ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2832 สงครามเผ่าภูต
“คิดไม่ถึงเลยว่าจะยังมีชีวิตอยู่ เหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาก็เพื่อรับสืบทอดมรดกของจักรพรรดิภูตอย่างเดียวเท่านั้น แต่ตอนนี้มรดกของจักรพรรดิภูตได้ตกไปอยู่ในมือของเจ้าแล้ว แล้วเจ้าคิดว่าเขายังจะมีค่าอะไรอยู่อีกอย่างนั้นหรือ หากต้องการจะเอาเขามาข่มขู่พวกข้า จำเป็นต้องบอกว่าพวกเจ้านี่ช่างไร้เดียงสาจริง ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวกล่าวอย่างโหดร้าย
สีหน้าของจิ้งจอกดำเปลี่ยนเป็นมืดมนทันที เขายกย่องว่าตนเองสูงส่งมาโดยตลอด ดังนั้นตอนนี้เขาจะทนให้ตนเองกลายเป็นขยะไร้ประโยชน์คนหนึ่งได้อย่างไร
“อ๊ากกก! ข้าไม่ยอม ไม่ยอม! เป็นเจ้า ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า ตายซะเถอะ!”
สายเลือดที่อยู่ในร่างกายของเขาเดือดพล่าน และนี่ก็คือพลังแห่งสายเลือดของจักรพรรดิภูต
จูเชว่กล่าวว่า “ทุกคนถอยไป เจ้านี่มันบ้าไปแล้ว คิดจะระเบิดตนเอง!”
เมื่อทนต่อการโจมตีเช่นนี้ไม่ไหว เขาก็เลือกที่จะตาย
แม้ว่าเขาจะระเบิดตัวเองตาย แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพวกของจูเชว่มากมายเท่าไรนัก
แต่ทว่าเชลยเหล่านั้นต่างอยู่ในสภาพที่น่าสังเวช ซึ่งมันก็รวมไปถึงนายน้อยของเผ่าวิหคเก้าหัวด้วย
เมื่อจักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวเห็นร่างของลูกชายตนเองแหลกเป็นเสี่ยง ๆ ต่อหน้าต่อตา จิตสังหารที่รุนแรงก็ถูกนางปลดปล่อยออกมาทันที
และนางก็กล่าวอย่างดุเดือดว่า “ฆ่า! ฆ่ามัน!”
“แม้ว่าเจ้าเด็กเหลือขอจากเผ่าจิ้งจอกนั่นจะได้รับพลังของจักรพรรดิภูต แต่ก็แค่เพิ่งจะได้รับสืบทอดมาเท่านั้น ซึ่งยังคงไม่อาจสามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ และนี่ก็เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการจัดการเขา! พวกเราจะปล่อยโอกาสนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด”
“ขอรับ!”
“เจ้าหมอนี่ ไว้เป็นหน้าที่พวกเราจัดการเองเถอะขอรับ! จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัว ท่านไปจัดการคนอื่นเถิด” ทันใดนั้น ร่างเงาสีดำสามร่างก็ปรากฏตัวออกมา
และพวกเขาที่ร่างเต็มไปด้วยพลังแห่งความตายที่น่าสะพรึงกลัวยิ่ง ก็ได้เข้ามาพัวพันกับจูเชว่ทันที
จอมราชาภูตขมวดคิ้วมุ่น เจ้าหมอนี่แข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้นำเผ่าหลักต่าง ๆ เสียอีก
“จูเชว่ เจ้าระวังตัวด้วย!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ซีซีวางใจเถอะ! สงครามในครั้งนี้ พวกเราไม่มีทางแพ้อย่างแน่นอน”
ฉื้อเม่ยและราชินีเผ่าไก่ฟ้าต่อสู้กับจักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัว และในขณะที่ทั้งสามเผ่าต่อสู้กัน เผ่าภูตอื่น ๆ ก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อต่อต้านศัตรูไว้ให้ได้
เพราะฝ่าบาทจักรพรรดิภูตอยู่ฝ่ายเดียวกับพวกเขา มันจึงทำให้พวกเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
แต่ทว่าพลังแห่งความตายที่น่าสะพรึงกลัวได้แพร่กระจายไปทั่วทุกทิศทาง ซึ่งมันก็ทำให้ผู้คนต่างรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่เลวร้ายเป็นอย่างยิ่ง
และเลือดของเผ่าภูตเผ่าต่าง ๆ ก็ได้สาดลงสู่ทะเล
ตูมม โครมมม!
มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวออกมา การต่อสู้ระหว่างจูเชว่กับภูตร้ายแห่งความตายทั้งสามนั้นน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก
คาดว่านี่น่าจะเป็นไพ่เด็ดของสัตว์ร้ายจิ่วอิง
เดิมทีต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกำลังซ่อนตัวอยู่ แต่พลังแห่งความตายที่เหนือชั้นนี้กลับบีบให้มันต้องปรากฏตัวออกมา
มันกล่าวว่า “ข้าไม่ได้ออกมาดูแดนภูตนานมากแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ เหม็นมากจริง ๆ! หากข้าออกมาช้ากว่านี้ ทั่วทั้งแดนภูตคงได้กลายเป็นดินแดนของเจ้าเทพมรณะนั่นเป็นแน่”
“ใช่แล้ว! เพราะมีเผ่าภูตมากมายที่ไม่พอใจกับการกดขี่ของเผ่าเทพ สมุนของเทพมรณะจึงใช้ประโยชน์จากจิตใจของพวกเขามาควบคุมพวกเขาเอาไว้ และดูเหมือนว่าเผ่าภูตหลักที่แข็งแกร่งเกือบครึ่งล้วนปนเปื้อนพลังแห่งความตาย และกลายเป็นลูกสมุนของเทพมรณะไปแล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
“แม้ว่าเจ้าหนูนั่นจะกลายเป็นจักรพรรดิภูต แต่พลังของเขาก็ยังไม่เสถียร และเขาก็ยังไม่ได้ครอบครองพลังของแดนภูตได้อย่างสมบูรณ์เลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ผิดปกตินี้ มันอันตรายเกินไป มนุษย์ เจ้าจะไม่ออกโรงช่วยเหลือหน่อยหรือ” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าว
“ประการแรก! ข้าเป็นมนุษย์ ทำไมข้าจะต้องออกโรงช่วยแดนภูตทำสงครามด้วยล่ะ”
“ประการที่สอง ข้าไม่มีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย แล้วข้าจะไปช่วยได้อย่างไร”
“ในเมื่อเจ้าไม่มีพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย แล้วเจ้าบุกเข้าไปในสุสานของจักรพรรดิภูตได้อย่างไร” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าวอย่างไม่อยากเชื่อ
แต่ความจริงได้รับการพิสูจน์แล้วว่า มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ และมนุษย์ที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้ไม่มีพลังวิญญาญเลยแม้แต่น้อย
“เป็นเพียงมนุษย์ที่ไม่มีความสามารถเลยแม้แต่น้อยคนหนึ่ง แล้วต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณยอมมอบพลังของมันให้เจ้าได้อย่างไร นี่มันจะไม่ผิดปกติเกินไปหน่อยหรือ” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าวอย่างประหลาดใจ
“เพราะต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณเห็นว่าข้าสวยน่ะสิ!” มู่เฉียนซีกล่าวพลางหัวเราะคิกคัก
“เชื่อกับผีน่ะสิ!”
จูเชว่กำลังต่อสู้กับภูตร้ายทั้งสามตัวนั้น และหนึ่งในนั้นก็กำลังจะปลดปล่อยกระบวนท่านหลักแล้ว
“แย่แล้ว! เป็นนักเล่นคาถาอาคม คิดไม่ถึงเลยว่านักเล่นคาถาอาคมจะปลอมตัวเป็นเผ่าภูตและอยู่ในแดนภูตเช่นนี้ ให้ตายเถอะ!”
ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเป็นกังวลมาก และมันก็อยากที่จะพุ่งเข้าไปช่วยทันที
นางกล่าวว่า “เจ้าไปแล้วจะสามารถขวางการโจมตีเอาไว้ได้หรือ อย่าเข้าร่วมเลยจะดีกว่า ทำตัวเป็นสัตว์นำโชคแสนน่ารักอยู่เงียบ ๆ ไปเถอะ!”
ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตรู้สึกหดหู่ใจจนอยากจะบ้าตายอยู่แล้ว สัตว์นำโชคอย่างนั้นหรือ!
“แม้ว่าเขาจะเป็นจักรพรรดิภูต แต่ก็ไม่สามารถประมาทวิธีการของเผ่าคำสาปได้ หากปนเปื้อนเจ้าสิ่งนั้นแล้วละก็ คงเป็นปัญหามากทีเดียว! เจ้าหนูนั่นชอบเจ้ามากขนาดนั้น เจ้า…”
คำพูดของต้นกำเนิดแห่งแดนภูตยังไม่ทันจบ ก็ถูกมู่เฉียนซีขัดจังหวะเสียก่อน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ใช่แล้ว! เป็นปัญหามาก เรื่องนี้ข้ารู้เป็นอย่างดีเลยล่ะ!”
ตอนแรกนั้นจิ่วเยี่ยแข็งแกร่งมาก แต่เมื่อเขาถูกสาป มันก็ทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานไม่น้อย และหลังจากที่ใช้ความพยายามอย่างหนักถึงจะสามารถกำจัดมันไปได้
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “แต่เจ้าหมอนั่นทำแบบนั้นไม่ได้ ฉะนั้นไม่ต้องกังวลถึงขนาดนั้นหรอก!”
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีระเบิดออกมา และพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งนี้ก็ทำให้แม้แต่ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตยังรู้สึกเหลือเชื่อเลยทีเดียว “เจ้า…เจ้าเป็นมนุษย์จริง ๆ หรือ?”
จิตวิญญาณที่แข็งแกร่งนั้นไม่สอดคล้องกับความแข็งแกร่งทางร่างกายอย่างสิ้นเชิง มู่เฉียนซีกล่าวว่า “คัมภีร์หมื่นคำสาป จงออกมา! มีขยะที่เจ้าจะต้องจัดการสักหน่อย”
“ก็แค่มดปลวกตัวเดียวเท่านั้น จำเป็นต้องให้ข้าออกโรงเองเลยหรือ” คัมภีร์หมื่นคำสาปกล่าว
“คัม…คัมภีร์หมื่นคำสาป จะ…เจ้าไปเอาของที่อันตรายมากเช่นนี้มาจากที่ใดกัน! นี่มันจะอันตรายเกินไปแล้ว” นี่เป็นสิ่งของที่เผ่าคำสาปเฝ้าตามหามาเป็นเวลาเนิ่นนาน มันเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายมากจริง ๆ
“ก็หามาได้ด้วยความยากลำบากน่ะสิ!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
เจ้าหมอนั่นพยายามอย่างหนักเพื่อลอบโจมตีจูเชว่ แต่ทว่าในตอนที่เขาสัมผัสได้ถึงพลังจิตวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวที่ทำให้รู้สึกแย่ ทันใดนั้นอักขระคำสาปที่แข็งแกร่งก็ปรากฏออกมาโดยรอบ
“ให้ตายเถอะ! แดนภูตมีนักเล่นคาถาอาคมคนอื่นอยู่ด้วยหรือ นอกจากนี้ยังแข็งแกร่งมากด้วย! มีคนทรยศเผ่าปรากฏตัวขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรกัน”
“หลบ!”
ตูมม!
มีเสียงดังสนั่นออกมา คนอื่นอีกสองคนยังสบายดี แต่ทว่านักเล่นคาถาอาคมผู้นี้ใช้พลังมากเกินไปแล้ว จนพลังที่ปล่อยออกมาน้อยลงไปมาก
จูเชว่รู้ว่ามู่เฉียนซีกำลังช่วยเขา จึงทำให้การต่อสู้หลังจากนั้นของเขารุนแรงมากขึ้นไปอีก “ตาแก่อย่างพวกเจ้าทั้งสอง ก็รีบตามเจ้านั่นไปเสียเถอะ!”
สงครามในครั้งนี้น่าสังเวชใจอย่างไม่ต้องสงสัยเลย และพลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีก็แพร่กระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง
นางส่งกระแสจิตไปว่า “คนของหอหมอปีศาจทุกคน เตรียมพร้อมหรือยัง จากนี้ไปให้เคลื่อนไหวตามคำสั่งของข้า”
“ขอรับ! ท่านเจ้าหอ”
มู่เฉียนซีสามารถควบคุมสถานการณ์ของสนามรบทั้งหมดเอาไว้ได้ นางเพียงแค่ให้คนของหอหมอปีศาจแต่ละคนลอบโจมตี ซึ่งมันก็เป็นการโจมตีที่แม่นยำมาก
ทั้งอาวุธลับและพิษรวมไปถึงยาน้ำพวกเขาใช้โดยไม่สนใจว่าจะผลาญไปมากเพียงใด เพราะหอหมอปีศาจของพวกเขาไม่ขาดแคลนสิ่งเหล่านี้ ขอเพียงสามารถเอาชนะศัตรูได้ก็เพียงพอแล้ว
เผ่าไก่ฟ้าพุ่งทะยานไปในอากาศ มียาน้ำจำนวนนับไม่ถ้วนถูกโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า ซึ่งมันก็เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตที่เข้มข้นเป็นอย่างยิ่ง
จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวรู้สึกโกรธเคืองเป็นอย่างยิ่ง นางกล่าวว่า “รีบหยุดพวกมันเร็วเข้า”
“ถึงพลังแห่งชีวิตจะสามารถส่งผลกระทบต่อภูตร้ายแห่งความตายได้ แต่ก็ไม่สามารถกำจัดพลังแห่งความตายที่อยู่ในดินแดนนี้ภายในครั้งเดียวได้เช่นกัน ซึ่งมันก็ทำได้เพียงแค่นี้เท่านั้น” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“แม้ว่าจะทำได้ ข้าก็ไม่ปล่อยให้ซีไปทำหรอก หากทำเช่นนั้นเจ้าต้องลำบากมากเป็นแน่” จิ่วเยี่ยกระซิบกล่าว
“พลังแห่งชีวิตนี่มาจากไหนกัน” ในตอนนี้ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเองก็รู้ว่า พลังแห่งชีวิตนี้ต้องเป็นฝีมือของมู่เฉียนซีแน่นอน
.
.