ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2830 ไร้จิตสำนัก
“ที่นี่คืออาณาเขตของข้า หากพวกเจ้าต้องการจะไปที่นั่น ข้าไม่ยอมหรอก!”
ทันทีที่ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเอ่ยปาก การเคลื่อนไหวของจิ่วเยี่ยก็ถูกขัดขวางทันที และไม่สามารถเข้าใกล้โถงใหญ่นั่นได้อีก
“ข้าไม่พอใจมาก ข้าปล่อยให้พวกเจ้ามารังแกข้า! แล้วตอนนี้ยังต้องปล่อยให้ไปช่วยภูตอีกหรือ ฝันไปเถอะ” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าว
“พลังแห่งความตายเข้มข้นขนาดนี้ อย่างไรเสียเขาก็ต้องตายแน่” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าวพลางเหลือบมองไปที่จูเชว่
“ไม่! จูเชว่จะต้องไม่เป็นอะไร พลังแห่งความตายเพียงเล็กน้อยแค่นี้เอาชีวิตของเขาไม่ได้หรอก” มู่เฉียนซีกล่าว
“นี่มันเป็นไปไม่ได้หรอก!” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตไม่เชื่อ
“มิเช่นนั้นพวกเรามาเดิมพันกัน หากจูเชว่ไม่เป็นอะไรแล้วละก็ เจ้าต้องช่วยให้เขารับสืบทอดมรดกของจักรพรรดิภูต แต่หากเขาเป็นอะไรไปละก็ ข้าจะออกไปจากที่นี่ทันที และจะไม่มารบกวนเจ้าอีกเลย ดีหรือไม่” มู่เฉียนซีกล่าว
สามารถทำให้คนที่น่าสะพรึงกลัวทั้งสองออกไปให้ไกลจากตนเองได้ แน่นอนว่าต้นกำเนิดแห่งแดนภูตจะต้องยินยอมอยู่แล้ว
มันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้ากล่าวว่า “ตกลง เอาตามนี้!”
จิ้งจอกดำตัวนั้นคิดว่าไม่มีทางช่วยจูเชว่ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นมันจึงไม่อยากเปลืองแรงไปกับเขาอีก
มันเดินตรงไปข้างหน้า จากนั้นก็คุกเข่าอยู่ที่หน้าโลงศพนั้นพลางกล่าวว่า “ฝ่าบาทจักรพรรดิภูต ทั่วทั้งแดนภูตแห่งนี้ มีเพียงข้าเท่านั้นที่มีคุณสมบัติเหมาะที่จะสืบทอดตำแหน่งจักรพรรดิภูตของท่าน หากข้าได้กลายเป็นผู้ปกครองแดนภูต ข้าจะพยายามปกป้องแดนภูตอย่างเต็มที่ และจะต้องทำให้เผ่าภูตแข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน นับตั้งแต่วันนี้ไปเผ่าเทพก็จะมารังแกเผ่าภูตของพวกเราไม่ได้อีกแล้ว”
จิ้งจอกดำกำลังพูดด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าอยู่หน้าโลงศพของจักรพรรดิภูต
นี่เป็นความปรารถนาอันยาวนานของเผ่าภูตมากมายที่ต้องการให้แดนภูตแข็งแกร่งขึ้น และการที่แดนภูตหนึ่งในสามของดินแดนหลักต้องวุ่นวายจนถึงขั้นนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นโชคร้ายของแดนภูตของพวกเขาอยู่แล้ว
เขาพูดประโยคเหล่านี้ออกมา ด้วยความเชื่อมั่นและจริงใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ทว่าจักรพรรดิภูตกลับไม่ตอบสนองเขาเลยแม้แต่น้อย
จิ้งจอกดำกล่าวอย่างเหลือเชื่อว่า “ล้มเหลวหรือ!”
“เป็นไปไม่ได้ ข้าไม่มีทางล้มเหลวแน่นอน ข้าคือเผ่าภูตที่มีพรสวรรค์มากที่สุดหลังจากที่จักรพรรดิภูตล่มสลายไปเชียวนะ”
“จิ๊ ๆ! ใครเป็นคนแต่งตั้งกัน เจ้าแต่งตั้งตนเองหรือ” มู่เฉียนซีกล่าวพลางหัวเราะเยาะ
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “เขาไม่สามารถได้รับสืบทอดมรดกได้ใช่หรือไม่?”
“มีร่างกายที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความตายที่น่าขยะแขยงนั่นยังไม่เท่าไร นอกจากนี้ความเชื่อมั่นของเขายังแตกต่างจากความเชื่อมั่นของจักรพรรดิภูตอีกด้วย ถึงบอกว่าเพื่อปกป้องแดนภูตมันจะฟังดูดีก็เถอะ” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าว
ไม่ว่าจะเป็นจิตสำนึกของต้นกำเนิดแห่งแดนภูตหรือจักรพรรดิภูต ต่างก็ไม่ยอมรับคนผู้นี้อยู่ดี
แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่ง และมีสายเลือดของจักรพรรดิภูตแต่ทั้งหมดนี้ล้วนไม่เป็นผลทั้งสิ้น!
ตูมม!
หลังจากนั้นก็มีดอกบัวสีแดงเพลิงดอกหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า
จิ้งจอกดำอยากที่จะหนี แต่ม่านเพลิงสีแดงได้ปกคลุมเขาเอาไว้อย่างกะทันหัน ซึ่งก็ทำให้เขาไม่สามารถหนีไปได้
“อ๊ากกก!” มีเสียงกรีดร้องดังออกมาอย่างโหยหวน หลังจากนั้นพลังแห่งความตายที่อยู่บนร่างของเขาก็ถูกเปลวเพลิงแผดเผาจนระเหยหายไป!
“อย่านะ!” เมื่อพลังแห่งความตายถูกดึงออกไป ซึ่งนี่ก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกลอกผิวหนังเลย และมันก็ทำให้จิ้งจอกดำในตอนนี้ราวกับตายทั้งเป็นเลยทีเดียว
พลังแห่งความตายบนร่างของจูเชว่ในเวลานี้ได้กระจายหายไปแล้ว และเลือดที่อยู่ตรงบาดแผลก็หยุดไหลแล้วด้วย
ถึงสีหน้าของเขาจะซีดเผือด แต่ก็ไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไร
“ดูสิ! เขาไม่เป็นอะไร” มู่เฉียนซีกล่าว
“นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตประหลาดใจเล็กน้อย
เมื่อมันลองสังเกตอย่างระเอียดรอบคอบ ก็ค้นพบว่าบนร่างของเจ้าจิ้งจอกน้อยตัวนี้มีพลังแห่งชีวิตกระจายออกมา
บางทีอาจจะเป็นเพราะพลังนี้ ถึงทำให้เขาไม่ถูกพลังแห่งความตายทำอันตราย
“เจ้าแพ้แล้วนะ! ดังนั้นเจ้าจะต้องช่วยให้จูเชว่ได้รับสืบทอดมรดกของจักรพรรดิภูตให้ได้” มู่เฉียนซีกล่าว
“มนุษย์ เจ้ารู้แต่แรกแล้วสินะ ว่าบนร่างกายของเขามีวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังแห่งชีวิตอยู่ ดังนั้นจึงสามารถรักษาชีวิตของเขาเอาไว้ได้” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าว
“แน่นอนว่าข้าต้องรู้อยู่แล้ว! เพราะข้าเป็นคนให้ยาที่ใช้รักษาชีวิตที่อยู่บนตัวของจูเชว่เอง!”
ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตรู้ว่ามันทำตัวเองบาดเจ็บแล้ว มันจึงกล่าวว่า “ข้าพูดคำไหนคำนั้น ข้าก็แค่ช่วยเหลือเท่านั้น ถึงจะช่วยก็ไม่ได้หมายความว่าจะสำเร็จ หากเจ้าหนูนี่โง่เขลาเหมือนเจ้าจิ้งจอกดำตัวนั้น แม้ว่าจะมีข้าคอยช่วยเหลือ แต่จักรพรรดิภูตอาจจะไม่มอบมรดกสืบทอดให้เขาก็ได้”
“เช่นนั้นข้าก็โล่งใจแล้วล่ะ จูเชว่ไม่มีทางโง่เหมือนเจ้าจิ้งจอกดำตัวนั้นแน่นอน”
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะไม่เป็นอะไร! บัดซบเอ้ย รู้อย่างนี้ฆ่าเจ้าไปเสียเลยก็ดีหรอก” เมื่อรู้ว่าจูเชว่ไม่เป็นอะไร มันก็ทำให้จิ้งจอกดำประหลาดใจมาก และจิ้งจอกดำในตอนนี้ก็รู้สึกเสียใจภายหลังแล้วจริง ๆ
จูเชว่กล่าวว่า “ไม่เพียงแต่ข้าจะไม่ตายเท่านั้น แต่มรดกของจักรพรรดิภูตก็จะต้องเป็นของข้า เจ้ายอมแพ้เสียเถอะ!”
“ไม่มีทาง! แม้แต่ข้ายังไม่ได้รับมรดกของจักรพรรดิภูต แล้วเจ้ามีสิทธิ์อะไร”
“เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าข้าสู้เจ้าไม่ได้น่ะ น่าขันสิ้นดี”
จูเชว่เหลือบมองไปที่ทะเลเพลิงบุษบงพลางกล่าวว่า “ข้าน่ะ! ความจริงแล้วไม่ได้มีความสนใจในมรดกของท่านเลย”
ดวงตาของจิ้งจอกดำเบิกกว้าง และรู้สึกว่านายน้อยของเผ่าจิ้งจอกผู้นี้ต้องบ้าไปแล้วเป็นแน่! ที่เขาท้าทายฝ่าบาทจักรพรรดิภูตเช่นนี้ เป็นเพราะเขาอยากตายอย่างนั้นหรือ
“แต่ว่า มีเพียงแต่ต้องกลายเป็นจักรพรรดิภูตเท่านั้น ถึงจะทำให้ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตปรากฏตัวออกมาได้ เพื่อสหาย และเหล่าพี่น้องของข้า ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตจึงสำคัญสำหรับข้าเป็นอย่างมาก! ดังนั้นให้ข้าได้รับพลังของท่าน แล้วกลายเป็นจักรพรรดิภูตเถิด!”
นอกจากนี้สำหรับเขาแล้ว ซีซีไม่ได้เป็นเพียงสหายธรรมดาสำหรับเขา แต่นางเป็นความปรารถนาเดียวของเขา
เขาต้องการที่จะให้ซีซีฟื้นตัวและกลับไปเป็นเหมือนวันวาน โดยที่ไม่ถูกผู้ใดล่ามโซ่เอาไว้อีก แม้แต่สวรรค์ก็ทำเช่นนี้ไม่ได้
เขาต้องการให้พ่อบุญธรรมของเขามีร่างกายที่แข็งแรง และไม่ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคภัย หากเป็นเช่นนี้พี่น้องของเขาก็คงจะไม่ต้องกังวลอีกแล้ว
“ข้ายอมรับว่าข้าไม่ได้มีความรับผิดชอบต่อแดนภูตมากนัก แต่ตราบใดที่ข้าอยู่ในตำแหน่งนั้น ข้าก็จะทำเรื่องที่ควรทำไม่ให้ขาดตกบกพร่อง และจะต้องทำมันด้วยจิตสำนึกที่ชัดเจน”
และทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ ก็เปลี่ยนกลายเป็นความเงียบงันทันที
ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าวว่า “เจ้าหนุ่มน้อยนี่ไม่เหมือนใครจริง ๆ อยากกลายเป็นจักรพรรดิภูตไม่ใช่เพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่อเผ่าเดียวกันนับหมื่นนับพันเผ่าเหล่านั้น และยิ่งไม่ใช่เพื่อพลังและตำแหน่งที่ทำให้คนเชื่อฟัง แต่ทำเพื่อเจ้า รวมไปถึงเพื่อญาติพี่น้องที่ดีของตนเองเหล่านั้น”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เขาเฝ้ารอมานานขนาดนี้ ในที่สุดก็รอจนเจอเผ่าภูตเช่นนี้ ข้ารู้สึกดีใจกับเขามากจริง ๆ” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตหัวเราะขึ้นมาทันที
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” มู่เฉียนซีกล่าว
“ไม่ต้องให้ข้าช่วยหรอก เขาเหมาะสมอยู่แล้วล่ะ”
ทันใดนั้นดอกบัวจำนวนนับไม่ถ้วนก็บินออกมาจากหน้าโลงศพ และจิ้งจอกดำตัวนั้นก็แสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายพลางกล่าวว่า “ดูสิ! จุดจบของเจ้าจะต้องเลวร้ายยิ่งกว่าข้าแน่นอน เพลิงบุษบงมากมายขนาดนี้ เจ้าตายแน่!”
แต่ทว่าในตอนที่เพลิงบุษบงเข้าใกล้จูเชว่ กลับไม่ได้ทำอันตรายจูเชว่ แต่มันแค่ร่วงลงไปบนพื้น และรอให้จูเชว่ขึ้นไปยืนข้างบนเท่านั้น
สีหน้าของจูเชว่เต็มไปด้วยความยินดี ไม่ถูกโจมตี เช่นนั้นจักรพรรดิภูตยอมรับเขาแล้วใช่หรือไม่
ปึก!
จูเชว่เหยียบไปบนดอกไม้ เมื่อเดินเข้าไปใกล้โลงศพที่ล้อมรอบด้วยเพลิงบุษบงจำนวนนับไม่ถ้วน มันก็ทำให้สีแดงเพลิงของดอกบัวเปล่งประกายออกมามากยิ่งไปอีก ส่วนเจ้าจิ้งจอกดำก็ทำได้เพียงแค่กรีดร้องออกมา และหายไปท่ามกลางทะเลเพลิงที่งดงามนี้
“ตอนนี้เขากำลังจะได้รับมรดกแล้ว” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าว
“ในตอนที่จักรพรรดิภูตดับสูญไป เขาบอกกับข้าว่าเขาเสียใจมาก นับตั้งแต่เขาเกิดมาบนโลกใบนี้ เขามีหน้าที่รับผิดชอบทั่วทั้งดินแดนแห่งนี้ จนไม่ได้สนใจญาติ และยังไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรักเลยสักครั้ง สำหรับทั่วทั้งแดนภูตแห่งนี้ ตัวเขาเองไม่สามารถละทิ้งมันได้เลย ซึ่งเขาก็คุ้นเคยที่จะแบกรับความรับผิดชอบนี้จนกลายเป็นนิสัยไปแล้ว แม้ว่าจักรพรรดิภูตจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่เพราะความรับผิดชอบที่มากก็ทำให้เขาเหนื่อยล้าได้เช่นกัน เขาจึงหวังว่าจักรพรรดิภูตคนต่อไปจะไม่ต้องลำบากถึงขนาดนั้นอีก ทำทุกอย่างด้วยจิตสำนึกก็ถือว่าเป็นจักรพรรดิภูตที่ดีแล้ว”
เผ่าภูตที่ไม่ให้ความสำคัญกับทั้งตนเอง สหาย และญาติพี่น้องกลับพูดว่าต้องการจะปล่อยวางจากการปกป้องทั้งแดนภูตแห่งนี้ ซึ่งคำพูดเช่นนี้ช่างดูว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง
ด้วยเหตุนี้คำพูดที่ไร้สาระของจิ้งจอกดำ นอกจากจะไม่ทำให้จักรพรรดิภูตซาบซึ้งมีแต่จะโกรธเสียด้วยซ้ำ แต่ความคิดของจูเชว่นั้นกลับมีความสอดคล้องกับจักรพรรดิภูตอย่างสมบูรณ์
.
.