ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2799 เหวลึกหลงเจียว
“ให้ตายเถอะ!” สีหน้าของมู่เฉียนซีเปลี่ยนเป็นมืดมนทันที หลังจากนั้นนางก็ใช้การเคลื่อนย้ายภายในชั่วพริบตาพุ่งทะยานออกไป
สีหน้าของคนอื่น ๆ ก็เปลี่ยนไปมากเช่นกัน พวกเขากล่าวว่า “ท่านมู่ ไปที่เหวของถ้ำหมื่นอสรพิษไม่ได้นะขอรับ”
หากไปแล้ว จะต้องตายแน่นอน
นอกจากหัวงูของผู้นำเผ่าอสรพิษแล้ว ร่างกายทั้งหมดของเขาได้กลายเป็นกระดูกสีขาวไปอย่างสมบูรณ์ แต่เมื่อเห็นว่ามู่เฉียนซีเข้าไปในเหวลึกของถ้ำหมื่นอสรพิษอย่างไม่กลัวตาย เขาก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างภูมิใจเป็นพิเศษ
“อย่าคิดว่าจะมีชีวิตกลับมาได้เลย และอย่าคิดว่าจะเอาแผนที่ไปได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” ผู้นำเผ่าอสรพิษหัวเราะอย่างชั่วร้าย
เขาในเวลานี้ได้ถูกคนอื่นจับเอาไว้แล้ว ซึ่งจูเชว่ก็ไม่ได้กังวลเรื่องของมู่เฉียนซีเลย เพราะอ๋องจิ่วเยี่ยได้ตามลงไปแล้วนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีท่านอ้านอยู่ด้วย แม้ว่าเหวลึกของถ้ำหมื่นอสรพิษจะเป็นเหวคร่าชีวิต แต่สำหรับพวกเขาแล้วมันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
ดูเหมือนว่าใต้เหวลึกนั้นจะมีแรงดึงดูดที่แข็งแกร่งมาก ซึ่งมันก็ทำให้ความเร็วของพวกมู่เฉียนซีไล่ตามความเร็วแผนที่ของเผ่าอสรพิษที่ตกลงไปในเหวลึกไม่ทัน และตอนนี้มันก็เข้าไปใกล้เหวลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
แรงดึงดูดนั้นไม่เพียงแต่ส่งผลต่อแผนที่นั้นเท่านั้น เพราะมันยังอยากลากนางลงไปด้วย ทว่านางกลับถูกอ้อมแขนที่คุ้นเคยและปลอดภัยกอดเอาไว้เสียก่อน
เมื่อมู่เฉียนซีไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของแรงดึงดูดได้อีกต่อไป นางจึงกล่าวว่า “ลงไปกันเถอะ!”
“ตกลง!”
แกร่ก!
ทันใดนั้นเท้าของพวกเขาก็ได้เหยียบลงไปบนกระดูกของงู
เมื่อมู่เฉียนซีโบกมือ เปลวเพลิงสีแดงฉานก็สว่างไสวไปทั่วทั้งเหวนรกที่มืดมิด หลังจากนั้นก็เห็นโครงกระดูกอยู่ทั่วทุกหนแห่งสุดลูกหูลูกตา นอกจากนี้ยังมีพลังแห่งความตายที่ทำให้หายใจไม่ออกอีกด้วย
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวที่อยู่รอบตนเอง นางกล่าวว่า “ที่นี่เป็นสถานที่อัปมงคล พวกเราต้องระวังหน่อย”
“ไม่มีปัญหา มีข้าอยู่ด้วยทั้งคน”
ผลึกนั้นร่วงหล่นลงมาในเหวนี้อย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่าตอนนี้มันกลับหายสาบสูญไปอย่างสิ้นเชิง
หลังจากนั้นร่างเงาสีดำก็พุ่งทะยานผ่านไป “นายท่านรออยู่ที่นี่เถิดขอรับ อ้านจะไปหาเอง”
ตูมม โครมม!
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น ทันทีที่อ้านลงมือก็ทำให้สถานที่แห่งนี้สั่นสะเทือนไปเลยทีเดียว และหลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็เห็นแสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นมา
“ทางนั้น!”
ในตอนที่ผลึกนั้นกำลังจะมาถึงมือ ทันใดนั้นก็มีร่างเงาขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน ฉับพลันมือขนาดใหญ่นั้นก็ยื่นออกมา และควบคุมแผนที่นั่นเอาไว้
รูปร่างของมันไม่เหมือนมังกร อีกทั้งรูปร่างภายนอกก็ดูแตกต่างจากงูเล็กน้อย
“เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของหลงเจียว คิดไม่ถึงเลยว่าจะซ่อนอยู่ที่นี่” น้ำเสียงอันเย็นชาของอ้านที่ยืนอยู่กลางอากาศดังขึ้น
“ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง หอคอยนิรันดร์ เจ้านี่ช่างตามหลอกหลอนจริง ๆ เลย!” ร่างเงาขนาดยักษ์ร่างนี้มีดวงตาคู่หนึ่ง
“แต่เจ้าหาข้าเจอแล้วอย่างไรล่ะ นี่ที่คืออาณาเขตของข้า คือเขตแดนของข้า ไม่ว่าใครที่เข้ามาล้วนต้องตาย เจ้าเองก็เช่นกัน เพราะข้ารับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของเจ้า ว่าสภาพของเจ้านั้นแย่ยิ่งกว่าข้าเสียอีก” หลงเจียวตัวนี้คิดว่ามันมองอ้านได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
“จงมอบของสิ่งนั้นมาเดี๋ยวนี้ มันไม่ใช่ของเจ้า” อ้านกล่าวอย่างเย็นชา
“ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยยิ่งบนผลึกก้อนนั้น นั่นคือกลิ่นอายของจักรพรรดิภูต นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่เจ้าต้องการ ฉะนั้นมันจะต้องเป็นของดีอย่างแน่นอน ไม่…”
ตูมมมมม!
ยังไม่ทันที่หลงเจียวจะกล่าวจบ อ้านก็นำหอคอยแห่งความมืดเจ็ดชั้นออกมาและจู่โจมมันทันที
อ้านลงมืออย่างตรงไปตรงมา หลงเจียวกล่าวว่า “เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวเจ้าจริง ๆ หรือ ข้าสะสมพลังอยู่ในอาณาเขตของเผ่าอสรพิษมาเป็นเวลานานมากขนาดนี้ ข้าเองก็อยากยืดเส้นยืดสายเช่นกัน”
อ้านจ้องมองไปทางมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “เจ้านาย ท่านถอยไปก่อนเถอะขอรับ ข้าจะจัดการที่นี่เอง”
“โอ้! เจ้านายหรือ คิดไม่ถึงเลยว่านายท่านหอคอยฝึกอสูรแห่งความมืดของหอคอยนิรันดร์จะมีวันที่ยอมรับเจ้านายด้วย ที่เจ้าสนใจสิ่งของเช่นนี้ น่าจะเป็นเพราะเจ้านายของเจ้าสินะ”
ท่ามกลางความมืดมิด ดวงตาที่ชั่วร้ายคู่หนึ่งจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ตกลง เช่นนั้นก็มอบให้เป็นหน้าที่ของอ้านก็แล้วกัน”
ดูเหมือนว่าเจ้าสิ่งนี้จะเป็นศัตรูเก่าแก่ของอ้าน ฉะนั้นมอบให้อ้านเป็นคนจัดการถือว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว
แววตาที่เย็นยะเยือกของจิ่วเยี่ยจ้องมองไปที่เจ้าหมอนั่น เขากอดมู่เฉียนซีเอาไว้ ก่อนจะปล่อยให้อ้านเป็นคนจัดการ ซึ่งเขาก็ไม่ได้กลับเข้าไปในไม้แกะสลัก เพราะการอยู่ข้างนอกสามารถคุ้มครองซีได้ดีกว่านั่นเอง
ตูมมม!
มีเสียงระเบิดดังออกมา หลังจากนั้นก็เห็นเพียงร่างเงาสองร่างที่ปะทะเข้าด้วยกัน ซึ่งมันก็ทำให้กระดูกของงูยักษ์ที่อยู่โดยรอบแตกละเอียดเป็นชิ้น ๆ ทันที
ภายในเหวลึกที่มืดมิดแห่งนี้ อ้านใช้ความสามารถได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เขาจัดการเจ้าหลงเจียวตัวนั้นด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยเป็นอย่างยิ่ง ทว่าการต่อสู้นี้ก็ยากที่จะรู้ผลแพ้ชนะได้
มู่เฉียนซีอยู่ห่างจากใจกลางการต่อสู้ไกลพอสมควร พลังจิตวิญญาณของนางแพร่กระจายออกไป ซึ่งนางก็มุ่งความสนใจไปที่การเคลื่อนไหวของทางฝ่ายอ้านอยู่ตลอดเวลา
เห็นได้ชัดว่ากลิ่นอายของอ้านมีความได้เปรียบกว่ามาก เจ้าสิ่งนั้นไม่มีแม้แต่รูปร่างเลยด้วยซ้ำ แล้วจะเป็นคู่ต่อสู้ของอ้านได้อย่างไร
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ก็ไม่เห็นจะเท่าไรเลย ไม่เท่าไรเลย อย่าลืมสิว่าที่นี่คืออาณาเขตของข้า” กลิ่นอายที่เย็นยะเยือกพุ่งออกมาอย่างกะทันหัน ซึ่งมันก็เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของเผ่าอสรพิษที่ตายอยู่ที่นี่เหล่านั้น
พวกเขาทั้งหมดมีทั้งแข็งแกร่งและอ่อนแอ มันพยายามสะสมเอาไว้วันแล้ววันเล่า จนมีจำนวนที่มหาศาลมากเกินไป ซึ่งเกินกว่าอ้านจะควบคุมได้
“หอคอยนิรันดร์ เจ้าได้เปิดเผยจุดอ่อนของเจ้ามาตั้งแต่เริ่ม ซึ่งข้าก็ได้รู้จุดอ่อนของเจ้าแล้ว เช่นนั้นต่อไปข้าจะทำลายจุดสำคัญของเจ้าโดยตรง”
หลงเจียวหายไปราวกับภูตผีวิญญาณก็มิปาน มันได้พุ่งทะยานไปทางมู่เฉียนซี พร้อมกับอ้านที่กล่าวออกมาอย่างเย็นชาว่า “เจ้ากล้าแตะต้องเจ้านายข้าก็ลองดูสิ”
“ข้าไม่เพียงแต่จะแตะต้องเท่านั้น แต่ข้าจะฉีกนางออกเป็นชิ้น ๆ ด้วย เจ้าขวางข้าไม่ได้หรอก มนุษย์ที่อ่อนแอขนาดนี้ หากข้าคิดจะจัดการมันเป็นเรื่องที่ง่ายดายจะตายไป” หลงเจียวกล่าวอย่างหยิ่งผยอง
“ท่าทางที่หยิ่งผยองเช่นนี้ ช่างน่าเกลียดจริง ๆ” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างแผ่วเบา
“คนที่มีเพียงจิตวิญญาณอย่างเจ้า กล้าดีอย่างไรมายืนอยู่ตรงหน้าข้า! ข้าอันตรายยิ่งกว่าอ้านเสียอีก!” เจ้าหมอนี่แข็งแกร่งจริง ๆ แต่ทว่ามู่เฉียนซีไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย
แรงกดดันของพลังจิตวิญญาณที่กว้างใหญ่ราวกับมหาสมุทรที่ไร้ขอบเขตก็มิปานระเบิดออกมาอย่างอุกอาจ ซึ่งมันก็เกือบทำให้จิตวิญญาณของหลงเจียวแตกสลายไปทันที
“เจ้าใช่มนุษย์จริง ๆ อย่างนั้นหรือ?”
“ไม่…เจ้าคือ เจ้าคือจิตวิญญาณแห่งโชคชะตา”
มันใช้ชีวิตอยู่มานานขนาดนี้ ทว่าผลสุดท้ายกลับถูกพลังจิตวิญญาณของสาวน้อยคนหนึ่งบดขยี้อย่างสิ้นเชิง แต่มันจะยอมแพ้ได้อย่างไร เพราะโอกาสที่มันจะได้กลายเป็นราชามังกรเพื่อครองโลกอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมเท่านั้น
พลังสีดำไหลทะลักออกมาอย่างต่อเนื่อง มันต้องการที่จะจับมู่เฉียนซี แต่ทว่าทันทีที่มืออันเรียวบางคู่หนึ่งโบกสะบัดอย่างแผ่วเบา พลังที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่งก็เริ่มกลืนกินจิตวิญญาณของมัน และทำให้จิตวิญญาณของมันหายไป
มันมองไปที่จิ่วเยี่ยที่อยู่ข้างกายมู่เฉียนซีด้วยความสงบอย่างตื่นตกใจ มันถูกหอคอยนิรันดร์ดึงดูดความสนใจไปจนหมดสิ้น และทำให้มันไม่ทันได้สังเกตเห็นชายผู้นี้ ซึ่งตอนนี้มันก็เพิ่งจะรู้ตัวว่า คนผู้นี้น่ากลัวยิ่งกว่าหอคอยนิรันดร์เสียอีก
จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชาว่า “หอคอยนิรันดร์ ในเมื่อเจ้าไม่สามารถจัดการเจ้านี่ได้อย่างรวดเร็ว เช่นนั้นเจ้าก็ถอยออกไปได้แล้ว”
อ้านจ้องมองไปที่จิ่วเยี่ยอย่างเงียบ ๆ ความรู้สึกของเขาไม่ได้เต็มเปี่ยมเท่าพวกของนิรันดร์และอาถิง ใจของเขาคิดเพียงแค่ต้องการแอบปกป้องเจ้านายอยู่ในความมืดก็เพียงพอแล้ว
แต่ถึงกระนั้น สำหรับพลังอันแข็งแกร่งและรุนแรงของจิ่วเยี่ย ภายในใจของอ้านก็รู้สึกไม่ชอบเขาเช่นเดียวกัน
ตูมม โครมมม!
สามกระบวนท่า
จิ่วเยี่ยลงมือเพียงสามกระบวนท่า หลงเจียวก็ได้รับรู้แล้วว่าตนเองเจอคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวมากเพียงใด
“นายท่านโปรดไว้ชีวิตด้วย! นายท่าน! ข้าสามารถสัมผัสได้ว่า ท่านเป็นเจ้านายที่แข็งแกร่งที่ข้าอยากติดตาม แน่นอนว่าข้าจะจงรักษ์ภักดีต่อท่าน และไม่ทรยศท่านแน่นอน ได้โปรดอย่าทำให้ข้าหายไปเลยขอรับ” หลงเจียวไม่รังเกียจที่จะต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายกับหอคอยนิรันดร์ไปจนจบ แต่เมื่อเจอผู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้ มันก็รู้สึกราวกับว่าโชคชะตาได้กำหนดให้เจ้าแห่งความมืดผู้ชั่วร้ายผู้นี้มาเป็นเจ้านายของมัน
ถูกต้องแล้ว มันจะต้องติดตามเขา
.
.