู้นำเผ่า ตอนที่ท่านส่งพวกเราไปขโมยแผนที่สุสานของจักรพรรดิภูตของเผ่าโลหิต ในระหว่างดำเนินการพวกเราทำให้นายน้อยของเผ่าโลหิตและแขกผู้สูงศักดิ์ของเผ่าโลหิตได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นท่านผู้นำเผ่าโลหิตจึงโกรธมาก และเขาจึงได้นำคนมาที่เผ่าอสรพิษด้วยตนเองขอรับ”
ผู้นำเผ่าโลหิตกล่าวว่า “ไม่เพียงเท่านั้น ครั้งนี้ยังมีคนที่เล็ดลอดออกไปได้ และแผนที่ของเผ่าโลหิตก็ไม่ได้อยู่ที่เผ่าโลหิตอีกแล้ว ผู้นำเผ่าอสรพิษ เจ้าขโมยแผนที่ไปแล้วใช่หรือไม่ รีบคืนมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ แผนที่ได้รับการปกป้องจากแต่ละเผ่า แต่เจ้ากลับแอบส่งคนมาขโมยเป็นการส่วนตัวเช่นนี้ มันก็เป็นการละเมิดสัญญามาตั้งแต่แรกแล้ว”
“เจ้าพูดอะไร เจ้าอย่ามาพูดจาไร้สาระ เจ้าใส่ร้ายข้า!” เขาส่งคนของเผ่าอสรพิษไป แต่ภารกิจกลับล้มเหลวอย่างเห็นได้ชัด และไม่มีคนของเขากลับมาได้เลยแม้แต่คนเดียว ฉะนั้นจึงไม่มีคนรอดชีวิตนำแผนที่กลับมาได้อยู่แล้ว
ผู้นำเผ่าโลหิตกล่าวว่า “เจ้ายังไม่ยอมรับอีกหรือ ข้าเองก็ไม่อยากต่อสู้นองเลือดกับเผ่าอสรพิษของพวกเจ้าเช่นกัน ขอเพียงพวกเจ้ามอบแผนที่ของเผ่าโลหิตที่พวกเจ้าขโมยไปคืนมา และชดเชยความเสียหายที่เกิดจากคนที่เจ้าส่งไปขโมยทั้งสองครั้งให้กับเผ่าโลหิตของพวกข้า เรื่องนี้ก็จะถือว่าหายกัน”
เดิมทีผู้นำเผ่าโลหิตไม่ได้คิดจะมาเพื่อต่อสู้กับเผ่าอสรพิษ แน่นอนว่าหากไม่ใช่การต่อสู้ เผ่าอสรพิษของพวกเขาย่อมไม่ต้องการเปิดเผยไพ่ตายเร็วเกินไปนัก เพราะเผ่าอสรพิษของพวกเขามีเรื่องใหญ่กว่านี้ที่จะต้องทำ
“ชดเชยได้ แต่ข้าไม่มีแผนที่ ข้ายังไม่ได้แผนที่ของพวกเจ้า”
“นั่นมันจะต้องเป็นเพราะมีคนภายในทรยศเป็นแน่ แต่นี่ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้า ถึงเจ้าจะยังไม่ได้รับแผนที่ของเผ่าโลหิตของพวกข้า แต่แผนที่ของเผ่าอสรพิษของพวกเจ้าก็น่าจะไม่ถูกขโมยไปสินะ! เช่นนั้นก็เอามันมาชดใช้ก่อน เป็นอย่างไร”
ผู้นำเผ่าอสรพิษรู้สึกว่าผู้นำเผ่าโลหิตจงใจทำเช่นนี้ ซึ่งคาดว่าแผนที่ของเผ่าโลหิตของพวกเขาไม่ได้หายไปไหน แต่พวกเขาทำเพื่อที่จะหลอกเอาแผนที่ของเผ่าอสรพิษของพวกเขาไปมากกว่า
“ไม่ได้! ข้าปฏิเสธ” พวกเขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อขโมยแผนที่ของเผ่าโลหิตถึงขนาดนี้ ฉะนั้นย่อมไม่มีทางยอมมอบแผนที่ของเผ่าอสรพิษให้พวกเขาแน่นอน
“เพราะเผ่าอสรพิษของพวกเจ้าทำให้เผ่าโลหิตของพวกข้าไม่สามารถคุ้มครองแผนที่เอาไว้ได้ ซึ่งมันเป็นความรับผิดชอบของเจ้า หากแม้แต่เรื่องแค่นี้เผ่าอสรพิษของพวกเจ้ายังทำไม่ได้ เช่นนั้นมีเพียงแต่ต้องใช้กำลังแล้วล่ะ” และแววตาของผู้นำเผ่าโลหิตพลันฉายแววที่อันตรายออกมา
เขาอดทนมานานมากแล้ว เผ่าอสรพิษเหล่านี้ลงมือทำร้ายลูกชายของเขา หากไม่สั่งสอนบทเรียนให้ผู้นำเผ่าของพวกเขาเสียบ้าง เขาคงเป็นผู้นำเผ่าโลหิตอย่างเปล่าประโยชน์เป็นแน่
ผู้นำเผ่าโลหิตกลายเป็นร่างเงาสีแดงเลือดและพุ่งทะยานออกไป และร่างเงาขนาดใหญ่ยักษ์ได้ปะทะเข้ากับพวกเขาทันที ส่วนยอดฝีมือของเผ่าโลหิตคนอื่น ๆ ก็เริ่มต่อสู้กับคนของเผ่าอสรพิษเช่นกัน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย พวกเราไปเดินเล่นในพระราชวังเผ่าอสรพิษกันเถอะ”
เผ่าอสรพิษไม่มีทางยอมมอบแผนที่ให้แน่นอน เช่นนั้นคงจะต้องแย่งชิงและขโมยมา ถึงจะสามารถเอามันมาได้
ความสามารถของผู้นำเผ่าโลหิตนั้นไม่อ่อนแอเลย เมื่อเผชิญหน้ากับเผ่าอสรพิษเหล่านั้นก็ย่อมต้องไม่เสียเปรียบอยู่แล้ว เช่นนั้นไปหาแผนที่ก่อนก็แล้วกัน
“อื้ม!” ร่างเงาสีดำร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาข้างหลังมู่เฉียนซี จากนั้นเขาก็อุ้มมู่เฉียนซีเอาไว้ และทั้งสองก็หายไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างกะทันหัน
มู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยเดินไปมาอยู่ภายในพระราชวังของเผ่าอสรพิษ และการที่มีจิ่วเยี่ยคอยซ่อนนางเอาไว้ ก็ทำให้องครักษ์ที่อยู่ภายในพระราชวังไม่ค้นพบกลิ่นอายของมู่เฉียนซีเลยแม้แต่น้อย
นางต้องหาคนมาสอบปากคำว่าคลังสมบัติอยู่ที่ใด เพราะผู้นำเผ่าโลหิตกล่าวว่าแต่ละเผ่ามักจะเก็บแผนที่เอาไว้ในคลังสมบัติกันทั้งนั้น ดังนั้นนางจึงวางแผนที่จะไปดูในคลังสมบัติเสียหน่อย
การหาสมบัติไม่ใช่เรื่องยาก อย่างไรเสียภายในพระราชวังก็ไม่มียอดฝีมืออยู่มากนัก แต่สถานที่แห่งนี้กลับไม่มีผลึกที่คุ้นเคยอยู่เลย
ถึงจะไม่มีผลึก แต่มีวัตถุดิบสำหรับทำยาพิษมากมาย และยังมีสมบัติที่หายไปจากโลกนี้แล้วซ่อนอยู่อีกด้วย
“ในเมื่อมาถึงแล้ว แม้ว่าจะไม่เจอแผนที่ แต่ก็ไม่สามารถกลับไปมือเปล่าได้ ฉะนั้นเอามันไปทั้งหมดเลยก็แล้วกัน” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
จิ่วเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย “ขอแค่ซีชอบ เอาไปทั้งหมดได้อยู่แล้ว”
คลังสมบัติทั้งหมดของเผ่าอสรพิษถูกกวาดไปจนหมด ในเมื่อผู้นำเผ่าอสรพิษส่งคนไปขโมยของของเผ่าโลหิต ก็คงจะไม่คาดคิดว่าเผ่าอสรพิษของพวกเขาก็จะมีวันที่ถูกขโมยไปจนหมดเกลี้ยงเช่นนี้ได้ นี่ถือว่าเป็นกรรมตามสนองจริง ๆ