ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2814 เผ่าแห่งฝันติดกับดัก
“ข้าว่าเจ้าคิดมากเกินไปแล้วล่ะ! ก็แค่ให้เจ้าฟื้นฟูพลังวิญญาณเท่านั้นเอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย แต่ว่าตอนนี้เจ้ามีทางเลือกอยู่สองทาง คือเจ้าจะฝึกฝนพลังวิญญาณหรือพลังแห่งภูต” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“แต่เจ้าหมอนั่นไม่ได้บอกว่ามันล้มเหลวไปแล้วอย่างนั้นหรอกหรือ” จูเชว่ผงะไปทันที
“นั่นเป็นเพราะเขาไม่มีความสามารถ ดังนั้นเลยล้มเหลว แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าข้าจะจัดการเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เสียหน่อย!”
“อื้ม! ซีซียอดเยี่ยมมากจริง ๆ”
“เจ้าสามารถฝึกฝนพลังแห่งภูตได้แล้ว!” ฉื้อเม่ยรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
นางย่อมหวังจากก้นบึ้งของหัวใจว่าจูเชว่จะสามารถฝึกฝนพลังแห่งภูตได้ เพราะเดิมทีเขาก็เป็นคนของเผ่าภูตอยู่แล้ว
จูเชว่ไม่อยากที่จะสนใจนางในตอนนี้ มู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “สิทธิ์ในการเลือกเป็นของจูเชว่ เรื่องนี้ ผู้นำเผ่าฉื้อเม่ยอย่าเข้ามายุ่งเกี่ยวจะดีกว่า”
หลังจากที่เผ่าจิ้งจอกผ่านความวุ่นวายในครั้งนี้ มันก็ทำให้ฉื้อเม่ยได้รู้ว่าเรื่องบางเรื่องอย่าไปบีบบังคับจะดีกว่า
“ข้ารู้แล้ว”
“ข้าต้องการฝึกพลังแห่งภูต อย่างไรเสียเป้าหมายของข้าก็คือการกลายเป็นจักรพรรดิภูตอยู่แล้ว หากไม่มีพลังแห่งภูตที่แข็งแกร่งพอ จะเป็นได้อย่างไร” จูเชว่กล่าว
“ข้าเข้าใจแล้ว! ท่านเหมยเจี้ยน ท่านช่วยพาผู้นำเผ่าของท่านไปส่งที่พระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตที มอบให้เป็นหน้าที่ของจอมราชาภูตแล้วกัน! เขาน่าจะรู้ว่าต้องทำเช่นไร” มู่เฉียนซีกล่าวกับเหมยเจี้ยน
เหมยเจี้ยนเหลือบมองไปที่ฉื้อเม่ย และฉื้อเม่ยเองก็รู้ว่า หากอยู่กับจอมราชาภูต น่าจะปลอดภัยมากกว่าจริง ๆ
แม้ว่าพลังในการต่อสู้ของจอมราชาภูตจะไม่สูงนัก แต่ด้วยความรู้และความสามารถของจอมราชาภูต ก็เพียงพอที่จะช่วยให้ลูกชายของนางเติบโตได้เร็วที่สุดแล้ว
“เหมยเจี้ยน!” ฉื้อเม่ยกล่าว
“ข้าน้อยน้อมรับคำสั่ง ข้าจะพานายน้อยไปส่งที่พระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูตอย่างปลอดภัย” เหมยเจี้ยนกล่าวด้วยความเคารพ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าคิดว่าผู้นำเผ่าฉื้อเม่ยคงไม่ลืมข้อตกลงของเราใช่หรือไม่!”
ฉื้อเม่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “นั่นคือแผนที่สุสานของจักรพรรดิภูต มนุษย์อย่างเจ้าต้องการจะทำอะไรกันแน่”
“นี่ไม่ใช่เรื่องที่ท่านจะต้องสนใจ อย่างไรเสียจอมราชาภูตก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้แล้ว มิเช่นนั้นข้าเองก็คงไม่มีทางรู้เบาะแสการเปิดสุสานจักรพรรดิภูตได้หรอก ท่านจะผิดสัญญาก็ได้! แต่หากท่านผิดสัญญาแล้วละก็ ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะส่งจูเชว่กลับไปที่แดนซวนเทียนทันทีเช่นกัน”
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้นำเผ่าจิ้งจอกผู้นี้ มู่เฉียนซีเองก็เลือกที่จะคุกคามอีกฝ่ายอย่างไม่มีความเกรงใจเลยแม้แต่น้อย
จูเชว่กล่าวว่า “ท่านจะไม่รักษาสัญญาไม่ได้ หากครั้งนี้ไม่ได้ซีซีช่วยเอาไว้ จุดจบของเผ่าจิ้งจอกจะเป็นเช่นไร ท่านเองก็น่าจะรู้ดี”
เมื่อเห็นว่าลูกชายเข้าข้างคนนอก ฉื้อเม่ยก็กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “ข้าไม่ได้บอกว่าจะไม่ให้เจ้าเสียหน่อย! ข้าพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว”
หลังจากนั้นฉื้อเม่ยก็นำเอาผลึกสีแดงเพลิงชิ้นหนึ่งออกมา พลางกล่าวว่า “นี่คือแผนที่ที่พวกเราเผ่าจิ้งจอกปกป้องเอาไว้ ตอนนี้สัตว์ร้ายแห่งความตายเพ่งเล็งเจ้าสิ่งนี้อยู่ ฉะนั้นการมีมันอยู่ในเผ่าจิ้งจอกก็ถือว่าเป็นหายนะเช่นกัน ข้าจะมอบให้เจ้าก็ได้! แต่เจ้าอย่าทำหายล่ะ”
“วางใจเถอะ เจ้าพวกนั้นไม่มีทางมาขโมยของไปจากมือข้าได้หรอก” มู่เฉียนซีกล่าว
ตอนนี้แผนที่ของเผ่าโลหิต เผ่าอสรพิษ และเผ่าจิ้งจอกอยู่ในมือของนางแล้ว แต่ทว่าผลึกทั้งสามเม็ดนี้กลับไม่มีการเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย
หากต้องการจะดูแผนที่ที่สมบูรณ์ ดูเหมือนว่าจะต้องหาให้ครบทั้งหมดจริง ๆ
จูเชว่เตรียมตัวจากไป เขากล่าวว่า “ข้าเป็นผู้นำเผ่ามาพอแล้ว ฉะนั้นท่านเป็นต่อไปเถอะ! ข้าจะไม่สนใจมันอีก”
“ซีซี รอให้ข้าฝึกฝนได้สำเร็จเมื่อไร ข้าจะต้องแข็งแกร่งกว่าตอนนี้อย่างแน่นอน จากนี้ไปเจ้าต้องระวังตัวให้ดีนะ” ทัศนคติของจูเชว่ที่มีต่อมู่เฉียนซีนั้นแตกต่างจากฉื้อเม่ยอย่างสิ้นเชิง
“เจ้าก็พยายามเข้าล่ะ!”
“ตกลง!”
หลังจากที่จูเชว่จากไปแล้ว มู่เฉียนซีก็เตรียมตัวที่จะมุ่งหน้าไปอีกสองเผ่า นั่นก็คือเผ่าแห่งฝันและเผ่าผีเสื้อ
เนื่องจากว่าเผ่าหมาป่าพ่ายแพ้ให้กับเผ่าจิ้งจอก ฉะนั้นเผ่าหมาป่าก็น่าจะไม่สามารถจัดการทั้งสองเผ่านี้ได้
แต่นางคิดไม่ถึงว่าในตอนที่นางมุ่งหน้าไปที่เผ่าแห่งฝันกลับได้รู้ว่าเผ่าหมาป่าเหล่านั้นโต้กลับอย่างดุเดือดมากเพียงใด แต่นั่นก็ยังไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด
เพราะสิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็คือคนของเผ่าแห่งฝันทั้งหมดล้วนหลับใหล หรือไม่ก็ตกอยู่ในฝันร้าย
ในฐานะที่เผ่าแห่งฝันเป็นพลังในการต่อสู้หลักได้หยุดนิ่งไปทั้งหมด จึงทำให้กองกำลังเสริมตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง
และเมื่อเผชิญหน้ากับเผ่าหมาป่าที่บ้าคลั่งอย่างไม่กลัวตาย จึงทำให้พวกเขาต่างก็ได้รับบาดเจ็บ
และตอนนี้ มู่เฉียนซีก็ได้มาถึงแล้ว
“ท่านมู่ ท่านคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเผ่าหมาป่าเหล่านี้กันแน่”
สีหน้าของมู่เฉียนซีมืดมนลง “มีสิ่งที่มืดมิดบางอย่างซ่อนอยู่ในแดนภูต และมันก็ต้องการจะทำลายล้างเผ่าแห่งฝันทั้งหมด พลังแห่งความตาย กลิ่นอายของนักเล่นคาถาอาคม เจ้าสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเอาชนะได้เลย”
“ฆ่ามัน!” มู่เฉียนซีกล่าวสั่ง และนางก็พาคนจากหอหมอปีศาจออกปฏิบัติการ
บนอาวุธลับของพวกเขาล้วนถูกทาด้วยยาพิษ แม้ว่าร่างกายของเผ่าหมาป่าเหล่านี้จะกลายพันธุ์จนน่ากลัวมาก แต่ก็ไม่สามารถหลบผลกระทบจากพิษได้อยู่ดี
หลังจากนั้นหนามโลหิตจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะยานออกมา และเริ่มมัดเผ่าหมาป่าเหล่านี้เอาไว้
“ถอนทักษะคำสาปก่อนก็แล้วกัน!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
พลังจิตวิญญาณของนางระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์ และพลังคำสาปก็กระจายออกไป “ช่างเป็นทักษะคำสาปแห่งความมืดที่ซับซ้อนมากจริง ๆ เจ้าแน่ใจว่าไม่ต้องการให้ข้าช่วยจริง ๆ หรือ”
คัมภีร์หมื่นคำสาปจำศีลมาระยะหนึ่งแล้ว นับตั้งแต่มู่เฉียนซีถอนคำสาปแห่งความมืดที่แข็งแกร่งที่สุดได้ นางก็ยังคงค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไม่ลดละภายใต้แรงกดดันของสวรรค์ ซึ่งคัมภีร์หมื่นคำสาปรู้สึกว่าบนโลกใบนี้ มีนางเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำถึงขั้นนี้ได้
ไม่มีใครที่มีคุณสมบัติครอบครองมันได้เท่านางอีกแล้ว แม้ว่านางจะเป็นเจ้านายของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ที่น่ารำคาญเหล่านั้น มันก็ยอมรับนางอยู่ดี
“เอาสิ! มาช่วยหน่อย!”
ก่อนหน้านี้น้อยครั้งนักที่จะใช้เจ้าหมอนี่ เพราะหากใช้เขาคำสาปที่อยู่ในร่างกายของจิ่วเยี่ยก็จะก่อการจราจล แต่ตอนนี้ไม่ต้องคำนึงถึงเขาอีกแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นทักษะคำสาป หรือต้นกำเนิดของทักษะคำสาปใดก็ตาม หากเผชิญหน้ากับบรรพบุรุษอย่างคัมภีร์หมื่นคำสาปแล้ว ทั้งหมดล้วนอ่อนแอทั้งสิ้น
บวกกับการดำรงอยู่ของมู่เฉียนซีผู้ที่ครอบครองพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว ทักษะคำสาปนี้ก็เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยเท่านั้น
ม้วนหนังสือโบราณถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ มู่เฉียนซีไม่จำเป็นต้องวาดอักขระคำสาป บนคัมภีร์หมื่นคำสาปก็มีอักขระคำสาปที่ใช้ถอนปรากฏขึ้นมาแล้ว และหลังจากนั้นมันก็ได้ปกคลุมเผ่าหมาป่าที่ถูกคำสาปเหล่านั้นเอาไว้
ซึ่งมู่เฉียนซีก็ได้เอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาว่า “ถอน!”
พลังคำสาปที่อยู่ในร่างกายของเผ่าหมาป่าเหล่านี้ก็หายไปทันที แต่สภาวะความบ้าคลั่งของพวกเขากลับยังคงไม่ดีขึ้นเลย
“เผ่าคำสาปเป็นสมุนของเทพมรณะ เจ้าพวกนี้รวมหัวกันเตรียมสร้างความวุ่นวายในแดนภูตอย่างนั้นสินะ! แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หากมาขัดขวางการหาต้นกำเนิดแห่งแดนภูตของข้า เช่นนั้นก็แค่กำจัดพวกมันให้หมดก็เพียงพอแล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
หลังจากนั้นพลังแห่งชีวิตก็ระเบิดออกมา ซึ่งพลังนี้ก็มีความแตกต่างจากพลังคำสาปอย่างสิ้นเชิง แต่ทว่ามู่เฉียนซีกลับสามารถใช้พลังทั้งสองชนิดได้อย่างต่อเนื่องและง่ายดายมาก
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
หลังจากพลังแห่งความตายที่กระตุ้นให้พวกเขาบ้าคลั่งได้ถูกพลังแห่งชีวิตชำระล้างไปแล้ว พวกเขาก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าชีวิตและจิตวิญญาณของตนเองถูกพลังนั้นชำระล้างจนสะอาดหมดจด
แพ้แล้ว!
ดูเหมือนว่าพวกเขาได้เจอกับศัตรูโดยธรรมชาติ หากไม่แพ้ก็เป็นเรื่องแปลกแล้ว
ปัง ปัง ปัง!
“พวกเราไม่ได้แพ้ ตอนนี้เผ่าแห่งฝันจบเห่แล้ว! เผ่าแห่งฝันทั้งหมดไม่มีทางตื่นขึ้นมาได้อีกแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” หนึ่งในเผ่าหมาป่ากล่าวด้วยรอยยิ้มที่ดุร้าย
“จัดการสนามรบนี่ซะ ข้าจะไปดูเผ่าแห่งฝันที่หลับใหลเหล่านั้นก่อน” มู่เฉียนซีกล่าว
“ขอรับ!”
หลังจากจบสงครามใหญ่แล้ว ทั่วทั้งเผ่าแห่งฝันก็สงบสุขเป็นพิเศษ เพราะเผ่าแห่งฝันทั้งหมดตกอยู่ในความฝันของพวกเขา
บนใบหน้าของคนจากเผ่าแห่งฝันแต่ละคนเผยความหวาดกลัวออกมา ซึ่งแสดงว่าพวกเขากำลังฝันร้ายอยู่นั่นเอง
“ในตอนที่เผ่าแห่งฝันเผชิญหน้ากับศัตรูได้สร้างความฝันขึ้นมาเพื่อวางกับดักศัตรู แต่ทว่าตอนนี้กลับถูกฝันของตนเองควบคุมเอาไว้ หากไม่มีคนของเผ่าแห่งฝันคนอื่นอยู่ด้วย เกรงว่าคงไม่มีทางปลุกพวกมันขึ้นมาได้อีกแล้ว” ภูตร้ายแห่งความตายต้องการจะกวาดล้างเผ่าแห่งฝันกลุ่มนี้เพื่อล้างแค้น ซึ่งนี่เป็นการกระทำที่โหดร้ายมากเหลือเกิน
.