ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2801 สงครามสองเผ่า
“เช่นนั้นครั้งหน้าเจ้าคิดจะปรากฏตัวเช่นไรกันล่ะ หรือเจ้าจะใช้ร่างเดิมในการปรากฏตัวโดยตรง” มู่เฉียนซีกล่าวพลางจ้องไปที่จิ่วเยี่ย
“ต้องดูว่าเมี่ยเทียนเตรียมอะไรไว้ให้” จิ่วเยี่ยกล่าว
“หากน่าเกลียดเกินไป ข้าก็รับมันไม่ได้หรอกนะ”
“แค่ซีมีฝีมือดีก็พอแล้ว!”
เขาควรจะรีบออกไปทันทีเพื่อที่จะได้รีบกลับมาอีกครั้ง แต่ทว่าคนที่อยู่ในอ้อมแขน กลับไม่อยากปล่อยจิ่วเยี่ยไปเลย
ปัญหาเพียงเล็กน้อย ถึงไม่ไปจัดการก็ไม่เป็นไรอยู่ดี เพราะเขาก็ไม่เคยเห็นพวกตัวตลกที่กระโดดไปมาเหล่านั้นอยู่ในสายตาอยู่แล้ว
สุดท้ายแล้วเขารู้สึกเพียงแค่ว่าอยู่ข้างกายซีนานเกินไปเท่านั้น และไม้แกะสลักนี้ก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้อีกแล้ว หากเข้าไปอีกละก็ มันจะต้องแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ แน่นอน
นี่คือไม้แกะสลักเสมือนจริงที่ซีตั้งใจแกะออกมา ซึ่งเขาก็ไม่อยากทำให้มันแตกออกจากกัน
จุมพิตที่เย็นเฉียบประทับลงบนแก้มของมู่เฉียนซี “ข้าต้องไปแล้ว!”
หลังจากนั้นเพียงชั่วพริบตาเดียว จิ่วเยี่ยก็หายวับไป มู่เฉียนซีกระซิบกล่าวว่า “หนีไปเร็วเสียจริง”
เนื่องจากคำสั่งของท่านผู้นั้น จึงทำให้มนุษย์อย่างมู่เฉียนซีถูกยกให้เป็นแขกผู้มีเกียรติที่สำคัญที่สุดของเผ่าอสรพิษ และหลังจากที่หอหมอปีศาจเปิดกิจการ พวกเขาก็ได้รับรู้ถึงความแข็งแกร่งของยาน้ำและยาลูกกลอนเหล่านั้น ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาเคารพนับถือหมอปีศาจยิ่งขึ้นไปอีก
จูเชว่กล่าวว่า “ซีซี จอมราชาภูตกำลังจะจับข้ากลับไปอีกแล้ว ข้าอยากอยู่เป็นเพื่อนเจ้ามากกว่านี่นา!”
“ฝึกฝนให้ดีเถอะ เจ้าคิดดูเถอะว่าเจ้ามาอยู่ที่แดนภูตมานานขนาดนี้แล้วยังไม่สามารถฝึกฝนได้เมื่อถึงเวลากลับไป คาดว่าความสามารถของเจ้าน่าจะอ่อนแอยิ่งกว่าไป๋เจ๋ออีกกระมัง หลังจากนั้นก็คงตกอยู่ในระดับล่างสุด เช่นนั้นคงน่าสังเวชมากทีเดียว” มู่เฉียนซีกล่าว
“ไม่ได้ ไม่ได้! แน่นอนว่าข้าไม่อยากอยู่ในระดับต่ำสุด ข้าจะต้องหาวิธีการฝึกฝนในแดนภูตให้ได้” จูเชว่ที่วิ่งไปอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซีมีจิตวิญญาณการต่อสู้ที่ฮึกเหิมขึ้นมาทันที
ในความทรงจำพี่น้องของพวกเขาเป็นคู่แข่งของกันและกัน ซึ่งก็ไม่มีใครยอมรับความพ่ายแพ้ แม้ว่าเขาในตอนนี้จะอยู่ในสถานที่ที่ห่างไกล แต่ความคิดเช่นนี้ก็ได้ฝังรากลึกมากทีเดียว
“ฝึกฝนให้ดี ส่วนเรื่องแผนที่ข้าจะหาทางจัดการเอง! อย่างไรเสียก็ยังมีอ้านอยู่ด้วย ข้าไม่มีทางมีอันตรายอยู่แล้ว” มู่เฉียนซีกล่าว
“ตกลง! พวกเราทั้งคู่มาพยายามกันเถอะ ในตอนที่เจ้ากำลังพยายามค้นหาสุสานให้เจอ ข้าก็คงมีคุณสมบัติมากพอในการสืบทอดมรดกของจักรพรรดิภูตได้แล้ว”
ในตอนที่จูเชว่กำลังจะกลับไปที่พระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูต ก็คาดไม่ถึงว่าเผ่าจิ้งจอกจะมาตามหาเขาจนเจอ เหมยเจี้ยนกล่าวด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์ว่า “นายน้อย โปรดกลับไปที่เผ่าจิ้งจอกของพวกเราเถิดเจ้าค่ะ”
“ไม่กลับ ต่อให้ข้าต้องตายก็จะไม่กลับ! ข้ามีจอมราชาภูตคอยคุ้มครองอยู่ หากเจ้าคิดจะพาข้ากลับไป ก็ฝันไปเสียเถอะ!” จูเชว่กล่าว
เหมยเจี้ยนขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “นายน้อย เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้วเจ้าคะ”
ยอดฝีมือที่อยู่ข้างกายจูเชว่กล่าวขึ้นมาว่า “เจ้าก็คือเหมยเจี้ยน สาวรับใช้ของผู้นำเผ่าจิ้งจอกสินะ! พอดีว่าตอนนี้นายน้อยเหยียนเป็นลูกศิษย์ของท่านจอมราชาภูตของพวกเรา และได้รับการชี้แนะเรื่องการฝึกฝนจากจอมราชาภูตของพวกเราอีกด้วย ซึ่งเขาจึงจะไม่กลับไปที่เผ่าจิ้งจอกในตอนนี้ ฉะนั้นรบกวนเจ้ากลับไปรายงานท่านผู้นำเผ่าจิ้งจอกด้วย”
เหมยเจี้ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย ซึ่งนางดูไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด นายน้อยของพวกเขาไม่สามารถฝึกฝนพลังภูตได้ แม้ว่าเขาจะมีสายเลือดที่บริสุทธิ์ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะถูกใจท่านจอมราชาภูตได้อยู่ดี
“หากเจ้าไม่เชื่อ เช่นนั้นก็ตามข้าไปที่พระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตดูก็ได้”
“เจ้าค่ะ!” เหมยเจี้ยนกล่าว
“ซีซี เช่นนั้นข้าต้องไปแล้วล่ะ! ข้าคิดว่าเมื่อไปถึงพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตพวกเขาก็คงจะยอมแพ้เสียที ข้าต้องการเป็นผู้ชายที่ได้กลายเป็นจักรพรรดิภูต ข้ายังไม่อยากมีลูก!” จูเชว่กล่าวด้วยรอยยิ้มที่เจิดจรัส
เหมยเจี้ยนรู้สึกว่านายน้อยของนางป่วยไปแล้วหรือไม่ จักรพรรดิภูตหรือ! อย่างที่รู้ว่าเขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะออกไปจากแดนภูตมาก! แล้วคนที่ไม่มีความสนใจในแดนภูตเลยอย่างเขาตอนนี้กลับมีแรงฮึดที่อยากจะเป็นจักรพรรดิภูตอย่างนั้นหรือ
หลังจากที่จูเชว่จากไปแล้ว มู่เฉียนซีก็ได้ส่งคนไปสอบถามจอมราชาภูตว่าควรจะไปเอาแผนที่ที่เผ่าใดต่อถึงจะดีที่สุด แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าจะเกิดภัยพิบัติในแดนภูตขึ้นมาอีกครั้ง
ตอนนี้เผ่าหมาป่าได้เริ่มก่อสงครามขึ้นแล้ว เนื่องจากเผ่าหมาป่าและเผ่าจิ้งจอกมีความขัดแย้งกันมาโดยตลอด ฉะนั้นหากเกิดการปะทุของสงครามขึ้นระหว่างพวกเขาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย
แต่ทว่าครั้งนี้เผ่าหมาป่าไม่ได้บ้าคลั่งธรรมดา เพราะพวกเขาลงมือโจมตีถึงสามเผ่าด้วยกัน โดยแบ่งเป็นเผ่าจิ้งจอก และยังมีเผ่าที่อ่อนแออีกสองเผ่าอย่างเผ่าแห่งฝันและเผ่าผีเสื้อ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากจริง ๆ
เหมยเจี้ยนกล่าวว่า “นายน้อย ในเมื่อท่านได้ศึกษากับท่านจอมราชาภูต เช่นนั้นท่านผู้นำก็คงวางใจแล้วล่ะเจ้าค่ะ ดูเหมือนว่าข้าจะต้องรีบกลับไปเผ่าจิ้งจอกเพื่อช่วยเหลือท่านหัวหน้าเผ่าก่อน”
เหมยเจี้ยนรีบกลับไปอย่างรวดเร็ว สงครามในครั้งนี้มีความรุนแรงมากสำหรับเผ่าจิ้งจอก และนางเองก็เป็นห่วงท่านผู้นำเผ่าด้วย
จูเชว่รู้สึกกระสับกระส่ายอยู่ตลอดเวลา “การต่อสู้ระหว่างเผ่าหมาป่ากับเผ่าจิ้งจอกไม่เกี่ยวกับข้า ไม่เกี่ยวกับข้าเลยสักนิด ไม่ง่ายเลยกว่าข้าจะหนีออกมาจากสถานที่แห่งนั้นได้”
จอมราชาภูตมองท่าทางที่กระวนกระวายของเขาพลางถอนหายใจกล่าวว่า “แม้ว่าเจ้าจะเป็นคนของเผ่าจิ้งจอก แต่เจ้าอยู่ที่นี่จะปลอดภัยที่สุด และข้าก็ไม่อนุญาตให้เจ้าออกไปจากพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตด้วย”
แต่ทว่าจูเชว่ก็อดที่จะสนใจสถานการณ์การต่อสู้ของเผ่าจิ้งจอกไม่ได้ และสถานการณ์ในตอนนี้แย่มาก เนื่องจากเผ่าหมาป่านั้นแข็งแกร่ง อย่างน้อยก็แข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้มากเลยทีเดียว
หลังจากที่มู่เฉียนซีได้รับข่าวก็มายังเกาะหมื่นภูตทันที นางเข้าไปในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตแล้วกล่าวว่า “จอมราชาภูต ตอนนี้ทั้งสี่เผ่ากำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด เจ้าจะไม่สนใจจริง ๆ หรือ”
“มันไม่ใช่เรื่องที่ข้าอยากจะเข้าไปยุ่งก็สามารถยุ่งได้ ข้อตกลงตั้งแต่เริ่มแรกคือจอมราชาภูตไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงการทะเลาะเบาะแว้งของแต่ละเผ่าได้ และพวกเขาจะจัดการด้วยตนเอง เพียงแต่ความวุ่นวายของเผ่าจิ้งจอกในครั้งนี้ดูเหมือนว่ามันจะใหญ่เกินไปหน่อยแล้ว” จอมราชาภูตกล่าวด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความกังวล
“ในเมื่อจอมราชาภูตไม่สะดวกใจที่จะออกโรง เช่นนั้นข้าออกโรงเองก็พอแล้ว หากสามารถช่วยเหลือพวกเขาที่กำลังตกอยู่ในอันตรายได้ เมื่อถึงเวลาที่ขอยืมแผนที่มาจากพวกเขา พวกเขาจะน่าพิจารณามันสักหน่อย จอมราชาภูต ข้าน่าจะสามารถยื่นมือเข้าไปแทรกแซงได้ใช่หรือไม่” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
จอมราชาภูตพยักหน้าเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “ข้าไม่มีสิทธิ์ไปแทรกแซงการตัดสินใจของเจ้า แต่ก็ต้องขอบคุณเจ้า อย่างน้อยหากเจ้าลงมือ ความสูญเสียของทั้งสามเผ่าน่าจะลดน้อยลงบ้าง”
“ข้าจะรีบติดต่อไปที่เผ่าโลหิตและเผ่าอสรพิษ เพื่อขอให้พวกเขามาช่วยเหลือ” แน่นอนว่านางไม่ได้ออกรบเพียงลำพังอยู่แล้ว นี่เป็นถึงสงครามระหว่างเผ่าหลัก ทั้งยังไม่ใช่การดวลแบบตัวต่อตัวอีกด้วย
หอหมอปีศาจที่อยู่ทางฝั่งเผ่าโลหิตได้มอบประโยชน์ให้มากมาย ส่วนเผ่าอสรพิษ แม้ว่าจะต้องทำงานโดยไม่ได้อะไรก็ไม่กล้าบ่นอยู่ดี ซึ่งการข่มขู่ของจื่อโยวในตอนแรกก็ถือว่ามีประโยชน์มากทีเดียว
สถานการณ์การต่อสู้ในแต่ละวันได้ถูกส่งไปถึงจอมราชาภูต ซึ่งมันก็ทำให้สีหน้าของจอมราชาภูตย่ำแย่มากขึ้นเรื่อย ๆ มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นเผ่าไหนที่เปิดศึก ล้วนเป็นเช่นนี้หรือ เจ้าทำได้เพียงเฝ้าดูสิ่งที่มันผ่านไป และดูผลลัพธ์ แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อย่างนั้นหรือ”
จอมราชาภูตถอนหายใจกล่าว “ใช่แล้ว! ข้าคือจอมราชาภูต ไม่มีสิทธิ์ยื่นมือเข้าไปยุ่ง ดังนั้นข้าจึงหวังให้ท่านจักรพรรดิภูตปรากฏตัวขึ้น และรวมแดนภูตให้เป็นหนึ่งเดียว และทำให้แดนภูตกลับสู่ความสามัคคีอีกครั้ง”
มู่เฉียนซีก็กำลังวิเคราะห์สถานการณ์การต่อสู้อยู่เช่นกัน สถานการณ์ของทางเผ่าจิ้งจอกยังดีอยู่ อย่างไรเสียพวกเขาก็ต่อสู้กับเผ่าหมาป่ามาเป็นเวลานานมากแล้ว ฉะนั้นไม่มีทางถูกทำลายได้อย่างรวดเร็วถึงขนาดนั้นแน่
ส่วนเผ่าแห่งฝันและเผ่าผีเสื้อมักทำตัวไม่เป็นจุดเด่นอยู่เสมอ ทั้งยังไม่เคยมีความขัดแย้งใด ๆ กับเผ่าหมาป่าอีกด้วย แต่เผ่าหมาป่ากลับพุ่งเป้าไปที่พวกเขา และกำลังต้องเผชิญกับการถูกทำลายล้างเช่นนี้
ซึ่งสถานการณ์ของเผ่าผีเสื้อนั้นย่ำแย่มากที่สุด ฉะนั้นมู่เฉียนซีจึงสั่งให้กำลังเสริมของเผ่าโลหิตมุ่งหน้าไปทันที ส่วนเผ่าอสรพิษให้มุ่งหน้าไปที่เผ่าแห่งฝัน
“ข้าจะไปที่เผ่าจิ้งจอกด้วยตนเอง แม้ว่าผู้นำเผ่าจิ้งจอกจะโกรธทันทีที่ได้เห็นข้า เพราะอย่างไรเสียข้าก็ทำความผิดที่ลักพาตัวจูเชว่มาจริง ๆ อยู่ดี” มู่เฉียนซีกล่าว
“ซีซี ข้าเองก็จะไปด้วยเช่นกัน” นางคิดไม่ถึงเลยว่าคนที่ไม่ง่ายกว่าจะหนีออกมาได้อย่างเขา จะมีวันที่ริเริ่มต้องการกลับไปด้วยตนเอง
แต่ทว่าจอมราชาภูตกลับไม่เห็นด้วย “เหยียน การที่เจ้ากลับไปเผ่าจิ้งจอกนั้นอันตรายมาก การเริ่มสงครามของเผ่าหมาป่าในครั้งนี้ ข้ารู้สึกว่าพวกเขาต้องมีจุดประสงค์ที่ไม่บริสุทธิ์เป็นแน่ และเจ้าเองก็เป็นผู้ครอบครองสายเลือดที่บริสุทธิ์ที่สุดของเผ่าจิ้งจอก หากไปก็คาดว่าเจ้าจะต้องกลายเป็นเป้าหมายแน่นอน”
.
.