ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2802 เผ่าจิ้งจอกแพ้แล้ว
“ในเมื่อซีซีไป แน่นอนว่าข้าก็ต้องไปด้วย นี่เป็นสงครามที่เผ่าจิ้งจอกต้องเผชิญ ข้าต้องการที่จะไปหาประสบการณ์! อย่างไรเสียข้าก็เป็นคนที่จะกลายเป็นจักรพรรดิภูต ฉะนั้นในขณะที่เผ่าจิ้งจอกกำลังเผชิญหน้าอยู่กับอันตราย ข้าก็ไม่สามารถเอาแต่ซ่อนอยู่ในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตได้ มิเช่นนั้นมันคงจะน่าขายหน้ามากเลยทีเดียว” จูเชว่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
สำหรับเผ่าจิ้งจอก ถึงความจริงแล้วเขาจะไม่ค่อยมีความรู้สึกที่อยากจะยอมรับมันมากนัก แต่สงครามของทั้งสองเผ่านั้นรุนแรงมากเกินไป มันจึงทำให้ภายในใจของเขารู้สึกปั่นป่วนขึ้นมาเล็กน้อย
แม้ว่าจะไม่ยอมรับ แต่ในร่างกายของเขาก็มีสายเลือดของเผ่าจิ้งจอกไหลเวียนอยู่จริง ๆ
จอมราชาภูตถอนหายใจพลางกล่าวว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเป็นโชคชะตาของตัวเจ้า ซึ่งข้าเองก็ไม่สามารถขัดขวางเจ้าได้ แต่เจ้าต้องรักษาตนเองให้ปลอดภัยด้วยล่ะ”
“แน่นอนขอรับ!”
มู่เฉียนซีกับจูเชว่เดินทางกลับไปที่เผ่าจิ้งจอก และหอหมอปีศาจก็ได้แอบส่งทั้งยาน้ำและยาลูกกลอนไปให้ทั้งสามเผ่า ซึ่งในระหว่างสงคราม สิ่งของเหล่านี้ถือว่ามีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากที่พวกของมู่เฉียนซีเหยียบลงบนเกาะจิ้งจอก พวกเขาก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ เพราะสถานการณ์ของเผ่าจิ้งจอกนั้นย่ำแย่กว่าที่คาดการณ์เอาไว้มากมายนัก และดูเหมือนว่าข้อมูลที่จอมราชาภูตได้รับจะช้าไปมากเลยทีเดียว
เผ่าหมาป่าทั้งหมดซ่อนตัวอยู่ตามชายฝั่งเป็นจำนวนมาก หากมู่เฉียนซีไม่ได้ใช้พลังจิตวิญญาณในการตรวจสอบ ใช้เพียงแค่สายตามอง ก็คงไม่สามารถหาคนของเผ่าหมาป่าเจอได้สักคนแน่นอน
จูเชว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ข้าได้กลิ่นของกลิ่นอายที่น่ารังเกียจมากแถวนี้ มันคือเผ่าหมาป่าแน่นอน”
สวบ สาบ!
หลังจากนั้นร่างเงาสองสามร่างปรากฏตัวออกมา คนเหล่านั้นก็คือคนของเผ่าหมาป่านั่นเอง
หลังจากที่พวกเขาค้นพบมู่เฉียนซีและจูเชว่ก็ผงะไปเล็กน้อย “มีเผ่าจิ้งจอกที่มีสายเลือดบริสุทธิ์คนหนึ่ง และมีสาวน้อยมนุษย์อีกคนหนึ่ง ดูเหมือนว่าพวกเราจะโชคดีจริง ๆ! โจมตี!”
เผ่าหมาป่าเหล่านี้ปิดล้อมเข้ามา ซึ่งความสามารถของข้ารับใช้อย่างพวกเขาก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าไรนัก หลังจากนั้นมู่เฉียนซีและจูเชว่ก็ไม่พูดจาไร้สาระกับพวกเขาอีก นางลงมือจัดการกับขยะเหล่านี้ด้วยความรวดเร็วและเฉียบขาด
ลำแสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นมาทันที มู่เฉียนซีกวัดแกว่งกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณระหว่างเคลื่อนตัวไปมาผ่านพวกเขา นอกจากนี้ก็มีเข็มยาที่พุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าก็มิปาน
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
พลังวิญญาณธาตุอัคคีของจูเชว่ก็ระเบิดออกมาเช่นกัน หลังจากที่เปลวเพลิงลุกลามไปรอบบริเวณ คนของเผ่าหมาป่าเหล่านั้นก็กล่าวอย่างประหลาดใจเล็กน้อยว่า “ในฐานะของเผ่าจิ้งจอก คิดไม่ถึงเลยว่าจะไม่ใช้พลังแห่งภูตแต่กลับกระทำเหมือนมนุษย์ ช่างน่าสนใจมากจริง ๆ”
“ดูเหมือนว่าเผ่าจิ้งจอกจะมีคนเช่นนี้อยู่ด้วยคนหนึ่งสินะ ซึ่งนั่นก็คือนายน้อยของเผ่าจิ้งจอกคนนั้น”
“ที่แท้เขาก็คือนายน้อยของเผ่าจิ้งจอกอย่างนั้นหรือ เป็นคนที่ท่านผู้นำเผ่าของพวกเราต้องการสินะ ช่างโชคดีเหลือเกิน”
เมื่อคาดเดาสถานะของจูเชว่ได้แล้ว การโจมตีของคนเหล่านี้ก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นไปอีก ซึ่งจูเชว่ก็กล่าวอย่างเย็นชาว่า “อยากจะจับข้า ก็ต้องดูว่าพวกเจ้ามีความสามารถนั้นหรือไม่”
ตูมม โครมมม!
ความผันผวนของพลังวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมา ซึ่งคนของเผ่าหมาป่าเหล่านั้นก็รู้แล้วว่าตนเองทำไม่สำเร็จอย่างแน่นอน
แค่ลูกสมุนอย่างพวกเขาสองสามคนไม่สามารถจัดการพวกเขาทั้งสองคนได้ พวกเขากล่าวว่า “ไป! ไปส่งข่าวให้นายท่าน”
ฉึก ฉึก ฉึก!
เข็มยาสีเงินหลายเข็มแท่งเข้าไปบนลำคอของพวกเขา หลังจากนั้นร่างของพวกเขาก็เริ่มกลายเป็นหิน และสีหน้าก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“ระดับราชาภูตเล็ก ๆ อย่างพวกเจ้ายังคิดจะหนีรอดไปจากเงื้อมมือของข้า พวกเจ้าคิดว่ามันเป็นไปได้อย่างนั้นหรือ?” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
จูเชว่กล่าวถามว่า “ตอนนี้สถานการณ์ของเผ่าจิ้งจอกเป็นอย่างไรบ้าง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เผ่าจิ้งจอกพ่ายแพ้แล้ว แม้ว่าพวกเจ้าจะเอาชนะข้าได้ แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขความจริงเรื่องที่เผ่าจิ้งจอกของพวกเจ้าพ่ายแพ้ไปแล้วได้อยู่ดี หลังจากนี้ไปเผ่าจิ้งจอกของพวกเจ้าได้ถูกกำหนดให้กลายเป็นอาหารของพวกข้าเผ่าหมาป่าแล้ว” เผ่าหมาป่าเหล่านั้นกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“อะไรนะ เผ่าจิ้งจอกแพ้อย่างนั้นหรือ” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างประหลาดใจเล็กน้อย
ทว่าข้อมูลที่พวกเขาได้รับก่อนมาถึงได้บอกว่าการต่อสู้ระหว่างเผ่าหมาป่าและเผ่าจิ้งจอกมีความทัดเทียมกัน แต่นี่เพิ่งจะมาเหยียบอาณาเขตของเผ่าจิ้งจอก กลับบอกว่าเผ่าจิ้งจอกพ่ายแพ้แล้วอย่างนั้นหรือ
“อธิบายให้ข้าฟังอย่างละเอียด” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
แต่ทว่าพวกเขาสองสามคนก็ไม่รู้อย่างแน่ชัดเช่นกัน เพราะหลังจากที่เผ่าหมาป่าได้รับชัยชนะแล้ว ลูกสมุนอย่างพวกเขาก็ได้รับหน้าที่ให้ไล่ล่าคนที่เหลือทั้งหมด ฉะนั้นสถานการณ์ในเมืองหลวงของเกาะจิ้งจอกในตอนนี้ พวกเขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเป็นอย่างไรกันแน่
จูเชว่ได้จุดไฟเผาพวกเขาทันที ซึ่งวิกฤติของเผ่าจิ้งจอกได้กระตุ้นสายเลือดที่อยู่ในร่างกายของเขา ซึ่งมันก็มีผลกระทบต่อเขาเช่นกัน
“อย่าเพิ่งร้อนใจไปเลย พวกเราปลอมตัว หลังจากนั้นก็เข้าไปดูสถานการณ์กันก่อนเถอะ”
เผ่าหมาป่าต้องการจับจูเชว่อย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถเข้าไปอย่างเปิดเผยได้ ทั้งสองต่างก็เปลี่ยนเป็นคนของเผ่าหมาป่าธรรมดา และแม้แต่กลิ่นอายของสายเลือดที่บริสุทธิ์ของจูเชว่ มู่เฉียนซีก็คิดหาทางผนึกมันเอาไว้จนได้
เมืองหลวงของเผ่าจิ้งจอกในเวลานี้เงียบสงบเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่มีวี่แววของการต่อสู้ใด ๆ อยู่เลย เหมือนกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีสงครามใหญ่เกิดขึ้นเลยก็มิปาน
แน่นอนว่ามันมีสถานการณ์ที่พิเศษบางอย่าง อย่างเช่นมีคนของเผ่าหมาป่าจำนวนมากเดินอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้
หลังจากนั้นเขาก็ได้รับข่าวหนึ่ง นั่นก็คือผู้นำเผ่าจิ้งจอกได้ตายลงในสงคราม และลูกศิษย์ของผู้นำเผ่าจิ้งจอกอย่างหูซื่อสี่จะได้รับสืบทอดตำแหน่งของผู้นำเผ่าจิ้งจอกต่อไป
เนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่พิเศษ ดังนั้นหูซื่อสี่จะต้องเข้ารับตำแหน่งผู้นำอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้
“อะไรนะ นางตายแล้วหรือ นางเก่งกาจถึงขนาดนั้น นอกจากนี้ทักษะมหาเสน่ห์ของนางก็แข็งแกร่งมาก ฉะนั้นนางจะถูกสังหารอย่างง่ายดายได้อย่างไรกัน! ไม่สิ น่าจะต้องพูดว่าไม่มีใครสามารถทนฆ่านางได้มากกว่า!” ในตอนที่จูเชว่ได้ยินว่าผู้นำเผ่าจิ้งจอกตายในสงคราม เขาก็รู้สึกมึนงงเล็กน้อยเช่นกัน
ผู้หญิงคนนั้น แน่นอนว่าไม่ใช่มารดาที่มีคุณสมบัตินัก และจูเชว่ก็ไม่ชอบนางเป็นอย่างมาก แต่ข่าวนี้กลับทำให้จิตใจของเขาว้าวุ่น และทรมานเป็นอย่างยิ่ง
มู่เฉียนซีเองก็ยากที่จะเชื่อว่าหญิงสาวที่มีเสน่ห์มหาศาลเช่นนั้นจะตายในสงครามได้ “จูเชว่ เจ้าสงบสติอารมณ์ก่อนเถอะ ข่าวนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน บางทีเผ่าหมาป่าอาจจะจงใจปล่อยข่าวเช่นนี้ออกมาก็เป็นได้”
“หูซื่อสี่!” จูเชว่กระซิบกล่าวชื่อหนึ่งออกมา
ลูกศิษย์ของผู้นำเผ่าจิ้งจอก เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งในอนาคตของเผ่าจิ้งจอกก่อนที่เขาจะกลับมา ตอนนี้เผ่าหมาป่าได้ยึดเผ่าจิ้งจอกไปแล้ว แต่เขากลับสามารถกลายเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำของเผ่าจิ้งจอกได้อย่างนั้นหรือ
“เขาไม่ได้ถูกหมาป่าควบคุม ก็เป็นตัวเขาเองที่มีปัญหา แต่เขาจะต้องรู้อะไรบางอย่างแน่นอน” จูเชว่อยากที่จะบุกเข้าไปในพระราชวังตอนนี้เลยด้วยซ้ำ
“การไปที่พระราชวังไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีนัก พวกเราจะลงมือพรุ่งนี้ในพิธีสืบทอดตำแหน่ง”
“ตกลง!”
และตลอดทั้งคืนนั้น จูเชว่ก็นอนไม่หลับเลย
“ตอนนี้หากมีคนบอกว่าเจ้าเป็นคนของเผ่าจิ้งจอก คาดว่าคงไม่มีใครเชื่อเป็นแน่ เพราะตอนนี้ดวงตาของเจ้าดำจนเหมือนกับฉงเมามากกว่าเสียอีก” มู่เฉียนซีจ้องมองไปที่ตาของเขาพลางกล่าวอย่างติดตลก
“ถึงข้าจะไม่ชอบนาง แต่พอคิดดูแล้ว หลังจากที่ข้ากลับมาที่เผ่าจิ้งจอก นางก็ให้ข้ากินแต่อาหารอร่อย ใช้แต่ของดี ๆ นอกจากที่นางบังคับให้ข้ามีทายาท และไม่ยอมอนุญาตให้ข้ากลับแดนซวนเทียนแล้ว ก็ไม่มีเรื่องอะไรที่ทำเกินไปอีกแล้ว อย่างไรเสียนางก็เป็นคนให้กำเนิดข้า ข้าถึงสามารถมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้ นางทำให้ข้าได้เจอท่านพ่อบุญธรรม เจอทุกคน และยังได้เจอกับซีซีด้วย” เมื่อคืนนี้เขามีเรื่องให้คิดมากมายจริง ๆ
ก่อนหน้านี้เพราะโกรธมากเกินไป เขาจึงไม่ยอมรับสถานะเผ่าภูตของแดนภูต และเขาก็ยังไม่มีความรู้สึกอะไรต่อผู้หญิงคนนั้นเลย
แต่ตอนนี้เมื่อมารู้ว่าชีวิตของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นมารดาของเขาอยู่ในกำมือของเผ่าหมาป่า เขาก็นึกถึงฉากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากมาย แม้ว่านางจะมีความผิด แม้ว่านางจะไม่ใช่มารดาตามที่เขาคาดหวังเอาไว้ แต่เขาก็ควรที่จะรู้สึกขอบคุณนางบ้าง
มีคนกล้าฆ่านาง ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะต้องแก้แค้นให้ได้
“ข้าจะสนับสนุนเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไรก็ตาม จูเชว่” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ไปกันเถอะ!” แม้ว่าไม่กี่วันที่ผ่านมาความวุ่นวายของเผ่าหมาป่าและเผ่าจิ้งจอกจะพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน แต่เขาก็ไม่ลังเลยเลย
ในพิธีการเข้ารับตำแหน่งผู้นำของเผ่าจิ้งจอก หูซื่อสี่ที่สวมเสื้อผ้างดงามหรูหรา ก็ได้เดินมายังแท่นสูง เพื่อทำการบูชาบรรพบุรุษของเผ่าจิ้งจอก
และในตอนที่จูเชว่อยากจะเข้าไปฉีกหน้ากากจอมปลอม เพื่อถามคนที่กำลังจะกลายเป็นผู้นำของเผ่าจิ้งจอกแบบตัวต่อตัว ทว่าในเวลานี้ก็ได้เกิดความวุ่นวายในหมู่ฝูงชน และร่างเงาของหญิงสาวในชุดดำที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้น
ซึ่งนางก็คือเหมยเจี้ยนนั่นเอง!