ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2800 คงคิดถึงเจ้ามาก
จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้ามีสิทธิ์อะไร!”
“ข้าแข็งแกร่งมาก ก่อนหน้านี้ข้าแข็งแกร่งมาก ขอเพียงข้าฟื้นตัวได้แล้ว หลังจากนั้นข้าก็จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นอีก” หลงเจียวกล่าว
แต่ทว่าจิ่วเยี่ยก็ยังคงไม่สนใจมันอยู่ดี เขากล่าวว่า “ยังไม่ไสหัวออกมาอีก”
“เฮ้อ! เยี่ยอ่าา~ ทำไมเจ้าถึงไม่อ่อนโยนกับข้าเลยล่ะ” ทันใดนั้นร่างเงาสีเขียวเข้มร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น และไม่รู้เลยว่าจื่อโยวมาตั้งแต่เมื่อไร
“แต่เมื่อเห็นว่าเยี่ยเองก็คิดถึงข้าตลอดเวลาเช่นนี้ ข้ารู้สึกประทับใจมากจริง ๆ” หลังจากนั้นสายตาของจื่อโยวก็จ้องมองไปที่เจ้าหลงเจียวนั่น มันรู้สึกสั่นสะท้านขึ้นมาทันที ราวกับว่ากำลังจะกลายเป็นอาหารมื้อหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น
จื่อโยวกล่าวว่า “คนงาม ดูเหมือนว่ารสชาติของเจ้านี่จะไม่ค่อยอร่อยนัก เจ้ามีวิธีทำให้มันอร่อยขึ้นบ้างหรือไม่”
มู่เฉียนซีมีเพียงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ มุมปากของนางกระตุกขึ้นเล็กน้อย “ข้าเป็นนักปรุงยาไม่ใช่แม่ครัว ในเมื่อกินยาก แล้วเจ้ายังคิดจะกินเจ้าสิ่งนี้อีกหรือ?”
“ไม่มีทางเลือก เยี่ยเรียกข้ามา ก็เพื่อให้จัดการเจ้าสิ่งนี้! ข้าไม่สามารถทำให้เจ้าสิ่งนี้หายไปอย่างสมบูรณ์ได้ แต่สามารถกลืนกินมันให้กลายเป็นพลังของข้าได้” และแววตาที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายคู่นั้นของจื่อโยวก็จ้องมองไปที่หลงเจียวเขม็ง
“กลืนกินข้าหรือ…นี่มันเป็นไปไม่ได้! มนุษย์จะสามารถกลืนกินข้าได้อย่างไรกัน”
หลังจากที่ใช้ความพยายามเพียงชั่วพริบตา จื่อโยวก็ได้กลายร่างเป็นร่างเดิม เขาเองก็เป็นงูเช่นกันหรือ!
สำหรับเขาแล้วเจ้าสิ่งนี้ถือว่าเป็นยาชูกำลังชั้นดีเลยทีเดียว มันสามารถทำให้ความสามารถของเขาแข็งแกร่งขึ้นได้ ถึงจะกินยากไปสักหน่อยก็ช่างมันเถอะ! หากไม่ทำตามอย่างเชื่อฟังแล้วละก็ เยี่ยจะต้องไม่ปล่อยเขาไปแน่
หลงเจียวในเวลานี้ตะลึงงันไปอย่างสิ้นเชิง “เจ้า…เจ้า…”
ในเมื่อนายท่านมีข้ารับใช้ที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ จึงมิแปลกใจเลยที่จะไม่ชอบมัน แต่ทันทีที่คิดถึงชะตาที่จะถูกกลืนกินของตนเองแล้ว มันก็รู้สึกเศร้าโศกยิ่งนัก
“ซี พวกเราไปกันก่อนเถอะ!” จิ่วเยี่ยไม่อยากให้นางได้เห็นฉากที่หลงเจียวตัวนั้นถูกกลืนกิน ฉะนั้นหลังจากที่ได้รับของมาแล้ว พวกเขาก็ออกไปจากถ้ำหมื่นอสรพิษทันที
พวกของจูเชว่อยู่โดยรอบถ้ำหมื่นอสรพิษเพื่อรอการกลับมาของมู่เฉียนซี และการที่นางสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัยก็ทำให้ผู้คนตกตะลึงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหน้าเผ่าของเผ่าอสรพิษ
“เป็นไปได้อย่างไร ข้างล่างนั่นมีสัตว์ประหลาดที่ไม่สามารถเอาชนะได้อยู่ตัวหนึ่ง มันสามารถกลืนกินคนของเผ่าอสรพิษทั้งหมดที่ตกลงไปที่นั่นได้ เพราะอะไร?”
“โฮกกก!” มีเสียงดังกึกก้องไปทั่วทั้งเผ่าอสรพิษ ผู้นำเผ่าอสรพิษหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง เขากลัวว่าสัตว์ประหลาดที่อยู่ในเหวลึกจะพุ่งทะยานออกมาทำลายล้างทั่วทั้งเผ่าอสรพิษของเขาไปจนหมดสิ้น
การผันผวนของพลังอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้ทั่วทั้งเผ่าอสรพิษต่างก็สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว มู่เฉียนซีรู้ว่าพลังนี้ไม่ได้เกี่ยวกับหลงเจียว แต่มันเป็นพลังของจื่อโยว
ผู้นำเผ่าอสรพิษในเวลานี้อยู่ในสภาพที่ไร้ทางต่อสู้แล้ว โชคชะตาของเขาคือการถูกกักขังอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะเขามีการสมคบคิดกับภูตร้ายแห่งความตายจริง ๆ พวกเขาต้องการแผนที่สุสานของจักรพรรดิภูต และต้องการที่จะบ่มเพาะจนกลายเป็นจักรพรรดิภูต หลังจากนั้นก็จะควบคุมแดนภูตทั้งหมด
พวกเขาต้องการที่จะควบคุมโลกนี้ เพื่อต้อนรับการกลับมาเกิดใหม่ของท่านเทพมรณะของพวกเขา และทำให้ท่านเทพมรณะของพวกเขามีสถานที่ไว้พักพิง ซึ่งพวกเขาก็จะกลายเป็นผู้ที่ทำคุณูปการกลุ่มแรกนั่นเอง
ผลึกสีเขียวเม็ดนี้กับสีแดงเลือดมีความเหมือนกันทุกประการ ทว่าก็ยังมองอะไรไม่ออกอยู่ดี เพราะยังขาดอยู่อีกสิบเม็ด
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “จิ่วเยี่ย เทพมรณะกำลังจะปรากฏตัวขึ้นมาแล้วอย่างนั้นหรือ เหล่าลูกน้องของเขาถึงได้มีชีวิตชีวาและคึกคักกันขนาดนี้!”
ที่แดนวิญญาณถือว่ามีความกระตือรือร้นมากแล้ว แต่ที่แดนภูตแห่งนี้กลับมีความกระตือรือร้นมากยิ่งกว่าเสียอีก เนื่องจากว่าเผ่าภูตที่อาศัยอยู่แดนภูตง่ายต่อการรังแก จึงทำให้ลูกสมุนของเทพมรณะที่อยู่ที่นี่หยิ่งผยองได้ถึงเพียงนี้
จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “หากมันปรากฏตัวออกมาและกล้ามาใช้อำนาจกับซี ข้าจะทำลายมันอย่างแน่นอน”
เผ่าอสรพิษในเวลานี้มีผู้นำเผ่าคนใหม่แล้ว แต่ทว่ากลางท้องฟ้าเหนือเผ่าอสรพิษในตอนนี้ปกคลุมไปด้วยเมฆครึ้ม หลังจากนั้นก็มีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมากลางท้องฟ้า และแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวก็กระจายไปทั่วทั้งเผ่าอสรพิษทันที
“นายท่าน!”
งูตัวนี้ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง! หรือว่าเจ้าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่อยู่ในเหวลึกของถ้ำหมื่นอสรพิษนั่นจะหนีออกมาได้แล้ว ซึ่งนี่ก็ทำให้คนของเผ่าอสรพิษทั้งหมดสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
“คารวะนายท่าน!”
เพียงแค่การปรากฏตัวของเขา ทั่วทั้งเผ่าอสรพิษก็ได้ถูกคุกคามแล้ว
จื่อโยวกล่าวว่า “หลังจากนี้ไปเผ่าอสรพิษของพวกเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ถูกภูตร้ายแห่งความตายปลุกปั่นอีกแล้ว”
“ขอรับ! แน่นอนขอรับ!”
“พวกเราไม่กล้าอีกแล้วขอรับ”
“นอกจากนี้เผ่าอสรพิษของพวกเจ้าห้ามปฏิเสธความต้องการของท่านหมอปีศาจเป็นอันขาด ต้องให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และต้องปฏิบัติตามแผนการอย่างเชื่อฟัง! ได้ยินหรือไม่”
“ขอรับ!”
หลงเจียวที่อยู่ในเผ่าอสรพิษ เป็นการดำรงอยู่ที่ได้รับเคารพนับถือจากเผ่าอสรพิษเสมอมา ทว่าตอนนี้จื่อโยวได้กลืนกินมันเข้าไปแล้ว ฉะนั้นจึงสามารถแพร่กระจายกลิ่นอายของมันบนร่างของเขาเพื่อทำให้เผ่าอสรพิษเหล่านี้หวาดกลัวได้
คนของเผ่าอสรพิษเหล่านี้หวาดกลัวมากจริง ๆ ซึ่งพวกเขาก็ไม่กล้าปฏิเสธคำขอที่เขาเสนอออกมาเลยแม้แต่คำเดียว
“ไม่มีเรื่องอื่นแล้ว หากข้ารู้ว่าพวกเจ้ากล้าขัดคำสั่งของข้าละก็ ข้าจะกลืนกินเกาะอสรพิษทั้งหมดนี่อย่างแน่นอน”
หลังจากที่พูดจบ ร่างเงาขนาดใหญ่ที่อยู่กลางอากาศก็หายไปทั้งอย่างนั้นทันที
“ท่านหมอปีศาจ ท่าน…ท่านยอดเยี่ยมมากจริง ๆ คิดไม่ถึงเลยว่านายท่านจะช่วยเหลือท่านเช่นนี้ จากนี้ไปเผ่าอสรพิษของพวกเราไม่กล้าปฏิบัติต่อท่านอย่างไม่เคารพอีกแล้ว”
การข่มขู่ของจื่อโยวนั้นช่างมีประโยชน์มากเหลือเกิน มู่เฉียนซีบอกว่าตนเองต้องการสร้างหอหมอปีศาจบนเกาะอสรพิษ คนของเผ่าอสรพิษทั้งหมดต่างก็เต็มใจช่วยเหลือด้วยความยินดี และทิ้งอคติที่มีต่อมนุษย์ไปอย่างสิ้นเชิง
สร้างหอหมอปีศาจที่เกาะอสรพิษได้สำเร็จ! แผนที่ก็ได้มาแล้ว
จื่อโยวกล่าวว่า “เยี่ย! ข้าจะบอกให้นะ! เจ้าเห็นแล้วใช่หรือไม่ว่าข้ายอดเยี่ยมเพียงใด ฉะนั้นเจ้าจะกลับไปที่แดนนรกเมื่อไรล่ะ! ข้าเพิ่งจะได้ข่าวมาว่า กำลังจะมีคนมาก่อความวุ่นวายอีกแล้วล่ะ”
“เผ่าเทพหรือว่าเผ่าคำสาปล่ะ” จิ่วเยี่ยกล่าวถามอย่างเย็นชา
“พวกเขารู้ว่าเจ้าจัดการได้ยาก ดังนั้นจึงได้สมคบคิดกันน่ะสิ! และคาดว่าพวกเขาน่าจะยังไม่รู้ว่าคำสาปของเจ้าถูกถอนแล้ว” จื่อโยวกล่าว
จิ่วเยี่ยเองก็อยากจะจากไปสักระยะเช่นนั้น มันไม่ใช่ว่าเขาเต็มใจ ตัวเขานั้นไม่เต็มใจอย่างถึงที่สุด
เพียงแต่เขากลัวว่าหากอยู่กับซีนานเกินไปอาจจะส่งผลกระทบอะไรกับซีได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะจากไปสักระยะเพื่อไปจัดการเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ก่อน
“ข้ารู้แล้ว”
มู่เฉียนซีขมวดคิ้วมุ่นพลางกล่าวว่า “คนของเผ่าคำสาปรนหาที่ตายอีกแล้วหรือ เช่นนั้นข้าจะเตรียมการเอาไว้ให้เอง เพื่อเลี่ยงไม่ให้เจ้าติดกับได้”
“พวกมันไม่มีความสามารถเท่าเจ้าหรอก!” จิ่วเยี่ยกล่าวตอบ
“นั่นมันก็ไม่แน่หรอก ตอนแรกเจ้ายังตกหลุมพลางเลยมิใช่หรือ”
ในส่วนของระดับทักษะคำสาปของมู่เฉียนซีถือว่าสูงมาก ภายใต้ความแข็งแกร่งของพลังจิตวิญญาณและคัมภีร์หมื่นคำสาป มันก็เพียงพอที่จะทำให้นักเล่นคาถาอาคมส่วนใหญ่ของเผ่าคำสาปคุกเข่าบูชาในความยอดเยี่ยมของนางแล้ว
หลังจากที่นางได้เตรียมเกาะป้องกันการโจมตีของทักษะคำสาปบางอย่างให้กับจิ่วเยี่ยแล้ว นางถึงได้วางใจ พลางกล่าวว่า “เท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว เจ้าจะไปเมื่อไรหรือ!”
“ตอนนี้เลย!” จิ่วเยี่ยกล่าว
นางหยิบไม้แกะสลักชิ้นนั้นออกมา จากนั้นก็แขวนไว้ที่คอของจิ่วเยี่ย และฉวยโอกาสตอนที่เขาไม่สนใจลอบโจมตีเขา!
“อื้อ!” ริมฝีปากถูกจับกุมเอาไว้ สำหรับความอร่อยที่ส่งมาถึงที่เช่นนี้ ได้ทำให้สมองของจิ่วเยี่ยขาวโพลนไปหมด เขาไม่คิดเรื่องอื่นให้มันมากความอีกแล้ว ลิ้มรสความหอมหวานก่อนค่อยว่ากัน
นี่เป็นจุมพิตที่พุ่งเข้ามาเพียงตื้นเขิน แต่กลับไม่สามารถควบคุมการโจมตีนี้ได้เลย เขาต้องการปล่อยให้กลิ่นอายของนางเข้ามา และเหลือตราประทับของนางเอาไว้
เนื่องจากควบคุมตนเองมานานเกินไป และจุมพิตเพียงครั้งเดียวนี้อาจจะสามารถทำลายสิ่งที่ตนเองพยายามควบคุมมาทั้งหมดให้พังทะลายลงได้ มันจึงทำให้ดวงตาของจิ่วเยี่ยลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นไปอีก
ในที่สุดสติของเขาก็กลับคืนมา แน่นอนว่าเขาไม่มีทางลืมความเจ็บปวดของซีอยู่แล้ว ฉะนั้นเขาจะยอมให้ตนเองทำเรื่องที่ไร้ยางอายเช่นนี้ได้อย่างไร เขาปัดผมที่ปรกอยู่บนหน้าผากของมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “ข้าจะกลับมาให้เร็วที่สุด”
มู่เฉียนซีพยักหน้าเล็กน้อยพลางเอ่ย “อื้ม! ข้าจะรอเจ้า ข้าคงต้องคิดถึงเจ้ามากเป็นแน่”
“เจ้าสิ่งนี้ถึงขีดจำกัดแล้ว ครั้งต่อไปไม่สามารถใช้ได้แล้ว แต่ข้าจะเก็บรักษามันเอาไว้อย่างดี” จิ่วเยี่ยกล่าวพลางถือไม้แกะสลักไว้ในมือ
.
.