ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2829 ไม่ให้ ไม่ให้
“ที่นี่คือห้องโถงหลัก รีบฟื้นตัวเร็วเข้าเถอะ จากนี้ไปยังต้องบุกกันต่ออีก” มู่เฉียนซีกล่าว
“ขอรับ!”
รูปแบบการคุ้มกันก้าวหน้าขึ้นชั้นแล้วชั้นเล่า แม้ว่าจะยากลำบาก แต่ในที่สุดก็สามารถทะลวงผ่านไปได้โดยไม่มีอันตรายใด ๆ
ตอนนี้ประตูทั้งสิบสามบานได้อยู่ตรงหน้านี้แล้ว ซึ่งบนบานประตูทั้งสิบสองบานต่างก็มีสัญลักษณ์ของเผ่าภูตทั้งสิบสองสลักอยู่ ทว่าประตูบานที่สิบสามนั้นน่าจะเตรียมใว้ให้เผ่าอื่น
พวกจูเชว่ในตอนนี้เปลี่ยนร่างกลายเป็นมนุษย์ได้แล้ว เขาหันกลับไปมองมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “ซีซี ข้าจะต้องทำได้อย่างแน่นอน รอข้าก่อนนะ!”
เขาเดินเข้าไปในบานประตูของเผ่าจิ้งจอก ส่วนคนอื่น ๆ ก็เลือกประตูที่ตรงกับเผ่าของตน
“ส่วนข้าที่เป็นมนุษย์ ก็ต้องเป็นประตูบานที่สิบสามอย่างนั้นสินะ” ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เข้าไปก่อนค่อยว่ากันก็แล้วกัน
ในเมื่อไม่มีตัวเลือกของมนุษย์ ดังนั้นหลังจากที่มู่เฉียนซีเดินเข้าไป จึงเห็นความมืดมิดที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อมนุษย์บุกเข้ามาในอาณาเขตของเขา จึงทำให้จักรพรรดิภูตรู้สึกโกรธมากจริงๆ
หลังจากนั้นพลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีก็แพร่กระจายออกไป ซึ่งมันเป็นการโจมตีที่ก้าวร้าวเป็นอย่างยิ่ง
“ต้นกำเนิดแห่งแดนภูต จงออกมาเถอะ!”
ความผันผวนของพลังจิตวิญญาณเช่นนี้ทรงพลังเป็นอย่างมาก แต่ทว่าบริเวณโดยรอบกลับยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ อยู่ดี
“หากเช่นนี้ไม่ได้แล้วละก็ ถ้าอย่างนั้น…” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงอันทุ้มต่ำ
นางรวบรวมพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณ และการปลดปล่อยพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณออกมานั้นก็เป็นการยั่วยุอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
ทันใดนั้นก็มีลำแสงสีแดงเพลิงปรากฏออกมาท่ามกลางความมืดมิดที่ไร้ที่สิ้นสุดนี้ ซึ่งมันก็คือลูกบอลน้อยสีแดงเพลิงลูกหนึ่งนั่นเอง
“ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตรึ!”
“มนุษย์ ไม่ใช่สิ มนุษย์ที่ครอบครองพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณ” ดวงตาของลูกบอลน้อยสีแดงเบิกกว้าง
“ใช่แล้ว! ข้าครอบครองพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณ และข้าก็ต้องการพลังของเจ้าเช่นกัน” มู่เฉียนซีกล่าว
“มนุษย์อย่างพวกเจ้าจะโลภมากเกินไปแล้ว! ได้รับพลังต้นกำเนิดของดินแดนหนึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่พบได้ยากแล้ว เจ้ายังต้องการพลังของต้นกำเนิดดินแดนที่สองอีกหรือ ข้าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะให้เจ้าเป็นเจ้าของพลังของข้า” ลูกบอลน้อยสีแดงกล่าวปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา
“เหตุผลรึ! เช่นนั้นข้าจะมอบเหตุผลให้เจ้าข้อหนึ่ง” ทันใดนั้นตุ๊กตาจำลองน้อยที่มู่เฉียนซีนำมาด้วยก็ได้กลายร่างเป็นชายที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง ซึ่งกล่าวพร้อมกับพลังที่มหาศาลเป็นอย่างยิ่ง
ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตรู้สึกว่าชายผู้นี้อันตรายมากเกินไปแล้ว แม้แต่เทพมรณะที่เคยทำให้ทุกสรรพสิ่งต้องสั่นกลัว ยังไม่ทำให้มันรู้สึกหวาดกลัวถึงขนาดนี้เลย!
“ไป!” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตที่สู้ไม่ได้ก็เตรียมถอย หลังจากที่มันหายไป ขอเพียงมันไม่ปรากฏตัว ก็ไม่มีผู้ใดสามารถค้นหามันเจอได้อย่างแน่นอน
แต่ทว่ามันประเมินจิ่วเยี่ยต่ำเกินไป เพราะจิ่วเยี่ยได้ทำการกักขังมิติแห่งนี้เอาไว้แล้ว แม้ว่าจะเป็นต้นกำเนิดแห่งแดนภูตก็ไม่สามารถหนีออกไปได้
ปังง!
พลังทั้งห้าได้ผูกมันเอาไว้อย่างแน่นหนา ซึ่งมันก็รู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังจะถูกทำลายในทันทีอย่างไรอย่างนั้นเลย
มันเป็นถึงต้นกำเนิดแห่งแดนภูต คิดไม่ถึงว่าจะถูกมนุษย์คนหนึ่งทำลายเช่นนี้
มันเริ่มสงสัยในชีวิตของตนเองขึ้นมา นี่จะต้องเป็นเรื่องโกหกอย่างแน่นอน
“หากว่าเจ้าไม่มอบให้ละก็ เช่นนั้นก็จงหายไปเสียเถอะ” จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชา
ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตไม่เคยต้องจนตรอกเช่นนี้มาก่อนเลย มันกล่าวว่า “หากว่าข้าหายไปแล้ว ชีวิตนี้พวกเจ้าก็อย่าคิดเลยว่าจะได้รับพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนภูตอีกเลย ถึงข้าจะสู้เจ้าไม่ได้ แต่ข้าก็มีศักดิ์ศรีและหลักการ ข้าไม่ให้ ไม่ให้ก็คือไม่ให้”
หากต้นกำเนิดแห่งแดนภูตประนีประนอมได้อย่างง่ายดายเช่นนั้น ก็ไม่ใช่ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตแล้ว
ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกของจิ่วเยี่ยมืดมนลงเล็กน้อย ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตรู้สึกเป็นกังวลเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าจะกลัว แต่ก็ไม่ยอมแพ้แน่นอน
การมอบพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนภูตให้ผู้อื่น ก็เท่ากับมอบแดนภูตให้คนอื่นนั่นแหละ
อีกฝ่ายไม่ใช่เผ่าภูต ทั้งยังเป็นมนุษย์ มันจะยอมตกลงได้อย่างไรกัน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ตอนนี้จอมราชาภูตบอกกับข้าว่า หากจักรพรรดิภูตคนใหม่ปรากฏตัวขึ้น เจ้าก็จะปรากฏตัวออกมา ถ้าเกิดมีจักรพรรดิภูตคนใหม่ปรากฏตัวขึ้นมาจริง ๆ และเขาเชื่อใจข้า อีกทั้งข้าก็ไม่เคยมีเจตนาร้ายต่อแดนภูต เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าจะยอมมอบพลังให้ข้าหรือไม่”
“จักรพรรดิภูตคนใหม่อย่างนั้นหรือ มันไม่มีทางปรากฏตัวออกมาง่ายดายขนาดนั้นหรอก เจ้าพวกเด็กเหลือขอเหล่านั้นเป็นไม่ได้หรอกนะ”
“คอยดูสิ เจ้าจะต้องยอมแพ้อย่างแน่นอน”
หลังจากนั้นก็มีกระจกสีแดงบานหนึ่งปรากฏขึ้น และภายในกระจกสีแดงบานนั้นก็มีร่างสองสามร่างปรากฏขึ้น
ที่แท้หลังจากที่เข้ามาในประตูบานนั้นแล้ว พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับบรรพบุรุษที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขา
“หากแม้แต่บรรพบุรุษของตนเองก็ยังเอาชนะไม่ได้แล้วละก็ เช่นนั้นก็ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้เข้าใกล้จักรพรรดิภูต และตอนนี้ก็มีเจ้าเด็กเหลือขอตกรอบไปหลายคนแล้วด้วย”
ส่วนจูเชว่ยังคงยืนหยัด ในเปลวเพลิงสีแดงก่ำที่แผดเผาอย่างป่าเถื่อน แม้ว่าจะต้องประสบกับความล้มเหลวก็ยังคงไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน
เขาถูกทุบตีจนกลายเป็นร่างเป็นจิ้งจอกอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังคงยืนหยัดที่จะต่อสู้ต่อไป
“ข้าไม่มีทางแพ้ ไม่มีทางแพ้เด็ดขาด!”
ความพากเพียรของจูเชว่ ทำให้ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตตะลึงงันไปเล็กน้อย มันกล่าวว่า “เจ้าจิ้งจอกตัวนี้…”
ซึ่งดูเหมือนว่าภายในมิติแห่งนี้จะไม่ทันสังเกตเห็นเวลาที่ไหลผ่านไป
มู่เฉียนซีเองก็ไม่รู้ว่าจูเชว่ต่อสู้กับผู้อาวุโสของเผ่าตนเองมานานมากแค่ไหนแล้ว และในที่สุดเขาก็สามารถเดินออกมาได้สำเร็จ
จูเชว่ที่ได้รับบาดเจ็บไปทั่วทั้งร่างเอนตัวพิงประตูเอาไว้และเริ่มกินยาน้ำกับยาลูกกลอนทันที เขาพูดพึมพำว่า “โชคดีที่ซีซีเตรียมยาลูกกลอนมาให้ข้าอย่างเพียงพอ มิเช่นนั้นข้าคงไม่สามารถไปต่อได้แน่”
มู่เฉียนซีกำหมัดเอาไว้แน่น สิ่งที่นางสามารถช่วยเหลือจูเชว่ได้ ก็มีเพียงเรื่องเล็กน้อยแค่นี้เท่านั้น
เวลาของการต่อสู้ในครั้งนี้ไม่สั้นอย่างแน่นอน และกลิ่นอายของจูเชว่ในตอนนี้ก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่
ระดับราชันย์ภูต คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมาถึงระดับนี้ได้แล้ว
“จิ้งจอกน้อยนี่อ่อนแอมาก เจ้าเด็กน้อยผู้นี้พยายามมากเกินไปแล้ว” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าวอย่างกลุ้มใจเล็กน้อย
“เพราะมีเหตุผลที่จำเป็นต้องสู้ มีคนที่จำเป็นต้องช่วยเหลือ ดังนั้นเขาถึงได้ทำมันได้” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“นี่มันยังไม่จบหรอกนะ” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าว
เปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่กลางห้องโถงใหญ่นั้นราวกับดอกบัวเพลิงที่กำลังเบ่งบานก็มิปาน และท่ามกลางเพลิงบุษบงนั้น ก็มีโลงศพผลึกสีแดงตั้งอยู่โลงหนึ่ง ซึ่งที่นี่ก็คือที่พำนักสุดท้ายของจักรพรรดิภูตนั่นเอง
จูเชว่กล่าวว่า “ฝ่าบาทจักรพรรดิภูต มรดกของท่าน พลังของท่าน ข้าต้องทำเช่นไรถึงจะสามารถเอามันมาได้หรือขอรับ”
“เจ้าเอาไปไม่ได้หรอก! เพราะมรดกของจักรพรรดิภูต จะต้องเป็นของข้า” หลังจากนั้นไม่นานที่ห้องโถงใหญ่แห่งนี้ ก็มีคนคนหนึ่งเดินออกมา
“นี่ไม่ใช่นายน้อยของเผ่าวิหคเก้าหัว นี่คือ…” มู่เฉียนซีผงะไปครู่หนึ่ง
“คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีสายเลือดของจักรพรรดิภูต เป็นไปได้อย่างไรกัน” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน
“แค่เผ่าจิ้งจอกที่ต่ำต้อย คิดไม่ถึงว่าจะกล้ามาแย่งชิงมรดกของจักรพรรดิภูตกับข้า เจ้าคิดว่าเจ้ามีคุณสมบัตินั้นอย่างนั้นหรือ” เขาเหลือบมองไปทางจูเชว่ด้วยความดูถูก
เปลวเพลิงบนร่างของจูเชว่ระเบิดออกมา เขากล่าวว่า “ข้าต้องทำได้แน่นอน!”
“รนหาที่ตายนัก!” ภายในดวงตาของอีกฝ่ายระเบิดพลังจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวออกมา ทันใดนั้นร่างเงาสีแดงและสีดำก็ปะทะเข้าด้วยกันทันที
“ต้นกำเนิดแห่งแดนภูต เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าจิ้งจอกตัวนั้น” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“เจ้าหมอนั่นมีสายเลือดของจักรพรรดิภูต แต่ทว่าเดิมทีแล้วจักรพรรดิภูตไม่มีทายาท ฉะนั้นเจ้าสิ่งนี้โผล่ออกมาได้อย่างไรกันแน่” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าวด้วยท่าทางที่สับสน
ปัง ปัง ปัง!
เจ้าจิ้งจอกดำตัวนี้แข็งแกร่งมาก ทั่วทั้งร่างของมันระเบิดพลังแห่งความตายที่แข็งแกร่งยิ่งออกมา แม้ว่าจูเชว่จะแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังคงโจมตีกลับไปได้เพียงไม่กี่กระบวนท่าเท่านั้น
ถึงแม้จะใช้ทักษะมหาเสน่ห์ แต่ก็ไม่มีผลใด ๆ กับมันที่เป็นจิ้งจอกเหมือนกัน
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
จูเชว่พยายามอย่างเต็มที่ แม้ว่าเขาจะใช้อาวุธลับหรือพิษ แต่ก็ยังคงไม่สามารถสร้างผลกระทบใด ๆ กับเจ้าจิ้งจอกดำตัวนี้ได้อยู่ดี
“ดึงงง!” ลำแสงสีดำนั้นเต็มไปด้วยพลังแห่งความตาย ซึ่งมันก็ได้ทะลุผ่านร่างของจูเชว่ไปโดยตรง และทำให้ทั่วทั้งร่างของเขาถูกปกคลุมไปด้วยพลังแห่งความตายในทันที
“จูเชว่!”
“จิ่วเยี่ย พวกเราไปกันเถอะ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยสีหน้าที่เย็นชา
.
.